วังชีคซากีร์ รัฐไคเมน
สถานที่กว้างใหญ่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมตะวันออกยุคกลางสุดเขตรายรอบเป็กำแพงสีหมอกปิดทึบ แบ่งแยกความศิวิไลไว้เพียงด้านในอย่างแท้จริง
ทางปีกขวามีสระว่ายน้ำใสแจ๋วจนสะท้อนสีฟ้าแจ่มที่ใช้รองพื้นก้นสระด้านหนึ่งมีปาล์มต้นเตี้ยและมะพร้าวพันธุ์แคระปลูกสลับกันช่วยเพิ่มบรรยากาศได้เป็อย่างดี
ณ ที่นี้คงหาใครสุขล้นเท่าสองร่างที่กำลังดำผุดดำว่ายเป็ไม่มี
“ชื่นใจจริงๆ สดชื่นที่สุด”เสียงแหบทุ้มเปล่งเย้าข้างหูให้สาวเ้าเอียงคอย้อนถาม
“น้ำหรือริซ่าคะ”ชายหนุ่มเ้าของไรหนวดเข้มกดปลายจมูกโด่งซุกไซ้ลงซอกคออย่างมันเขี้ยว
“ไม่เห็นน่าถามเลยนะ ก็ต้องเอริซาคนดีคนนี้สิจ๊ะ”เป็คำตอบถูกใจสำหรับเ้าหล่อน ยิ่งอีกฝ่ายค่อยๆลากเลื่อนใบหน้าลงต่ำยังเนินอกยิ่งแย้มยิ้มสุขสมจนสาวเ้าต้องส่งเสียงปรามตามประสาอยากเสริมคุณค่าให้ตัวเอง
“ไม่เอาค่ะชีค นี่มันกลางแจ้งนะคะ ไม่อายคนอื่นหรือไง”
“ไปอายมันทำไม ใครหน้าไหนจะกล้าขัดใจฉัน”ชีคซากีร์คำรามก่อนจ้องยังเรือนร่างอีกฝ่ายตาเขม็ง
“ตอนนี้เห็นมีแต่เธอนี่ล่ะที่กล้า”ดวงตาคมเ้าเล่ห์ยิ่งสะท้อนแรงเสน่หาแจ่มชัด สองมือหยาบหนากระชับร่างเนียนจนแนบชิด
“มาให้ฉันลงโทษซะดีๆ”หญิงสาวทำขัดขืนทั้งที่เต็มใจ
ชายหนุ่มตรงหน้าเป็ถึงผู้ปกครองรัฐไคเมนชีคหนุ่มใหญ่ผู้ไร้คู่ครองเชยชมอย่างเป็ทางการเพราะไม่สถาปนาใครขึ้นเป็ภรรยาจึงไม่แปลกอะไรหากจะมีบรรดาสาวๆ ประดาหน้ากันมาเสนอตัวเสนอกายหมายครองใจเพื่อให้ได้รับการยกย่องเป็ท่านหญิง
ลำแขนเพรียวตวัดโอบรอบคอล่ำตอบรับริมฝีปากชุ่มที่โหมเข้าใส่อย่างหนักหน่วงร่างหนาดันสะโพกกลมกลึงเกยขอบสระแล้วเอื้อมมือไปกระชากบิกินี่ทรงโตให้หลุดออกเพื่อสนองราคะร้อนอย่างไม่อายฟ้าดิน
กระทั่งเวลาผ่านเลยนับชั่วโมงสองร่างเกยก่ายกอดรัดตักตวงความสุขอย่างหฤหรรษ์จึงค่อยสงบลงชีคซากีร์ชันศอกขึ้นรับน้ำหนักข้างคนเพลียจัดซึ่งยังไม่มีทีท่าจะลืมตา
“ที่รัก”
“หืมมมมม” เอริซาครางตอบในลำคอเบาๆ ก่อนค่อยๆ ปรือตา
“พ่อเธออาการดีขึ้นหรือยัง”
“ทรงๆ ทรุดๆ มังคะ นอนโรงพยาบาลตั้งหลายวันแล้วไม่เห็นหมอให้กลับบ้านสักที” เอริซาหันหน้าหน่ายมามองเมื่ออีกฝ่ายถามถึงบิดาช่างบันทอนอารมณ์แสนสุขของเธอเสียจริง
“ชีคอยากเจออัลฟาลหรือคะ เมื่อสองสามวันก่อนก็เพิ่งไปเยี่ยมมานี่พูดแล้วยังโมโหแทนไม่หาย ทั้งที่ท่านมีน้ำใจขนาดนี้อัลฟาลยังทำเฉยชาใส่ได้ทุกทีสิน่ะ” คนถูกถามขึงหน้าตึง
ดวงตากร้าวตวัดมองเ้าหล่อนยามเผลอก่อนเปลี่ยนเป็อ่อนโยนเมื่อเ้าหล่อนหันมา
“เป็ธรรมดา เขามีลูกสาวสวยและน่ารักอย่างนี้ พ่อที่ไหนจะไม่หวงล่ะ..จริงไหม”มือหยาบหนาเอื้อมไปลูบไล้หน้าท้องแบนราบให้เ้าหล่อนขืนเกร็ง
“อีกอย่างคนรู้จักกัน ไถ่ถามทุกข์สุขไม่เห็นจะแปลกที่สำคัญเขาเป็พ่อของคนที่ฉันรัก ที่รัก..ฉันรักเธอนะ”เขาหยอดถ้อยคำหวานให้คนฟังเผยยิ้มละมุน ริมฝีปากบางเผยอรอท่าถูกตอบรับอย่างอิ่มเอมยามถูกถอนคืนก็ยังได้ยินคำรักต่อเนื่อง
“เธอทำฉันหลงใหลจนไม่อาจมองหญิงอื่นแล้วรู้ตัวหรือเปล่า”คนมัวหลับตาพริ้มด้วยความเคลิบเคลิ้มจึงไม่มีโอกาสได้เห็นเ้าของไรหนวดเข้มที่ลอบเหยียดยิ้มน่าเกลียด
“จริงหรือคะ” เอริซาเผยสีหน้าระรื่นเพียงครู่ก่อนทำบึ้งงอนใส่“อย่ามาหลอกให้ริซ่าดีใจดีกว่า ไม่เห็นท่านพูดเื่ของเรากับอัลฟาลสักทีทั้งที่เจอกันออกบ่อย”
ชีคซากีร์ถอนหายใจยาว ทอดน้ำเสียงกดดัน
“ก็อย่างที่ฉันเคยบอกอย่าเพิ่งให้พ่อเธอรู้เื่ของเราเพราะสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ยังไม่น่าไว้ใจใครเป็ใครฉันยังไม่รู้ชัด ทางที่ดีเก็บเื่นี้เป็ความลับก่อน เพราะหากไอ้พวกที่คิดไม่ซื่อกับฉันมันรู้เข้า..เกรงว่าเธอจะเป็อันตราย”เอริซาหน้าซีดเผือด
“หมายความว่ามีคนคิดเป็ฏกับท่านจริงๆ ใช่ไหมคะ” หนุ่มใหญ่พยักหน้า
“ฉัน้ากำจัดปัญหาพวกเศษสวะนั่นก่อน รอให้ทุกอย่างคลี่คลายแล้วเมื่อนั้นวิมานอันสวยหรูก็จะเป็ของเราสองคน”เพียงแค่นั้นคนฟังก็ผุดยิ้มออกมาได้อีกครั้ง
“โอออที่รักคะ คุณช่างน่ารักจังเลยนี่ถ้าอัลฟาลรู้ว่าท่านรักริซ่ามากแค่ไหน จะยังกล้าเมินใส่ท่านอีกไหม”คนฟังส่ายหน้าปราม
“อย่าไปว่าเขาเลย พ่อของเธอเป็คนดีนะ เป็นักธุรกิจที่มีจุดยืนแน่วแน่ที่ผ่านมาเขาทำตัวเป็กลางไม่ยอมฝักใฝ่ฝ่ายใดนั่นเป็เหตุผลหลักที่ทำให้ฉันชื่นชมเขา”เอริซาเปะปากให้คนเป็บิดาที่มีความคิดแปลกแยกกัน
“แต่ริซ่าอยากให้อัลฟาลอยู่ข้างคุณนี่คะ ทีเพื่อนๆนักธุรกิจของเขาตั้งหลายคนยังแวะเวียนมาพูดคุยกันได้กระทั่งดึกดื่น”
“เื่งานย่อมทำไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว พ่อของเธอไม่ใช่นักธุรกิจกระจอกๆ นะ”คนฟังทำหน้าเซ็งพลางโบกมือว่อน
“ไม่กระจอกอะไรคะ กำลังจะถูกยึดหุ้นบริษัทไปเกือบครึ่ง”
“อะไรกัน!”
“อัลฟาลเป็หนี้ไอ้คนที่ชื่อเมอยาฟเมอยาฟเ้าของธุรกิจดังของคาฮาลอะไรทำนองนั้น ท่านคงรู้จักมังคะมันขู่ฟ่อจะยึดหุ้นท่าเดียว เชอะ! ดีนะที่ริซ่าจัดการทุกอย่างไปเรียบร้อยแล้ว”มือหยาบหนากำแน่น มีหรือไม่รู้จัก ‘ไอ้เมอยาฟ’มันบังอาจฉีกหน้าเขาด้วยการปฏิเสธการร่วมทุน
ไอ้สารเลวนั่น!
ชีคซากีร์พยายามสะกดกลั้นความโกรธที่กำลังพุ่งปรี๊ดกะทันหันเพื่อวกกลับมาในเื่ที่อยากรู้กว่านั้น
“จัดการยังไง” เ้าหล่อนแสยะยิ้มภูมิใจ ดู‘น่าเกลียด’ มากกว่า ‘น่ามอง’
“มันต้องแอบหลงรักริซ่าค่ะท่าน เชื่อเถอะว่าคงอยากได้ตัวริซ่าไปใจแทบขาดมันบอกว่าถ้าไม่อยากให้ถูกยึดหุ้นก็ขอลูกสาวอัลฟาลไปให้มันสักคน ลูกไม้ตื้นๆแบบเนี้ย ทำไมจะไม่รู้ว่ามันหมายถึงใคร” คนฟังรีบถามราวกับใจหาย
“แล้วที่รักยอมมันเหรอ”
เอริซาคว้ามือคนตกตื่นขึ้นแนบแก้มอย่างคนเต็มรักที่เขาแสดงอาการห่วงหวงเด่นชัด
“โถที่รักคะ ริซ่าจะไปไหนได้ รู้ก็รู้ว่ารักแต่ท่านชีคคนเดียวเื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ มันได้ยัยรินนาน้องคนเล็กสุดของริซ่าไป”หากแต่คำตอบยิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับคนฟัง
“น้องคนเล็ก” คนสงสัยพึมพำกับตัวเอง
ไม่เห็นเคยรู้เื่นี้
“ค่ะ น้องสาวต่างแม่ ผู้หญิงต่างศาสนา ริซ่าไม่อยากพูดถึง”นั่นช่างตรงข้ามกับคนฟังโดยแท้
เขาอยากรู้เื่นี้เป็ที่สุด เพราะบางทีอาจมีประเด็นอะไรน่าสนใจ..โดยเฉพาะเื่ทายาทสายตรงของชีครุ่นก่อนอย่าง‘อาเบรียล’
แน่นอนที่สุดว่าอำนาจ วาสนา และบารมีของชีคซากีร์ในเวลานี้มิได้สืบสายตกทอดมาจากบรรพบุรุษแต่เก่าก่อน แต่ได้มาจากการแย่งชิงโดยการยึดอำนาจสูงสุดไว้ในเสียเอง
เขานี่ล่ะคือ ‘ผู้นำฏ’ ตัวจริง อสรพิษร้ายในเงามืดคนใกล้ชิดที่อดีตชีคผู้ยิ่งใหญ่ไว้วางใจมากที่สุด..นายพลซากีร์
และเพื่อให้มั่นใจว่าความฝันอันสูงสุดของเขาจะไร้อุปสรรคทั้งปวงย่อมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อขจัดเสี้ยนหนามชีวิตให้หมดไปไม่ให้มีโอกาสย้อนกลับมาทิ่มแทง
ภรรยาและเด็กหนุ่มที่เป็ทายาทของชีครุ่นก่อนต้องจบชีวิตไปอย่างน่าเศร้าสลดและโหดร้ายด้วยน้ำมือจอมโฉดเช่นเขาส่วนเด็กสาวบ้างก็ถูกเนรเทศออกนอกรัฐ บ้างก็ถูกทรมานจนตาย
เื่เดียวที่ค้างคาใจคนคิดการใหญ่ไม่หายก็คือภรรยาคนสุดท้ายของมันซึ่งตั้งครรภ์ท้องแก่ใกล้คลอด กลับหนีรอดไปได้อย่างปาฏิหาริย์ไม่พบแม้กระทั่งศพ ไม่แม้จะได้ยินข่าวคราว
รู้เพียงแค่ว่าสตรีนางนั้นสนิทกันเป็อย่างดีกับอัลฟาลนี่คือเหตุผลหลักทำให้เขาเข้าหานักธุรกิจใหญ่จอมดื้อดึงและหยิ่งผยองผู้นี้ด้วยหวังจะเค้นความลับนี้ให้กระจ่าง
แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าราวกับว่าทั้งแม่และเด็กในท้องสาบสูญไปพร้อมกัน
จะเป็ไปได้ยังไง เขาไม่มีทางเชื่อหากไม่เห็นศพ
ชีคซากีร์มองหญิงสาวร่างอรชรงามตาที่ทอดกายให้เขาเชยชมครั้งเล่าครั้งอย่างสมเพช
หล่อนก็แค่เครื่องมือ
“พูดหน่อยเถอะที่รัก ไม่ใช่ว่าฉันอยากรู้เื่ของน้องสาวเธอหรอกแต่ฉันอยากรู้จักทุกคนที่เกี่ยวกับเธอต่างหาก” มือหนาเบือนหน้าคนเง้างอดให้หันมามอง
“ฉันไม่อยากให้ใครว่าได้ว่ารักผู้หญิงทั้งทีไม่มีแก่ใจรับรู้เื่คนในครอบครัวฝ่ายหญิง” เอริซาติงเสียงอ้อน
“แต่ริซ่าไม่เห็นสนใจคนอื่นเลยนี่คะ ใครจะว่ายังไงก็ช่างเขาเถอะแค่เรารักกันก็พอ” คนฟังเคลื่อนกายหนาเบียดกระเซ้าแนบชิดเพราะดูท่าเ้าหล่อนจะอิดออดโยกโย้ เห็นทีต้องงัดไม้ตายมาใช้
“น่ะ..ที่รัก ขอร้อง..นะ”มือหนาเริ่มละเลงไปถ้วนทั่วทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างเปลือยให้ร้อนซ่าขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้เขาไม่เร่งรีบจนเกินไปเพื่อให้เ้าหล่อนค่อยๆ คลายทุกอย่างออกมาและทุกครั้งที่คำพูดขาดหายเขาก็จะหยุดภารกิจเล้าโลมน่ารัญจวนใจเพื่อเร้าริมฝีปากแดงจัดขยับต่อเนื่องจนหลุดทุกอย่างออกมาหมดเปลือก
ระรินดาว!
คฤหาสน์อัลฟาล รัฐไคเมน
“เอริซา ไปไหนมา” เสียงทักทำให้เ้าของร่างโรยแรงหันมาจ้องตาเขียว
“นี่นีห์ยะทำหน้าที่แทนแม่ฉันั้แ่เมื่อไหร่กัน ไม่ยักจะรู้”คนฟังไม่สนใจท่าทีกวนโทสะนั่น รีบรั้งแขนไว้
“ถามดีๆ อย่าโมโหกันสิ” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบหากแต่สีหน้าร้อนใจเด่นชัดเอริซาสะบัดหนีอย่างไม่นึกเกรง
“เอ๊ะ! ฉันจะไปไหนมาไหนมันก็เื่ของฉัน เกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยมิทราบ แต่ถ้าอยากรู้ก็จะบอกให้อย่างฉันน่ะก็ต้องไปทำงานอยู่แล้ว ไม่ได้ดักดานอยู่บ้านเหมือนใครบางคนนี่”คำส่อเสียดทำนีห์ยะอึ้งไปเล็กน้อย
“ขอโทษที่ยุ่งเื่ส่วนตัวของเธอ ฉันแค่อยากจะถามอะไรหน่อยเท่านั้น”คนฟังทำหน้าเอือม ชิงตัดบทอย่างรำคาญใจ
“ไว้ก่อนได้ไหม ฉันเหนื่อย”เ้าของร่างเพรียวหันขวับจะก้าวขาขึ้นบันไดไปแล้ว หากไม่ได้ยินคำถามนั้นเข้าเสียก่อน
“เธอรู้ใช่ไหมว่ารินนาไปไหน” แววพิรุธฉายผ่านใบหน้าอิดโรย่พริบตาเมื่อคืนสู่ปกติเ้าหล่อนก็สะบัดหน้าพรืดกลับมา
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”
“แต่เธอเป็คนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน”
“อ่ะ! ก็..รินนาให้ฉันพาเขาไปเยี่ยมอัลฟาลที่โรงพยาบาล แล้วจู่ๆก็ขอแยกตัวไป อาจมีธุระที่ไหนหรือนัดใครไว้ก็ได้จะต้องให้ฉันไปคอยตามเฝ้าเด็กนั่นตลอดเวลาเลยหรือไง”
“เถียงอะไรกันน่ะ เสียงดังไปถึงข้างบน”อาฟียาส่งเสียงถามขณะเดินลงมาจากชั้นบนเพื่อหาต้นเหตุที่ทำให้เธอไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือ
“อ้าว! เอริซา เพิ่งกลับมาเหรอ” คนถูกทักหันมาพยักหน้ารับก่อนขยิบตาใส่เพียงเท่านั้นอาฟียาก็เข้าใจแล้วว่า
สถานการณ์คงไม่ดีสักเท่าไหร่
“เป็ไงล่ะเดินแบบเสื้อผ้าพื้นเมืองที่ห้างเปิดใหม่ ทิ้งร้างไปนานเลยนะ”พลางวาดสายตาไปทางอีกคน “เป็อะไรไปนีห์ยะ หน้าตาดูไม่ค่อยสบาย”
“รินนาน่ะสิ ไม่ได้กลับบ้านเลยั้แ่มาถึง โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ฉันเป็ห่วง” อาฟียาทำท่าคิดขณะขยับแว่น
“อืมมม! สงสัยยังไม่มีใครบอกนีห์ยะแน่ๆได้ยินว่ามีทัวร์วีไอพีที่เพื่อนเขาทำงานอยู่มาลงแถวนี้รินนาเลยถูกขอร้องให้ช่วยอีกแรงเพราะพูดภาษาท้องถิ่นเราเก่งแถมยังชำนาญพื้นที่กว่าสบายใจเถอะ เดี๋ยวก็กลับมาเองล่ะ” แม้คนเป็กังวลดูคลายลงบ้าง แต่ยังหลงเหลือความแคลงใจ
“มีธุระก็น่าจะบอกให้เป็เื่เป็ราว ไม่น่ารีบจนลืมเลยนะแล้วเธอรู้ได้ยังไง” อาฟียาสะบัดหน้าไปยังเครื่องโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์ใกล้ทีวี
“นั่นไง” แล้วสรุปจบการซักความทั้งปวง“พอดีแม่เด็กรับใช้ที่เพิ่งขอลาออกไปเมื่อเช้าเป็คนรับสายเห็นว่ารีบก็เลยได้แต่ฝากบอก เท่าที่รู้ก็มีแค่นี้แหละ”
เอริซาแอบลอบถอนใจขณะเหล่มองคนแต่งเื่ลื่นไหลราวมืออาชีพงานนี้ต้องยกความดีให้จริงๆ หาทางรอดไปจนได้เป็ทีให้เ้าหล่อนได้เอ่ยเสียงแข็งขึ้นถาม
“หมดเื่จะคุยกับฉันแล้วใช่ไหม จะได้ขอตัว”นีห์ยะได้แต่นิ่งมองคนร่างเพรียวที่สะบัดพรืดไปอย่างไม่แยแส
แม้อาฟียาจะยืนยันให้เธอรู้สึกโล่งใจแต่อะไรบางอย่างในกิริยาชั่วแล่นของเอริซาเมื่อครู่ทำให้เธอไม่วางใจนัก
หรือจะคิดมากไปเอง
อาฟียามองคนวิตกไม่เลิกอย่างรู้ทัน รู้นิสัยพี่สาวผู้แสนโอบอ้อมอารีคนนี้ดีเื่เป็ห่วงเป็ใยคนในครอบครัวเนี่ยต้องยกให้แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้มีเื่ยุ่งยากตามมา
เอาล่ะ..ยอมทิ้งตำราสักวัน
“เขาโตแล้วนะนีห์ยะ จะไปไหนมาไหนก็เื่ของเขาเถอะฉันว่าเธอเอาเวลาไปดูแลเ้าหลานๆ ฉันดีกว่า ดูท่าจะแก่นแก้วเหลือเกินเมื่อวานเห็นว่าปีนไปเล่นบนต้นไม้ซะสูงแล้วลงไม่ได้ไม่รู้ติดอาการม้าดีดกะโหลกมาจากใคร มาๆ เ้าตัวเล็กมาหาอาฟียาหน่อยเร็ว”
หากแต่สองสาวต้องหยุดการสนทนาไว้แค่นั้นเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังแครกครากคล้ายจะดับแหลไม่ดับแหลมาแต่ไกลบอกให้รู้ถึงสภาพของยานพาหนะคันนั้นว่าเก่าคร่ำคร่าเพียงใดยิ่งแล่นเข้าจอดเทียบท่าหน้าตึกใหญ่ด้วยแล้ว..มันดูไม่สมกันเสียเลย
ถึงใครต่อใครในบ้านจะคิดเช่นนั้นแต่สำหรับนีห์ยะ..เสียงนั่นสร้างรอยยิ้มได้ทันที
“พ่อมาแล้วลูก” สองเด็กน้อยซึ่งกำลังเล่นซนถึงกับปล่อยของเล่นในมือ รีบลุกพรวดมารับด้วยความดีใจ
“เมื่อไหร่พี่ราชิตจะเลิกทำตัวสมถะเกินเหตุสักทีรถเก่าโทรมจนแทบเรียกว่าเศษเหล็กอย่างนั้นยังทนขับอยู่ได้”นีห์ยะมองอาฟียาอย่างไม่ถือสา
คงน่าอยู่หรอก..เพราะอายุอานามของรถคันนั้นมันมากกว่าพวกเธอหลายปี
ดีว่าจงรักภักดีกับเ้าของมาตลอดไม่เคยมีเสียกลางทางให้ต้องลำบากตามช่าง
“เขาชอบของเขาน่ะ ขนาดอัลฟาลยังยอมแพ้ เลิกคะยั้นคะยอรถคันใหม่ให้ใช้”อาฟียาห่อปากโอ้โฮ นึกไม่ถึงว่าพี่เขยจะปลาบปลื้มอะไรนักหนากับรถบุโรทั่งนั่น
“แหม! เห็นหลังๆ เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นได้ยินว่ามีลูกค้าสนใจซื้อผลงานไปตั้งหลายชิ้นจนเดี๋ยวนี้ต้องออกไปส่งงานข้างนอกแทบทุกวัน ที่พูดนี่ก็ไม่ใช่อะไรกลัวรถจะรับความถี่ไม่ไหวเกิดขาดใจตายอยู่กลางถนนล่ะแย่เลย”นีห์ยะยิ้มขำกับสำนวนล้อเลียนของน้องสาวที่กล้าแสดงความคิดเห็นก็แต่เฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าเธอเท่านั้น
ส่วนเวลาอยู่ต่อหน้าสามีน่ะหรือ..เงียบปากกันหมด
เธอนึกชื่นชมผู้เป็สามีในใจ ั้แ่อยู่กินกันมา ‘ราชิต’เป็กันเองกับทุกคนในบ้าน รู้จักกาลเทศะ และวางตัวเป็ผู้ใหญ่บนความเรียบง่ายได้อย่างน่านับถือ
แต่กระนั้น..ก็ยังมีบางคนกล้าต่อปากต่อคำและพูดจาดูถูกในบางครั้งซึ่งนั่นไม่ใช่เื่แปลกอะไรสำหรับสาวขาวีนอย่างเอริซาที่สามีมักคอยบอกกับเธออยู่เสมอว่า
“ช่างเขาเถอะ พี่ไม่ได้สนใจ”
ใช่..สามีเธอเป็คนนิสัยอย่างนั้นเขาไม่เคยสนใจกับสิ่งของฟุ่มเฟือยที่ผลิตออกมาล่อกิเลสมนุษย์เป็รายวันอย่างที่ผู้คนมากมายทุกวันนี้กำลังถูกมอมเมา
ใช้การเดินเท้าในระยะใกล้ด้วยเหตุผลที่ว่าได้ออกกำลังกายโทรศัพท์มือถือก็ไม่ค่อยอยากพกติดตัว หากไม่ใช่ว่า่หลังใช้ติดต่อลูกค้าบ่อยขึ้นคงได้วางนิ่งอยู่ข้างรีโมททีวีนั่นแหละแล้วจะให้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์คันใหม่
คงยาก
“แปลกแฮะ วันนี้กลับแต่วัน” อาฟียาบ่นขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบและยังคงเป็อย่างนั้นเมื่อไร้เสียงตอบรับจากนีห์ยะเพราะคำแซวเมื่อครู่สะกิดให้คิดเพราะแต่ก่อนสามีกลับบ้านดึกดื่นแค่บางครั้งบางคราว ออกจะนานๆ ทีด้วยซ้ำ แต่ระยะหลังกลับดึกแทบทุกวัน