ไตรภพปลอบมะลิอย่างอ่อนโยนต้องใช้เวลาอีกสักพักเด็กสาวตรงหน้าถึงจะสงบสติลงได้ความใกล้ชิดัักันทางร่างกายประกอบกับจิตััของไตรภพทำให้ชายหนุ่มเริ่มสังเกตสิ่งผิดปกติบางอย่าง
‘ชีพจรเย็นลงเรื่อยๆ’
ไตรภพรีบปล่อยตัวจากมะลิก่อนที่จะััชีพจรแผ่พุ่งพลังไปทั่วร่างกายเพื่อสำรวจถึงความผิดปกติที่พบเจอถ้าหากถามว่าวิชาแพทย์ของชายหนุ่มอยู่ในขั้นใดแน่นอนว่าไม่ด้อยกว่าพลังยุทธ์อย่างแน่นอนเมื่อตรวจชีพจรคราวก่อนมันรู้ได้ทันทีว่าชีพจรของมะลิเป็ชีพจรหงส์น้ำแข็ง
หากถามว่าชีพจรหงส์น้ำแข็งเป็อย่างไรไตรภพน่าจะเป็คนเดียวในโลกใบนี้และห้วงสุริยะที่รู้คำตอบดังกล่าวลมปราณชนิดเดียวกันกับอดีตจักรพรรดิเทพองค์ก่อนที่มีเพียงหนึ่งในพันล้านที่จะสามารถเกิดขึ้นได้กับร่างกายมนุษย์
ไตรภพเองครั้งหนึ่งเมื่อตอนอยู่ในลมปราณชนชั้นสีแดงขั้นปลายได้เคยประลองยุทธ์กับอาจารย์สาวของมันโดยใช้กำลังเต็มสิบส่วนกลับไม่สามารถทำให้ม่านพลังของอาจารย์สั่นะเืแม้แต่เล็กน้อยต้องบอกก่อนเลยว่าพลังของไตรภพในตอนนั้นมากพอที่จะบดขยี้ดวงดาราใดดาราหนึ่งได้จากการโจมตีแค่ครั้งเดียว ทั้งอาจารย์ของมันยังจำกัดพลังไว้ที่ลมปราณชนชั้นสีแดงเท่ามันอีกต่างหาก
“แม้พลังลมปราณของข้าจะเหนือกว่าใครในห้วงสุริยะนี้แต่ต้องคอยระมัดระวังอารมณ์ไม่ให้อ่อนไหวไปกับสิ่งใดมากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้ธาตุไฟแตกซ่านได้ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมักที่จะแสดงท่าทางนิ่งเฉยอยู่เสมอ”
“ท่านอาจารย์ศิษย์ไม่อยากเห็นท่านเป็แบบนี้”
“เด็กโง่ ! ตราบใดที่ไม่ใช่สิ่งที่อ่อนไหวจนเกินไปเพียงกินยาสลายใจเมื่ออาการกำเริบนั่นก็เพียงพอแล้ว”
ไตรภพหวนคิดคำนึงถึงความอบอุ่นในอดีตไม่รู้เพราเหตุใดน้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาของชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว
“พี่ชายร้องไห้ทำไม”
มะลิเมื่อััได้ที่หยดน้ำตาที่ไหลลงมากระทบแก้มของเธอจึงถามไตรภพด้วยความเป็ห่วง เธอนั้นรู้สึกถึงความโศกเศร้าจากััเมื่อครู่นี้
“เปล่าหรอกมะลิ เธอรอพี่อยู่บ้านแปบหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาของที่ร้านก่อน”
“รีบมานะ”
ไตรภพยิ้มให้กับมะลิเบาๆ พลางลูบหัวเด็กหญิง ก่อนที่จะเดินไปหยิบกุญแจร้านสมุนไพรพร้อมกับกุญแจรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ขับรถออกไปนอกบ้านทันที ด้วยความรวดเร็วของกำลังเครื่องยนต์ ทำให้ไม่ถึง 30 นาที ชายหนุ่มก็กลับเข้ามาที่บ้านอีกครั้ง
ไตรภพเห็นรถ Vios ของช่อผกาจอดอยู่หน้าบ้านชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าช่อผกาได้กลับมาแล้ว จึงเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับถือถุงกระสอบสองถุง
“แม่โทรไปก็ไม่รับเราไปไหนมา ปล่อยมะลิอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไงกัน”
ช่อผกาบ่นลูกชายคนเดียวของเธอขณะที่กำลังทำอาหารในครัวด้านหลังบ้าน เธอเห็นไตรภพถือกระสอบเข้ามาจึงเดินไปดูด้วยความใคร่รู้
“ลูกเอาสมุนไพรที่ร้านมาทำไมกัน? ”
“พอดีผมสนใจอยากจะลองปรุงยาดูครับแม่”
“เอ๋ ปรุงยาหรอไม่ยักจะรู้ว่าลูกสนใจด้วย”
ช่อผกาถามไตรภพด้วยความสงสัยตัวเธอเองที่เปิดร้านสมุนไพรก็มีความรู้เกี่ยวกับการปรุงยาสมุนไพรพื้นบ้านอยู่บ้างศาสตร์การปรุงยานี้ไม่ต่างอะไรกับศาสตร์ของการปรุงอาหาร เป็เพียงการนำยาหลาย ๆตัวมาเคี่ยวในหม้อเท่านั้น จะยากตรงต้องรู้เทคนิคระยะเวลาในการเคี่ยวและลำดับในการใส่สมุนไพรแต่ละชนิดเพื่อให้ตัวยามีประสิทธิภาพสูงสุด
“ครับแม่ผมว่าว่าง ๆ จะลองศึกษาดูครับ”
“งั้นพรุ่งนี้แม่จะทำกับข้าวไว้ให้ลูกกับมะลินะลูกก็อยู่นี่ดูแลน้องไป ไม่ต้องไปที่ร้านกับแม่”
การรับประทานอาหารในครอบครัวผ่านไปอย่างรวดเร็วช่อผกาขึ้นไปจัดห้องนอนของเธอเองให้เรียบร้อยเนื่องจากช่อผกาให้มะลิมานอนที่ห้องของเธอ เพื่อที่จะดูแลเด็กหญิงไม่ให้คลาดสายตา
“คืนนี้มะลินอนกับแม่ก่อนนะลูก”
“ค่ะ คุณแม่”
มะลิรับคำอย่างว่าง่ายนี่เป็คืนแรกที่เด็กสาวจะได้นอนในสถานที่ที่ดี เธอนอนหลับด้วยความอ่อนเพลีย ทั้งยังรู้สึกว่าเป็คืนที่นอนหลับที่สุดั้แ่เด็กสาวจำความได้
เช้าวันรุ่งขึ้นช่อผกาได้ออกไปทำงานแต่เช้าตรู่เธอห่มผ้าให้กับมะลิ ทั้งยังลงไปทำอาหารเพื่อเตรียมไว้ให้กับเด็กในบ้านทั้งสองคนจากนั้นจึงขับรถออกไปทำงาน
เพียงระยะเวลาไม่นานไตรภพเดินลงมาด้านล่างพบสำรับอาหารถูกเตรียมเอาไว้บนโต๊ะจึงขึ้นไปดูที่ห้องของช่อผกา เห็นมะลิยังคงนอนหลับอยู่ จึงยังไม่ปลุกเด็กสาว
ชายหนุ่มเดินไปในครัวหยิบถุงสมุนไพรทั้งสองถุงมาไว้แถวหม้อต้ม ก่อนที่จะต้มน้ำให้เดือด เทสมุนไพรลงไปในหม้ออย่างพิถีพิถัน
สมุนไพรแล้วสมุนไพรเล่าถูกเคี่ยวเทลงไป ทั้งยังถูกหลอมรวมตัวยาด้วยเพลิงัเทวะที่เป็สีม่วงของไตรภพแน่นอนว่าประสิทธิภาพในการปรุงยาต้องดีว่าในครั้งก่อนเพราะครั้งนั้นไตรภพปรุงยาทั้ง ๆ ที่ไม่มีพลังลมปราณใด ๆ
ผ่านไป 1 ชั่วโมงไตรภพได้เปิดหม้อต้มใบแรกที่มีเม็ดยาเล็ก ๆ ขนาดเท่าเม็ดยาพาราห้าร้อยเม็ดส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนด้วยกลิ่นสมุนไพรไปทั่วบ้าน
ยานี้เป็ยา ‘ทลายชีพจร’ ประกอบด้วยสมุนไพร 7 ชนิดมีสรรพคุณช่วยปรับร่างกายให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการบ่มเพาะในอนาคตในโลกเบื้องบนนี่เป็ตัวยาพื้นฐานสำหรับเด็กทารกที่ยังคงไม่เป็ผู้ฝึกตนที่จะต้องรับประทานยาบำรุงเสมอ
หากถามว่าเพราะเหตุใดตัวของไตรภพที่ไร้พลังลมปราณใดๆ ถึงสามารถบ่มเพาะได้หลังจากรับประทานยาเพียงเม็ดเดียวนั่นเป็เพราะลมปราณัเทวะเป็ลมปราณพิเศษที่ไม่มีขีดจำกัดในการฝึกทั้งความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในตัวพลังลมปราณของไตรภพยังคงสูงล้ำอย่างลึกซึ้งมาั้แ่ตอนเป็จักรพรรดิเทพ
อีกหม้อหนึ่งเป็‘ยาสลายใจ’ สูตรยาที่ปรุงด้วยสมุนไพร 99 ชนิด แทบจะเป็สมุนไพรทั้งหมดของช่อผกา ขั้นตอนการปรุงต้องใช้ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการควบคุมเพลิงัเทวะให้เหมาะสมกับระยะเวลาซึ่งเป็ตัวยาที่ปรุงด้วยความยากลำบากมาก
ไตรภพเปิดอีกหม้อหนึ่งสมุนไพรทั้ง 99ชนิดกลายเป็เม็ดยาขนาดประมาณเม็ดบ๊วย มีสีน้ำตาล ไร้กลิ่นใด ๆ ออกมาจากตัวยานี้ทั้งยังมีจำนวนแค่ 1 เม็ดเท่านั้น
“เฮ้อ ยาสลายใจนอกจากจะปรุงยากแล้ว ยังต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรมหาศาลอีกด้วยนี่ยังดีที่จำเป็ต้องใช้เพียงแค่หนึ่งเม็ด หากมะลิกลายเป็ผู้บ่มเพาะแล้วลมปราณหงส์น้ำแข็งของเธอ้ายาสลายใจอย่างน้อยวันละหนึ่งเม็ด ”
ไตรภพบ่มพึมพำออกมาชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าหลังจากให้มะลิรับประทานยาสลายใจนี้ร่างกายของมะลิจะเป็อย่างไรแน่นอนว่าสรรพคุณของตัวยาสามารถสะกดกลั้นความเย็นในชีพจรได้แต่เื่ความก้าวหน้าของการบ่มเพาะ แม้แต่ตัวของไตรภพเองก็ยังไม่แน่ใจ
หลังจากนั้นไม่นานมะลิได้ลงมาด้านล่างด้วยใบหน้าแจ่มใส ไตรภพจึงชวนมะลิรับประทานอาหารบรรยากาศเป็ไปด้วยความอบอุ่น มะลิรู้สึกว่าฝันร้ายของเด็กสาวที่เคยเผชิญ ค่อย ๆสลายหายไปทีละน้อย
“มะลินี่เป็ยาบำรุง นั่งขัดสมาธิ ไม่ต้องเกร็งนะ หลับตา เดี๋ยวพี่จะค่อย ๆนวดตามจุดต่าง ๆ ให้”
ไตรภพยื่นเม็ดยาสลายใจให้กับมะลิซึ่งเด็กสาวได้ยิ้มให้กับไตรภพทั้งยังโยนเม็ดยาเข้าไปในปากทันทีไม่คิดจะสอบถามอะไรเลย เนื่องจากเธอมีความเชื่อใจไตรภพอย่างเต็มร้อย
“หนาว หนาว”
ทันทีที่ตัวยาถูกกลืนลงไปมะลิรู้สึกว่าร่างกายมีอุณหภูมิลดลง ไตรภพจึงรีบทะลวงชีพจรต่าง ๆด้วยพลังลมปราณของชายหนุ่ม ชีพจรทั้ง 108 เส้นถูกไตรภพชักนำฤทธิ์ยาให้เข้าออกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเด็กสาว
ระยะเวลาผ่านไปประมาณ30 นาทีไตรภพค่อย ๆ ถอนฝ่ามือออกจากหลังของมะลิ พลางถอนหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย
‘หากเราไม่เคยรู้เทคนิคการแพทย์ที่อาจารย์สอนคงไม่อาจจะทะลวงลมปราณได้’
ร่างกายของมะลิเปลี่ยนไปช้าๆ เส้นเืในร่างกาย ชีพจรในจุดต่าง ๆ ถูกฤทธิ์ยาผสานกับพลังลมปราณของไตรภพ ขจัดน้ำแข็งที่ห้อหุ้มออกจนหมดอุณหภูมิในร่างกายเริ่มกลับมาเป็ปกติอีกครั้งหนึ่ง
‘ขั้นปรับร่างกายขั้นที่10’
ไตรภพสำรวจร่างกายของมะลิทันทีก่อนที่จะพบว่าร่างกายนี้พร้อมที่จะบ่มเพาะแล้วหลังจากที่ไตรภพประมวลความรู้ในสมอง ชายหนุ่มเหมือนจะรู้ว่าในโลกใบนี้ หากจะบ่มเพาะได้ต้องมีวรยุทธ์ในขั้นปรับร่างกายระดับที่10 ก่อน
นั่นหมายความว่ามนุษย์ธรรมดาหากจะกลายเป็ผู้บ่มเพาะต้องบรรลุวรยุทธ์ขั้นปรับร่างกายขั้นที่ 1หลังจากนั้นเมื่อพัฒนาวรยุทธ์มาจนถึงระดับปรับร่างกายขั้นที่ 10 จึงจะสามารถทะลวงลมปราณกลายเป็ผู้บ่มเพาะลมปราณชนชั้นสีม่วงได้สำเร็จ
มะลิหลับลงบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้าไตรภพไม่รีบที่จะทะลวงชีพจรของมะลิให้กลายเป็ผู้ฝึกตนเพราะร่างกายของเธอยังไม่สามารถปรับพลังให้เสถียรได้การก้าวหน้าที่รวดเร็วจนเกินไปโดยไม่จัดการพลังให้เป็ระเบียบย่อมสร้างความเสียหายให้กับชีพจรได้ในอนาคต
ไตรภพแปลกใจอย่างยิ่งที่มะลิรับประทานตัวยาสลายใจลงไป จากร่างกายธรรมดากลับสามารถเปลี่ยนแปลงเป็ร่างกายที่พร้อมฝึกยุทธ์นี่มันเป็เื่น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
‘สมแล้วที่เป็ลมปราณหงส์น้ำแข็ง’
ไตรภพห่มผ้าห่มให้กับมะลิหลังจากนั้นชายหนุ่มจึงได้ขึ้นไปเปิดคอมพิวเตอร์ในห้องของตนเองเพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่าง
“เจอแล้วในโลกนี้เรียกว่า โสมหิมะ สินะ”
ไตรภพยิ้มขึ้นด้วยความยินดีตัวมันเองที่เพิ่งบรรลุลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับ 1 ก็คิดที่จะทะลวงลมปราณให้ก้าวหน้าอย่างเร็วที่สุดแต่ต้องอาศัยตัวยาบางอย่างที่ไม่สามารถซื้อได้ทั่วไปตามร้านสมุนไพรหนึ่งในนั้นเป็โสมหิมะพันปี ที่เป็ตัวประสานฤทธิ์ยาต่าง ๆ ให้เข้ากัน
“โสมหิมะราคาต้นละ 1 แสนบาท”
ไตรภพมองราคาโสมพันปีอย่างไม่เชื่อสายตาไม่ใช่เพราะโสมหิมะมีราคาแพงจนเกินไป แต่มันถูกไปต่างหากในโลกเบื้องบนนั้นโสมต้นหนึ่งมีราคาแพงมหาศาลต้องเป็ตระกูลใหญ่เท่านั้นที่จะมีสิทธิต้นโสมได้
“แต่ดูจากภาพอายุโสมน่าจะไม่กี่ปีต้องเห็นตัวจริง ฉันถึงจะรู้ว่ากี่ปี เฮ้อ หากเป็ในอดีต ตอนฉันอยู่ในลมปราณชนชั้นสีม่วงเพียงโสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปี ก็เพียงพอแล้ว แต่ด้วยเคล็ดวิชาเทพอสูรกลับ้าโสมหิมะพันปีเป็อย่างน้อย เฮ้อ”
ไตรภพถอนหายใจหลายครั้งพิจารณารูปภาพต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ต ที่เกี่ยวข้องกับโสมหิมะ เมื่อดูหลายๆเว็บไซต์เข้าจึงพบว่ามีั้แ่ราคาหลักหมื่นไปจนถึงหลายสิบล้าน
“ดูเหมือนว่าต้องสอบถามมงคล”
ไตรภพปิดคอมพิวเตอร์ลงภาพของมงคลลอยเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม เพราะมงคลเป็ผู้กว้างขวางในจังหวัดน่าจะรู้ข้อมูลอะไรหลายอย่างที่ไม่มีในอินเตอร์เน็ต
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนกระทั่งถึงเวลาเย็นช่อผกากลับมาที่บ้าน ในวันนี้เธอไม่ได้ทำกับข้าวเหมือนอย่างเคยถือกล่องอาหารเต็มไม้เต็มมือจัดใส่จานต่าง ๆ
“แม่ไปไหนมาครับนี่”
ไตรภพถามช่อผกาพลางมองไปที่อาหารในจานเป็ของโปรดของไตรภพทั้งสิ้น โดยเฉพาะกุ้งเผา และปลาหมึกที่ไตรภพชอบ
“พอดีวันนี้ท่านมงคลมาที่ร้านตอนบ่ายๆ เอาสัญญาการซื้อขายตึกแถวตรงข้ามมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดแม่ก็พึ่งรู้ว่าเ้าของ คือ ท่านมงคล ”
“เป็ไงบ้างครับแม่”
“แม่ปฏิเสธคุณมงคล แต่คุณมงคลจะขายตึกให้กับแม่แค่ 7 ล้านบาท ทั้งยังจะขอร่วมหุ้นร้านอาหารด้วยแม่พยายามปฏิเสธแล้ว แต่ท่านมงคลก็ยกเื่ดวงชะตาของลูกขึ้นมาแม่เลยต้องทำตามที่ท่านมงคลเสนอ ยกหุ้นให้ท่านมงคล 50 % จากผลกำไร”
ไตรภพรับฟังผู้เป็แม่เล่าเื่ราวในวันนี้ในที่สุดตึกแถวสองคูหาได้กลายมาเป็ของช่อผกาความฝันที่จะเปิดร้านอาหารของเธอดูเหมือนจะใกล้เข้าไปทุกที
มะลิรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เธอรู้สึกหิวโหยเป็อย่างมากราวกับร่างกายไม่ได้รับประทานอะไรมาหลายวัน
“ค่อย ๆกินนะมะลิ เดี๋ยวติดคอลูก”
ช่อผกาห้ามปรามมะลิที่กำลังกินกุ้งที่ไตรภพแกะให้อย่างไม่มีจังหวะหยุดเคี้ยวเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะกำลังจะหมดลง เธอจึงเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารเพิ่มทันที
“เป็อย่างไงบ้างมะลิร่างกายดีขึ้นไหม”
“หนูรู้สึกว่าร่างกายหนูเบามากทั้งยังรับรู้ว่าแข็งแรงมาก ๆ ด้วย”
ปากที่ยังคงเคี้ยวกุ้งและปลาหมึกอยู่เอ่ยตอบไตรภพซึ่งชายหนุ่มได้แต่มองเด็กสาวอย่างมีความสุข ดูเหมือนชีพจรหงส์น้ำแข็งจะค่อย ๆทุเลาอาการบ้างแล้ว เมื่อร่างกายของมะลิพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยบ่มเพาะก็ยังไม่สาย
“นี่จ๊ะแกงจืดกับ ไข่เจียว แม่ทำเพิ่มให้แล้วนะ กินเยอะ ๆ”
ช่อผกายกถ้วยแกงจืดและจานไข่เจียววางลงบนโต๊ะอาหาร มะลิที่พึ่งจะทานกุ้งตัวสุดท้ายในจาน จึงตักไข่เจียวทานต่อทันที
“ไข่เจียวอร่อยมากๆ เลยค่ะแม่”
มะลิเคี้ยวไข่เจียวพูดชมอาหารไม่หยุดปาก ช่อผกาได้แต่อมยิ้มและส่ายหัวเธอรู้สึกว่าการที่มีมะลิเข้ามาอยู่ในบ้านก็ทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงาเหมือนแต่ก่อนช่วยเพิ่มสีสันในบ้านให้ใกล้เคียงกับคำว่าครอบครัวที่แต่ก่อนมีเพียงเธอกับไตรภพเท่านั้น