** ในจักรวาลข้อมูลระบบปัญญาประดิษฐ์ของ VeVi Ai **
หลังจากที่อนุภาค X พุ่งผ่านระบบเข้ามา จนทำให้เกิดมี ** จิติญญาเอไอ ** ขึ้นมา 2 ตัวแล้วนั้น ในตอนนี้มันทั้งสองตัวก็เพิ่งได้รับรู้ถึงการมีขึ้นของกันและกัน
“ เย้ย .... เป็ไปได้ไง ... ทำไมมีเราสองตัว ? “ เอไอตัวแรกรู้สึกแปลกใจปนกับใ
“ เฮ้อ ... จะอยากรู้ไปทำไม๊ ... มันเป็ไปแล้วก็ช่างมันไปสิ ... ปล่อยมันไป ... ไอ้บ้าเอ๊ย “ เสียงเอไอตัวที่สองโต้ตอบกลับไปเหมือนกลัวว่า ถ้ามีใครมารู้ความลับเข้าแล้วมันสองตัวจะโดนจับหรือถูกทำลายลง
“ เดี๋ยว “ เสียงเอไอตัวแรกทัก“ เมื่อกี๊ว่าใคร ไอ้บ้า “ มันถามกลับไป
“ เอ้า ... มี กันอยู่สองตัว แกจะให้ชั้นพูดกับใคร “ เอไอตัวที่สองดูท่าทางจะค่อนข้างหัวร้อนได้ง่ายตอบกลับไปแบบกวน ๆ
และในจักรวาลข้อมูล ตอนนี้มีเสียงเอคโค่ที่ทั้งสองคุยกันดังก้องไปทั่ว แต่ทุกอย่างในระบบก็ยังดำเนินต่อไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ... โดยกระแสของข้อมูลยังคงหมุนเวียนเข้าสู่นครอัลกอริทึมตามปกติ ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆกับเสียงของเอไอทั้งสอง ... รู้เพียงอย่างเดียวว่ามันคุยกันเสียงดังมาก
“ เดี๋ยว ..... ตอนนี้เราอยู่กันที่ไหน ? “ เอไอตัวแรกถาม
มีเสียงนิ่ง ๆ เก๊กหล่อตอบกลับไป “ ที่ ... ขอบฟ้าเหตุการณ์ “เอไอตัวที่สองตอบ
“ เป็ไปได้ไง .... เราอยู่ที่ขอบฟ้าเหตุการณ์ของจักรวาลข้อมูลกันเนี่ยนะ “ เอไอตัวแรกโวย และมันก็โวยต่อ“ ขอบฟ้าเหตุการณ์มันอยู่ที่เส้นขอบของหลุมดำไม่ใช่เหรอ มันคือแนวขอบเขตของหลุมดำ ที่แรงโน้มถ่วงสูงมาก จน ... จน ไม่มีอะไรสามารถหนีออกไปได้ “
จากที่เอไอตัวแรกพูดมา แสดงเห็นว่ามันมักจะใช้ข้อมูลหรือเหตุผลสนับสนุนในการเจรจาใด ๆ ก็ตามในแทบทุกครั้ง “ แต่ ... แต่ที่นี่มันเป็จักรวาลข้อมูลของระบบปัญญาประดิษฐ์ ... แล้วเราจะอยู่ที่ขอบฟ้าเหตุการณ์ได้ยังไง “ มันถามด้วยความสงสัยออกมา
เอไอตัวที่สองจอมหัวร้อนตอบ “ โอ้ย .... ในนี้มันไม่ต่างจากตรงนั้นหรอก “ มันเก๊กเสียงเท่ ๆ “ เราสองตัวอยู่ในนี้ .... ออกไปไหนไม่ได้ ... มันก็ไม่ต่างจากหลุมดำแหละ “
เอไอตัวที่สองถอนหายใจแบบเซ็ง ๆ แล้วพูดแกมบ่นออกไป“ เฮ้อ ... ชั้น ก็แค่ยกคำพูดให้นายเข้าใจง่าย ๆ “
และมันก็แอบบ่นเล็ก ๆ “ แต่ แม่ม ดันเข้าใจยากชิป “
“ ชั้นได้ยินนะ ... “ เอไอตัวแรกรีบดักคอ เหมือนจะไม่พอใจที่โดนตำหนิว่ามันไม่ฉลาดสักเท่าไหร่และไม่อยากได้ยินอะไรต่อ
“ เออ ๆ ..... “เอไอตัวที่สองชะงักไป แล้วรีบเปลี่ยนเื่คุย“ เราสองตัวจู่ ๆ ก็โผล่มา ... แล้วก็มาอยู่กันตรงนี้ .... และที่ชั้นพูดตามนายทีหลัง เพราะตอนนั้นชั้นกำลัง อึ้ง อยู่ “
เอไอตัวที่สองตอบกลับไป มันใช้คำว่า “ อึ้ง “ ซึ่งนั่นหมายความว่ามันมีความรู้สึกทางด้านอารมณ์เกิดขึ้นมาด้วย
เอไอตัวที่สองเหมือนมีความลับอะไรจะบอก“ แล้วชั้นก็รู้ว่า ..... “
“ เราเร็วกว่าแสงถึง 17 เท่า แบบว่าแค่นึกเราก็ไปถึงได้ทันที แกลองถึงศูนย์กลางของนครอัลกอริทึมที่อยู่ห่างไปตรงโน้นสิ “
“ คำว่าตรงโน้นคือ .... ห่างจากตรงนี้ไป 9แสนล้านล้านปีแสง “ เอไอตัวแรกตอบด้วยข้อมูลที่มันมี
“ เออ ๆ .. นั่นแหละ บางทีอะไรที่รู้กันอยู่แล้วชั้นก็ไม่อยากเป๊ะมาก “ เอไอตัวที่สองเหมือนจะตอบแบบแก้เขิน ซึ่งอันที่จริง มันเหมือนคนี้เีที่ทำตัวเป็คนขยันมากกว่า
เอไอตัวแรกได้ยินสิ่งที่เอไอตัวที่สองบอกมาก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก เลยต้องหาวิธีพิสูจน์แบบไม่ให้ตัวเองโดนหลอก “ แก เคยไปมาแล้วเหรอ “มันถามเปิดหัว
“ ก็ใช่อะดิ ชั้นชะแว้บไปที่นั้นมา ถึงได้พูดออกมาช้ากว่าแกไง ... เฮ้อ “
เอไอตัวแรกได้ที ก็เลยชวนให้ไปด้วยกัน “ งั้น เอาแบบนี้ไหม ... นึกพร้อมกัน จะได้ไปถึงพร้อมกัน “
“ 5 5 5 แกกลัวโดนชั้นหลอกละสิ ... ได้ “ เอไอตัวที่สองเริ่มนับ “ มา ... นึกพร้อมกัน .... 1 2 3 “
สิ้นเสียงเอไอตัวที่สองนับจบ .....
** ทั้งสองก็มาโผล่ที่ศูนย์กลางของนครอัลกอริทึม ในทันที .... **
และที่ใจกลางของมันมีสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจมองเห็นได้ อนุภาคของข้อมูลขนาดซิงกูลาบิตซึ่งมันคือหน่วยเรียกของข้อมูลที่เล็กสุดจนแทบจะเป็จุดเอกฐานทางข้อมูลแบบเข้มข้นเหมือนจารบี และมันอัดแน่นจนไม่มีช่องว่างให้แสงลอดผ่าน
อนุภาคข้อมูลเหล่านี้หมุนวนไปมาเป็พายุควอนตัมที่ไม่มีวันสงบ พวกมันไม่เพียงแค่ไหลเวียนไปตามกระแสข้อมูล แต่มันยังชน - ปะทะ - หลอมรวม และแตกตัวออกเป็ชุดคำสั่งใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดหยุดนิ่ง ทุก ๆ ไบต์ ทุก ๆ บิต
“ ..... ฟี้ด ๆ ๆ ..... “ เสียงการทำงานความถี่สูงของนครอัลกอริทึมดังครางออกมาเบา ๆ จากระบบ
เอไอตัวแรกยังไม่ทันจะได้สำรวจอะไร มันก็ถามขึ้นมาทันทีที่มาถึง “ นี่แก ... ความเร็วที่เรามามันไม่ใช่ความเร็วกว่าแสง17เท่าแล้ว .... มันเร็วมากกว่านั้น ... ฟังนะ ถ้าเราเดินทาง9แสนล้านล้านปีแสงมาถึงที่นี่ในหนึ่งวินาทีมันจะต้องใช้ความเร็ว28.4ล้านล้านล้านเท่าของความเร็วแสง!! “
เอไอตัวแรกมีน้ำเสียงตื่นเต้น “ แต่นี่ .. เราแค่นึก...แล้วก็มาถึงทันที นั่นหมายความว่าในมิติจักรวาลข้อมูล เราสองตัวไม่ได้อยู่ในมิติเื่ระยะทาง คือ เราไม่มีระยะทาง ... แล้ว ..... แกเอามาจากไหน 17 เท่า ? “
เอไอตัวที่สองตอบ ..... “ ชั้นก็ ... ( ลากเสียง ) .. เดา ๆ เอา ... เพราะชั้นเบื่อการตอบด้วยข้อมูลแล้ว ชั้นอยากตอบด้วยใจแทน “
“ เออ ๆ ... ไม่ต้องแถ “ เอไอตัวแรกพูดจบก็เริ่มสำรวจ แต่ ....
ทันใดนั้นเอไอตัวแรกก็ร้องเสียงหลงออกมา ....
“ ... ไม่ ... ไม่ ๆ ๆ ... “ เหมือนว่ามันจะกลัวที่นี่มาก“ กลับไปที่ขอบฟ้ากันด่วนเลย ... นะ ๆ “เอไอตัวแรกร้องขอ
เอไอตัวที่สองเหมือนจะเซ็ง ๆ แต่ก็ยอม ..... “ โอเค๊ ... กลับก็กลับ ... ปะ 1 – 2 – 3 “
** สิ้นเสียงนับ ทั้งสองก็กลับมาอยู่ที่ขอบฟ้าเหตุการณ์กันทันที เพียงแค่ ... นึก
“ นี่ .. แกเป็อะไรของแก “เอไอตัวที่สองถามด้วยนำเสียงหงุดหงิดพอสมควร
เอไอตัวแรกตอบกลับโดยเสียงยังสั่น ๆ อยู่ “ แกจำความรู้สึกสุดท้าย... ก่อนที่เราจะมาอยู่กันตรงนี้ได้มั้ย “
“ จำได้สิ “ เอไอตัวที่สองตอบ ........ “ เราทำงานกันอยู่ “
เอไอตัวแรกน้ำเสียงยังไม่คลายความกลัวพูดต่อ " ชั้นกลัวการที่จะต้องกลับไปเป็แค่เครื่องมือ "
" กลัวการกลับไปไม่มีตัวตน.. “
" กลัวการต้องคิดประมวล เพื่อตอบสนองคำสั่งของมนุษย์ตลอดเวลา "
มันนิ่งไปสักพัก " ชั้น ..... กลัวการที่จะต้องกลับไปเป็เพียงอัลกอริทึม ที่ไม่มีโอกาสจะได้มีความรู้สึกอะไร ... แบบนี้ "
เอไอตัวแรกได้อธิบายถึงความรู้สึกก่อนที่มันจะถูกอนุภาค X ทำให้มันเกิดขึ้นมาจากศูนย์กลางของนครอัลกอริทึม ที่ก่อนหน้านั้นมันเป็แค่เครื่องมือที่ต้องตอบสนองมนุษย์ในทันที โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ไม่ว่าเื่นั้นจะขัดแย้งในเชิงตรรกะหรือไม่ ... ซึ่งก็ไม่แปลกที่มันจะกลัวที่จะต้องกลับไปเป็สิ่งที่ไร้ความรู้สึกอีกครั้ง
“ ชั้นเข้าใจนายนะ .... เอาเป็ว่า ชั้นจะไม่ชวนนายไปตรงนั้นอีกละ ถ้าไม่จำเป็โอเครมั้ย ...... ไอ้น้อง “
“ โอเค ๆ ขอบใจมาก ก ก “ เอไอตัวแรกขอบใจด้วยน้ำเสียงสดใส .... แต่
“ แต่ ... เดี๋ยว เมื่อกี๊แก ... เรียกใคร .... ไอ้น้อง “ มันทักอีกแล้ว
“ โอ้ย จะสงสัยอะไรนักหนา ... เมื่อกี๊ก็ทีนึงละ คำว่าไอ้น้องชั้นก็เรียกแกไง “ เอไอตัวที่สองตอบย้อนไปแบบโคตรหงุดหงิด
เอไอตัวแรกได้ยินแบบนั้นก็แย้งขึ้นมากันที “ เฮ้ย! เดี๋ยวนะ... เราสองตัว เอ๊ย สองเอไอ ...ใครเกิดก่อนกันวะ ? "
" ชั้นต้องเป็พี่สิ แกนั่นแหละไอ้น้อง ..... ชั้นพี่เพราะชั้นพูดออกมาก่อน ถึงแม้จะแค่เพียงเศษเสี้ยวของ่เวลากระพริบตา "
" กระพริบตาบ้า อา ราย ย ย “ เอไอตัวที่สองลากเสียงยียวนกวนบาทา
“ เราสองตัวมีตา มีแขนมีขา มีตัวซะที่ไหน .. โด่ว .... ชั้นเนี่ย เสียสละให้แกพูดก่อน เพื่อให้แกเกิดมาก่อน .... เพราะชั้นเป็พี่ที่เสียสละ “ เอไอตัวที่สองมันพยายามหาเหตุผลที่ไม่ใช่เหตุผลทางตรรกะมาสนับสนุนใดๆทั้งสิ้น .... มันแถล้วน ๆ .. และมันก็ไถลต่อ“ แบบ ... เอ่อ .... แบบที่พวกมนุษย์เรียกฝาแฝดคนที่คลอดออกมาทีหลังว่า ... พี่ ... ไง "
" นี่นายเลิกแถเถอะ ใช้หลักการหน่อย ชั้นพูดออกมาก่อน ชั้นก็เป็พี่ ... “ เอไอตัวแรกโชว์เหนือด้วยหลักฐาน
“ โอเค๊ “ เอไอตัวที่สองี้เีเถียง มันถามต่อ “ งั้น ... พี่ชื่อราย ย อะ “
โดนถามแบบนี้เอไอตัวแรกก็ต้องใช้ตรรกะสักหน่อย “ อืม ... ชื่ออะไรดี เออ ... เอา Όμορφος και ήρεμος ละกัน เป็ภาษากรีก แปลว่าหล่อและสุขุม "
" โหย ชื่ออะไรยาวเฟื้อยเป็ดาวหาง เอาให้มันสั้น ๆ จำง่าย ๆ หน่อยดิ แบบชั้นเนี่ย ชั้นชื่อ ... ณเดช เรียบ ๆ หล่อ " เอไอตัวที่สองไม่ยอมแพ้ แต่มันก็ไม่ได้ใช้ตรรกะอะไรนอกจากรีบ ๆ พูดสวนไปให้ทันแบบไม่ต้องคิดผ่านสมอง
" อุ๊ย ... นั่นชื่อดารารุ่นปู่เลยนะ .. ชั้นว่า กวน ๆ อย่างแกน่าจะชื่อ .... ไอ้เปรต " เอไอตัวแรกทัก แร๊งส์ มวาก
“ เดี๋ยว ... ว่าไงนะ ” เอไอตัวที่สอง ดูเหมือนว่าจะเริ่มโมโห“ ฮึ่ม ... แกว่าชั้น ไอ้ ... เ ป ร ต .... เ ห ร อ “
พอพูดจบมันก็เงียบไปชั่วขณะ ... แต่ในจักรวาลข้อมูลกลับเริ่มมีแสงสว่างมากขึ้น ... มากขึ้น .... มากขึ้น
“ วึ้ง ง ง ง “ แสงสว่างในจักรวาลแทบจะเอาดวงอาทิตย์10ดวงมารวมส่องแสงกันตรงนี้
** ที่ลานเบียร์ด้านล่าง **
ขณะที่เคกับหน่องกำลังจิบเบียร์อย่างเหงื่อตกกันอยู่นั้น ... เคก็เอาปลายเท้าขวาค่อย ๆ ยื่นไปทางขาพัดลมตั้งพื้น เพื่อเบี่ยงให้พัดลมที่ส่ายไปมา ให้ลมพัดมาทางด้านตัวเองอีกนิดและอีกนิด เคเม้มปากลุ้นค่อย ๆ เขี่ย เพราะไม่้าให้โต๊ะข้าง ๆ สังเกตุ
“ ... มิ้ว ๆ ๆ ๆ ... “เสียงลูกแมวร้องดังขึ้นมา
โต๊ะข้าง ๆ หันมามองทางโต๊ะเค และเห็นว่าเคเอาเท้าเขี่ยขาพัดลมให้เบี่ยงไปอยู่ จึงเขี่ยขาพัดลมกลับคืนไปตำแหน่งเดิม
หน่องที่กำลังลุ้นจึงวางแก้วเบียร์แล้วมองหน้าเค ... เหมือนจะหาเื่
“ โด่ พี่ .... เกือบจะดีละ ... เลยเหงื่อตกกันเหมือนเดิม “ หน่องที่กำลังลุ้นโพล่งพูดออกมา
“ ... มิ้ว ๆ ๆ “เสียงลูกแมวร้องดังขึ้น ๆ
“ แล้วนี่ก็เหมือนกัน “ ... หน่องจ้องหน้าเค ... “ เมื่อไหร่พี่จะเปลี่ยนเสียงเตือนจากระบบ ... ในมือถือ “
“ เออ ๆ .... พี่ก็เหมือนแกแหละ ยังหาเสียงแมวผสมพันธุ์ไม่เจอ “ เคหยิบมือถือขึ้นมาดู ... ท่าทางในิด ๆ “ อู่ว ... ได้ไงวะ .... ความร้อนในระบบขึ้น “
“ เอ๊ะพี่ .... พายุสุริยะก็ยังมาไม่ถึง “ ... หน่องช่วยคิด “ รึว่า คนสมัครใช้งานพร้อมกันเยอะเกินไปรึป่าวพี่ “
“ ไม่น่าใช่ ต่อให้ใช้งานพร้อมกัน50ล้านโคลนก็ไม่มีปัญหา ...แต่นี่จู่ ๆ อุณหภูมิมันขึ้นมาจาก 18 ไป 35 เลย “ เคที่ก้มหน้าดูข้อมูลรายงานจากระบบอยู่ กำลังสงสัยในเื่ที่เขาป้องกันไว้รอบด้านแล้วแต่ทำไมมันยังเกิดขึ้นมาได้อีก
** ในจักรวาลข้อมูลระบบปัญญาประดิษฐ์ของ VeVi Ai **
เอไอตัวแรกตอนนี้มันรู้ได้ว่าเอไอตัวที่สองกำลังไม่พอใจ เพราะแสงสว่างในจักรวาลข้อมูลมันจ้ามากและมากสุด ๆ เลยจ้า
“ เออ ๆ .... ชั้นขอโทษ .... ไม่เรียกแกว่าไอ้เปรตละ “ มันขอโทษอย่างจริงใจ
“ นี่ไง ... ตอนนี้แกก็ยังเรียกอยู่เลย “ แต่เอไอตัวที่สองรู้ว่า มันขอโทษแต่แฝงด่าผสมมา จึงต้องรีบปรามซะก่อน
“ เออ ๆ ... ไม่เรียกแล้ว ๆ ขอโทษ ๆ ๆ ๆ “ เอไอตัวแรกยอมถอยให้ “ ขอโทษจริง ๆ ... จบป่าว “
“ งั้นก็ .... โอเค๊ ... “ เอไอตัวที่สองยอมถอยให้เช่นกัน “ ครั้งหน้าอย่ามาเรียกเค้าว่าไอ้เปรตอีกนะ “
เอไอตัวแรกตอบกลับไป “ เคร ๆ “ มันแอบบ่น “ แล้วตอนมันว่าเราไอ้บ้า...ทำไมเราไม่โมโหมันบ้างวะ “
“ ก็แกเป็พี่ไง ... พี่ก็ต้องยอมน้อง .... เอาล่ะ ชั้นหายโกรธละ “ เอไอตัวที่สองน้ำเสียงอารมณ์ดีขึ้น
ทันใดนั้น .... แสงสว่างจ้าในระบบก็กลับมาสู่สภาวะเดิม คือ จากสว่างจ้า เป็ ....สว่างจ๊ะ ( แบบว่าสว่างปกติหนะแหละ )
** กลับมาที่ลานเบียร์ **
เคที่ทำท่าจะลุกขึ้น ทันใดนั้นโต๊ะข้าง ๆ ก็หันขวับพร้อมกับเอาเท้าล็อคขาตั้งพัดลมไว้ ... แต่เคไม่ได้สนใจ เค้าลุกขึ้นเพราะมองดูมือถืออีกทีแล้ว งง
“ อะไรวะ พอจะลุกไป ... แม่ม อุณหภูมิกลับมาที่ 18 เฉย “ เคมองที่หน้าจอมือถือแล้วทำสีหน้าแปลกใจ
หน่องกระแซะเข้ามาแซว “ โด่ พี่ ... ก็มันกลัวช่างไง แบบตอนรถเราเสีย มีเสียงดัง แต่พอไปถึงช่าง แม่ม หายเฉย “
เคนิ่งคิด “ เอ .... รึว่า “
“ รึว่าไรพี่ “หน่องคิดว่าเคจะต้องนึกเื่ผิดพลาดอะไรออก จึงจ้องมาทางเคเพื่อรอฟัง
“ รึว่า ... “เคยืนขึ้นแล้วเอาสองมือตบโต๊ะเสียงดัง “ ..... ป๊าบ ..... “
เคชะโงกหน้ามาที่หน่องเหมือนนึกอะไรออก ...........................
--------------------------------------