เช้าวันรุ่งขึ้นสองสาวออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปที่อดีตสำนักนักปราบอสูรโดยมีม้าขาวเป็ผู้นำทาง ซึ่งการเดินทางรอบนี้จูหลินเป็ผู้เดินจูงม้าเพราะไม่อยากให้ม้าขาวเหนื่อยจนเกินไป ส่วนซานชิงก็เดินเคียงคู่เพื่อพูดคุย
“ทำไมใต้ตาคล้ำแบบนั้นล่ะ”จูหลินใกับสภาพของเพื่อน
ซานชิงหาวฟอด “ข้านอนไม่หลับทั้งคืนเลย”
“หรือว่า เ้าคิดถึงเฉียนว่านมากล่ะสิ” จูหลินกล่าวยิ้มๆ
“เปล่าเสียหน่อย!ข้าคงตื่นเต้นที่จะได้กลับไปสถานที่ที่ข้าเติบโตมาต่างหาก”ซานชิงรีบแก้ตัว
“จะถึงหมู่บ้านเอิ่นลั่วแล้ว ไปพักที่นั่นก่อนดีมั้ย”ม้าขาวเสนอ
“และหนทางไปอดีตสำนักนักปราบอสูรล่ะ อีกไกลมั้ย”ซานชิงจะได้ประเมินถูก
“ผ่านอีกสองหมู่บ้านก็ถึงแล้ว แต่ข้าคงบินพาพวกเ้าไปไม่ได้เพราะมีเทือกเขาสูงขวางกั้น ข้าต้องบินสูงมากถึงจะผ่านไปได้” ม้าขาวคิดว่าคงรับน้ำหนักผู้หญิงสองคนและพาบินข้ามเทือกเขาสูงได้ไม่ไหว
“อ้าว แล้วจะผ่านไปยังไงน่ะ” จูหลินสงสัย
“ต้องลอดอุโมงค์เข้าไป ข้าคิดว่าให้พักแรมที่เมืองเอิ่นลั่วก่อนดีกว่า”ม้าขาวแนะนำ
“ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้จูหลินาเ็ไม่ควรหักโหมเกินไป” ซานชิงเป็ห่วงเพื่อน
“ข้ายังไหว” จูหลินกล่าว
ตกเย็นทั้งสามเดินเข้าไปในเมืองเอิ่นลั่ว ก็พบว่าที่นี่ได้จัดเทศกาลลอยโคม
“งั้นดีเลย พวกเราออกมาเที่ยวเทศกาลดีกว่า” ซานชิงชวน
“แล้วม้าขาวล่ะ” จูหลินกล่าว
“ผูกข้าไว้ที่ใต้ต้นไม้นั่นแหละ ข้าไม่ชอบคนหมู่มาก” ม้าขาวกลัวผู้คนแตกตื่นหากตนเผลอแสดงปีกขึ้นมา
“งั้นพวกเราไปเปิดหูเปิดตากันเถอะจูหลิน” ซานชิงอยากไปมาก
“ก็ได้” จูหลินเองก็อยากคลายเครียด
สองสาวเดินเที่ยวงานเทศกาลด้วยกัน ทั้งกินสายไหม แข่งปาเป้า แข่งงัดข้อดูพลุ จนมาถึงอธิษฐานปล่อยโคม
“นี่เ้าอธิษฐานอะไรน่ะจูหลิน”ซานชิงถามหลังจากพากันปล่อยโคมไปแล้ว
“ขอให้กำจัดอสูรปรสิตโดยไว และสามารถล้างมลทินให้พ่อข้าได้ แล้วเ้าล่ะ”จูหลินถามบ้าง
“ข้าขอให้ความทรงจำของข้ากลับคืนมา ไม่ว่าเหตุการณ์ในอดีตจะะเืใจมากแค่ไหนข้าก็พร้อมเผชิญหน้ากับมัน” ซานชิงกล่าว
“จงจำไว้ เ้ายังมีข้าเป็เพื่อนเสมอนะซานชิง” จูหลินแตะไหล่เพื่อนเบาๆ
“อื้อ ขอบใจมาก ตายแล้วอยู่ดีๆ ฝนก็จะตก” ซานชิงใ
“พวกเรารีบไปหลบฝนที่บ้านร้างดีกว่า” จูหลินชี้ไปที่บ้านร้าง
สองสาวจึงวิ่งไปหลบบ้านร้างที่หลังคารั่ว
“น้ำฝนหยดเต็มเลย”ซานชิงบ่น
“ชู่! อย่าเสียงดังไป ที่นี่มีนักบวชด้วย” จูหลินใช้นิ้วจุ๊ปาก
“อ้าว! แล้วทำไมท่านถึงไม่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดล่ะเ้าคะ”ซานชิงสงสัย
“อาตมาอยากใช้ชีวิตอยู่อย่างสมถะน่ะ” พระรูปหนึ่งกล่าว
“แล้วท่านไม่มีวัดอยู่หรือเ้าคะ” ซานชิงสงสัยอีก
“มี แต่พระอาจารย์พาข้ามาฝึกตนที่นี่” เณรที่ติดตามมาด้วยกล่าว
“ในสถานที่ที่ฝนตกหลังคารั่วแบบนี้หรือเ้าคะจิตจะสงบหรือเ้าคะ” ซานชิงคิดว่าที่นี่ไม่เหมาะ
“ก็ก่อนหน้านี้ฝนไม่ตกนี่” เณรกล่าว
“การมาปฏิบัติธรรมในสถานที่ที่ไม่พร้อมเช่นนี้ ท่านได้อะไรงั้นหรือเ้าคะ”ซานชิงสงสัย
“พวกเราจะได้ไม่ยึดติดความสบายไง” พระกล่าวในระหว่างที่นั่งขัดสมาธิ
“สมัยก่อนข้าเป็ยาจก การใช้ชีวิตอยู่ตามบ้านร้างถือเป็เื่ปกติซึ่งมันคือความจำเป็และอยู่ตามฐานะ แต่สำหรับท่านข้าคิดว่ามันไม่ใช่ความสมถะเ้าค่ะ” ซานชิงแย้ง
“เหตุใดถึงคิดเช่นนั้นล่ะ” พระท่านสงสัย
“ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะปฏิบัติธรรมที่ไหน การใช้ชีวิตสมถะคือการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมในสถานที่ที่ไม่ก่อให้เกิดความลำบากคือมีอย่างไรอยู่อย่างนั้นดังนั้นข้าคิดว่าท่านมีวัดอยู่ก็ควรอยู่ในสถานที่สงบแห่งนั้น หาใช่การแสวงหาชีวิตอยู่อย่างลำบากไม่”ซานชิงคิดเห็นเช่นนั้น
“เอาล่ะ อาตมาเข้าใจแล้ว งั้นอาตมาและลูกศิษย์ขอตัว” พระท่านคิดได้และอีกอย่างตอนนี้พระท่านกำลังอยู่กับสตรีสองคนแถมยังมีเสียงรบกวนจากหลังคารั่วอีก
นักบวชทั้งสองจึงกางร่มและเดินจากไป
“เหตุใดเ้าถึงพูดเช่นนั้นล่ะ”จูหลินสงสัย
“ข้าฟังมาจากนักพรตท่านนึง เขาสอนข้าตอนที่ข้าเป็ยาจกน่ะเ้าเองก็เห็นว่าบ้านร้างแห่งนี้ไม่เหมาะแค่ไหน ไหนจะเสียงหลังคารั่วแถมพื้นก็มีน้ำนองเต็มพื้นอีก” ซานชิงกล่าว
“ก็จริงของเ้า” จูหลินกล่าว
เนื่องจากฝนตกเป็เวลานาน สองสาวจึงเผลอหลับไป
จูหลินสะดุ้งตื่นกลางดึกก็เห็นว่าฝนหยุดแล้วมองไปก็เห็นเพื่อนยังคงหลับอยู่ เลยพยายามปลุก
“ซานชิง ซานชิงตื่นเถิด พวกเราไปนอนต่อที่โรงเตี๊ยมดีกว่านะ” จูหลินเขย่าตัวเพื่อน
จูหลินพยายามเขย่าตัวก็แล้ว เรียกก็แล้ว ซานชิงก็ยังไม่ตื่น “ทำไมขี้เซาจัง คงเพลียหลังจากที่นอนไม่หลับในคืนก่อนสินะ”
“นางไม่ตื่นง่ายหรอก” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกล่าว
จูหลินใกับเสียงคนแปลกหน้า “เ้าเป็ใครน่ะพวกเ้าไม่ใช่คนนี่”
“เ้านายพวกเราถูกใจเ้ามาก ไปกับพวกเราเถิด” อสูรค้างคางกล่าว
“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น ซานชิงรีบตื่นเถอะนะ ซานชิง” จูหลินรีบปลุกเพื่อนต่อ
อสูรทั้งสามซึ่งประกอบไปด้วย อสูรความฝัน อสูรงู และอสูรค้างคาวเดินเข้าไปหาหญิงงาม
“อย่าเข้ามานะ” จูหลินรีบเอาตัวเข้าไปกันไว้ เพื่อไม่ให้พวกเขาเข้าไปทำร้ายเพื่อนของนาง
มนุษย์ค้างคาวเข้าไปจับตัวจูหลินอย่างรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ทัน
“ปล่อยข้า อื้อ”จูหลินพยายามดิ้นแม้จะถูกอสูรค้างคาวปิดปาก
“ข้ากับอสูรงูไปหาเ้านายก่อนฝากด้วยนะอสูรความฝัน” อสูรค้างคาวกล่าวกับอสูรความฝัน
“ไปเถิด รอบนี้ต้องยกความดีความชอบให้ข้าล่ะข้าจะเป็ผู้กำจัดนักปราบอสูรเอง” อสูรความฝันยิ้มมุมปาก
“อื้อ พวกข้าไปล่ะ” อสูรค้างคาวพยักหน้าให้อสูรงู
อสูรงูได้เลื้อยไปพันรอบคุ์ค้างคาวจากนั้นอสูรค้างคาวก็พาจูหลินบินไปที่ไหนสักที่
******************************************************
ในมิติฝัน
ซานชิงฝันว่านางได้เดินทางไปถึงสำนักนักปราบอสูรร้างเพียงลำพังพอไปถึงนางก็เจอเด็กชายวัย 12 ขวบกำลังกวาดลานอยู่
“พี่ซานชิงท่านมาถึงแล้วงั้นหรือขอรับ” ฉีหลง เด็กน้อยกล่าว
“ทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ” ซานชิงแปลกใจ
“ข้าไม่มีที่ไป ข้าก็เลยอาศัยอยู่ที่นี่และดูแลที่นี่ขอรับ” ฉีหลงไร้ญาติขาดมิตร
“แล้วคนอื่นล่ะ มีใครมาแล้วหรือยัง” ซานชิงแตะไหล่ให้กำลังใจและถามถึงคนอื่นๆ
“ไม่มีเลยขอรับ” เด็กน้อยส่ายหน้า
“งั้นข้าขอสำรวจที่นี่ดูก่อนนะ เผื่อข้าจะสามารถฟื้นความทรงจำได้” ซานชิงเดินไปรอบๆ
นางเดินเข้าไปภายในสำนัก นางก็เห็นรูปวาดภาพรวมนักปราบอสูรทั้งหมดพอมองไปอีกก็สะดุดตากับนักปราบอสูรหนุ่มที่นางมักฝันถึงอยู่บ่อยๆ
“ชายคนนี้เป็ใครงั้นหรือ” ซานชิงสอบถามเมื่อฉีหลงเดินเข้ามาใกล้
“ท่านเ้าสำนักไงท่าน นี่เป็ภาพตอนหนุ่มๆ โน่นถึงเป็ภาพตอนที่ท่านดำรงตำแหน่งแล้ว”ฉีหลงกล่าว
ซานชิงมองไปตามที่ฉีหลงชี้ นางก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย สักพักนางก็เริ่มปวดหัว
“โอ๊ย! ทำไมข้าถึงปวดหัวเช่นนี้” ซานชิงจับไปที่ขมับอย่างทรมาน
“ศิษย์พี่ไปพักก่อนดีมั้ยขอรับ” ฉีหลงเป็ห่วง
ซานชิงปวดจนต้องนอนกลิ้งไปกับพื้น สักพักข้อมูลความทรงจำก็ปรากฏขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นเหตุการณ์