ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่383 เจอหน้าก็พร้อมจะฆ่าฟัน

         อี้เฉินกับ เจ้าสมิงน้อย ตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก ครั้นเห็นภายในสายตาของพวกเขา เต็มไปด้วยกระถางเพลิง ถูกจุดไว้เป็นทางยาว ราวกับเป็นลานทำพิธีของบางสิ่ง รอบด้านเต็มไปด้วยรูปปั้นขนาดยักษ์ ประหนึ่ง องค์เทพทั้ง8องค์ ผู้โกรธเกรี้ยว แสดงกิริยา ท่าทางต่างๆ ขจัดหมู่มาร ด้วยสีหน้าแววตาดุร้าย ช่างดูเป็นภาพที่น่าคร้ามเกรงยิ่งนัก
 


          ครั้นเมื่อเดินผ่านทางเดิน สุดสายปรายตามีสระน้ำไม่ใหญ่มากนัก ปลดปล่อยหมอกควัน ขึ้นมาลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าน้ำภายในสระนั้น ประหลาดเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นหยินและหยาง ธาราสองขั้ว ที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน



           เมื่ออี้เฉิน หันไปดูเวลาที่ทางออก เขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น "28วันงั้นหรือ ที่ข้าจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้ เหตุใดมันถึงนานถึงเพียงนี้เล่า ก็เท่ากับเวลาทั้งหมด ที่จะอยู่ภายใน มิติหุบเหวสวรรค์ ก็จะหลงเหลือเพียง15วัน นะสิ"

 


            เจ้าสมิงน้อยในยามนี้มันอยากจะเข้าไปด้านในเต็มแก่แล้ว เอ่ยคำพูดบอกกล่าวอี้เฉินในทันที "เจ้าเข้าไปด้านในส่วนลึกได้แล้ว ไม่ต้องไปสนใจเรื่องอื่นๆ ..ข้าได้กลิ่นของล้ำค่า" เจ้าสมิงน้อยมันบอกกล่าวออกมาอย่างไม่มีปิดบัง แววตาเป็นมันหยาดเยิ้ม ทำจมูกฟุดฟิด ไปด้านหน้าในทันที

 


           อี้เฉินที่เห็นท่าทีเจ้าสมิงน้อย คึกคักมันก็ดีอยู่หรอก แต่ภายในเขารู้สึกถึงปราณชั่วร้ายบางอย่าง ก่อนเขาจะถอนหายใจยาวออกมา …เดินย่างกรายมาที่สระน้ำโดยไร้ทางเลือก

 


           อี้เฉินรู้สึกประหลาดใจ อยู่ไม่น้อย ครั้นเห็นน้ำภายในสระแยกออกเป็นสองฝั่ง อย่างชัดเจนใกล้ๆ เต็มสองตาของเขา 'เหตุใดมันถึงไม่หลอมรวมกันเป็นเนื้อเดียวเล่า' ก่อนอี้เฉินจะไต่ถามไปที่เจ้าสมิงน้อย "ของเหลวสองสิ่งนี้ คือสิ่งใดกันแน่"

 


         สมิงน้อยมันไม่รอช้าโดดลงจากหัวไหล่อี้เฉิน วิ่งกรูเข้าไปด้วยความกระตือรือร้น เอื้อมอุ้มเท้าลงไปแตะน้ำทั้งสองธาราตรวจสอบในทันที ครั้นมันที่รับรู้ถึงสรรพคุณที่มากมายจากแหล่งน้ำได้ มันแปลงกายเป็นร่างมนุษย์ โดดลงไปแช่ภายในสระน้ำ ฝั่งสีขาวในทันที ก่อนเอ่ยคำพูดบอกกล่าวอี้เฉิน ด้วยความยินดี "มันคือไขกระดูกของจักรพรรดิ เต็มเปี่ยมไปด้วยสรรพคุณด้วยมรรคาวิถี แต่เจ้าระวังหน่อยล่ะ ฝั่งสีแดงเหมือนจะเต็มไปด้วย มรรคาวิถีมาร แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วย สรรพคุณที่มากมาย แม้แต่กระดูกศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า ยังต้องอดใจไม่ไหว"

 


อี้เฉินได้ยิน เขาพยักหน้ารับคำเจ้าสมิงน้อยในทันที ก่อนบอกกล่าวตัวนาง ออกไป ครั้นเห็นอะไรบางอย่างเด้ง อวดสายตาอี้เฉินเต็มสองตา "เจ้าจะเปลือยกาย ล่อนจ้อนทุกครา ที่ออกมาไม่ได้นะ" ก่อนอี้เฉินจะเช็ดเลือดกำเดาที่จมูก ของเขาออกไป

 


"หมอกภายในสถานที่แห่งนี้ออกจะหนา เจ้าอย่าคิดเยอะน่า ทุกคนก็เกิดมาพร้อมกับร่างที่เปลือยเปล่าไม่ใช่หรือ" สมิงน้อยใบหน้างดงามกล่าวด้วยความไม่ทุกข์ร้อน ก่อนมันจะจมดิ่งลงไปภายในสระน้ำฝั่งสีขาว เหลือเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่ลอยเหนือน้ำ



             อี้เฉินครั้นได้ยินเขาถึงกับส่ายหัว สงบจิต สงบใจไม่ให้คิดอะไรฟุ้งซ่าน ไม่เช่นนั้นเดียวได้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ อี้เฉิน เมื่อครุ่นคิดเช่นนั้นได้ เขาโบกฝ่ามือสลายเสื้อผ้า ของเขาทิ้งในทันที ก่อนก้าวเดินลงไปแช่ภายในสระน้ำฝั่งสีแดง ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ กายาของเขาก็ค่อยๆ ดูดซับ ไขกระดูกภายในสระน้ำเข้าไปสู่ ร่างกาย ช้าๆ


ทว่ามันกับปะปนมากับ อายความชั่วร้าย จนทำให้กายาอี้เฉินสั่น ไหวน้อยๆ ขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด มาพร้อมกับ กลุ่มควันสีดำ จางๆ เกาะกินกายา ของเขาไม่ขาด แต่ประโยชน์ที่ได้มาก็มีไม่น้อย ครั้นรับรู้ว่า กระดูกศักดิ์สิทธิ์ของเขา ค่อยๆ ดูดซับของเหลวเข้าไปเติมเต็ม รอยแตกร้าวเหล่านั้น จนส่องแสงขึ้นมาพร่างพราว

 


...เมื่อเวลาไหลผ่านไปร่วมๆ ชั่วยาม หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ ก็ต่างหน้าบึ้งตึง ครั้นได้ยินเสียงฝีเท้าคนผู้หนึ่งตรงมายังบริเวณสระน้ำ เม็ดเหงื่อจึงผุดผราย ขึ้นมาบนใบหน้า จับจ้องสายตา ไปในเส้นทางกระถางเพลิงส่องสว่าง อย่างไม่วางตา



        ทว่าเมื่ออี้เฉินเห็นเยว่ชิงเซียน เข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ ด้วยใบหน้าซีดเผือด ราวกับคนขาดเลือด ดวงหน้างามเย็นชาสุดแสน มาพร้อมความเดือดดาลอยู่ไม่น้อย อี้เฉินดำดิ่งลงไปภายใต้สระน้ำในทันที เขาไม่อยากพบเจอกับนางในยามนี้



         เยว่ชิงเซียน ครั้นเข้าใกล้สระน้ำที่เต็มไปด้วยหมอกหนา นางยกยิ้มเป็นปีติ ใบหน้าที่เย็นชา พลันสลายไปในฉับพลัน ทว่าเมื่อนางเห็นหญิงสาวเปลือยกาย ล่อนจ้อน ใบหน้างดงามอยู่ไม่น้อย หูทั้งสองข้างปุกปุยเต็มไปด้วยขน หางยาวโบกสะบัดไปมาอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงความไม่ชอบใจของนาง เยว่ชิงเซียน นางขมวดคิ้วมุ่น ตั้งท่าต่อสู้ในทันที

 


"เจ้า เจ้าเข้ามาภายในนี้ได้อย่างไร" เยว่ชิงเซียนนางคิดว่านางเป็นคนแรกที่เข้ามาเสียอีก นางจึงประหลาดใจไม่น้อย กระบี่ ในมือของนางยกขึ้น ชี้มาด้านหน้าในฉับพลัน

 

         ทว่าเมื่อเยว่ชิงเซียน นางได้ยินเสียง"ชิ" เล็ดลอดออกมาตามไรฟันของหญิงสาว มันก็ทำให้นางหนังตากระตุกน้อยๆ จ้องมองหญิงสาวนางนั้น เขม็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนางจะเอ่ยอุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ "เจ้า เจ้าเป็นเจ้าแมวน้อยตัวนั้นอย่างนั้นหรือ แล้วนายของเจ้าละ"

 


          สิ้นเสียงของเยว่ชิงเซียน อี้เฉินก็พุ่งปราดขึ้นมาเหนือน้ำ เข้าหาตัวนางในฉับพลัน ชนิดไม่ได้ตั้งตัว ล็อกแขนทั้งสองข้างของเยว่ชิงเซียนไว้ด้านหลังในเสี้ยววินาที ด้วยความตกตะลึง ดวงหน้างามบูดบึ้งในทันใด

 


"เจ้า เจ้าไอ้เวรระยำเอ๊ย ปล่อยแขนของข้าเดียวนี้" ทว่าเมื่อนางสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มอัปลักษณ์ ที่อยู่ด้านหลังของนางเปลือยกายล่อนจ้อน ดวงหน้างามจึงแดงน้อยๆ ขึ้นมา ด้วยความเขินอาย ก่อนยกหลังเท้าเตะกล่องดวงใจของชายหนุ่ม เสียง"ตุบ"ดังออกมาหนักแน่น



อี้เฉินหน้าบูดหน้าเบี้ยว ตัวบิดงอเป็นกุ้งในทันที ความจุกเสียดแล่นพล่านไปทั่วกายา "บัดซบ บัดซบ ข้าไม่เคยคิดจะทำลายเจ้าเลยนะเยว่ชิงเซียน เหตุใดเจ้าถึงโกรธแค้นข้าถึงเพียงนี้เล่า คิดจะให้ข้าสูญพันธุ์เลยงั้นหรือ"



         เยว่ชิงเซียน มองค้อนมาที่อี้เฉินในทันที "เจ้าอย่าพูดดีหน่อยเลย คนดีที่ไหน เขาพุ่งเข้ามาจับสตรีด้วยกายาเปลือยเปล่ากันเล่า" ก่อนที่นางจะยกกระบี่หยก ขึ้นมาชี้หน้าอี้เฉิน อายสังหารโหมลุกขึ้นมาอย่างไม่มีปิดบัง



ก่อนนางจะเอ่ยคำพูดออกมา ด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ครั้นเห็นชายหญิง เปลืองผ้า ภายในบ่อน้ำเดียวกัน "เจ้าคงไม่ได้ทำเรื่องผิด ศีลธรรม ภายในสระน้ำอันศักดิ์สิทธิ์หรอกนะ"



         อี้เฉินที่สร้างเสื้อผ้ามาคุมกายาไว้ ครั้นได้ยินคำพูดของเยว่ชิงเซียน เขาหลุดขำออกมาในทันที "ฮ่าๆ เจ้าใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์จริงๆ หรือ เหตุใดเจ้าคิดเรื่องอกุศลเช่นนั้นเล่า"



"เจ้า! เจ้า! กล้าเอ่ยพูดโยกโย้ ข้างั้นหรือ" กระบี่หยกในมือของนางถูกนาง ถือไว้จนแน่นในฉับพลัน ก่อนส่งคลื่นปราณกระบี่ โหมซัดออกมาอย่างรุนแรง พุ่งเข้าใส่อี้เฉินชนิดไม่เก็บออม

 


          อี้เฉินที่เห็นคลื่นปราณกระบี่ที่บ้าคลั่ง เขาถึงกับขมวดคิ้ว สำแดง"ดัชนีตัดฟ้า" ผ่าฟาดคลื่นปราณกระบี่ ออกเป็นเสี่ยงๆ เสียง"ปัง"ดังออกมากู่ก้อง หมอก รอบทิศพัดหายออกไปในฉับพลัน จนรอบๆ สั่นไหวไม่หยุด เศษคลื่นปราณพลังแตกกระจายออกไปทั่วทิศ เฉือนโดยรอบ จนเป็นร่องรอย กระบี่ไปทั่วบริเวณ

 


           ทว่าริมฝีปากของ เยว่ชิงเซียน ก็ต้องกระอักเลือดออกมาเนื่องด้วยในยามนี้ นางเสียเลือดไปมาก ใบหน้าซีดเผือดขึ้นไปอีกหลายเท่า เมื่อสำแดงพลังออกมา เยว่ชิงเซียน นางหน้ามืดทะมึนไม่น้อย หากปะทะกับชายหนุ่มอัปลักษณ์ เกรงว่า พวกเขาทั้งสอง คงจะไม่มีใครดีไปกว่ากันมากนัก เผลอๆ อาจจะตายตกลงไปทั้งคู่

 


          อี้เฉินที่เห็นว่า พวกเขาต่อสู้ไปก็ไม่ได้อะไร มีแต่จะทำให้ตายตกกันไปเสียเปล่าๆ เขากล่าวคำพูดออกไปบอกกล่าวตัวนางในทันที "เราแบ่งกันใช้สระน้ำดีหรือไม่ อย่างไร เจ้าก็ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ไม่ได้"

 


ครั้นสมิงน้อยได้ยิน มันก็มีท่าทีไม่พอใจในทันที ทว่ามันจะทำอะไรได้ดำดิ่งลงไปภายในสระน้ำต่อในทันที

 


          เยว่ชิงเซียนใบหน้างาม ของนางไม่มีความจำยอมเท่าใดนัก ปากแยกเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ไม่น้อย ทว่ามือที่ถือกระบี่ จวนจะถือไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ก่อนเอ่ยคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก "แล้วหากข้าปฏิเสธ คิดจะต่อสู้กับเจ้าจนตัวตายล่ะ"

 


อี้เฉินจดจ้องไปที่เรือนร่างของนางในทันที ราวกับมดที่ไต่ไปตามตัวของนาง "หากเจ้าแพ้ข้า กายของเจ้าก็จะเป็นของข้า เจ้ารับความเสี่ยงนั้นไหวหรือไม่"

 


          เยว่ชิงเซียน รู้สึกคันเนื้อคันตัวยิบๆ จากสายตาของชายหนุ่มอัปลักษณ์ ก่อนนางจะถอนหายใจออกมายาว ราวกับคนไม่มีทางเลือก แม้คำพูดของชายผู้นี้จะเต็มไปด้วยทีเล่นทีจริง แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายนางจริงๆ จวนถึงชีวิตสักครั้ง มันจึงทำให้นางยอมรับข้อเสนอ "ได้ๆ ข้าตกลง ทว่าเมื่อใดที่เจ้ามารุ่มร่ามกับข้า ข้าจะสังหารเจ้าอย่างไม่ลังเล"



          อี้เฉินเกาหัวน้อยๆ รับคำของนางในทันที ก่อนที่นางจะเปลี่ยนอาภรณ์ เตรียมจะเดินย่างกรายลงไปภายในสระน้ำสีขาว ทว่าเมื่อนางเห็นสายตาชายหนุ่ม จดจ้องมาที่ช่วงคอขาวราวหงส์ของนาง มันก็ทำให้ตัวนางเกร็งขึ้นมา อย่างฉับพลัน "เจ้าเก็บสายตาของเจ้าไปเสีย"

 


           ทว่าเมื่อนึกถึง สร้อยคอลูกปัดที่ชายหนุ่มเบื้องหน้า มอบมันให้กับนาง เมื่อในยามอดีต ช่วงเวลาที่นาง ลงไปยังดินแดนเบื้องล่าง ดวงหน้างาม ของนางก็แดงน้อยๆ ขึ้นมาด้วยความเขินอาย ยกฝ่ามือปกปิดสร้อยคอ ไว้แน่น แล้วดำลงไปภายในแหล่งน้ำด้วยความ ขวยเขิน 'เขาต้องเห็น สร้อยลูกปัด ที่ข้าสวมใส่ไว้แน่ ข้าจะทำเช่นไรดี'

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน