ในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ชายร่างผอมซึ่งเป็นสมาชิกองค์กรแปรอักษรลุกขึ้นยืนหลังถูกโจมตี แววตาของเขาฉายความโกรธแค้น ร่างกายที่ผิดรูปผิดร่างค่อยๆ ขยับในท่าทางที่ผิดธรรมชาติ
"พวกแกคิดว่าจับพวกเราได้ง่ายๆ งั้นเหรอ?" เสียงแหบแห้งดังขึ้น "ไอ้พวกตามืดบอด!"
โจเซฟและชาร์ลส์ยืนเคียงข้างกัน สายตาจับจ้องศัตรูไม่วางตา ขณะที่ไซมอนยังคงเฝ้ากระจกบานใหญ่อย่างระมัดระวัง
"ซูลาอิรา!" ชายร่างผอมร่ายคาถา ร่างของเขาพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง เคลื่อนที่เป็นเงาพร่ามัวไปทางชาร์ลส์
ชาร์ลส์เตรียมจะหลบ แต่เร็วเกินไป ศอกของชายร่างผอมพุ่งเข้าชนกลางลำตัวเขาจนเซไปด้านหลัง
"ชาร์ลส์!" โจเซฟตะโกน พร้อมกับยกมือขึ้น "อย่าขยับ!"
พลังของโจเซฟแผ่ซ่านออกไป แต่ชายร่างผอมบิดตัวในมุมที่เป็นไปไม่ได้ หลบพ้นรัศมีของกฎเกณฑ์ที่โจเซฟตั้งขึ้น
"ตาร้าซูมัล!" ชายร่างผอมร่ายคาถาใหม่ คลื่นแรงสั่นสะเทือนแผ่ออกจากร่างของเขา ทำให้พื้นและผนังห้องสั่นไหว ทุกคนในห้องเสียการทรงตัว
ชาร์ลส์ฉวยโอกาสนี้ใช้พลังของเขา มุ่งเป้าไปที่ศัตรู พยายามทำให้จิตใจของชายร่างผอมจดจ่อกับความเจ็บปวดที่กำลังได้รับ
ชายร่างผอมสะดุ้ง การเคลื่อนไหวของเขาติดขัดชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะกัดฟันต้านทาน "บ้าชิบ! ไอ้พวกนักปั่นประสาท"
จังหวะที่เขาเสียสมาธิ ชายร่างผอมกางนิ้วออกโดยสัญชาตญาณ สายใยพลังงานที่มองไม่เห็นพุ่งออกมาอย่างไร้ทิศทาง พันรอบร่างของทุกคนในห้องรวมถึงไซมอนที่กำลังเฝ้ากระจก
"ไม่!" โจเซฟตะโกน เมื่อเห็นไซมอนเริ่มถูกบังคับให้หันหน้าออกจากกระจก ถ้าการเฝ้ามองกระจกถูกขัดจังหวะ เอ็ดเวิร์ด ศาสตราจารย์ลอเรนซ์ และคนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่ในมิติกระจกจะตกอยู่ในอันตราย
ชาร์ลส์รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋า สะบัดมันอย่างแรงจนกลายเป็นดาบในพริบตา แสงสะท้อนจากใบมีดสีเงินวาววับภายใต้แสงสลัว เขาพุ่งตัวไปหาชายร่างผอม หวังจะตัดสายพลังงานที่ควบคุมไซมอน
"ฮฺเรโอดา!" ชายร่างผอมตะโกน คลื่นพลังผลักชาร์ลส์กระเด็นไปด้านหลัง แต่เขาทรงตัวได้ และยังคงกำดาบไว้แน่น
โจเซฟฉวยจังหวะนี้ "อย่าขยับ!" เขาตะโกน สร้างกฎเกณฑ์ครอบคลุมพื้นที่รอบชายร่างผอม แต่ศัตรูกลับบิดร่างหลบออกไปได้อย่างน่าขนลุก ข้อต่อทุกส่วนของร่างกายเขาหมุนผิดธรรมชาติ
"ซูลาอิรา!" ชายร่างผอมร่ายคาถาใหม่ ร่างของเขาพุ่งด้วยความเร็วสูง การเคลื่อนไหวนั้นเหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกเร่งเวลา มุ่งหน้าไปที่ไซมอน ซึ่งยังคงพยายามต้านทานสายพลังงานที่ดึงให้เขาหันหน้าออกจากกระจก
ชาร์ลส์รู้ดีว่าต้องหยุดชายร่างผอมให้ได้ก่อนที่ไซมอนจะละสายตาจากกระจก เขาใช้พลังของตนมุ่งเป้าไปที่ศัตรู พยายามทำให้จิตใจของอีกฝ่ายจดจ่อแต่ความเจ็บปวดที่เคยได้รับจากการถูกกระแทกกับกำแพง
ชายร่างผอมชะงักเล็กน้อย การเคลื่อนไหวของเขาติดขัด แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ แต่ก็เพียงพอให้โจเซฟตะโกนขึ้น "อย่าเคลื่อนที่!"
กฎเกณฑ์ของโจเซฟแผ่ขยายออกไป ทว่าชายร่างผอมยังคงควบคุมเส้นด้ายพลังที่พันรอบร่างของไซมอนไว้ได้ แม้ร่างกายเขาจะถูกตรึงอยู่กับที่
"ตาร้าซูมัล!" ชายร่างผอมร่ายคาถา คลื่นแรงสั่นสะเทือนแผ่จากร่างเขา ทำให้พื้นและผนังห้องสั่นไหว
ทุกคนในห้องเสียการทรงตัว รวมถึงโจเซฟที่ต้องรักษาสมาธิในการบังคับใช้กฎเกณฑ์ของตน เมื่อเขาเซ พลังที่ใช้ตรึงชายร่างผอมก็หายไป
"ฮฺเรโอดา!" ชายร่างผอมร้องทันที คลื่นพลังพุ่งออกไปรอบทิศทาง ผลักทุกคนให้กระเด็นไปคนละทาง
ไซมอนที่พยายามต้านทานมาตลอดเริ่มเสียการควบคุม ใบหน้าของเขาค่อยๆ ถูกบังคับให้หันออกจากกระจก…
"บ้าชิบ!" ชาร์ลส์สบถ รีบลุกขึ้นและพุ่งเข้าหาชายร่างผอม ดาบในมือฟันฉับใส่สายพลังงานที่ควบคุมไซมอน แต่ใบมีดกลับตัดผ่านอากาศเปล่า ไม่ต่างจากการพยายามฟันหมอก พลังที่เหมือนกับเส้นด้ายที่มองไม่เห็นนั้น กลับไม่มีตัวตนทางกายภาพให้ดาบสัมผัสได้
"อะไรวะเนี่ย!" ชาร์ลส์กัดฟัน ความหงุดหงิดปรากฏชัดบนใบหน้าเมื่อการโจมตีของเขาไร้ผล
ชายร่างผอมหัวเราะเสียงแหบแห้ง "ไอ้โง่!"
ขณะที่พูด นิ้วมือของเขาก็กระดิกเล็กน้อย ทำให้ไซมอนเริ่มหันศีรษะออกจากกระจกมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพยายามต้านทานสุดกำลัง
โจเซฟที่ลุกขึ้นมาได้แล้วรีบตะโกน "ไซมอน อย่าทิ้งสายตาจากกระจก!" พร้อมกับยกมือขึ้น "ห้ามหันหน้าหนีจากกระจก!" กฎเกณฑ์ใหม่ถูกบัญญัติขึ้น เหงื่อเริ่มผุดซึมตามขมับของเขา
"แกจะต้านพลังของฉันได้นานแค่ไหน?" ชายร่างผอมเอ่ยพลางบิดร่างในมุมประหลาด
ชาร์ลส์มองสถานการณ์ตรงหน้า สมองครุ่นคิดหาทางออก 'ถ้าดาบทำลายสายพลังไม่ได้... งั้นต้องโจมตีต้นตอ!'
"ฮฺเรโอดา!" ชาร์ลส์ตะโกน คลื่นพลังพุ่งใส่ชายร่างผอมโดยตรง
แต่ศัตรูบิดตัวหลบอย่างน่าขนลุก ข้อต่อทุกส่วนหมุนผิดธรรมชาติ "ช้าไป!"
"ซูลาอิรา!" ชายร่างผอมร่ายคาถา ร่างของเขาพุ่งด้วยความเร็วสูงเข้าหาชาร์ลส์ทันที
ชาร์ลส์ยกดาบขึ้นป้องกัน แต่ศัตรูกลับเคลื่อนที่วูบหายไปจากสายตา เขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวด้านหลัง แต่ไม่ทันหันไป ศอกของชายร่างผอมก็กระแทกเข้าที่สันหลังเต็มแรง
"อึก!" ชาร์ลส์ล้มคะมำ ความเจ็บแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"อย่ามัวแต่สนใจฉันสิ" ชายร่างผอมพูดเยาะ พลางกระตุกนิ้ว ทำให้ไซมอนสั่นสะท้าน "เพื่อนนายกำลังจะแพ้แล้ว"
โจเซฟยังคงพยายามรักษากฎเกณฑ์ไว้สุดความสามารถ แต่เหงื่อไหลโซมใบหน้า ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า การต้านพลังของศัตรูที่พยายามบังคับให้ไซมอนหันหน้าหนีกระจกกินพลังเขาไปเรื่อยๆ
ชาร์ลส์กัดฟันลุกขึ้น สมองของเขาคิดอย่างรวดเร็ว 'ถ้าโจมตีตรงๆ ไม่ได้... งั้นต้องใช้วิธีอื่น!'
เขาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเปิดขึ้นพร้อมกับปล่อยพลังของตน ไม่ได้มุ่งไปที่ชายร่างผอม แต่พุ่งเป้าไปที่จิตใจของไซมอนแทน พยายามทำให้เพื่อนร่วมงานจดจ่อแต่กระจกเพียงอย่างเดียว ให้ทั้งโลกในสายตาของไซมอนเหลือเพียงกระจกบานนั้น
"อะไร?" ชายร่างผอมรู้สึกถึงแรงต้านที่เพิ่มขึ้น การควบคุมไซมอนเริ่มยากขึ้น "นี่มัน..."
"ฮฺเรโอดา!" โจเซฟตะโกน ปล่อยคลื่นกระแทกอ่อนๆ ใส่ชาร์ลส์ ผลักเพื่อนของเขาให้กระเด็นออกไปจากบริเวณนั้น
จังหวะที่ชาร์ลส์เซถอยออกไป โจเซฟรีบยกมือขึ้น "ห้ามเคลื่อนไหว!" เสียงของเขาดังก้อง กฎเกณฑ์ถูกบัญญัติลงบนพื้นที่แคบลงรอบชายร่างผอม
แม้ร่างกายของชายร่างผอมจะถูกตรึงอยู่กับที่ แต่นิ้วมือของเขายังคงขยับได้เล็กน้อย ยังคงควบคุมสายเส้นด้ายล่องหนได้อยู่
"คิดว่าแค่นี้จะหยุดฉันได้?" ชายร่างผอมเยาะ แม้จะเคลื่อนที่ไม่ได้ แต่พลังของเขายังคงทำงาน
ชาร์ลส์กระชับดาบในมือ มองประเมินระยะห่างชั่วครู่ ก่อนจะขว้างดาบพุ่งตรงไปที่มือของศัตรู
ดาบพุ่งหมุนผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง มุ่งตรงไปยังมือของชายร่างผอม แต่ในจังหวะนั้นเอง
"ตาร้าซูมัล!" ชายร่างผอมตะโกน คลื่นสั่นสะเทือนกระจายออกจากร่างของเขา แม้จะถูกตรึงอยู่กับที่ แต่พลังสั่นสะเทือนนี้ก็ยังใช้ได้
ดาบที่พุ่งเข้าใส่เบี่ยงเบนทิศทางเล็กน้อยจากแรงสั่น พุ่งเฉียดมือของชายร่างผอมไปแค่เส้นยาแดงก่อนจะปักเข้ากับผนังด้านหลัง
"การานู!" ชาร์ลส์ร่ายคาถาทันที ดาบที่ปักผนังสั่นไหวก่อนจะพุ่งย้อนกลับมาหาเขาด้วยความเร็วสูง
ชายร่างผอมเบิกตากว้างเมื่อเห็นดาบพุ่งกลับ "ตาร้าซูมัล!" เขาตะโกนอีกครั้ง ส่งคลื่นสั่นสะเทือนออกมาหวังจะเบี่ยงเส้นทางดาบ
แต่คราวนี้ชาร์ลส์พร้อมรับมือ เขาใช้พลังดึงปรับทิศทางดาบตามการสั่นสะเทือน ใบมีดพุ่งวาดโค้งหลบคลื่นพลังก่อนจะพุ่งตรงเข้าหานิ้วมือของชายร่างผอมอีกครั้ง
"เชี่ย!" ชายร่างผอมสบถ เมื่อเห็นดาบพุ่งเข้าใกล้โดยไม่มีทางหลบ ในความเป็นความตายนั้น เขาพยายามบิดนิ้วมือให้พ้นเส้นทาง แต่ร่างกายที่ถูกโจเซฟตรึงไว้กับที่ทำให้เคลื่อนไหวได้น้อยเกินไป
ฉึก!
เสียงดาบตัดผ่านเนื้อดังขึ้น ตามด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด นิ้วมือสองนิ้วของชายร่างผอมร่วงหล่นลงพื้น เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดจากแผล
"อ๊ากก!" ชายร่างผอมกรีดร้อง สายพลังงานที่เคยควบคุมไซมอนหายวับไปในทันทีที่นิ้วมือขาด
โจเซฟไม่รอช้า ตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา เขาไม่มีโอกาสใช้ปืนเลย อีกทั้งหากเขายกเลิกพลังเพื่อหยิบปืน ชายร่างผอมก็จะหลุดจากการควบคุมทันที แต่ตอนนี้ เมื่อไม่ต้องรักษากฎเกณฑ์แล้ว เขาจึงฉวยจังหวะนี้ควักปืนลูกโม่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ จ่อไปที่ชายร่างผอมที่กำลังทรุดอยู่กับพื้น
"หมดเวลาของแกแล้ว" โจเซฟพูดเสียงเย็น นิ้วของเขาเตรียมเหนี่ยวไกปืน
"พวกแก... คิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ?"
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นติดกันสามนัด กระสุนพุ่งทะลุเข้าร่างของชายร่างผอม หนึ่งที่ไหล่ซ้าย หนึ่งที่หน้าอกด้านขวา และหนึ่งที่ท้อง เลือดไหลนองพื้น แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับกว้างขึ้น
ร่างที่ถูกยิงสั่นกระตุก แต่ไม่ใช่ด้วยความเจ็บปวด กล้ามเนื้อทั่วร่างของชายร่างผอมเริ่มบิดเกร็ง กระดูกลำตัวขยับในมุมแปลกประหลาด จนกระทั่งสิ่งของในกระเป๋าเสื้อของเขาเริ่มเลื่อนไหล
กล่องทรงกลมขนาดฝ่ามือร่วงลงพื้น มันกระทบพื้นด้วยเสียงกังวาน ฝากล่องเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นตุ๊กตานักเต้นรำตัวเล็กๆ ที่เริ่มหมุนตัว
ทันทีที่กล่องเปิด ทำนองเพลงอันแผ่วเบาก็ดังขึ้น เป็นเสียงดนตรีที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด ราวกับเสียงเพลงกล่อมเด็กที่ถูกบิดเบี้ยวจนผิดเพี้ยน เสียงกังวานของโน้ตดนตรีแทรกซึมเข้าไปในกระดูกของทุกคนในห้อง สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้
ชาร์ลส์รู้สึกถึงความผิดปกติทันทีที่เสียงแรกดังขึ้น กล้ามเนื้อของเขาเริ่มกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับมีเชือกที่มองไม่เห็นดึงรั้งร่างกายของเขาไปมา แขนขาเริ่มเคลื่อนไหวในจังหวะที่ไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนหุ่นเชิดที่ถูกชักใยด้วยมือที่ไร้ประสบการณ์
"อะไรวะเนี่ย!" ชาร์ลส์พยายามต้านทานแรงที่ดึงรั้งร่างกายของเขา แต่ยิ่งพยายามต่อต้าน ความเจ็บปวดก็ยิ่งแล่นริ้วไปตามกล้ามเนื้อ
ไซมอนที่ยืนเฝ้ากระจกอยู่ก็เริ่มมีอาการเดียวกัน ร่างกายของเขาสั่นกระตุก ขาทั้งสองข้างเริ่มบิดเกร็งในมุมแปลกประหลาด แต่เขายังคงพยายามสุดความสามารถที่จะรักษาสายตาให้จับจ้องอยู่ที่กระจก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนใบหน้าด้วยความพยายามต้านทานพลังที่กำลังบังคับร่างกายของเขา
ทางด้านชายร่างผอม แม้ร่างกายของเขาจะถูกบิดด้วยพลังของกล่องดนตรีเช่นกัน แต่ด้วยพลังพิเศษในการควบคุมร่างกายที่ผิดธรรมชาติของเขา การเคลื่อนไหวที่บิดเบี้ยวนี้กลับกลายเป็นประโยชน์ เขาปล่อยให้ร่างกายไหลไปตามจังหวะเพลง เคลื่อนไหวราวกับหุ่นกระบอกเต้นรำ
เขาหัวเราะเสียงแหบแห้ง ขณะที่ร่างของเขาบิดไปมาในท่าทางที่น่าขนลุก
โจเซฟที่อ่อนล้าจากการใช้พลังมาก่อนหน้านี้ รู้สึกถึงแรงดึงรั้งที่รุนแรงกว่าคนอื่น ขาข้างซ้ายของเขาเริ่มบิดตัวอย่างช้าๆ ในทิศทางที่ไม่ควรเป็นไปได้ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงต้นขา
"อึก!" โจเซฟกัดฟันแน่น พยายามกดความเจ็บปวดเอาไว้ แต่เสียงกระดูกที่ลั่นดังกร๊อบก็บอกให้รู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ร่างกายมนุษย์ควรทน
ข้อเท้าของเขาค่อยๆ บิดหมุนในองศาที่เกินขีดจำกัดของข้อต่อมนุษย์ เสียงของเอ็นที่ถูกดึงรั้งดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ความเจ็บปวดแบบเฉียบพลันจะแล่นปราดขึ้นมาตามขา เมื่อข้อต่อถูกบิดจนหลุดออกจากตำแหน่งที่ควรจะเป็น
"อ้ากก!" เสียงร้องของโจเซฟดังก้องไปทั่วห้องใต้ดิน เหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วใบหน้าด้วยความเจ็บปวดที่แทบทนไม่ไหว ขาข้างซ้ายของเขาบัดนี้บิดเบี้ยวในมุมที่ผิดธรรมชาติ ข้อเท้าหมุนไปด้านหลังเกือบร้อยแปดสิบองศา ในขณะที่เข่ากลับงอไปด้านข้างในมุมแปลก ภาพที่เห็นช่างชวนให้รู้สึกขนลุกและอึดอัด
"มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นแหละ" ชายร่างผอมหัวเราะเสียงแหบ ขณะที่เสียงเพลงจากกล่องดนตรียังคงบรรเลงต่อไป ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด…
ชาร์ลส์ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของโจเซฟ สมองของเขาสั่งการให้ขยับไปช่วยเพื่อน แต่ร่างกายกลับถูกบังคับให้เต้นระบำในจังหวะประหลาด แขนขวาของเขาบิดงอขึ้นไปเหนือศีรษะ ในขณะที่แขนซ้ายกระตุกไปด้านข้างราวกับถูกกระชาก
ชาร์ลส์กัดฟัน ต้านทานอย่างสุดชีวิต แต่ใจกลับคิดถึงวิธีเดียวที่จะทำให้เขารอด
'ต้องหยุดกล่องนั่นให้ได้!' ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว แม้ร่างกายจะถูกบังคับให้เคลื่อนไหวอย่างไร้ทิศทาง แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่กล่องดนตรีได้
"การา... นู!" ชาร์ลส์พยายามเปล่งคาถาออกมา แต่ปากของเขากลับถูกบังคับให้กระตุกยิ้มอย่างน่าขนลุก ทำให้คำพูดติดขัด เขากัดฟันแน่น พยายามรวบรวมสมาธิอีกครั้ง
"การานู!" คราวนี้เขาตะโกนออกมาได้สำเร็จ พลังจากคาถาพุ่งตรงไปที่กล่องดนตรี แต่ในจังหวะเดียวกัน ร่างกายของเขาก็ถูกบังคับให้โค้งงอไปข้างหลังในมุมที่แทบจะหักเป็นสองท่อน
"อึ๊ก!" ชาร์ลส์ครางด้วยความเจ็บปวด แต่ยังคงพยายามรักษาสมาธิเอาไว้ กล่องดนตรีสั่นไหวเล็กน้อย มันเริ่มเคลื่อนที่ช้าๆ มาทางเขา
แต่เสียงเพลงจากกล่องก็ดังแรงขึ้น ทำนองบิดเบี้ยวกรีดแทงเข้ามาในหัว ร่างของชาร์ลส์บิดเกร็งรุนแรงขึ้น กระดูกลั่นเสียงดัง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"ไม่... ยอม!" เขาคำรามออกมา พยายามใช้พลังดึงกล่องเข้ามาอีกครั้ง มันขยับใกล้เข้ามาอีกนิด แต่ละนิ้วที่กล่องเคลื่อนที่ แลกมาด้วยความเจ็บปวดที่ทวีคูณ
เหงื่อไหลโซมใบหน้าของชาร์ลส์ ขณะที่พยายามต่อสู้กับแรงบิดที่กำลังจะหักกระดูกสันหลังเขา กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งจนแทบระเบิด แต่เขายังคงรักษาสมาธิ ไม่ยอมปล่อยให้การควบคุมกล่องหลุดไป
"เจ็บใช่ไหมล่ะ?" เสียงหัวเราะแหบแห้งของชายร่างผอมดังแทรกเข้ามา "ยิ่งพยายามต้านมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น!"
กล่องดนตรีเคลื่อนที่มาได้ครึ่งทาง แต่ร่างของชาร์ลส์ก็แทบจะแตกหักเต็มที ทุกการเคลื่อนไหวเป็นการต่อสู้ระหว่างความตั้งใจของเขากับพลังของกล่องที่พยายามบิดร่างให้แตกสลาย
ชาร์ลส์รู้สึกว่าร่างกายกำลังจะถึงขีดจำกัด กระดูกของเขาส่งเสียงลั่นดัง ในขณะที่แขนขาถูกบิดไปในทิศทางที่ไม่ควรจะเป็นไปได้ แต่สายตายังคงจับจ้องที่กล่องดนตรีไม่วางตา
"ไอ้... บ้า... เอ๊ย!" เขาพ่นคำพูดออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก พลางใช้พลังดึงกล่องเข้ามาอีกครั้ง
กล่องดนตรีกระตุกและเคลื่อนที่มาอีกนิด แต่ทันใดนั้น เสียงเพลงก็ดังแหลมขึ้นจนแทบทะลุแก้วหู ร่างของชาร์ลส์ถูกบังคับให้แอ่นโค้งไปด้านหลังมากขึ้นไปอีก
"อ๊ากก!" เขากรีดร้อง ความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ราวกับมีใครเอาเหล็กแหลมแทงทะลุกระดูกทีละข้อ
กล่องดนตรีอยู่ห่างจากมือเขาเพียงแค่ฝ่ามือเดียว แต่ระยะทางนั้นดูเหมือนจะยาวนานเหลือเกิน ทุกวินาทีที่ผ่านไป เขารู้สึกได้ว่ากระดูกกำลังจะแตกหัก กล้ามเนื้อกำลังจะฉีกขาด
ไซมอนที่ยังคงจ้องกระจกอยู่ เริ่มส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาสั่นเทาด้วยความพยายามที่จะต้านทานไม่ให้หันหน้าหนีจากกระจก ในขณะที่ร่างกายถูกบิดเบี้ยวไปพร้อมกับคนอื่นๆ
"อีกนิดเดียว..." ชาร์ลส์พึมพำ นิ้วของเขาเกือบจะแตะถึงฝากล่อง
นิ้วของชาร์ลส์สัมผัสถึงขอบกล่องในที่สุด เขาไม่รอช้า รวบรวมแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดกระชากฝากล่องปิดลงทันที เสียงดนตรีอันบิดเบี้ยวขาดหายไปพร้อมกับเสียง "แค่ก!" อันแหลมเล็ก
ทันทีที่เสียงเพลงหยุดลง ร่างกายของทุกคนก็หลุดพ้นจากการควบคุม กล้ามเนื้อที่เกร็งจนแทบระเบิดค่อยๆ คลายตัว ชาร์ลส์ทรุดฮวบลงกับพื้น หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เหงื่อไหลโซมใบหน้า
แต่โจเซฟไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย แม้ข้อเท้าจะหลุดและความเจ็บปวดจะแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาก็ยังกัดฟันชูปืนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังก้องในห้องใต้ดิน กระสุนสองนัดพุ่งเข้าใส่ขาทั้งสองข้างของชายร่างผอม เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากแผล
"อ๊าก!" ชายร่างผอมร้องลั่น ร่างของเขาทรุดลงกับพื้น ความเจ็บปวดทำให้การควบคุมร่างกายที่ผิดธรรมชาติของเขาเริ่มสูญเสียไป
ปัง!
กระสุนนัดสุดท้ายเจาะทะลุไหล่ซ้ายของเขา ก่อนจะร่วงลงมากองกับพื้นไม่ไหวติง เลือดไหลนองออกมาจากบาดแผล แต่ไม่ถึงกับเป็นอันตรายถึงชีวิต
"เสร็จซะที..." โจเซฟพึมพำ มือที่ถือปืนตกลงข้างตัว ความเจ็บปวดจากข้อเท้าที่หลุดทำให้เขาหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วใบหน้า
ชาร์ลส์พยุงตัวลุกขึ้นช้าๆ กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายปวดระบมจากการถูกบิด "นายไม่เป็นไรใช่ไหม?" เขาถามเพื่อน สายตาจับจ้องที่ข้อเท้าซึ่งบิดเบี้ยวผิดรูปของโจเซฟด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ตายหรอก..." โจเซฟตอบเสียงแหบ พยายามฝืนยิ้ม แม้ใบหน้าจะบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่แทบทนไม่ไหว "ทางนี้ฉันคงได้ไปนอนเตียงขาวแล้วล่ะ..."