แต่กังหลงหากระพริบตาไม่ ทราบว่าเวลาไกล้เสร็จสมบูรณ์ของการหลอมโอสถมาถึงแล้ว และแล้วเสียงวิ่งชนภายในเตากลั่นก็สงบลง พายุบนหมุนหลังเริ่มเบาลงและหายไปในที่สุด กังหลงบังคับดึงปราณกลับ ไฟค่อยๆมอดดับลง ...ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลังปราณบังคับให้ฝาเตากลั่นเปิดออก ทันที่ทีฝาเปิดออก ได้เกิดเสียงขึ้น
"ปัง"
โอสถที่เคยสงบนิ่งในเตากลั่นพลันพุ่งทะลุหลังคาออกไป
"คิดจะหนีรึ"
กังหลงแผ่พลังปราณและพลังจิตวิญญาณควบคุมดึงดูดสิ่งที่พุ่งขึ้นไปทะลุหลังคาไป พลังปราณและพลังจิตมัดกลุ่มพลังที่พุ่งขึ้นไปด้านบนจนอยู่หมัดและค่อยดึงกลับลงมา
"เฮอะ !!" แรงต้านช่างรุนแรงแสียจริง กลับมา !!"
กังหลงพึมพำขึ้นและใช้พลังฉุดกระชากพลังต้านนั้นเข้ามาอยู่ในกำมือทั้งหมด กำมืออยู่ชั่วครู่จนแรงต้านหายไปสิ้น ...แบมือดูผลงานของตัวเอง เมื่อเห็นก็ต้องต้องตะลึง สีหน้าที่ยินดีได้แสดงออกมาจนเปี่ยมล้น อุทานออกมา..
"โอ๊ะ !! โอสถปราณเมฆินทร์ถึงสองเม็ด และเป็นระดับสูงทั้งหมดมิน่าถึงได้มีแรงต้านที่จะพุ่งหนีมากมายปานนั้นไม่นึกว่าเตาระดับสองจะมีผลดีเช่นนี้ มีโกาสได้โอสถถึงสองเม็ดนับว่าคุ้มค่าเหนื่อยคราวหน้าหากมีโอกาสพบเจอเตากลั่นระดับสูงคงต้องหาไว้ครอบครองบ้างแล้วหากกลั่นโอสถสำเร็จผลตอบแทนที่ได้ช่างคุ้มค่านัก"
หาใช่จะมีโอกาสสำเร็จเฉกเช่นที่กังหลงคิดเสมอไปไม่ เพราะหากเป็นบุคคลอื่นการใช้เตากลั่นยิ่งระดับสูงยิ่งสิ้นเปลืองพลังลมปราณและพลังจิตวิญญาณ
ถ้าขณะปรุงพลังอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เพียงพอความล้มเหลวก็จะเกิดขึ้นในทันที ด้วยพลังปราณและพลังจิตวิญญาณอย่างแปลกประหลาดที่กล้าแข็งกว่าคนอื่นที่อยู่ระดับเดียวกันมากมายหลายเท่า โอกาสสำเร็จของกังหลงจึงมีมากกว่าผู้อื่น
หากบุคคลอื่นได้ทราบว่ากังหลงที่อายุเพียงสิบห้าปีกว่าสามารถปรุงโอสถระดับสี่สำเร็จและได้โอสถระดับสี่ระดับสูงถึงสองเม็ดในคราเดียวกันด้วยเตากลั่นระดับสองมิทราบผู้คนที่ทราบจะตกใจปานใดกัน ...!!
หลังจากชื่นชมกับผลงานที่เกิดขึ้นกังหลงก็ออกจากห้องปรุงโอสถเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปยังห้องฝึกยุทธเพื่อใช้โอสถช่วยในการยกระดับปราณ กล่าวกับตัวเองในใจ
"ทุกอย่างพร้อมแล้วคงถึงเวลาทดลองยกระดับปราณแล้วมิทราบจะสามารถเลื่อนระดับทันก่อนการทดสอบของสมาคมโอสถหรือไม่หากไม่ทันก็คงต้องทิ้งโอกาสไปก่อน การเลื่อนระดับปราณสำคัญกว่าการทดสอบของวันพรุ่งนี้มากนัก"
เมื่อได้ของที่ต้องการ โอสถปราณเมฆินทร์ปรุงสำเร็จเรียบร้อย กังหลงสำรวจความพร้อมจนเป็นที่พอใจแล้วมุ่งสู่ห้องฝึกปราณทันที ภายในเป็นห้องขนาดกว้างยาวประมาณสามวา
กลางห้องมีแท่นศิลาขนาดหนึ่งวาสำหรับนั่งฝึกปราณ สี่มุมรอบแท่นศิลามีท่อนำส่งปราณฟ้าดินที่ดึงมารวมไว้ในห้องลักษณะการออกแบบคล้ายคลึงกับห้องโอสถมิผิดเพี้ยน ย่อมเป็นบุคคลเดียวกันจัดทำขึ้นพลังปราณในห้องหน่าแน่นกว่าด้านนอกมากนัก หากฝึกฝนในห้องนี้ย่อมได้ผลดีกว่าด้านนอก นี่มิอาจปฏิเสธได้สมแล้วที่ราคาของสถานที่นี้สูงลิ่วจนแทบกระอักโลหิต
กังหลงก้าวขึ้นนั่งบนแท่นศิลาหลับตามสำรวมจิตโคจรพลังปราณให้เริ่มไหลเวียนสามรอบเมื่อรู้สึกว่าพลังปราณทั่วร่างเริ่มเสถียรจึงหยิบโอสถปราณเมฆินทร์หนึ่งเม็ดโยนเข้าปากทันทีที่โอสถแตะลิ้นก็ละลายกลายเป็นหยาดน้ำอันหวานนุ่มไหลลงสู่ลำคอจนหมดสิ้น
หากใครส่งจิตเข้าไปสำรวจในกายของกังหลงจะพบวังวนหมุนได้เกิดขึ้นตามตำแหน่งจุดต่าง ๆ และเกิดขึ้นในร่างกายกังหลงมากกว่าหกสิบตำแหน่ง วังวนนี้หมุนอย่างรวดเร็วคล้ายกังหันลมดึงดูงพลังปราณอย่างตะกละตะกรามเข้าไป ..
ร่างกายที่ดูบวมเป่งก่อนหน้านี้ลดขนาดลงอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ภาวะปกติพลังปราณเข้าเติมเต็มทุกจุดในร่างกายหมุนวนอย่างรวดเร็วรอบแล้วรอบเล่า
ทันใดนั้น..!! เส้นชีพจรขนาดใหญ่สีทองในร่างของกังหลงก็ได้เริ่มค่อย ๆปรากฎเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง มองดูภายในตอนนี้เปรียบดังสายแร่ทองคำเต็มไปทุกสัดส่วนร่างกาย พลังปราณที่หมุนวนอย่างรุนแรงค่อย ๆขัดเกลาเส้นสายชีพจรสีทอง จนเริ่มใสโปร่งและมีความหนามากยิ่งขึ้น ..
ยิ่งพลังปราณหมุนวนนานเข้าเส้นชีพจรสีทองคล้ายได้รับการชะล้างขัดเกลาจนกลายเป็นเส้นสีทองใสบริสุทธิ์...ฉับพลันได้เกิดเสียงเบา ๆ ดังขึ้น
"พรุ่บ ฟู่ !!"
รูขุมขนรอบตัวพลันเปิดออกพร้อมกันพร้อมกับเกิดแรงดึงดูดอันรุนแรงดูดกระชากพลังปราณฟ้าดินรอบตัวเข้าสู่ร่างกายกังหลงเป็นเส้นสายดุจกระแสน้ำหลาก...ร่างกายกังหลงเริ่มบวมพองขึ้นอีกครั้ง
แต่ครานี้ เป็นไปแค่ครู่เดียว เพราะพลังจากภายนอกอันมากมายเหล่านี้ล้วนถูกจุดชีพจรและจุดจักระที่มีลักษณะเป็นกังหันวังวนดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้นพลังหลอมรวมเป็นสายเดียวที่กล้าแข็งพุ่งกระแทกเข้าสู่จุดตันเถียนจนเกิดเสียงภายในกายสนั่น
"โพล๊ะ..!!"
ร่ายกายกังหลงเหมือนโดนชนกระแทกด้วยสิ่งของขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักหมื่นกิโลตันเถียนที่เก็บรวบรวมพลังได้ขยายขนาดออกไปอีกครึ่งส่วน ...
พร้อมกันนั้นร่างกังหลงสะดุ้งพรวดขึ้นคราหนึ่งภายในศีรษะหมุนคว้างดั่งคนเมามายทะเลแห่งจิตที่เคยสงบนิ่งคล้ายโดนคลื่นขนาดมหึมาสาดซัดปั่นป่วนจนขยายกว้างออกไปอีกคราหนึ่ง ...
และแล้วพลังทั่วสารทิศจากภายนอก ทั้งปราณฟ้าดิน และพลังวิญญาณ ก็ล้วนถูกสูบเข้าสู่ร่างกายกังหลง พลังดูดกลืนขยายรัศมีออกไปเริ่มจากห้าเมตร...สิบเมตร...ยี่สิบ...ห้าสิบหนึ่งร้อย...สองร้อย...สี่ร้อย...หกร้อย...หนึ่งพันเมตร...จวบจนไปหยุดที่รัศมีหนึ่งพันห้าร้อยเมตร..
แรงดึงดูดนี้ก่อให้เกิดคลื่นลมรุนแรงปั่นป่วน พื้นดินสั่นสะเทือน สร้างความตื่นตระหนกให้แก่สัตว์และผู้คนที่อยู่ในรัศมีหนึ่งพันห้าร้อยเมตรต่างกู่ร้องโวยวายกันจ้าละหวั่น
"เกิดอันใดขึ้น ?"
"รีบหนีเร็ว แผ่นดินไหว !!"
"ภูเขาจะพลังทะลายรึไม่ ?"
"ช่วยด้วย !!"
"............."เพียง
ดีที่เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานราวยี่สิบลมหายใจก็สงบลง ..จนมิมีใครได้ทันสังเกตุถึงตำแหน่งที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์อันประหลาดนี้
ทางฝ่ายกังหลง...พลังปราณที่กลั่นตัวจนหนาแน่น ได้ไหลไปรวมตัวเป็นพลังกล้าแข็งสายหนึ่งเติมเต็มตันเถียนที่ขยายออกจนเต็มเปี่ยมพลังที่เกินได้ไหลล้นเติมเต็มไปยังจุดจักระทีละตำแหน่ง ๆ ต่อไป จนเต็มปรี่ทั้งเจ็ดจักระจากนั้นจึงไหลกระจายไปตามจุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุด
กระแสะปราณไหลวนเช่นนี้จนครบหนึ่งร้อยแปดรอบจนผลัดเปลี่ยนกลั่นกรองกล้ามเนื้อและกระดูกจุดเส้นต่าง ๆขับของเสียที่ละเอียดยิ่งออกมาตามรูขุมขนจนผิวหนังเป็นคราบดำมันเมื่อมไปทั่วตัว
หลังจากขับของเสียที่เคยแทรกซึมออกจนหมดสิ้นกล้ามเนื้อกระดูกและเส้นชีพจร คล้ายได้รับการเกิดใหม่กลับกล้าแข็งคงทนกว่าเดิมเกือบสองเท่าตัว
ส่วนพลังวิญญาณได้หลั่งไหลลงสู่ทะเลแห่งจิตจนเติมเต็มยกระดับจิตขึ้นไปอีกระดับหนึ่งจนสามารถแผ่ขยายการสำรวจออกไปได้ไกลถึงรัศมีหนึ่งลี้ครึ่งสัมผัสได้แม้กระทั่งเสียงลมพัดใบไม้ไหว ด้วยระดับจิตวิญญาณขณะนี้กังหลงมีคุณสมบัติที่สามารถปรุงโอสถระดับห้าระดับสูงได้แล้ว...
กังหลงพลันลืมตาขึ้นโคจรพลังปราณไหลเวียนทั่วร่างหนึ่งรอบรับรู้ถึงพลังปราณที่กล้าแข็งขึ้นกว่าเก่าถึงสองเท่าโคจรพลังสลัดคราบสิ่งสกปรกที่เกาะกุมผิวกายออกไปจนหมดสิ้น