เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ​ตอนที่ 697 คำเตือนจากเจียงหลง

    ตอนที่ 697 คำเตือนจากเจียงหลง

     

    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป.........

     

    หลังจากที่ฟังคำอธิบายต่างๆจากชายหนุ่มเจียงหลงแล้วเจิ้งฟู่ก็เข้าใจอะไรขึ้นมามากเลย เขารู้เกี่ยวกับกฎและระเบียบการในการลงประลองและรู้ว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในศิษย์ฝ่ายนอกนั้นมีพลังอยู่ในระดับใดและสิบอันดับแรกของศิษย์ฝ่ายนอกเป็นใครบ้าง.......

     

    “ขอบคุณศิษย์พี่ช่วยแนะนำ!”

     

    “มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่ที่แล้วที่ต้องแนะนำเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าที่เป็นศิษย์น้อง!”ชายหนุ่มเจียงหลงรู้สึกภูมิใจที่ต้องได้แนะนำเรื่องราวต่างๆให้กับเจิ้งฟู่ในวันนี้.......

     

    แอ๊ดดดดดดดด!!

     

    “พี่ชาย ข้ากลับมาแล้ว!”

     

    และในตอนนั้นเอง เสียงที่หวานใสของช่างเยวี่ยตัวน้อยก็ดังขึ้นหลังจากที่ประตูห้องรับแขกถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของเด็กหญิงที่วิ่งเข้ามาด้วยร้อยยิ้มที่สดใส......

     

    หือ?

     

    “นั่นใครเหรอค่ะพี่ชาย?”แต่เมื่อเธอเห็นเจียงหลงในห้องสีหน้าซุกซนของเธอก็หายไปกลายเป็นเรียบร้อยและสงบขึ้น......

     

    “นี่คือศิษย์พี่ในนิกายของพี่เอง ศิษย์พี่เจียงหลง!ว่าแต่นางฟ้าตัวน้อยของพี่ไปไหนมาบ้างในช่วงที่พี่ไม่อยู่!” เจิ้งฟู่กล่าวแนะนำเจียงหลงให้กับช่างเยวี่ยตัวน้อยรู้จักก่อนจะถามว่าเธอไปไหนมาบ้างในช่วงที่เขาไม่อยู่.......

     

    “ข้าไปร้านขายสัตว์อสูรกับพี่ชายไท่เห๋อมาค่ะเพราะเห็นพี่ชายไท่เห๋อบอกว่าอยากได้สัตว์อสูรบินเป็นของตัวเองมาก พวกเราเลยไปเลือกสัตว์อสูรบินกันมาจากนั้นก็รีบกลับมาที่นี่ เพราะกลัวว่าพี่ชายจะกลับมาถึงแล้วค่ะ!”ช่างเยวี่ยน้อยตอบกลับในทันทีอย่างใสซื่อและบริสุทธิ์......

     

    “อื้ม! แล้วเจ้าไท่เห๋อเลือกสัตว์อสูรตัวไหนมาเป็นพาหนะบินละ?”เจิ้งฟู่พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะถามกลับไปว่าไท่เห๋อเลือกสัตว์อสูรบินตัวไหน......

     

    “พี่ชายไท่เห๋อบอกว่าข้าและท่านมีสิงโตปีกม่วงเป็นสัตว์พาหนะเขาเองก็อยากได้สิงโตปีกม่วงเช่นกัน แต่ทว่าทุกร้านี่พวกเราไปกลับไม่มีสิงโตปีกม่วงนั่นเลยสักตัวเดียวทว่าพวกเราก็ได้พบกับสิงโตสีดำตัวหนึ่งเข้าที่ร้านขายสัตว์อสูรลึกลับที่อยู่ใกล้ๆนี้เจ้าสิงโตสีดำนี้มีลักษณ์ที่คล้ายกับซือซือและแม่ของมันมากทว่าตัวและปีกของมันเป็นสีดำ แต่ถึงแม้ว่ามันจะแปลกและแตกต่างกันกับสิงโตปีกม่วงพี่ชายไท่เห๋อก็ยังตัดสินใจที่จะซื้อมันมาในราคาห้าผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูง!”

     

    สิงโตปีกดำ?

     

    “ไม่เคยจะเห็นได้ยินชื่อนี้เลยแหะปกติแล้วมีแต่สิงโตปีกม่วงและขาว ทว่าสีดำนี่?!” ชายหนุ่มเจียงหลงอดที่จะพูดพึมพำออกมาอย่าสงสัยไมได้เพระเขาเคยได้ยินแต่สิงโตปีกม่วงและสิงโตปีกขาวที่เป็นสองราชันย์แห่งป่าทางเหนือและใต้ของดินแดนนิกายบัญชาสวรรค์นี้.....

     

    “พวกเราควรไปดูกันนะถ้าอยากจะรู้!ว่าแต่ไท่เห๋ออยู่ไหนละ?” เจิ้งฟู่เห็นว่าเจียงหลงอยากที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าสิงโตปีกดำที่ว่านี้เป็นอย่างไรซึ่งตัวเขาเองก็อยากเหมือนกัน เขาจึงชวนทุกคนออกไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง......

     

    “ตอนนี้พี่ไท่เห๋อกำลังดูเจ้าสิงโตสีดำอยู่หลังร้านอาหารค่ะ!”ช่างเยวี่ยรีบกลับคำถามของเจิ้งฟู่ในทันทีเธอเองไม่ได้สนใจอะไรในครั้งแรก แต่เมื่อเห็นเจียงหลงและเจิ้งฟู่ทำหน้าสนใจเธอก็เลยเกิดความสนใจตามทั้งสองคน........

     

    ณ ลานจอดสัตว์อสูรรถม้าและม้าทั่วไปที่ด้านหลังร้านอาหาร.......

     

    “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าไท่เห๋อผู้นี้คือนายของเจ้านะรู้ไหม เจ้าทมิฬ!” เสียงอันภาคภูมิใจของไท่เห๋อดังขึ้นหลังจากที่เขาลูบหัวเจ้าสิงโตสีดำที่ผ่านการทำพันธสัญญามาแล้ว......

     

    กรร!!

     

    ซึ่งสิงโตสีดำตัวนี้ได้ส่งเสียงตอบตามสัญชาตญาณการของพันธสัญญาระหว่างมันกับไท่เห๋อทว่าแววตาของมันกับดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลยราวกับว่ามันยังคงมีจิตสำนึกเดิมอยู่อย่างนั้น.......

     

    “เยี่ยมมาก เจ้าทมิฬ!” ไท่เห๋อกล่าวชมสิงโตสีดำอย่างมีความสุข ตลอดชีวิตของเขาที่ผ่านมาเขาเองเคยฝันว่าอยากได้สัตว์อสูรบินได้มานานแล้วและในที่สุดเขาก็มีสัตว์อสูรบินเป็นของตัวเอง........

     

    “เยี่ยม!! สายตาของเจ้าใช่ได้เลยนะไท่เห๋อ! เจ้าสิงโตสีดำตัวนี้ดูท่าทางจะแข็งแกร่งน่าดูเลยไหนขอดูหน่อยสิว่ามีพลังระดับใด? อื้ม! ระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นที่สองอย่างนั้นรึ?ใช่ได้!” ในขณะนั้นเอง เสียงของเจิ้งฟู่ก็ดังขึ้น......

     

    นายท่าน!

     

    เมื่อไท่เห๋อได้ยินเสียงของเจิ้งฟู่เขาก็รีบหันกลับมาทักทายเจิ้งฟู่ในทันทีอย่างสุภาพ......

     

    “ทำตัวตามสบายเถอะ!ว่าแต่เจ้าสิงโตตัวนี้ดูแข็งแกร่งไม่น้อยเลยนะ?ดูท่าราคาของมันก็คงจะสูงเอาเรื่องเหมือนกันใช่ไหม?เจ้าซื้อมันมาในราคาเท่าไหร่ละ?” เจิ้งฟู่ยกมือขึ้นเพื่อให้บอกชายหนุ่มทำตัวปกติก่อนจะถามราคาสิงโตสีดำตัวนี้.....

     

    “ห้าผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูงขอรับนายท่าน!คนขายบอกว่าเจ้าตัวนี้เป็นสิงลูกผสมระหว่างสิงโตปีกขาวกับสิงโตปีกม่วงขอรับมันเลยออกมาเป็นสีดำแบบนี้ นอกจากข้อมูลเหล่านี้แล้วคนขายก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวมันเลยขอรับราคาของมันถึงได้ไม่สูงมากนัก!” ไท่เห๋อตอบเจิ้งฟู่พร้อมกับอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับสิงโตสีดำตัวนี้ให้เจิ้งฟู่ได้รู้......

     

    “อ่า! ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เองถึงว่าทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินชื่อสิงโตปีกดำมาก่อนเลยที่แท้มันเป็นเพราะมันเป็นลูกผสมของสองราชันย์ป่านี่เอง!” ในจังหวะนั้นชายหนุ่มเจียงหลงก็พลันทำหน้าสว่างวาบขึ้นอย่างเข้าใจเพราะเขาพยายามที่จะคิดว่าเจ้าสิงโตตัวนี้เป็นสายพันธุ์ไหนกันแน่......

     

    “แค่ห้าแสนผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว แต่เจ้าสิงโตปีกดำตัวนี้มันเด็กอยู่เลยน่าจะอายุพอๆกับเจ้าซือซือของช่างเยวี่ยได้! แต่ทำไมมันถึงได้ตัวใหญ่โตขนาดนั้นกันนะ?!”เจิ้งฟู่เห็นว่าราคาที่เสียไปกับสิ่งที่ได้มานั้นคุ้มค่ามากแต่ที่เขาไม่เข้าใจคือสิงโตปีกดำตัวนี้ยังเด็กอยู่เลยทำไมร่างกายของมันถึงได้ใหญ่ได้ขนาดนี้......

     

    หือ?!

     

    ซึ่งคำพูดของเจิ้งฟู่ได้ทำให้ทุกคนแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาพร้อมๆกันเพราะไม่มีใครคิดว่าเจ้าสิงโตสีดำตัวใหญ่นี้จะยังอายุน้อยอยู่ ซึ่งไท่เห๋อและช่างเยวี่ยรู้ดีว่าซือซือน้อยนั้นตัวเล็กแค่ไหนแต่เจ้าตัวนี้กลับตัวใหญ่กว่าทั้งๆที่อายุของพวกมันพอๆกัน.......

     

    “มันเป็นไปได้ยังไงค่ะพี่ชายเจิ้งฟู่!เจ้าตัวนี้มันตัวใหญ่มากเลยนะค่ะ แล้วมันจะอายุๆพอกับซือซือๆของข้าได้อย่างไรกัน?!”ช่างเยวี่ยน้อยอดที่จะถามออกมาอย่างสงสัยและอยากรู้ไมได้......

     

    “นั่นก็เพราะพี่สามารถรับรู้ได้ยังไงละ!เจ้าตัวนี้ยังเป็นเพียงสัตว์อสูรรุ่นเยาว์อยู่มันยังไม่โตเต็มที่หรือถึงวัยหนุ่มเลย และที่ตัวมันใหญ่ได้ขนาดนี้น่าจะเป็นเพราะการผสมข้ามสายพันธุ์ก็เป็นได้ส่วนระดับพลังของมันที่สูงแบบนี้ก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน!” เจิ้งฟู่ค่อยๆกล่าวอธิบายอย่างช้าๆ.......

     

    อ่า!!

     

    “แล้วมันจะพาข้าบินได้หรือป่าวขอรับนายท่าน?!” ไท่เห๋อกลายเป็นร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้ยินแบบนั้นเพราะเขาจำได้ว่าสัตว์อสูรรุ่นเยาว์นั้นพวกมันจะยังไม่สามารถเป็นสัตว์พาหนะบินได้จนกว่าพวกมันจะถึงวัยหนุ่ม.......

     

    “เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถึงมันจะยังเด็กอยู่แต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตของมัน มันน่าจะพาหนะให้กับเจ้าได้อย่างสบายๆเลย”เจิ้งฟู่เองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่ามันจะพาไท่เห๋อบินได้ไหมแต่ด้วยลักษณะและขนาดที่ใหญ่โตของมันแล้วเจิ้งฟู่คาดว่ามันน่าจะเป็นพาหนะได้.......

     

    ฟู่ว!!

     

    ไท่เห๋อถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งใจแต่ในณะนั้นเองเขาก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้.......

     

    อ่า!

     

    “จริงด้วยนายท่าน!ก่อนหน้านี้ที่นายท่านไม่อยู่ มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมาที่ร้านอาหารด้วยพวกมันอ้างตัวว่าเป็นคนจากตระกูลลิงสวรรค์อะไรสักอย่างเนี่ยแหละพวกมันบอกว่าที่ดินตรงนี้เป็นของพวกมันและบอกให้ท่านผู้เฒ่าคิงส่งมอบร้านอาหารนี้ให้กับพวกมันภายในสามวันไม่เช่นนั้นพวกมันจะกลับมาพังร้านอาหารนี้ขอรับ!”

     

    “ตระกูลลิงสวรรค์? นั่นมันหนึ่งในตระกูลระดับต่ำที่คุ้มย่านคนจนนี้อยู่นิ?!”เจียงหลงรู้จักตระกูลน้อยใหญ่ทั้งหมดที่มีชื่อเสียงภายในดินแดนนิกายบัญชาสวรรค์นี้ซึ่งเขาจำได้ว่าตระกูลลิงสวรรค์นี้เป็นหนึ่งในตระกูลระดับต่ำที่อำนาจและคุ้มพื้นที่แถบนี้อยู่.......

     

    อ่า!

     

    “ตระกูลลิงสวรรค์อย่างนั้นรึ? ศิษย์พี่!ท่านพอจะบอกข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลลิงสวรรค์ให้ข้าทราบได้หรือไม่?ข้าอยากรู้ว่าพวกเขามีกองกำลังมากแค่ไหน และคนที่แข็งแกร่งที่สุดมีพลังระดับใด?!”เจิ้งฟู่ไม่ได้ตกใจเลยเขาเพียงแค่อยากรู้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเท่านั้นเพราะเขาอยากรู้ว่าผู้คุ้มกันของเขาจะสามารถรับมือกับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ไหม.......

     

    “เกี่ยวกับตระกูลลิงสวรรค์อย่างนั้นรึ? ข้าเองก็รู้แค่นิดหน่อยเท่านั้นที่รู้ก็มีเพียงแค่ผู้นำตระกูลมีพลังระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงแต่ผู้นำรุ่นก่อนเป็นผู้ฝึกตนระดับดาราสวรรค์ขั้นต้นพวกเขาถึงกลายเป็นตระกูลที่มีอำนาจในเขตคนจนนี้!” เจียงหลงลองนึกเกี่ยวกับสิ่งที่เขารู้ก่อนที่เขาจะนึกออกว่าความแข็งแกร่งของตระกูลลิงสวรรค์นั้นไม่ได้สูงมากอะไรผู้นำตระกูลมีระดับความแข็งแกร่งเพียงแค่ระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงเท่านั้น แต่ที่ตระกูลนี้มีอำนาจได้เพราะผู้นำรุ่นก่อน......

     

    “อื้ม! ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกปล่อยให้พวกมันเข้ามาได้เลย!” เมื่อรู้ถึงระดับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายแล้วเจิ้งฟู่ก็พยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะพูดออกมาอย่างสบายใจเกี่ยวกับเรื่องนี้......

     

    “ดูท่าเจ้าจะมีแผนรับมือเอาไว้แล้วสินะ?ดูจากรอยยิ้มที่เหลี่ยมจัดของเจ้าแล้ว ข้าว่าเจ้าต้องมีแผนร้ายๆเตรียมเอาไว้แน่ๆ!” เจียงหลงที่อยู่ข้างๆพลันได้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเจิ้งฟู่เขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเจิ้งฟู่นั้นต้องมีแผนการรับมือกับเรื่องนี้แล้วแน่ๆไม่เช่นนั้นคงไม่ถามเรื่องตระกูลลิงสวรรค์กับเขาแน่.......

     

    “มันก็ไม่ใช่แผนร้ายอะไรหรอกนะ! พอดีข้าพึ่งว่าจ้างผู้คุ้มกันระดับแก่นแท้สวรรค์จำนวนสิบคนไว้จากสมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์ข้าจึงได้ถามถึงระดับความแข็งของอีกฝ่ายไง!” เจิ้งฟู่บอกความจริงเกี่ยวกับแผนของเขาซึ่งมันไม่ใช่แผนที่ซับซ้อนอะไร.......

     

    อ้า!

     

    “ข้าละเชื่อเจ้าเลยจริง!ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมเจ้าถึงได้กล้าทำร้านอาหารใหญ่ๆแบบนั้นที่แท้ก็เป็นเพราะเจ้าว่าจ้างทหารรับจ้างจากสมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์นี่เอง!”เมื่อรู้เหตุผลที่แท้จริงของเจิ้งฟู่แล้วเจียงหลงก็พลันเข้าใจอะไรขึ้นมากกว่าเดิม......

     

    “เอาเถอะ! พวกเราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่าข้าเริ่มรู้สึกหิวแล้ว พวกเราเข้าไปในร้านหาอะไรกินกันดีกว่าไหม?”เจิ้งฟู่ไม่ต้องการพูดเรื่องนี้แล้วเขาจึงได้ช่วยทุกคนกลับเข้าไปในร้านอาหาร......

     

    “ก็ดีเหมือนกัน!”

     

    “ข้าเองก็หิวแล้วเหมือนกันพี่ชาย!”

     

    “เดียวข้าน้อยจะไปจัดเตรียมอาหารให้นะขอรับนายท่าน!”

     

    ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกันทุกคนจึงกลับเข้าไปในร้านอาหารอีกครั้งเพื่อหาอะไรกินซึ่งอาหารมื้อนี้ไท่เห๋อและชายชราคิงร่วมมือกันทำอย่างสุดฝีมือเลย........

     

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป......

     

    เอิ๊ก!!

     

    “อิ่มจนท้องจะแตกแล้ว!เป็นอาหารมื้อที่อร่อยมากเลย ไท่เห๋อ! ท่านผู้เฒ่าคิง!” หลังจากที่กินอาหารไปจำนวนมาก ในที่สุดท้องของเจิ้งฟู่ก็ถูกเติมเต็มจนอิ่ม......

     

    “ใช่! เป็นอาหารที่อร่อยมาก!หากร้านอาหารแห่งนี้ถูกปรับแต่งใหม่แล้วข้าว่าร้านอาหารแห่งนี้จะเป็นกลายเป็นที่โด่งดังแน่ๆ!” เจียงหลงเองก็รู้สึกชอบอาหารในวันนี้มากถึงแม้มันจะไม่ได้อร่อยที่สุด แต่มันก็อร่อยจนทำให้เขารู้สึกประทับใจจนลืมไม่ลงเลย.......

     

    “ขอบคุณนายท่าน!ขอบคุณคุณชายเจียงหลง!” ไท่เห๋ออดที่จะรู้สึกเขินอายไม่ได้เมื่อถูกชม........

     

    “ฝีมือข้าน้อยยังคงเทียบไม่ได้กับพ่อครัวจากอาหารชื่อดังหรอกขอรับ!ที่ข้าน้อยทำได้ก็แค่อาหารพื้นๆทั่วไปเท่านั้น”ถึงแม้ชายชราคิงจะไม่แสดงท่าทีเขินอาย แต่ภายในใจของเขาก็รู้สึกดีไม่ต่างไปชายหนุ่มไท่เห๋อเลย.......

     

    “แต่ข้าชอบฝีมือทำอาหารของท่านตาคิงนะ!ข้าว่าอาหารของท่านตาต้องกลายเป็นอาหารที่อร่อยทีสุดในโลกแน่ๆ!! งั้ม งั้ม งั้ม!”

     

    หือ?!

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!

     

    เพราะเสียงพูดน้อยๆของช่างเยวี่ยบวกกับท่าทางที่ดูน่ารักซุกซนของเธอมันได้ทำให้ทุกคนส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมๆกันอย่างมีความสุข.......

     

    “พวกท่านหัวเราะอะไรกัน?ข้าทำอะไรให้ดูตลกอย่างนั้นเหรอ?” เด็กสาวตัวน้อยพลันขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะถามออกมาอย่างสงสัยว่าเธอทำอะไรลงไป.......

     

    “เจ้าไม่ได้ทำอะไรหรอกนางฟ้าตัวน้อยของพี่!เพราะเจ้าน่ารักและเป็นเทพธิดาแห่งความสุขยังไงละทุกคนถึงได้หัวเราะอย่างมีความสุข!” เจิ้งฟู่ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เธอฟังเขาจึงเปรียบเธอเป็นเทพธิดาแห่งความสุขแทน......

     

    “แน่นอน! ข้านั้นคือเทพธิดาแห่งความสุข ข้าจะมามอบความสุขให้กับทุกคน!” เด็กหญิงรู้สึกชอบมากกับคำอธิบายของเจิ้งฟู่........

     

    “ดูเจ้ามีความสุขมากเลยนะศิษย์น้อง!คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนดีทั้งนั้น แต่เจ้าควรที่จะระวังตัวเอาไว้นะ!ข้าได้ยินมาว่าเป่ยฉวนและหลั่นซือกำลังตามหาตัวเจ้าอยู่ ถึงข้าจะไม่รู้ว่าทำไมแต่เจ้าก็ควรที่จะระวังตัวเอาไว้ให้มากๆ เพราะว่าทั้งสองคนนั้น.........”

     

    “เรื่องนั้นข้ารู้แล้วละศิษย์พี่!ท่านไม่ต้องเป็นหัวไปหรอกนะ ส่วนเรื่องงานประลองประจำปีนั้นข้าขอเก็บเอาไปคิดดูก่อนก็แล้วกันนะ!” เรื่องที่เจียงหลงพูดมานั้นเจิ้งฟู่รู้ดีอยู่แล้ว เขารู้ว่าคนเหล่านี้เป็นพวกประเภทแค้นฝั่งหุ่นพวกนั้นจะต้องทำอะไรกับเขาแน่ๆ..........

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน