ครองโลกด้วยระบบผู้จัดการ

    ตอนที่ 53 เหงื่อตกกับดีลระดับพันล้านเหรียญ

    หลังจากนั้นหญิงสาวนั่งทำงานที่โต๊ะ ส่วนราล์ฟนั่งห้องข้างนอกที่โซฟาในห้องเข้าดูสถานะในระบบผู้จัดการ


    [ราล์ฟ มิททริลคอส

    เพศชาย อายุ 17 ปี


    คลาส/ ผู้จัดการ


    ทรัพย์สินปัจจุบัน / เงินในธนาคาร 515 ล้านเหรียญ

    ทรัพย์สินบริษัท/ 3,143 ล้านเหรียญ ยอดขาย 5,343.2 ล้านเหรียญ ที่ดินสำนักงาน 500 ตารางวา , ที่ดินรัฐโอค่อน 10 ไร่


    แต้ม/ 28,660 แต้ม


    ร่างกาย/ เหนือมนุษย์

    เทคนิคพิเศษ ว่องไว, หนักหน่วง, กายยืดหยุ่น, สุดยอดกัปตัน, ร่างเหนือมนุษย์ระดับสอง, พลังดวงดาวระดับปลาย


    ความสามารถ/ ระดับ 1 ขายทอดตลาด 1-1 สัมผัส 1-2 การมอง

    ระดับ2 นักออกแบบระดับ3 นักล่าขุมทรัพย์ระดับ 4 นักสังเคราะห์ ]

    นี่มันราวกับความฝัน รวมทรัพย์สินที่เป็นเงินบริษัทที่เพิ่งได้รายได้จากการประมูล เขามีเงินเกือบสี่พันล้านเหรียญ!

    สินค้าไม่ว่าจะเป็นเดอะจั๊มเปอร์ จอมทำลายล้าง กล่องบ้านอัศจรรย์ และแซฟไฟร์สายฟ้า ต่างสร้างรายได้เข้ามาเรื่อยๆ

    จากผู้จัดการใหม่ เขาเป็นผู้จัดการปกติแล้ว และแต้มที่มีสำหรับแลกซื้อสินค้าของระบบมีเกือบสามหมื่นแต้ม!

    เด็กหนุ่มเข้าสู่หมวดเทคนิคพิเศษ อุปกรณ์และยา


    [หมวดเทคนิคพิเศษ อุปกรณ์ และยา

    -แผ่นแจ้งราคา 750 แต้ม (แผ่นติดที่สิ่งของ จะสามารถทราบราคาล่วงหน้าที่จะขายให้ระบบได้ ทั้งหมด 50 แผ่น)

    -ยาลืมเลือน 600 แต้ม (ยาเมื่อรับประทานจะลืมเหตุการณ์ก่อนหน้า 60 ชั่วโมง)

    -แผ่นสถานะสินค้าล่วงหน้า 650 แต้ม (แผ่นที่สินค้าที่ยังไม่ได้ขาย จะสามารถทราบสถานะล่วงหน้าในอนาคตว่าจะเป็น อย่างไรทั้งหมด20 แผ่น)

                                                           

    -คูปองท่องดาว 3,000 แต้ม (คูปองนำพาไปดวงดาวที่ปรารถนา 100 ใบ แต่ละครั้งที่ไปนับ 1 ลมหายใจ)


    หมวดร่างพิเศษ

    -ผู้ช่วยปาโก 3/4 2,000 แต้ม (ผู้ช่วยที่มีพลังสามในสี่ของโฮสต์)

    -ผู้ช่วยการ์เซีย 3/4 2,000 แต้ม (ผู้ช่วยที่มีพลังสามในสี่ของโฮสต์) ]


    ของใหม่ยังไม่มีมามาก สินค้าราคาสูงขึ้นเกือบสองเท่า คูปองท่องดาวแม้จะแพงมากแต่เขาต้องซื้อสำหรับไว้ให้ทีมในอนาคต

    นั่นคืออะไร หมวดร่างพิเศษ เขามองไปที่จูนนี่


    "เป็นผู้ช่วยให้นาย ที่มีความสามารถมากกว่าเดิม"


    เธอบอก ตอนนี้เขาอยู่ที่ระดับเหนือมนุษย์ พลังดวงดาวตอนปลายขึ้นต้น สามในสี่ของพลังของเขาเท่ากับว่า เขาจะมีผู้ช่วยระดับเหนือมนุษย์ทั้งสองคนเลย


    มาร์คที่ระดับ 8 ร่างแยกที่พลังเท่าตัวเขา ปาโกกับการ์เซีย ที่เป็นระดับเหนือมนุษย์มา

    เป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งมาก ก่อนจะสร้างทีมของลิซ เขาก็มีทีมที่ระดับสูงมากที่เป็นคนของเขาเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์!


    ตอนแรกเขาจะเรียกทีมนี้ว่า สมดุลแห่งดวงดาว แต่ชื่อนี้ชัดเจนไปเอาไว้คิดอีกทีแล้วกัน


    ❝❝❝


    ภัตตาคารหรูย่านซาลาไทต์ ยามเย็นพนักงานประมาณ 40 คน ที่ได้ร่วมช่วยงานประมูลร้านค่าควรเมืองได้มาร่วมรับประทานที่นี่ เนื่องจากราล์ฟจัดเลี้ยงขอบคุณพวกเขา

    ทุกคนต่างยินดีปรีดาเพราะก่อนที่จะได้ทานอาหารกัน โซเฟียได้แจ้งความสำเร็จของร้านค่าควรเมืองที่เป็นกิจการของบริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจของพวกเขาว่า สามารถทำให้บริษัทมียอดขายทะลุ 5 พันล้านเหรียญแล้ว นี่คือบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด!


    ทุกคนต่างรับประทานอาหารกันอย่างเบิกบาน คุยเล่นกันสนุกสนาน จนกระทั่งค่ำ วาเนสซ่า แรนดี้ที่มองเขาตาปรอย เด็กหนุ่มจึงได้ส่งข้อความไปหาว่า เขาจะไปหาที่ห้องให้ทั้งสองอยู่ด้วยกัน ส่วนโซเฟียเขานัดหมายเธอไว้วันอื่น


    ดึกแล้ว ราล์ฟออกจากห้องวาเนสซ่า หลังจากได้เสพสวาทกับสาวพนักงานทั้งสองที่ตั้งใจปรนเปรอเขาเต็มที่ เด็กหนุ่มออกมาอย่างตัวเบามีความสุข

    เขาเดินไปตามถนนซาลาไทต์ แฟนสาวของเขายังคงประชุมอยู่ที่ตึกอาคารขนส่งใกล้ๆ ตรงปลายถนนมีร้านหนึ่งเพิ่งปิดไปติดป้ายว่าเซ้งกิจการซึ่งทำเลดีอย่างถนนนี้คงไม่เกินสองวันก็มีคนมาเปิดร้านใหม่อย่างแน่นอน

    เขาไม่ได้วาร์ปเพราะก็อยากเดินดูถิ่นที่เขาทำงานอยู่บ้าง เดินใกล้ถึงตึกขนส่งที่เป็นที่ทำการของกองกำแพงครามรัฐโอค่อน เด็กหนุ่มที่ยังคิดถึงร้านที่ปิดขายกิจการเมื่อสักครู่


    คิดบางอย่างขึ้นมาได้ว่า

    สมมุติว่าเขารู้ก่อนว่า ร้านไหนหรือกิจการไหนซื้อมาแล้วเอามาทำต่อเปิดทำกำไรได้มากแค่ไหนได้ก่อนล่ะ

    อย่างเช่น ก่อนที่เขาจะซื้อกิจการ เขาใช้แผ่นสถานะสินค้าล่วงหน้ากับใบซื้อขายของกิจการนั้น ทำให้รู้สถานะล่วงหน้าว่ากิจการที่จะซื้อจะทำกำไรให้เท่าไหร่ รู้สถานะว่าอีกสามเดือน หกเดือนจะเป็นอย่างไร อย่างที่เขารู้สถานะสินค้าที่เขาผลิตขาย

    หากเห็นว่ากำไรแน่ๆ ร้อยล้าน หรือสองร้อยล้าน เขาซื้อไว้แล้วต่อไปไม่ว่าขายกิจการออกไปหรือทำต่อก็มีแต่การได้เงินเข้ามาอย่างเดียวไม่มีทางขาดทุน


    เด็กหนุ่มคิดแล้วคึกคัก พรุ่งนี้ต้องรีบดำเนินการทดลอง

    ราล์ฟเข้าไปหาแฟนสาวในสำนักงานขนส่ง พาเธอวาร์ปกลับไปที่คอนโด


    วันต่อมาราล์ฟเรียกคาร์ลตันกับแรนดี้เข้ามา มอบหมายให้พวกเขาไปติดต่อหาบริษัทที่กำลังจะขายกิจการระดับห้าร้อยล้านถึงพันล้านเหรียญขึ้นไป เขาต้องการเอกสารการขายพร้อมมูลค่าที่จะได้รับของกิจการนั้นๆ

    คาร์ลตันมองหน้าแรนดี้


    "บอส จะหาซื้อบริษัท กิจการใหม่มาบริหารเหรอครับ"


    "ผมไม่ได้จะไปบริหารบริษัทไหนหรอกครับ ไม่ต้องห่วง แค่กำลังเลือกสำหรับเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับการทำงานบริษัทของเราแน่นอนครับ"

    ทั้งสองคนเริ่มเบาใจออกไปทำตามที่ได้รับมอบหมาย


    เด็กหนุ่มต้องการที่จะก้าวใหญ่กว่าเดิม เงินทุนที่มากมายที่มีอยู่ และทรัพยากรที่ได้โดยใช้เทคนิคของระบบหามาก็มหาศาล เขาควรจะต้องเติบโตได้เร็วกว่านี้อีก

    ลูคัสติดต่อมาว่า มีบริษัทสามบริษัทติดต่อขอซื้อแร่ไอฟอร์ท อีกทั้งโซเฟียก็แจ้งว่าสำนักงานตำรวจ กับ กองทัพวาซีเลียติดต่อมาเรื่องการซื้อปืนเซฟแอล1 ทั้งลูคัสและโซเฟียงานล้นมือในร้านค่าควรเมือง ที่จริงแล้วเรื่องหลังนี่ก็เป็นรายได้ก้อนใหญ่เหมือนกัน


    เขาตัดสินใจทันที เดินไปตึกหลังที่เป็นของบริษัทของเขาเองในส่วนของสำนักงานและพนักงานที่ผลิตสินค้า ตอนนี้เมื่อบริษัทขยายออกมา แอลอาร์ได้ดั่งใจก็ผลิตสินค้าด้วยตัวเองหลายชิ้น มีเพียงส่วนที่ยากๆ ที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะหรือเครื่องผลิตสร้างชิ้นส่วนขนาดใหญ่จึงให้โรงงานข้างนอกผลิตให้

    ราล์ฟใส่หมวกแก๊ปปิดไปครึ่งหน้าไม่ต้องการให้พนักงานตื่นเต้นกัน มาร์คเดินตามไป เมื่อจะถูกยามของตึกของเขาเองยับยั้งไม่ให้เข้า

    มาร์คก็ไปกระซิบว่า นี่คือคุณราล์ฟเจ้าของบริษัทจะมาดูอะไรบางอย่างไม่ต้องบอกใคร ยามเหลือบมองหน้าเคยได้เห็นเขาผ่านไปมาบ้าง กับเคยเห็นในทีวี ก็ตกใจรีบทำความเคารพแล้วให้เขาผ่านไป


    เขาใช้กำไลนำทางตามหาคนถึงห้าคน คือ ผู้จัดการร้านค่าควรเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการร้านสองคน และผู้ช่วยของโซเฟีย กับผู้ช่วยของมาร์ค นี่เป็นการทดลองหาจากพนักงานเกือบร้อยของเขาโดยใช้อุปกรณ์ของระบบ

    และก็ได้ผลลัพธ์อย่างไม่น่าเชื่อ จากตอนแรกที่ราล์ฟคิดว่า กำไลนำทางอาจเลือกคนในบริษัทให้สักหนึ่งหรือสองตำแหน่ง แล้วเขาต้องไปหาคนที่เหมาะสมเพิ่มจากที่อื่น


    แต่กลายเป็นว่าทั้งห้าตำแหน่ง หาได้ในคนที่นี่!


    เด็กหนุ่มดีใจ เมื่อกำไลนำทางเลือกมาได้เห็นหน้าเห็นตาแล้วเขาก็เรียกหัวหน้างานชื่อ ฟิลลิป ที่ดูแลสำนักงานด้านหลังระบุคนห้าคนนี้ให้ไปคุยกันที่ออฟฟิศด้านหน้า ฟิลลิปแม้สงสัยแต่นี่คือบอสสั่งก็ได้แต่ไปจัดแจงตามนั้น


    ราล์ฟกลับไปที่ออฟฟิศตัวเองเรียกลูคัสกับโซเฟียมา บอกว่า เขาเจอคนห้าคนที่จะมาให้ช่วยงานในตำแหน่งของทั้งสอง ให้ทั้งคู่เทรนงานพวกนี้สัปดาห์หนึ่งแล้วส่งต่อได้เลย มีปัญหาอะไรก็รายงานมาที่เขาได้

    เด็กหนุ่มกล่าวไปอย่างนั้นแต่เขาก็ไม่คิดว่าสิ่งที่ระบบเลือกให้จะมีปัญหาอะไรได้


    ลูคัสกับโซเฟีย แม้จะสงสัยว่าเจ้านายรู้ได้อย่างไรว่าพวกนี้ทำงานในหน้าที่ใหม่นี้ได้ แต่พฤติกรรมเหนือคาดเดาของราล์ฟที่ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อทุกครั้งก็เป็นที่เล่าลือกันทั้งบริษัทแล้ว

    โซเฟียที่กำลังเดินออกไป อ้อยอิ่งเดินช้าไปสักนิด เขาจึงเดินไปโอบเธอกระซิบ


    "เดี๋ยวตอนเย็นเจอกันครับ ผมไม่เบี้ยวหรอก"

    ผู้จัดการสาวยิ้มหน้าบานดีใจ เดินหน้าแดงออกไป



    เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานอีกครั้ง คาร์ลตันกับแรนดี้ก็เข้ามารายงานเรื่องการไปหาบริษัทที่กำลังจะขายกิจการที่มีการขายระดับห้าร้อยล้านถึงพันล้านเหรียญกับราล์ฟ พวกเขาพบสองบริษัทที่น่าสนใจ เด็กหนุ่มดูรายละเอียด

    'เลวิสวอลเตอร์' เป็นบริษัทอุปกรณ์ก่อสร้าง กำลังประสบภาวะขาดทุน มูลค่าราว 624 ล้านเหรียญ จะตัดขายที่ราคา 600 ล้านเหรียญ

    ขายแพงไปนะ น่าจะขายถูกกว่านี้

    ต่อมา 'เหมืองแร่อินทาคาลิม' เหมืองนี้อยู่ไกลถึงคาทาลิเม็ท ขาดทุนและหุ้นส่วนไม่อยากทำต่อจะแยกย้ายกันไปทำอย่างอื่น มูลค่าราว 941 ล้านเหรียญ จะตัดขายที่ราคา 1,100 ล้านเหรียญ ขาดทุนแต่ดันราคาขายไปเพิ่มไปอีกเกือบสองร้อยล้าน


    เอกสารการขายพร้อมมูลค่าที่จะได้รับของกิจการทั้งสองวางอยู่บนโต๊ะ เขาขอบคุณทั้งสองแล้วก็ทำท่าจะพิจารณาต่อคนเดียว คาร์ลตันออกไป แรนดี้มานั่งตักเขาทั้งจูบ ไซ้กัน เธอถามเขาว่าจะเข้าไปหาเธอวันไหน เมื่อนัดหมายกันแล้วหญิงสาวได้คำตอบก็ออกไป


    ราล์ฟโคลงหัวมองตามสาวตัวเล็กที่เดี๋ยวนี้แต่งตัวด้วยผ้าชิ้นน้อยพอๆ กับวาเนสซ่าแล้ว ทำเอาเขาอยากพาเธอออกไปข้างนอกซะตอนนี้ มันจะมีนักสู้ระดับเหนือมนุษย์คนไหนที่ต้องมาเก็บกดอารมณ์ความต้องการทุกวันอย่างเขาไหมนะ


    ดับความต้องการตัวเองอย่างยากเย็น เขาเอาเอกสารของทั้งสองบริษัท มาวาง ตื่นเต้นนิดหนึ่งแต่ก็รู้ว่ากระบวนการยังมีอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากิจการ สถานที่ ดำเนินการบุคลากรต่างๆ ไม่ได้มีเพียงแค่รู้อนาคตกับรู้ราคาล่วงหน้าของบริษัทที่จะซื้อทั้งสองนี้


    เขาเพ่งความคิดไปที่เลวิสวอลเตอร์ ที่ราคาขาย 600 ล้าน

    1 เดือน มากขึ้น 945 ล้าน พอ 3 เดือนราคาไปถึง 1,384 ล้าน 6 เดือน 1,875 ล้านเหรียญ!

    นี่มันอะไรกันราคาบริษัทที่จะเจ๊ง เจ้าของจะเลิกทำแค่สามเดือนมีมูลค่าสูงขึ้นไปมากกว่าสองเท่า หกเดือนไปสามเท่า!


    หรือเป็นเพราะเขาเป็นคนซื้อมันมานะ ไม่แน่ใจจริงๆ


    ลองอีกที่ 'เหมืองแร่อินทาคาลิม' ราคา 1,100 ล้านเหรียญ 1 เดือน มากขึ้น 2,945 ล้าน พอ 3 เดือนราคาไปถึง 7,384 ล้าน 6 เดือน 12,875 ล้านเหรียญ!


    ราล์ฟลุกพรวดจากโต๊ะ ตกใจ เขามองราคาในหัวผิดหรือเปล่า!

    ไม่สิ มองกี่ครั้งก็เป็นราคานี้ หมื่นกว่าล้านเหรียญ! หรือว่า เพราะเขามีแร่มากมายทั้งไอฟอร์ทที่ป่าใหญ่มาค่าและความสามารถที่สังเคราะห์หินเป็นแร่อื่นๆ ได้

    นี่ต้องใช่แน่ๆ !


    เด็กหนุ่มเรียกคาร์ลตันกับแรนดี้ เข้ามาอีกครั้งบอกเขาว่าให้ดำเนินการซื้อเหมืองแร่อินทาคาลิมได้เลย สองคนมองหน้ากันสบตาเหงื่อตกนี่เป็นดีลที่ใหญ่มาก ดีลระดับพันล้านเหรียญ!


    "พวกคุณไม่ต้องห่วงผมเป็นคนตัดสินใจจะรับผิดชอบเองไม่โทษลูกน้อง เพราะผมมีแร่สำคัญที่สนใจอยู่ คุณก็เห็นว่าบริษัทของเรา ผลิตสินค้าที่ได้มาจากแร่พิเศษมากมาย พวกนี้มีแต่จะทำกำไรในอนาคตให้เราอย่างมหาศาล"


    เขาแสดงความมั่นใจให้ทั้งสอง แล้วก็เพิ่มโซเฟียกับวาเนสซ่าไปอีกสองคน รวมเป็นสี่คนเพราะตอนนี้ทั้งหมดได้ส่งงานให้ผู้จัดการใหม่และผู้ช่วยผู้จัดการอีกสองคนที่เขาส่งไปประจำที่ร้านค่าควรเมืองแล้ว ลูคัสกับโซเฟียก็มีเวลามากขึ้น


    คาร์ลตันและแรนดี้ เห็นราล์ฟแสดงความมั่นใจแถมให้ผู้จัดการอย่างโซเฟียกับหัวหน้าการขาย วาเนสซ่ามาร่วมด้วย ก็ลดความวิตกลงได้ ทั้งสองออกไปแล้วนัดโซเฟียกับวาเนสซ่าคุยวางแผนการซื้อดีลสำคัญนี้กัน

    ลูคัสกำลังดูแลเรื่องชื่อเสียงของบริษัท และร้านค่าควรเมืองอยู่ ช่วงที่ตัวของราล์ฟกำลังเป็นข่าวนี้ เด็กหนุ่มจึงยังไม่สั่งงานใหญ่ให้ แต่แล้วลูคัสก็ส่งข้อความมา


    /เจ้านายครับ บริษัทสองรายจากต่างประเทศ อีกรายเป็นแล็บของบริษัทที่เคยติดต่อขอซื้อแร่ไอฟอร์ท ขอจำนวนที่เราขายได้ครับ

    /ราคาตลาดตอนนี้ เท่าไหร่แล้วครับ

    /เมื่อวานแร่ขายที่ 178,000 กับ 184,000 ต่อกรัมครับ แต่เป็นผู้ขายรายเล็กๆ

    ก่อนมาคุยกับเจ้านาย ลูคัสไปสำรวจราคามาก่อน


    ราล์ฟเอาแร่ไอฟอร์ทบางส่วนที่อยู่ในวังวนมิติมา ใช้แผ่นสถานะสินค้าล่วงหน้าลองกำหนดราคาไปที่ 2แสนต่อกรัม ขายได้ 15 กิโลกรัมเป็นเงิน 3พันล้านเหรียญ และที่ราคา 3 แสนต่อกรัม ขายได้ 8 กิโลกรัมเป็นเงิน 2พัน4ร้อยล้านเหรียญ!

    ถ้าเขาขายที่ราคาสองเท่าของราคาตอนนี้ เขาจะทำให้ราคาสิ่งนี้พุ่งไป และกำหนดให้แร่ไอฟอร์ทไม่ต้องถูกขายมากเกินไปจนความต้องการน้อยลง


    /บอกพวกเขาว่า แร่ไอฟอร์ทตอนนี้ที่เรารวบรวมมาได้ ถ้าจะซื้อตอนนี้คือ 3แสนต่อกรัม แต่ถ้ารอก็ไม่รับประกันว่า ราคาจะขึ้นอีกไหม

    ลูคัสอ่านข้อความของเด็กหนุ่มก็สงสัยว่า เขาอ่านผิดหรือเปล่า บอสของเขารู้ว่าราคาตลาดอยู่ที่ไม่ถึงสองแสน แต่ตัวเองจะขายถึงสามแสนต่อกรัม


    เหมือนจะเดาความสงสัยในใจของลูคัสได้ ราล์ฟพิมพ์ไปอีก

    /หากเขาต่อรองบอกพวกเขาว่า เราไม่ได้รีบขาย ไอฟอร์ทเป็นที่ต้องการสูงมากในแต่ละอุตสาหกรรม แม้เรามีมากแต่ก็ได้มาอย่างยากลำบาก เรารอคนที่พร้อมสำหรับราคาที่เราตั้งไว้ได้


    ลูคัสคิดตาม นั่นสินะ เจ้านายของเขาไม่ได้เดือดร้อนจนต้องการขาย นี่เป็นการเล่นราคา ผู้ซื้อต่างหากที่ต้องการแร่ที่บริษัทของเรามี

    คุยกับลูคัสเข้าใจเรื่องที่จะไปสื่อสารกับผู้ซื้อแล้ว ราล์ฟก็บอกให้ชายหนุ่มรับเรื่องการซื้อขายของโซเฟียที่สำนักงานตำรวจ กับ กองทัพวาซีเลียต้องการซื้อปืนเซฟแอล1มาติดต่อแทนเลย


    เด็กหนุ่มเอาอัญมณีไพทุลออกมา แบ่งเป็นสามก้อน ใช้ความสามารถออกแบบระบบเจียระไน ก้อนหนึ่ง 39 กะรัต ก้อนที่สอง 62 กะรัต ก้อนที่สาม 97 กะรัต เขาให้มาร์คเอาไปให้ผู้จัดการใหม่ของร้านค่าควรเมือง คือ สก็อต ที่กำไลนำทางเลือกให้มาทำงานแทนโซเฟีย


    เขาใช้แผ่นสถานะสินค้าล่วงหน้าแล้วตั้งราคาตามนั้นคือ 12 ล้านเหรียญ 29 ล้านเหรียญ และ 147 ล้านเหรียญ ตามลำดับ


    ---------------------

    คล้ายกับเรื่องครองโลกด้วยระบบผู้จัดการ ที่คุณอ่าน