มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 94 การรวมตัวของตัวตนระดับสุดยอด

            ในช่วงเวลานี้นั้นชื่อเสียงของหลินเทียนโด่งดังเฉพาะทวีปดาราสวรรค์เท่านั้น แต่ก็มีบางคนหรือบุคคลบางกลุ่มเท่านั้นที่รับรู้ถึงตัวตนของหลินเทียนแล้วโดยเฉพาะหนึ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่าง ตระกูลอสูรมายา แห่งทวีปกิเลนนภา พวกเขาถึงขนาดส่งสายลับมือดีที่สุดแอบแฝงอยู่ภายในทวีปแห่งนี้เพื่อที่จะติดตามข่าวสารของหลินเทียนโดยเฉพาะพวกมันต่างวาดฝันกับการเจริญเติบโตของเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นการโดยเฉพาะ

            พลังที่หลินเทียนถือครองในยามนี้นั้นมันช่างยิ่งใหญ่จนเกินกว่าที่รุ่นเยาว์ผู้นึงจะถือครองได้ มันยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่คนบางคนฝึกฝนไปทั้งชีวิตก็ไปไม่ถึง ผู้ที่รู้ถึงขีดความสามารถของหลินเทียนในยามนี้นั้นเห็นทีจะมีแต่ผู้อำนวยการชิงหลงเท่านั้น นับตั้งแต่ตัวของหลินเทียนออกมาจากหอคอยสวรรค์เพียงไม่กี่วันตัวของผู้อำนวยการชิงหลงผู้นี้ส่งจดหมายไปหากลุ่มผู้มีอำนาจเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะเป็นการเรียกประชุมด่วนอย่างลับๆนับว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ตัวตนสูงสุดของทวีปแห่งนี้ล้วนแล้วแต่ได้รับจดหมายเชิญจากผู้อำนวยการชิงหลงทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น สังฆราชผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์ประจำทวีปดาราสวรรค์ ผู้นำสภาจอมเวท และยังรวมไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทต่างๆภายในทวีปแห่งนี้พวกมันทุกคนต่างก็ล้วนได้รับจดหมายเชิญจากผู้อำนวยการชิงหลงทั้งสิ้น การที่ผู้อำนวยการชิงหลงสามารถเชิญตัวตนที่สูงส่งเช่นนี้มาได้นี่ก็เป็นเครื่องที่สามารถพิสูจน์แล้วว่าตัวตนของผู้อำนวยการผู้นี้แท้จริงแล้วได้รับการยอมรับมากถึงขนาดไหน

            

            ณ ห้องรับรองเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์

            ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นถูกจัดแต่งอย่างสวยงามห้องโถงภายในสถานที่แห่งนี้ยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมากสถานที่แห่งนี้นั้นนับว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียวเป็นการประกาศตัวต่อชาวโลกว่าแท้จริงแล้วองค์กรแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นมีความยิ่งใหญ่มากน้อยสักเพียงใดประวัติศาสตร์ที่พวกมันได้รับการสืบทอดมานั้นนานนับแสนปีทรัพยากรมีค่ามากมานถูกรวบรวมไว้ภายในสถานที่แห่งนี้ผู้อำนวยการชิงหลงนั้นขอหยิบยืมใช้สถานที่แห่งนี้เป็นการชั่วคราว

            “ชิงหลง เจ้าเรียกพวกข้ามารวมตัวกันเช่นนี้แท้จริงแล้วมีเรื่องเช่นใดกันแน่ คงไม่ใช่เรียกพวกข้ามาเพื่อมาจิบน้ำชาเล่นหรอกนะ” ผู้ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความดุดันเช่นนี้จะเป็นใครไม่ได้นามของมันนั้นคือ

            กุยชา ผู้นำสภาจอมเวทคนปัจจุบันพลังที่ตัวของมันถือครองในยามนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้อำนวยการชิงหลงไปอีกขั้นหนึ่งสมัยอดีต ตัวของชิงหลงเองก็เคยเป็นหนึ่งในสภาจอมเวทด้วยเช่นกันและด้วยจิตใจที่คับแคบของชายผู้นี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้มันออกมาจากสภาจอมเวทด้วยความเบื่อหน่ายในสมัยนั้นว่ากันว่าตัวของผู้อำนวยการชิงหลงผู้นี้เป็นเบอร์ 2 ของสภาจอมเวทเลยทีเดียว และตัวของมันในสมัยนั้นมีผลงานที่โดดเด่นมากมาย มากเสียยิ่งกว่ากุยชาเสียอีก หากคนทั้งสองสู้กันจริงๆต่อให้กุยชาเป็นฝ่ายชนะสภาพของมันก็คงจะดูไม่จืดนัก

            “เหอ เหอ กุยชาเจ้ายังคงใจร้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ข้ากับเจ้าเข้ากันไม่ได้เสียที” ชิงหลงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับท่าทีของคนตรงหน้า ถึงเจ้าหมอนี่จะจิตใจคับแคบไปได้แต่พลังของมันนั้นก็คือของจริงถึงจะเป็นอย่างงั้นชิงหลงผู้นี้ก็หาได้หวาดกลัวในตัวมัน

            “การที่เจ้าเรียกพวกข้ามารวมกันเช่นนี้ เรื่องที่เจ้าต้องการจะพูดคุยคงมิใช่เรื่องธรรมดาสามัญเป็นแน่รีบเข้าเรื่องเถอะชิงหลง การที่เจ้าดึงดันเช่นนี้มันมิต่างอะไรไปจากการดูหมิ่นแขกผู้มาเยือน” น้ำเสียงของชายผู้ดูแก่ชราและผ่านโลกมามากนั้นก็คือผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง ว่ากันว่าอายุของชายผู้นี้ไม่ต่ำกว่า 500 ปีด้วยซ้ำ แต่รูปร่างหน้าตาของเขาไม่ต่างอะไรไปจากชายชราวัย 60 เท่านั้น หากมีผู้คนกล่าวถามถึงเข็ดลับการมีอายุที่ยืนยาวนั้นตัวของมันก็พูดออกมาเพียงว่า เป็นประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น มันเป็นความลับที่ดำมืดมาอย่างยาวนานว่าทำไมตัวของชายผู้นี้มีอายุที่ยืนยาวเช่นนี้แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นผู้คนต่างเคารพนับถือในตัวมันผู้นี้

            “ขออภัยท่านผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าพูดเล่นมากไปหน่อย” ยามที่อยู่ต่อหน้าของชายผู้นี้ท่าทางของชิงหลงเต็มไปด้วยความสำรวมแววตาและสีหน้าของมันในยามนี้เต็มเปรี่ยมไปด้วยความจริงจังทันที

            “ที่ข้าเรียกท่านมาพูดคุยในวันนี้ก็คือเรื่องของหลินเทียน” ชิงหลงรีบกล่าวเข้าเรื่องในทันที เมื่อในยินนามของหลินเทียนในยามนี้ผู้คนภายในห้องรับรองต่างพากันเงียบสนิท เพราะภายในทวีปแห่งนี้ชื่อเสียงของเด็กหนุ่มนับว่าโด่งดังเป็นอย่างมาก

            “หลินเทียน ศิษย์รุ่นเยาว์ผู้ที่สามารถพิชิตหอคอยสวรรค์แห่งนั้นได้อย่างงั้นอะเหรอ” ผู้ที่แสดงออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นที่สุดนี้เห็นจะไม่พ้น ผู้อำนวยการหญิงแห่งโรงเรียนเทพธิดา นั่นเป็นเพราะน้องสาวเพียงคนเดียวของหลินเทียนผู้นี้อยู่ภายในโรงเรียนของนาง

            “มิผิดเป็นเจ้าหนุ่มนั่นแหละ ข้าต้องการที่จะบอกทุกเรื่องที่ข้ารู้ให้พวกท่านได้รับทราบ” ผู้อำนวยการชิงหลงในยามนี้ต้องการที่จะเปิดเผยเรื่องราวของหลินเทียนทุกๆเรื่องต่อโลกภายนอกเพราะพลังของเขาที่ถือครองในยามนี้นับว่ามีความแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมาก

            “หลินเทียนผู้นี้นั้นแท้จริงแล้วเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวในตำนาน และสัตว์อสูรของเขาคาดว่าอย่างต่ำก็เป็นสัตว์อสูรระดับ 8 ไปจนถึงระดับที่อยู่สูงกว่านั้น พลังที่เขาถือครองในปัจจุบันคือระดับจอมเวทชั้นสูงขั้นที่ 1” ผู้อำนวยการชิงหลงพูดถึงเกี่ยวกับหลินเทียนในทุกๆเรื่องจนผู้คนภายในห้องรับรองแห่งนี้เริ่มที่จะรับและตามไม่ทันเพราะข่าวของหลินเทียนแต่ละเรื่องนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจนเกินไป

            “ที่เจ้าพูดออกมาเมื่อครู่มันเป็นเรื่องจริงอย่างงั้นหรือ” แววตาที่แก่ชราของผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์ กลับกลายเป็นสว่างไสวอย่างดวงดาวตัวของมันผ่านโลกนี้มามากก็ไม่เคยพบเห็นเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อและน่าตื่นตะลึงเช่นนี้มาก่อนนานมากแล้วจริงๆที่จิตวิญญาณของมันไม่ได้สั่นสะท้านเช่นนี้

            “นับเวลาหลังจากนี้ไม่กี่วันจะมีศึกท้าประลองเป็นตายขึ้นและผู้ที่ประลองนั้นก็คือหลินเทียนพวกท่านก็จงรับรู้ถึงพลังของเขาด้วยตัวเองเสียเถอะ” ศึกการท้าประลองเป็นตายนี้นั้นจะมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของทวีปแห่งนี้มาเฝ้าจับตาดูด้วยสายตาของมันเอง