โดยเดินขึ้นเขาอันสูงชัน และเงียบเชียบนี้ นอกจากพลังปราณธรรมชาติ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติหนาแน่น กว่าภายนอกจนรู้สึกดี ก็มีเพียงความเงียบงัน ท่ามกลางูเาใหญ่นี้เท่านั้น
“ ข้าน้อยซีเหนียง ลูกศิษย์ของผู้าุโหยูหยาง มาคำนับผู้เฒ่าเซียงผานเ้าค่ะ ” เดินเข้ามาหยุดตรงกระท่อมเล็กๆ ซีเหนียงลงไปคำนับกับพื้นด้วยท่าทางนอบน้อมระหว่างกล่าวแนะนำตัว
“ ซีเหนียงหรือ? เข้ามาสิ ไม่ต้องมากพิธี ” ตอนนั้นเสียงนุ่มหูผสมกับอารมณ์ที่สงบ ชวนให้คนฟังรู้สึกเป็กันเองดังออกมาจากด้านในกระท่อม
ซึ่งซีเหนียงได้ยินอย่างนั้นก็เดินเข้าไปทันที เหมือนกับว่าสถานที่แห่งนี้ นางเองก็คุ้นเคยดีอยู่แล้ว
และพอเปิดประตูเข้าไป ตอนนั้นนางก็พบเพียงชายชราผมขาว ที่นั่งขัดขาสมาธิอยู่บนผ้าฟูก ที่ตอนนั้นเหมือนเขากำลังนั่งดื่มชาพูดคุยอยู่กับใครก่อนหน้า ทว่าด้วยร่างของเขาที่นั่งหันหลังทำให้ซีเหนียงเองมองไม่เห็น
“ ิเอ๋อ นี่ลูกศิษย์ของสหายสนิทข้า ซีเหนียง หลังจากนี้ตัวเ้าหากไม่เข้าใจสิ่งใด ก็ถามไถ่นางได้ ซีเหนียงนี่ศิษย์ข้าที่พึ่งรับเข้ามา ทำความรู้จักกันซะสิ ” เซียงผาน ชายชรากล่าวออกมาอย่างยิ้มๆอย่างมีเลศนัย
ทว่าชายหนุ่มที่ได้ยินกลับดูนิ่ง ตอนนั้นพอเขาหันกลับไปหาหญิงสาวที่อาจารย์แนะนำ
ซีเหนียงยืนมองอยู่ก่อนหน้า พอได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มลูกศิษย์ของชายชราที่หันหน้ามา ก็อึ้งทันที
ใบหน้าที่ไม่อาจบรรยายได้ออกมาเป็คำพูด และทำให้นางพูดไม่ออก ผมยาวสลวยถึงไหล่ ดวงตาดำขลับ คิ้วคมเข้มดุจกระบี่คม และจมูกที่โด่ง ตอบรับเข้ากับโครงหน้าเพรียว ที่รวมผิวที่ขาวใสจนแทบเหมือนจะเปล่งออร่าออกมาได้ ตอนนั้นซีเหนียง นางไม่คิดว่าตนเองจะได้พบเจอชายหนุ่มที่หน้าตาดีอย่างนี้มาก่อนในชีวิต
เพราะหากเทียบกับพวกหน้าตาหล่อคนอื่นๆ ชายคนนี้เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำคะแนนนำคนอื่นไปแบบไม่ติดฝุ่น
ส่วนทางชายหนุ่มที่หันมา ก็ดูแปลกใจเล็กน้อยกับความสวยของหญิงสาวตรงหน้า
ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเรียว ริมฝีปากอมชมพูจิ้มลิ้ม และผิวขาวชมพู และนั่นยังไม่รวมหุ่นของนาง ที่หน้าอกดูจะเบ่งบานจนเป็ที่น่าสนใจเป็พิเศษ ในตอนนั้นหัวใจของเขาก็เต้นเบาๆ ทว่าพอรู้ว่าอาจารย์ตนเองดูอยู่ ก็รีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ ข้าฟงิ ยินดีที่ได้รู้จักแม่นาง หลังจากนี้ข้าขอรบกวนแม่นางเื่ภายในนิกายหลายๆอย่างด้วย ” หลบสายตาพร้อมกับคำนับเบาๆ ระหว่างลุกขึ้น แสดงท่าทีอ่อนน้อม
ตอนนั้นซีเหนียงที่เห็นอีกฝ่ายกล่าวแนะนำตัว นางก็ดึงสติกลับมาบ้างเช่นเดียวกัน ก่อนจะรีบคำนับกลับ
“ ข-ข้าซีเหนียง หรือท่านจะเรียกข้าว่าเหนียงเอ๋อก็ได้ แล้วก็เื่ภายในนิกาย ไว้ใจข้าได้เลย ในที่นี้น้อยนักจะมีสิ่งใดที่ข้าไม่เข้าใจ ” ตอนนั้นซีเหนียงหัวใจเต้นรัว ใบหน้าของนางแดงก่ำ และหลบตาชายหนุ่มที่มองมา
โดยความเป็จริงนางก็ไม่ใช่คนที่เป็กันเองและเข้ากับใครก็ได้ขนาดนั้น แม้อีกฝ่ายจะเป็ลูกศิษย์ของผู้าุโก็ตาม
ทว่ากับชายตรงหน้า ไม่รู้ทำไม เพียงแค่เขาเอ่ยคำออกมาอยากรู้จักกับนาง ตัวนางก็ใจอ่อนระทวยอยากช่วยเหลือเขาจนจะแย่อยู่แล้ว คล้ายว่าตัวนางอยู่ในภวังค์อะไรบางอย่าง
“ หึๆ เอาล่ะๆ ทำความรู้จักกันแล้ว ก็นำจดหมายนี้ไปให้อาจารย์ของเ้าก่อน หลังจากนั้นค่อยมาคุยกัน ” ทางเซียงผาน เห็นท่าทางของซีเหนียง ก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ ในสเน่ห์ของลูกศิษย์ตัวเอง ก่อนจะหยิบเอาของจากแหวน ที่ปรากฏขึ้นมาจากอากาศเปล่า โยนไปให้หญิงสาวตรงหน้า
(จบ)