ตอนที่ 173 เล่ม 2 นกน้อยในกรงทอง
การพักผ่อนและการสนทนาภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในวันนั้นทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเป็นเพื่อนที่เข้มแข็งและมิตรภาพที่ไม่อาจแยกจากกันได้ แม้จะมีอุปสรรคและความท้าทายมากมาย แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือ
นกน้อยในกรงทอง
หลิงหลาน ธิดาเทพผู้เลอโฉม แห่งนิกายสุริยันแดง งดงามดั่งนางฟ้าในเทพนิยาย ด้วยผิวขาวผ่องประดุจหยก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่เปล่งประกายแสงแห่งปัญญาและความอ่อนโยน เธอเป็นบุตรธิดาเพียงคนเดียวของเจ้านิกาย จึงถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมเหมือนนกน้อยในกรงทอง
ในกรงทองแห่งนี้ หลิงหลานเติบโตขึ้นมาพร้อมกับกฎเกณฑ์และมารยาทที่เคร่งครัด ทุกวันเธอต้องฝึกฝนวิชายุทธ์และการปกครอง ในขณะที่เพื่อนๆ ของเธอเล่นสนุกสนานและสัมผัสถึงความอบอุ่นของความรัก เธอกลับถูกขังอยู่ในกรอบที่กำหนดโดยผู้ใหญ่
สภาพแวดล้อมรอบตัวเธอเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบและความงดงามที่สร้างขึ้นมาเพื่อเธอ ทว่าภายในใจของหลิงหลานกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าและเหงาหงอย
เมื่อกาลเวลาผ่านไป ใกล้ถึงวันที่เธอต้องออกเรือน เจ้านิกายจึงจัดหาคู่ครองชายที่แข็งแรงจากการคัดเลือก เป็นชายหนุ่มที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานของนิกาย แต่ในใจของหลิงหลาน เธอไม่รู้จักรสชาติของความรัก ความอบอุ่นที่แท้จริง ความรู้สึกที่สามารถสร้างความสุขให้กับจิตใจได้
ในวันหนึ่ง เหว่ยเหลียง หนึ่งในนักฝึกตนผู้มาร่วมการแข่งขันในนิกายสุริยันแดง ได้นำอาหารที่เขาปรุงขึ้นมาให้หลิงหลานลองชิม รสชาติของอาหารที่ประณีตและลึกล้ำด้วยพลังปราณ ทำให้หลิงหลานรู้สึกถึงความอิ่มเอมในจิตใจอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านรสชาติของอาหารนั้น ทำให้เธอรู้สึกถึงความสุขและความรักที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเหล่านี้กลับกลายเป็นความโทมนัสในใจของหลิงหลาน เมื่อเธอตระหนักว่าเธอจะต้องแต่งงานกับชายที่เธอไม่รัก และไม่มีโอกาสสัมผัสถึงความอบอุ่นของความรักที่แท้จริง ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้เธอมิอาจควบคุมตัวเองได้
ในคืนหนึ่งที่ดวงจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องของหลิงหลาน เธอตัดสินใจหนีออกจากกรงทองที่เธอถูกขังไว้ตลอดชีวิต ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังและความกล้า เธอออกเดินทางไปสู่โลกภายนอก เพื่อค้นหาความรักและความอบอุ่นที่เธอโหยหา
หลิงหลานเดินทางผ่านทุ่งหญ้าและป่าเขา ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง รู้สึกถึงอิสระที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจนำพาเธอไปสู่ความไม่แน่นอน แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งเพื่อค้นหาความสุขและความรักที่แท้จริง
การเดินทางครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นของการผจญภัยใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเรียนรู้ หลิงหลานจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและบททดสอบต่างๆ เพื่อค้นพบความหมายของชีวิตและความรักที่แท้จริงที่เธอโหยหา
ท่ามกลางเสียงลมพัดเบาๆ และเสียงนกร้องเพลงในยามค่ำคืน หลิงหลานรู้สึกถึงความอิสระและความหวังใหม่ๆ ที่รอคอยเธออยู่ในวันพรุ่งนี้ ความรู้สึกนี้ทำให้เธอมีพลังและความกล้าที่จะก้าวเดินต่อไปในเส้นทางที่เธอเลือกเอง
ข่าวสารจากระบบ
ท่ามกลางท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวที่ลอยล่อง เกาะลอยฟ้าจำลองของเหว่ยเหลียงสงบนิ่งอยู่บนฟ้า เกาะนี้เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ดอกไม้หลากสีที่เบ่งบาน และต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงลมพัดเบาๆ ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและสงบสุข
ในอาคารหลักซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเกาะ เหว่ยเหลียงและสหายกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ ห้องนี้มีหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงแดดอ่อนยามเช้า โต๊ะยาวไม้โอ๊คกลางห้องมีแผนที่และอุปกรณ์การฝึกตนวางเรียงราย ผนังห้องประดับด้วยภาพวาดของบรรพบุรุษและอาวุธหลากหลายชนิด
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากอุปกรณ์ของระบบที่ตั้งอยู่มุมห้อง มันเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยอัญมณีที่ส่องประกาย แสงจากกล่องนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที จากความสงบกลายเป็นความตื่นตระหนกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
เสียงจากระบบดังขึ้นอย่างชัดเจน ภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง ทุกคนต่างหันไปมองหน้าจอของระบบที่เริ่มแสดงข้อมูลสำคัญ
“ท่านเหว่ยเหลียง ข้ามีข่าวสารสำคัญให้ท่านทราบ” ระบบกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
เหว่ยเหลียงขมวดคิ้ว “มีอะไรเกิดขึ้นหรือ”
“ธิดาเทพหลิงหลานแห่งนิกายสุริยันแดงได้หายตัวไป ข้าได้ทำการอนุมานและพบว่าเธอกำลังนำภัยมาสู่พวกเรา ท่านต้องตัดสินใจว่าจะรับเธอเข้ากลุ่มหรือจะหนีจากเธอ”
เสียงของระบบทำให้ทุกคนในห้องหยุดหายใจ พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยความกังวล
“ถ้าเรารับเธอเข้ากลุ่ม เราอาจต้องเผชิญกับศัตรูที่ตามมา” อี้ตงมู่กล่าวด้วยความกังวล
เจ้าอ้วนพยักหน้า “ใช่ แต่ถ้าเราหนีจากเธอ เราก็อาจสูญเสียโอกาสในการสร้างพันธมิตรที่สำคัญ”
เหลียนฮัวหันไปทางเหว่ยเหลียง “เจ้าเป็นผู้นำ เจ้าต้องตัดสินใจ”
เหว่ยเหลียงนิ่งไปครู่หนึ่ง มองไปยังหน้าจอของระบบที่ยังคงแสดงข้อมูลเกี่ยวกับหลิงหลาน “ข้าตัดสินใจแล้ว เราจะรับหลิงหลานเข้ากลุ่มและปกป้องเธอ”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปจากความตึงเครียดเป็นความแน่วแน่ ทุกคนรู้ว่าพวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง
แสงสีฟ้าจากหน้าจอของระบบยังคงส่องประกาย แต่ในใจของทุกคนกลับมีแสงสว่างของความหวังและความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน
การตัดสินใจของเหว่ยเหลียง
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องฝึกตน ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารหลักบนเกาะลอยฟ้าจำลองของเหว่ยเหลียง ห้องนี้มีการตกแต่งด้วยอาวุธโบราณและภาพวาดของบรรพบุรุษ ด้านหนึ่งของห้องเป็นประตูเปิดออกไปสู่ลานฝึกกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ฝึกฝน
เหว่ยเหลียงและสหายของเขากำลังนั่งล้อมวงกันบนเบาะรองนั่งรอบโต๊ะยาวไม้โอ๊ค ซึ่งมีแผนที่และหนังสือฝึกตนวางเรียงราย บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทุกคนต่างเฝ้ารอการตัดสินใจของเหว่ยเหลียง
“พวกเราต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับเรื่องของธิดาเทพหลิงหลาน” เหว่ยเหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
อี้ตงมู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เหว่ยเหลียงกล่าวด้วยความกังวล “ถ้าเรารับเธอเข้ากลุ่ม ศัตรูของเธออาจตามมาและทำร้ายเราได้”
เจ้าอ้วนหัวเราะเบาๆ และพูดแซว “อาจเป็นเพราะธิดาเทพหลิงหลานติดใจรสชาติอาหารของเหว่ยเหลียงก็ได้นะ ใครจะไม่ชอบล่ะ รสชาตินั้นยอดเยี่ยมมาก!”
ทุกคนหัวเราะเบาๆ กับคำพูดของเจ้าอ้วน บรรยากาศในห้องผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
เหลียนฮัวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่เราต้องคิดให้รอบคอบ การรับเธอเข้ากลุ่มอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เราสามารถช่วยเธอและเรียนรู้จากเธอได้”
เหว่ยเหลียงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าตัดสินใจแล้ว เราจะรับหลิงหลานเข้ากลุ่มและปกป้องเธอ”
เสียงของเหว่ยเหลียงทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่น พวกเขาต่างพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
ขณะที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง บรรยากาศในห้องฝึกตนก็เปลี่ยนไปจากความตึงเครียดเป็นความแน่วแน่ ทุกคนรู้ว่าพวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง ด้วยความเชื่อมั่นและความร่วมมือ เหว่ยเหลียงและสหายของเขาจะสามารถเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน
การมาถึงของหลิงหลาน
แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านก้อนเมฆที่ลอยล่อง ทำให้เกาะลอยฟ้าจำลองของเหว่ยเหลียงเปล่งประกายราวกับอัญมณีที่ลอยอยู่กลางอากาศ ทุ่งหญ้าเขียวขจีและดอกไม้หลากสีที่เบ่งบานเต็มที่สร้างบรรยากาศที่งดงามและสงบสุข บนลานฝึกกว้างใหญ่ เหว่ยเหลียงและสหายของเขากำลังเตรียมตัวรับการมาถึงของธิดาเทพหลิงหลาน
เสียงนกร้องเพลงประสานเสียงกับเสียงลมพัดผ่านต้นไม้ใหญ่ ทุกคนยืนอยู่ในท่ามกลางความเงียบสงบ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังและความกังวล
ทันใดนั้น เหว่ยเหลียงเห็นหลิงหลานเดินเข้ามาจากทางเข้าของเกาะ เธอสวมชุดผ้าไหมสีขาวที่พริ้วไหวตามลม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความกลัว น้ำตาที่ไหลอาบแก้มทำให้ทุกคนรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานที่เธอกำลังเผชิญ
เหว่ยเหลียงก้าวไปข้างหน้าและยิ้มอย่างอบอุ่น “เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเราจะปกป้องเจ้า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล