“เชี่ยนเชี่ยนครับ ตอนนี้สถานการณ์ของฮั่วกรุ๊ปกำลังแย่ กรรมการและผู้ถือหุ้นต่างก็เรียกร้องให้ผมรับผิดชอบด้วยการลาออก ทั้งๆ ที่โครงการเครือข่ายอัจฉริยะเป็แนวความคิดของผม แต่พวกเขากลับเชื่อว่าความคิดนั้นเป็ของฮั่วเฉินซี ส่วนเื่การประมูลโครงการ คณะกรรมการบริหารเมืองก็ตัดสิทธิ์เข้าร่วมการประมูลของฮั่วกรุ๊ปไปแล้ว คิดว่าโครงการเครือข่ายอัจฉริยะต้องเป็รุ่ยจื้อที่จะได้รับงานนี้ไปแน่ๆ” ฮั่วเฉินหยวนถอนหายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเครียด “ถ้าผมยังหาบริษัทใหญ่มาเป็พาร์ตเนอร์ไม่ได้ ผมคงถูกคนแก่พวกนั้นเรียกประชุมเพื่อถอดถอนผมออกจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารบริษัทอีกแน่”
โจวเชี่ยนเชี่ยนนับเป็คนเก่งรอบด้านและมองการณ์ไกล รวมถึงความเด็ดขาดในการตัดสินใจทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็ผู้นำของตระกูลโจวคนต่อไปเลยด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่ความเก่งกาจของเธอกลับใช้ไม่ได้กับเื่ความรัก เพราะเธอรักและเชื่อใจฮั่วเฉินหยวนอย่างไร้ขอบเขต ไม่ว่าใครจะเตือนสักเท่าไหร่ แต่ในสายตาของเธอ ฮั่วเฉินหยวนคือผู้ชายที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับเธอมากที่สุด
“เื่แค่นี้ก็ทำให้คุณเครียดได้แล้วเหรอคะ ตอนนี้ตระกูลโจวอนุมัติให้ฉันทำโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะแบบไร้พนักงาน เฟสแรกเราจะเปิดสาขาที่เมืองเทียนิหนึ่งพันสาขา จากนั้นเราถึงจะขยายสาขาไปที่เมืองกวางิและเมืองหยางิตามลำดับ ในเมื่อเป็ซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะก็ต้องมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้” โจวเชี่ยนเชี่ยนซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของคนรัก “จุดเด่นของฮั่วกรุ๊ปคือกลุ่มงานเทคโนโลยีของคุณไม่ใช่เหรอคะ”
“เชี่ยนเชี่ยน! คุณหมายความว่าคุณจะให้ฮั่วกรุ๊ปรับผิดชอบเป็ผู้วางระบบทั้งหมดใช่ไหมครับ”
“ในเฟสแรกก็เป็อย่างนั้นค่ะ แต่ฉันยังมองการณ์ไกลไปถึงเฟสที่สองด้วย นั่นคือการนำระบบ Delivery เข้ามาร่วมด้วย ฟังแล้วเป็ยังไงคะ พาร์ตเนอร์อย่างตระกูลโจว ใหญ่พอที่จะรักษาเก้าอี้คณะกรรมการบริหารบริษัทของคุณได้หรือยัง”
“ขอบคุณนะเชี่ยนเชี่ยน ขอบคุณที่ให้โอกาสผม”
“เพราะฉันเชื่อในความสามารถของคุณยังไงล่ะคะ อีกอย่างโครงการนี้คุณต้องเป็ผู้รับผิดชอบหลักและคุณต้องทำงานนี้ให้สำเร็จให้ได้ งานแต่งของเราจะได้ไม่ต้องเลื่อนมันออกไปอีก คุณอย่าทำให้ฉันผิดหวังเชียวล่ะ” โจวเชี่ยนเชี่ยนเบียดตัวเข้าหาคนรักมากขึ้น “ฉันช่วยคุณมากขนาดนี้แต่คุณจะให้แค่คำขอบคุณกับฉันเท่านั้นเองเหรอ คุณไม่คิดว่ามันจะน้อยไปหน่อยเหรอคะ ที่รัก...คุณไม่มีวิธีขอบคุณฉันให้มากกว่านี้หน่อยเหรอ”
“ถ้าแค่คำขอบคุณยังไม่พอ ถ้าอย่างนั้นผมจะขอบคุณด้วยกำลังทั้งหมดที่ผมมีเลยก็แล้วกัน ที่รักครับ...คุณเตรียมรับคำขอบคุณของผมให้ดีล่ะ” ฮั่วเฉินหยวนพลิกตัวคนรักให้นอนราบไปบนเตียงอ่อนนุ่ม จากนั้นเขาก็แสดงความขอบคุณกับเธอด้วยแรงกายอย่างถึงใจ ซึ่งโจวเชี่ยนเชี่ยนก็พึงพอใจกับคำขอบคุณนี้เป็อย่างมาก
เมื่อคุณปู่ฮั่วกับคุณพ่อฮั่วรู้ว่าลูกชายคว้างานใหญ่ร่วมกับตระกูลโจวมาได้ พวกเขาก็รีบประกาศข่าวดีออกไปให้ผู้ถือหุ้นทุกคนทราบเพื่อลดแรงกดดันและยังช่วยลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ฮั่วกรุ๊ปถูกคณะกรรมการบริหารเมืองตัดรายชื่อออกจากการประมูลโครงการเครือข่ายอัจฉริยะ ทำให้รุ่ยจื้อเทคโนโลยีได้รับโครงการนั้นไป
หลังจากรุ่ยจื้อเทคโนโลยีชนะการประมูลโครงการเครือข่ายอัจฉริยะ ฮั่วเฉินซีก็ยุ่งอยู่กับการเก็บข้อมูลอยู่สามเดือนเต็มๆ เมื่อมีการแบ่งงานและความรับผิดชอบให้ส่วนต่างๆ อย่างชัดเจน ฮั่วเฉินซีถึงมีเวลาพาภรรยาเดินทางไปเมืองหยางิ
“เฉินซี! นาน่า! ทางนี้ ฉันยืนอยู่ทางนี้” โจวิฮุ่ยยืนโบกมืออยู่ที่จุดรับผู้โดยสาร เสียงของเขาดังมากจนคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างหันมามอง
“คุณช่วยเบาๆ เสียงลงหน่อยได้ไหม ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง ดูสิ...คนเขาหันมามองกันหมดแล้ว” หวงเหมยลี่ตำหนิสามี
“คุณพ่อเสียงดังมาก เสียงดังจนผมปวดหูไปหมดเลย แต่ทำไมเสียงของผมถึงได้เบานักล่ะ” โจวเฉิงเอามือเล็กๆ ของตนเองทำท่าปิดหู
“ที่พ่อเสียงดังก็เพราะว่าพ่อแข็งแรง อีกอย่างที่พ่อพูดเสียงดังก็เพราะพ่อกินข้าวแล้วก็กินผักที่มีประโยชน์เข้าไปเยอะ ลูกเสียงเบาเพราะเลือกกินยังไงล่ะ” โจวิฮุ่ยบอกลูกชาย
“ถ้าอย่างนั้นต่อไปผมจะไม่เลือกกินแล้วครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ิฮุ่ย พี่เหมยลี่” เหอหลี่น่าเดินเข้ามาทักทายสามพ่อแม่ลูก จากนั้นเธอก็หันไปยิ้มให้เด็กชายก่อนจะสวมกำไลทองใส่ข้อเท้าให้เขา “สวัสดีจ้ะเฉิงเฉิง ตอนที่หนูอายุครบหนึ่งขวบ อาสั่งทำกำไลข้อเท้าให้หนูวงหนึ่ง แต่วันนั้นอายุ่งมากจนลืมเอาของขวัญให้หนู ครั้งนี้อาไม่ลืมแต่ก็หวังว่าหนูจะยังใส่มันได้อยู่นะ”
โจวเฉิงไม่ได้หดเท้ากลับ แต่เขากลับเขย่าข้อเท้าเพื่อฟังเสียงกระดิ่งอย่างชอบใจ “คุณพ่อ คุณอาคนสวยให้ของขวัญผมด้วยล่ะ”
“คุณอาคนสวยคือคุณอานาน่า ลูกได้รับของขวัญแล้วต้องทำยังไงจ๊ะ” หวงเหมยลี่เตือนลูกชาย
โจวเฉิงหันไปยิ้มให้เหอหลี่น่า “ขอบคุณครับคุณอานาน่า”
“เฉิงเฉิงตัวโตแล้วก็พูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะครับ ตอนที่ผมกับนาน่ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งขวบ ตอนนั้นเขายังเดินไม่ได้แล้วก็ยังเรียกชื่อใครไม่ได้เลย” ฮั่วเฉินซียื่นกล่องใบเล็กให้เด็กชาย “คุณอานาน่ามีของขวัญมาให้ คุณอาเฉินซีก็มีของขวัญมาให้นายเหมือนกันนะ อาสั่งทำฟิกเกอร์ให้นายอันหนึ่ง ลองเปิดดูสิ”
โจวเฉิงรับกล่องของขวัญไปเปิดอย่างเร็ว เมื่อเห็นฟิกเกอร์ที่อยู่ด้านใน เขาก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “ทำไมผมถึงได้ตัวเล็กอย่างนี้ล่ะ คุณอาทำให้ผมกลายเป็คนตัวเล็กไปแล้ว”
“เพราะนายไม่ยอมกินผักน่ะสิ ถ้านายกินผักนายก็จะตัวสูงเหมือนคุณพ่อของนาย” ฮั่วเฉินซียกมือขึ้นลูบผมเด็กชายอย่างเอ็นดู
“แต่ผมไม่อยากเหมือนคุณพ่อนี่นา” โจวเฉิงขมวดคิ้วมองไปที่คุณพ่ออย่างไม่ชอบใจ
“ทำไมล่ะ ตัวสูงเหมือนคุณพ่อของนายไม่ดีเหรอ” ฮั่วเฉินซีถามอย่างแปลกใจ “เด็กๆ ก็ต้องชอบคนตัวสูงทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ”
โจวเฉิงส่ายหน้า “ผมชอบคนตัวสูง แต่ผมไม่อยากตัวสูงเหมือนคุณพ่อ เพราะคุณพ่อตัวสูงแล้วยังอ้วนด้วย”
โจวิฮุ่ยรีบแก้ “ต้องโทษคุณแม่คนเดียวเลยที่ทำแต่ของอร่อย ไม่อย่างนั้นพ่อก็คงไม่อ้วนอย่างนี้หรอก”
“คุณก็พูดไร้สาระอยู่ได้ พานาน่ากับเฉินซีกลับไปพักที่บ้านของเราก่อนเถอะค่ะ พวกเขาเดินทางมาเหนื่อยๆ คง้าพักผ่อนกันแล้ว” หวงเหมยลี่เดินไปควงแขนเหอหลี่น่า “คืนนี้คุณพ่อคุณแม่ของฉันลงมือเข้าครัวเองเลยนะ พวกเขาทำอาหารพื้นเมืองอร่อยอย่าบอกใครเลยล่ะ โดยเฉพาะเมนูปิ้งย่าง รับรองว่าเธอต้องชอบแน่ๆ”
สองสามีภรรยาโจวิฮุ่ยกับหวงเหมยลี่ใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะพาพาเหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีสำรวจจนทั่วฟาร์ม
“ตอนที่ฉันตัดขาดกับตระกูลโจว ฉันก็ย้ายมาเปิดฟาร์มอยู่ที่นี่ทันทีเลย ดีที่พ่อตากับแม่ยายคอยช่วย ไม่อย่างนั้นฟาร์มของฉันคงไม่เติบโตเร็วขนาดนี้” โจวิฮุ่ยมองไปที่ทุ่งข้าวสีทองด้วยสายตาว่างเปล่า “ตอนที่โจวเชี่ยนเชี่ยนมาร่วมงานฉลองอายุหนึ่งขวบของเฉิงเฉิง ตอนนั้นฉันยังหวังว่าคนตระกูลโจวยังจะคิดถึงฉันอยู่บ้าง หรืออย่างน้อยพวกเขาก็อาจจะคิดถึงหลานชายคนแรกของตระกูลอย่างเฉิงเฉิง แต่เปล่าเลย ที่พวกเขาส่งโจวเชี่ยนเชี่ยนมาก็เพื่อจะให้เธอเอาเอกสารการสละสิทธิ์การเป็ผู้ถือหุ้นมาให้ฉันเซ็น
ทีแรกฉันก็ไม่ยอม ยังไงหุ้นจำนวนนั้นก็เป็สิทธิ์ที่ฉันควรจะได้ แต่พอมานึกอีกทีฉันก็เป็ห่วงความปลอดภัยของลูกเมีย ขนาดตอนตัดสัมพันธ์พวกเขายังเรียกค่าตัดสัมพันธ์ด้วยการยึดเอาซินฟาซูเปอร์มาเก็ตแล้วก็หมู่บ้านเกษตรของฉันไป ถ้าครั้งนี้ฉันไม่ยอมทำตาม มีหวังลูกเมียรวมถึงพ่อตากับแม่ยายของฉันต้องเดือดร้อนแน่”
“นี่คือเหตุผลที่พี่ย้ายมาทำฟาร์มที่เหมืองหยางิสินะคะ” เหอหลี่น่ายิ้มอย่างดีใจก่อนจะพูดต่อ “ทีแรกฉันก็กังวลว่าจะมาตกลงความร่วมมือกับพี่ยังไงดี แต่พอรู้ว่าซินฟาซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่ของพี่แล้ว ฉันค่อยสบายใจขึ้นหน่อย แล้วตอนนี้ซินฟาซูเปอร์มาร์เก็ตตกไปเป็ของใครล่ะคะ หรือว่าตระกูลโจวจะทำเอง”
“แน่นอนว่าพวกเขาต้องทำเอง ก็เพราะสาเหตุนี้ล่ะที่ตอนนี้ฉันยังทำแค่ฟาร์มและไม่คิดที่จะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมาอีก”
“ถ้างั้นเื่ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ปล่อยให้เป็หน้าที่เราสิคะ”
โจวิฮุ่ยเลิกคิ้ว “เธอเป็คนของริชคอร์ปอเรชันเหรอ”
“ใช่ค่ะ ที่ฉันเดินทางมาพบพี่ก็เพราะริชคอร์ปอเรชันกำลังจะลงไปลุยในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม แต่เรายังหาแหล่งรับซื้อวัตถุดิบในประเทศไม่ได้ ฉันจำได้ว่าฟาร์มของพี่ทำการเกษตรแบบครบวงจร แถมผลผลิตยังเป็ออร์แกนิคทั้งหมด ฉันก็เลยเตรียมข้อตกลงมาคุยกับพี่เพื่อจะนำวัตถุดิบไปวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของเราน่ะค่ะ”
“เธอบอกว่าเธอหาแหล่งรับซื้อวัตถุดิบในประเทศไม่ได้ แล้ววัตถุดิบจากต่างประเทศเธอมีที่รับซื้อแล้วเหรอ”
“มีแล้วค่ะ เป็สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง” พูดถึงตรงนี้เหอหลี่น่าก็ยิ้มกว้าง “ฉันติดต่อพี่โจอี้กับพี่อันนาเื่การรับซื้อเมล็ดกาแฟกับอัลมอลต์จากประเทศ S มาด้วยนะคะ แล้วยังรับซื้อผลไม้อบแห้งจากกลุ่มสหกรณ์ของคุณป้าลูซี่มาวางขายด้วยค่ะ”
“เธอพูดจริงเหรอ! ฉันคิดถึงรสชาติกาแฟของที่นั่นมาก ไม่รู้ว่าได้ดื่มกาแฟรสชาติแบบนั้นที่ประเทศของเรา รสชาติมันจะยังดีเหมือนเดิมไหม” โจวิฮุ่ยยิ้มให้เหอหลี่น่า “ขนาดพี่โจอี้ยังยอมร่วมมือกับเธอ แล้วฉันจะปฏิเสธได้ยังไงล่ะ ตกลง! ผลผลิตจากไร่ของฉันทั้งหมด ฉันจะส่งให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตของเธอที่เดียว”
“คุณคะ คุณลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ตระกูลโจวไม่ได้มีแค่ซินฟาซูเปอร์มาร์เก็ต” หวงเหมยลี่เตือนสามี
ในฐานะนักวิเคราะห์การลงทุน เมื่อได้ยินว่าบริษัทคู่แข่งกำลังจะเปิดธุรกิจใหม่ เหอหลี่น่าจึงหันไปถามโจวิฮุ่ยอย่างสนใจ “ตระกูลโจวกำลังจะเปิดธุรกิจใหม่ขึ้นมาอีกเหรอคะ”
“ฉันได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะ แต่คิดว่าเื่นี้ไม่น่ามีผลกระทบกับเธอ ฉันก็เลยไม่อยากพูดถึง” โจวิฮุ่ยหันไปมองฮั่วเฉินซี “โครงการนี้เป็โครงการความร่วมมือระหว่างโจวกรุ๊ปกับฮั่วกรุ๊ป ฮั่วเฉินหยวนเป็ผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลเื่เทคโนโลยี โจวเชี่ยนเชี่ยนยังให้สัมภาษณ์กับสื่อเองเลยนะว่าเป็เทคโนโลยีที่ฮั่วเฉินหยวนเคยนำไปใช้ที่ประเทศ S มาแล้ว นายอยู่ในวงการไม่เคยได้ยินบทสัมภาษณ์นี้เลยเหรอ”
“ฮั่วเฉินหยวนเคลมว่าโครงการเครือข่ายอัจฉริยะที่ประเทศ S เป็ผลงานของเขาเหรอครับ” ฮั่วเฉินซียิ้มที่มุมปาก “ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรอดูว่าเขาจะทำได้สำเร็จจริงหรือเปล่า คราวที่แล้วเขารักษาเก้าอี้กรรมการบริหารไว้ได้ ก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้เขาจะรักษาฮั่วกรุ๊ปไว้ได้หรือเปล่านะครับ”