สมุนไพรที่เขาแบกเอาไว้บนหลังมีมูลค่ามากกว่าวัตถุดิบจากสัตว์อสูรพวกนี้ หากขายที่นี่คงขาดทุนหนักอวิ๋นโม่้าประมูลถุงเฉียนคุน ไม่อาจสิ้นเปลืองเงินมากเกินไปส่วนที่ขาดทุนจากชิ้นส่วนสัตว์อสูรนั้นไม่กระทบต่อภาพรวม
ขณะที่รอเ้าของแผงผอมสูงรวบรวมเงินอวิ๋นโม่ก็นำอาวุธิญญาที่เปื้อนเืของโจรูเาเ่าั้ไปยังเบื้องหน้าเ้าของแผงที่เคย้าซื้อง้าวคืนเหมันต์
“ท่านมี… มีธุระอะไรหรือไม่” เมื่อเห็นอาวุธิญญาทั้งห้าชิ้นเ้าของแผงก็ลอบตื่นตระหนก สามารถสังหารโจรูเาที่โเี้เ่าั้ได้พลังของอวิ๋นโม่ต้องไม่น้อยกว่าระดับเปลี่ยนชีพจรชั้นสูงแน่นอน ความสามารถเช่นนี้ในเมืองกวนซานเจิ้นมีแต่พวกผู้าุโระดับสูงของสามตระกูลใหญ่เท่านั้นบนร่างของอวิ๋นโม่ยังมีกลิ่นคาวเืจางๆ ทำเอาเ้าของแผงหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเ้า้าซื้อง้าวของข้าหรือ” อวิ๋นโม่ยิ้ม
“ไม่… ไม่้าแล้ว ไม่เอาแล้ว แหะๆ…” เ้าของแผงยิ้มแหย ล้อเล่นน่าเจอกับผู้แข็งแกร่งระดับนี้ เขาไหนเลยจะกล้าปากเสียขอซื้ออาวุธจากอีกฝ่ายต้องรู้ว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่ขึ้นไปยังเทือกเขาเหนือเมฆาบางครั้งอาวุธก็มีค่าเท่ากับชีวิตของตนเอง หากเ้าคิดจะซื้ออาวุธนั่นมิเท่ากับว่าก่อความแค้นเอาชีวิตของผู้อื่นหรือ
อวิ๋นโม่วางอาวุธของพวกโจรลงบนแผงของเ้าของแผงลอย “ง้าวของข้าข้าย่อมไม่ขาย แต่อาวุธเหล่านี้สามารถขายให้เ้าได้”
“นี่…” เ้าของแผงมองอวิ๋นโม่ด้วยความลำบากใจ ทั้งไม่กล้าพูดว่าจะซื้อและไม่กล้าบอกปัด
“ทำไม หรือรังเกียจว่าอาวุธเหล่านี้แย่เกินไป”
“ไม่ใช่! ไม่ใช่!” เ้าของแผงรีบส่ายศีรษะ สุดท้ายก็รวบรวมความกล้าอธิบาย“นายท่านผู้นี้ อาวุธเหล่านี้เป็สมบัติของโจรูเาหากข้ารับซื้อก็เท่ากับล่วงเกินพวกมันท่านต้องรู้ว่าแมงป่องพิษที่เป็หัวหน้าโจรกลุ่มนี้เป็ยอดฝีมือระดับก่อจิตหากมันจะฆ่าข้าก็ไม่ต่างอะไรกับการบี้มดสักตัว ข้าเป็เพียงพ่อค้าตัวเล็กๆไหนเลยจะรับมือพวกมันได้”
อวิ๋นโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อยคิดไม่ถึงว่าเ้าของแผงจะหวาดกลัวพวกโจรถึงเพียงนี้เมื่อเป็เช่นนี้หากเขา้าขายอาวุธพวกนี้เกรงว่าคงไม่ง่ายแล้ว
ในตอนนั้นเองชายร่างอ้วนเหมือนลูกหนังผู้หนึ่งก็เคลื่อนกายมาอยู่ตรงหน้าอวิ๋นโม่เขามองอาวุธเ่าั้ด้วยรอยยิ้มหวาน “น้องชาย หากเป็ไปได้ข้ายินดีรับซื้ออาวุธพวกนี้”
เ้าของแผงผู้นั้นผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ เขากลัวจริงๆว่าอวิ๋นโม่จะบังคับให้ตนซื้ออาวุธเ่าั้ แม้มันเป็ของมีราคา แต่หากเขารับซื้อมาจริงๆ ก็คงไม่กล้าขายออกไปทำได้เพียงมอบคืนให้ฝูงโจรแต่โดยดี ในเมื่อมีคนยินดีซื้อเขาก็สามารถถอนตัวได้แล้ว
“เอ๋ เ้ายินดีจ่ายเท่าไร” อวิ๋นโม่ถาม
ชายอ้วนผู้นั้นชูนิ้วที่เหมือนหัวไชเท้าขึ้นตรงหน้าอวิ๋นโม่พลางโบกไปมา“หนึ่งพันเหรียญทอง”
“หนึ่งพัน” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้ว“หากบอกว่าอาวุธสามชิ้นที่เหลือเป็อาวุธิญญาอาจฝืนเกินไปแต่หอกเหล็กและกรงเล็บคร่าิญญาต่างก็ไม่ใช่อาวุธธรรมดาเป็อาวุธิญญาแน่นอน หนึ่งพันเหรียญทอง แค่หอกเหล็กก็ยังไม่อาจซื้อ”
เดิมเขาคิดจะหาเงินจากอาวุธเหล่านี้สักก้อนหนึ่งคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกดราคาขนาดนี้
“น้องชาย เ้าต้องรู้ว่านี่เป็สมบัติเปื้อนเืของพวกโจรูเารับซื้อของพวกนี้ ข้าต้องเสี่ยงหนักทั่วทั้งเมืองกวนซานเจิ้นนอกจากข้าเกรงว่าไม่มีใครกล้าซื้อแล้วหนึ่งพันเหรียญทองนับว่าไม่น้อยแล้ว” คนอ้วนส่ายศีรษะ
อวิ๋นโม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเื่จริงดูจากบุคลิกของเถ้าแก่ผู้นี้ก็รู้ได้ว่าผู้ที่กล้าซื้ออาวุธเหล่านี้ในเมืองกวนซานเจิ้นนั้นมีไม่มากคิดแล้วอวิ๋นโม่ก็จัดเรียงอาวุธทีละชิ้น เอ่ยว่า “สองพันเหรียญทอง หากไม่สนใจข้าจะนำไปขายที่อื่น ชาวเมืองกวนซานเจิ้นไม่กล้าผิดใจกับพวกโจรูเาก็จริงแต่ข้าไม่เชื่อว่าคนเมืองอื่นจะกลัวพวกมันเช่นกัน”
“ตกลง สองพันเหรียญทองก็ได้!” ชายอ้วนโบกมือ เนื้อบนร่างกระเพื่อมไม่หยุด
เพียงไม่นานอวิ๋นโม่ก็ได้รับตั๋วเงินสองพันเหรียญทองชายอ้วนผู้นั้นเรียกบ่าวไพร่มารับอาวุธไปด้วยความยินดีทั้งยังกล่าวกับอวิ๋นโม่ว่า “น้องชาย หากภายหน้ายังมีของดีเช่นนี้อีกอย่าลืมมาหาข้า”
อวิ๋นโม่พยักหน้ารับสบายๆ ก่อนเดินกลับไปฝั่งแผงของชายผอมสูง คนอื่นๆได้ยินคำพูดของชายอ้วนผู้นั้นก็อดทำคอหดไม่ได้เ้าเด็กหนุ่มผู้ไม่รู้ที่มาฆ่าโจรูเาไปหลายคนแมงป่องพิษจะต้องเดือดดาลอย่างหนักหากครั้งหน้ายังกล้าขึ้นเขาไปคนเดียวเกรงว่าคงไม่อาจมีชีวิตรอดกลับมาแล้วไหนเลยจะยังมีโอกาสเก็บอาวุธมาขายอีก
ครึ่งชั่วยามต่อมา เ้าของแผงผอมสูงก็ให้คนรวบรวมเงินเสร็จเรียบร้อยวัตถุดิบทั้งหมดถูกรับซื้อไปในราคาสี่พันกว่าเหรียญทองรวมกับสองพันเหรียญทองก่อนหน้า บนตัวของอวิ๋นโม่ก็มีเงินหกพันกว่าเหรียญทองแล้วเขาพลันรู้สึกว่าตนเองเป็เศรษฐีขึ้นมา เพราะสำหรับคนตระกูลอวิ๋นหกพันเหรียญทองนับว่าเป็เงินจำนวนไม่น้อย แต่เงินเพียงเท่านี้หากคิดจะซื้อถุงเฉียนคุนนับว่ายังขาดอีกมากยังดีที่มีสมุนไพริญญาอยู่อีกห่อหนึ่งมูลค่าของพวกมันสูงกว่าวัตถุดิบจากสัตว์อสูรมากนัก
อวิ๋นโม่แบกสมุนไพริญญากลับไปยังเมืองกวนซานเจิ้นเขาเลือกไปยังร้านยาซวนหลิงที่ให้ราคาสมเหตุสมผลพออวิ๋นโม่วางสมุนไพรเ่าั้ลงบนโต๊ะยา สายตาของอีกฝ่ายก็หรี่เป็เส้นตรงอวิ๋นโม่ถูกเชิญขึ้นไปบนชั้นสองอย่างรวดเร็วราวกับเป็ลูกค้ากิตติมศักดิ์
หลังจากต่อรองราคากันอยู่พักหนึ่งสมุนไพรเ่าั้ก็ถูกซื้อไปในราคาสองหมื่นกว่าเหรียญทองแม้แต่ร้านยาซวนหลิงที่ร่ำรวยยังต้องใช้เวลารวบรวมเงินอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อรวมกับเงินหกพันเหรียญทองก่อนหน้าอวิ๋นโม่ก็มีเงินเกือบสองหมื่นแปดพันเหรียญทองแล้ว เท่าที่เขาจำได้ตระกูลอวิ๋นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่อาจโยกย้ายเงินทองที่สามารถใช้สอยก็ไม่ได้มากกว่านี้สักเท่าไรเงินจำนวนนี้ทำให้อวิ๋นโม่รู้สึกว่าตนพอจะเข้าร่วมประมูลถุงเฉียนคุนได้แล้ว
ถึงอย่างนั้นหาก้ามั่นใจว่าจะได้ถุงเฉียนคุนมาไว้ในมือเกรงว่ายังคงขาดอีกพอสมควรแต่อวิ๋นโม่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้แล้วตอนนี้เขาร้อนใจอยากหลอมโอสถเสริมิญญา จะได้ฝึกจิตสร้างญาณหยั่งรู้ส่วนเื่เงินทอง อีกหน่อยค่อยคิดหาหนทาง
อวิ๋นโม่ไม่รีบร้อนไปถอนพิษให้อู่ซานเหอ อย่างไรเขาก็รอมานานแล้วให้รอต่อไปอีกสักหลายวันก็ไม่เลว อวิ๋นโม่ถอดเสื้อคลุม ปลดหน้ากากอำพรางง้าวมิดชิดแล้วค่อยกลับบ้าน
“พี่ใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว!”
เมิ่งเอ๋อร์เห็นอวิ๋นโม่ก็ถลาเข้ามาหา ใบหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี
“พี่ใหญ่ ท่านไม่กลับมาตั้งหลายวัน ข้ากับท่านแม่กังวลใจแทบแย่แล้ว!”เมิ่งเอ๋อร์ทำปากคว่ำขณะแสร้งโกรธ
อวิ๋นโม่ลูบศีรษะนางเบาๆ “องค์หญิงน้อยของพวกเรา อย่าโกรธเคืองไปเลยพี่ใหญ่นำของดีมาให้เ้า”
เมิ่งเอ๋อร์รับกล่องที่อวิ๋นโม่ส่งมาแล้วเปิดออกดูด้านในมีปิ่นหงส์ชุดหนึ่ง
“โอ้โห งดงามมาก!” เมิ่งเอ๋อร์อุทานด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วความยินดีบนใบหน้าก็จางหายไป ก้มศีรษะเอ่ยคำ “นี่คงแพงมากกระมัง พี่ใหญ่ไม่สมควรต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อเมิ่งเอ๋อร์”
อวิ๋นโม่มองน้องสาวของตนเองด้วยความปวดใจ ก่อนหน้านี้บ้านของพวกเขายากจนดังนั้นมารดาและเมิ่งเอ๋อร์จึงไม่เคยซื้อเครื่องประดับปิ่นหงส์ชิ้นนี้สมควรมีราคาสิบกว่าเหรียญทอง นับว่าไม่ถูกเลยดังนั้นเมิ่งเอ๋อร์ผู้รู้ความจึงเก็บสีหน้าดีใจอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นโม่ลูบศีรษะน้องสาวอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยน “เมิ่งเอ๋อร์พี่ใหญ่หาเงินได้เยอะเลย ต่อไปพวกเราจะไม่ขาดแคลนเงินทอง!เมิ่งเอ๋อร์ชอบอะไรก็ซื้อได้เลย!”
ว่าแล้วก็หยิบเหรียญทองจำนวนหนึ่งและตั๋วเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองส่งให้เมิ่งเอ๋อร์
“นี่มัน” เมิ่งเอ๋อร์เบิกตาโต มองอวิ๋นโม่อย่างไม่อยากเชื่อเมื่อก่อนเงินแค่หนึ่งเหรียญทองสำหรับพวกเขาก็นับว่าเป็เงินจำนวนไม่น้อยแล้วตอนนี้อวิ๋นโม่กลับหยิบเงินร้อยกว่าเหรียญทองออกมาวางตรงหน้าราวกับเป็เื่ธรรมดาทำให้คนยากที่จะเชื่อ
“พี่อวิ๋นโม่!” ในตอนนั้นเอง เสียงะโเรียกของสาวน้อยผู้หนึ่งดังขึ้น
“ปิงฮวา!” อวิ๋นโม่ยิ้มทักทาย อยู่ที่บ้านเมิ่งเอ๋อร์มีเพื่อนฝูงไม่มากอวิ๋นปิงฮวาผู้นี้คือเพื่อนสนิทที่สุดของนางอวิ๋นโม่หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งจากในห่อผ้าส่งให้อวิ๋นปิงฮวาด้วยความรวดเร็วทำเอาเด็กสาวระงับความดีใจเอาไว้ไม่อยู่
“ขอบคุณพี่อวิ๋นโม่!” อวิ๋นปิงฮวาคลี่ยิ้มเอ่ยขอบคุณก่อนหน้านี้ญาติผู้พี่ก็เคยให้ของขวัญนางบ่อยๆแม้ราคาไม่สูงนักแต่เปี่ยมด้วยความจริงใจดังนั้นทุกครั้งที่เด็กหนุ่มมอบของขวัญให้นาง นางจึงรับเอาไว้ด้วยความยินดี
“พวกเ้าไปเล่นสนุกกันเถอะ ข้าจะกลับไปดูท่านแม่”อวิ๋นโม่ยิ้มตอบจากนั้นหันกายกลับเข้าบ้าน
‘บ้านพี่อวิ๋นโม่ก็ยากจนเหมือนบ้านข้า แต่กลับมอบของขวัญให้ข้าอยู่บ่อยๆต่อไปหากพวกเขาเจอเื่ลำบาก ข้าก็สมควรช่วยเหลือพวกเขาบ้าง’อวิ๋นปิงฮวาคิดเงียบๆ
“เสี่ยวฮวา รีบเปิดดูเร็ว พี่ใหญ่ให้ของขวัญอะไร”
อวิ๋นปิงฮวารู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างครั้งนี้พี่อวิ๋นโม่จะให้ของขวัญอะไรกันนะ
เมื่อเปิดกล่องไม้ออกแล้ว มือของอวิ๋นปิงฮวาก็สั่นจนเกือบทำกล่องตกในกล่องไม้คือบงกชน้ำแข็งม่วงดอกหนึ่งมันเป็สมุนไพริญญาบำรุงความงามที่ยอดเยี่ยมชนิดหนึ่งเป็ที่ปรารถนาของสตรีทั้งหลาย หากมีเงินน้อยกว่าสิบเหรียญทองก็ไม่มีทางซื้อได้เดิมทีอวิ๋นโม่เตรียมไว้สำหรับมารดา แต่เขาสามารถหลอมโอสถบำรุงความงามได้ด้วยตนเองสรรพคุณดีกว่าบงกชน้ำแข็งม่วงมากนัก ดังนั้นเมื่อครู่พอเจอหน้าอวิ๋นปิงฮวาจึงถือเป็โอกาสมอบแก่นาง
“นี่… นี่มันแพงเกินไป ข้าไม่อาจรับไว้!”อวิ๋นปิงฮวาส่งกล่องไม้คืนให้เมิ่งเอ๋อร์ด้วยมือสั่นเทา
“เสี่ยวฮวา นี่เป็ของขวัญที่พี่ใหญ่มอบให้เ้า หากเห็นข้าเป็สหายเ้าก็รับเอาไว้เถอะ!” เมิ่งเอ๋อร์ผลักกล่องนั้นคืนกลับไปนางรู้ว่าพี่ใหญ่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วเงินเพียงเท่านี้สำหรับพี่ใหญ่ไม่นับเป็อันใดบนตัวนางมิใช่ว่ามีเงินอยู่ร้อยกว่าเหรียญทองหรือ
สุดท้ายอวิ๋นปิงฮวาก็รับบงกชน้ำแข็งม่วงไว้ เอ่ยกับตนเองว่า‘พี่อวิ๋นโม่มิใช่พี่อวิ๋นโม่ในกาลก่อนแล้วจริงๆ’
…………………
พออวิ๋นโม่เข้ามาในบ้านก็เห็นสีหน้าอ่อนล้าของหลีเยียน
“โม่เอ๋อร์ หลายวันนี้เ้าไปไหนมา ไม่เป็อะไรใช่หรือไม่”หลีเยียนเห็นอวิ๋นโม่กลับมา ตอนแรกรู้สึกยินดี ต่อมาก็ไต่ถามด้วยความกังวล
อวิ๋นโม่ปวดใจขึ้นมา พวกผู้าุโแปดควบคุมการค้าของตระกูลเอาไว้เพื่อจะหาเงิน หลีเยียนจึงได้แต่ทำงานหยาบเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่กลับได้เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ทั้งหมดนี้มันผ่านไปแล้ว!” อวิ๋นโม่กำหมัด มีเขาอยู่คนในครอบครัวจะไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยอีก
“ท่านแม่ ท่านดูสิว่าข้าเอาอะไรมาฝากท่าน”อวิ๋นโม่หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งจากอกเสื้อ
หลีเยียนเปิดกล่องไม้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปสองมือของนางหยิบขวดโปร่งแสงใบน้อยออกมา “เ้าเด็กคนนี้ ทำไมถึงซื้อของแพงเช่นนี้รีบนำไปคืนเร็วเข้า!” ผู้เป็แม่เอ่ยอย่างเข้มงวดรีบวางขวดใบน้อยกลับลงไปในกล่องไม้ นี่เป็น้ำหอมที่แพงที่สุดในเมืองกวนซานเจิ้นต่อให้นางทำงานหนักตลอดทั้งเดือนก็ยังไม่สามารถเก็บเงินซื้อแม้แต่ขวดเดียว
อยู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ซื้อน้ำหอมให้นาง เขาไปเอาเงินมาจากที่ไหนไปทำเื่ลำบากใดมาหรือไม่ หัวใจของคนเป็แม่ร้อนรุ่มขึ้นมานางไม่้าให้อวิ๋นโม่ต้องลำบากหรือเสี่ยงอันตรายเื่ที่สำคัญที่สุดของอวิ๋นโม่ในตอนนี้สมควรเป็การฝึกฝน
“ท่านแม่ต่อไปพวกเราไม่ต้องใช้ชีวิตผ่านคืนวันอันยากลำบากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วท่านไม่ต้องไปทำงานหยาบกร้านพวกนั้นอีก ท่านเลี้ยงดูข้าและเมิ่งเอ๋อร์มาสิบกว่าปีจากนี้ไป ก็ให้โม่เอ๋อร์ดูแลพวกท่านเถอะ!” อวิ๋นโม่เอ่ยจากนั้นหยิบตั๋วเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองออกมาหลายใบส่งให้มารดา
หลีเยียนมองเงินเ่าั้ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นก็ตาแดงขึ้นมา“โม่เอ๋อร์โตแล้ว!” นางถือตั๋วเงินพลางเอ่ยคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านางไม่ได้ถามลูกชายว่าได้เงินนี้มาจากที่ใดเพราะรู้ว่าอวิ๋นโม่ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วในตัวเขามีความลับบางประการที่ทำให้คนต้องประหลาดใจ
หลีเยียนเช็ดน้ำตา ยิ้มเอ่ยว่า “โม่เอ๋อร์ เ้าเติบใหญ่แล้วเพียงแต่แม่ไม่อาจฝึกยุทธ์ หากไม่หาอะไรทำเสียบ้างก็ไม่รู้ว่าสมควรทำอะไรดี”
“เช่นนั้นต่อไปท่านก็อย่าทำงานหนักอีก!”
“ตกลง แม่ฟังเ้า”
อวิ๋นโม่กลับไปที่ห้องของตัวเอง ลูบคลำหินผลึกที่มีน้ำนมปฐีพึมพำเสียงแ่ “ท่านแม่โปรดวางใจ อีกไม่นานข้าจะต้องรักษาท่านให้หาย!”
………………………………………