King of world ราชันแห่งพิภพ

    เพื่อนเก่า

    หัวใจวาสเต้นระรัวยินดี ตามหามากว่าครึ่งเดือนในที่สุดก็เจอ ดวงตาใต้หน้ากากมองกวาดไปทั่วห้อง แล้วไปสะดุดอยู่ที่มุมหนึ่ง แสงสว่างจากตะเกียงทำให้เห็นว่า มุมขวาของห้องลับมีเตียงใหญ่ตั้งอยู่ ที่ข้างเตียงมีโต๊ะเล็กๆสำหรับวางของ และสิ่งที่วางอยู่คือขวดคริสตัลสลักรูปทรงสวยงาม ด้านในขวดคือสารเหลวสีเดียวกับหินลาวาสวรรค์ที่วาสมี บรรยากาศรอบขวดคริสตัลแผ่ไอความร้อนออกมาจางๆให้ความอบอุ่นในห้อง ริมฝีปากชายหนุ่มยกยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ไปชิงมา เขารับปากกับไออ้อนแล้วว่าจะพยายามเอามันมาอย่างสันติวิธี(?) แต่ชายหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดยังนอนมึนอยู่บนพื้น วาสจึงตั้งใจจะไปดูลาวาสวรรค์ใกล้ๆรอ เดินมาได้4ก้าววาสก็หยุด ก่อนหน้านี้เขามัวแต่สนใจลาวาสวรรค์จึงลืมมองไปว่าบนเตียงนั้นมีคนนอนอยู่

    บนเตียงมีชายวัยกลางคนผิวคล้ำที่มีแขนเพียงข้างเดียวนอนเอกเขนกอยู่ ท่อนบนที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามหนาแต่ก็แห้งเหี่ยวลงเหมือนกับคนขาดสารอาหาร ผิวหนังแห้งจนแทบติดกระดูก บาดแผลฉกรรจ์น้อยใหญ่มีให้เห็นเต็มไปหมดบนร่างหนาถึงแผลจะแห้งกรังตกสะเก็ดไปหมดแล้ว แต่พิษจากบาดแผลก็ทำให้ชายคนนี้ไม่อาจขยับกายเคลื่อนไหวได้ เพราะแผลบางส่วนลึกลงไปจนตัดเส้นเอ็นขาดสะบั้น รวมถึงทำลายกระดูกส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวบางแห่งทำให้ชายวันกลางคนแขนเดียวคนนี้กลายเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ถ้าคาดไม่ผิดชายคนนี้คงจะเป็นอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดที่โดนลอบทำร้ายจากแก๊งคู่อริอย่างแก๊งมัจฉามรกต
    ถึงร่างกายจะเคลื่อนไหวไม่ได้ เวลานี้อดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดกำลังจ้องเขม็งไปที่ชายสวมหน้ากากด้วยดวงตาส่องประกายทรงอำนาจ ขัดกับใบหน้าซีดขาวราวกับคนตาย
    วาสรู้สึกเหมือนมีมีดนับร้อยเล่มตัดเฉือนผิวหนังเขาถี่ยิบ ขนทั่วกายชายหนุ่มลุกซู่ ก่อนจะตั้งมั่นเรียกสติกลับมา
    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วาสเจอความรู้สึกแบบนี้ แม้จะเป็นคนพิการไปแล้ว แต่จิตสังหารของอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดก็พอจะข่มขวัญคนจิตอ่อนให้ขวัญเตลิดได้ แสดงถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่เขาเคยครอบครองในอดีต น่าเสียดายวาสไม่ใช่ประเภทที่ถูกข่มขวัญได้ง่ายๆ
    จิตสังหารคือพลังรูปแบบนามธรรมชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่มันจะโผล่มาชั่วขณะยามเจตนาฆ่าฟันของคนๆหนึ่งพุ่งสูงถึงจุดหนึ่ง น้อยคนนักที่จะสามารถใช้มันออกมาได้ตามต้องการ มันไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถฝึกกันได้ มีเพียงการฆ่าเท่านั้นที่จะช่วยเสริมจิตสังหารให้ทรงพลังยิ่งขึ้น
    แม้แต่วาสเองตอนนี้ก็ยังไม่สามารถควบคุมจิตสังหารได้ เขาแค่สัมผัสมันได้แค่ลางๆเท่านั้น แต่เขาเชื่อว่าสักวันเขาจะควบคุมมันได้แน่นอน
    วาสตั้งสมาธิไม่แยแสต่อจิตสังหารของอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดก้าวเท้าเดินไปที่ข้างเตียง หรี่ตาลงจ้องสวนดวงตาทรงอำนาจที่พยายามสะกด ข่มเขา การเผชิญหน้ากับจิตสังหาร หากเกิดความกลัวแม้แต่นิดเดียวก็ถือว่าพ่ายแพ้
    ชายหนุ่มยืนจ้องอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดนิ่งไม่พูดอะไร สิ่งที่ทำให้วาสสนใจในตัวชายอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดไม่ใช่ความสามารถในการควบคุมจิตสังหาร แต่เป็นเพราะใบหน้าของชายสูงอายุตรงหน้าสร้างความคุ้นเคยให้เขาอย่างน่าประหลาด
    ความคิดในสมองเค้นความทรงจำในอดีต ระลึกหาใบหน้าของบุคคลในความทรงจำ
    “แก..ต้องการอะไร”เสียงแหบแห้งของอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดทำลายความเงียบระหว่างพวกเขา ภาพในสายตาของอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดพร่าเลือนจนมองเห็นภาพไม่ชัดเจน แต่เขาแน่ใจว่าชายสวมหน้ากากที่ยืนอยู่ข้างเตียงไม่ใช่ลูกชายเขาแน่นอน
    ทว่าชายสวมหน้ากากกลับเงียบ ขณะนี้เขากำลังตั้งใจสำรวจใบหน้าของอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดอย่างถี่ถ้วน ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่แผลรูปกากบาทใต้คางของอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือด
    ดวงตาใต้หน้ากากขยายกว้าง เขาหันไปมองภาพรวมของใบหน้าซูบผอมอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือด ความรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นสาดลงบนร่างเขา ในที่สุดเขาก็จำชายตรงหน้าได้แล้ว!
    คนรู้จักของวาสที่มีรอยตำหนิรูปกากบาทใต้คางมีอยู่เพียงคนเดียว ชายวัยรุ่นผิวคล้ำร่างใหญ่ที่มีรอยยิ้มบนหน้าอยู่ตลอดเวลาปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของวาส
    “ทะ...ไทสัน”ชายอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดเหมือนกับโดนไฟช็อต ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความคิดเปลี่ยนเป็นสับสน
    “แกรู้จักชื่อฉันได้ยังไง”ตั้งแต่เดินทางมาที่โลกใบนี้ อดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดหรือไทสันก็ปกปิดตัวตนมาตลอดน้อยคนนักที่จะรู้ชื่อที่แท้จริงของเขา
    ตอนนี้แม้แต่วาสก็พูดไม่ออก เขาก็รู้สึกสับสนไม่ต่างกัน
    ไทสันคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในโลกเดิมของวาสและก็นับว่าเป็นหนึ่งในผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนวาสมาตลอด แต่สิ่งที่ทำให้วาสไม่เข้าใจคือทำไมไทสันเพื่อนของเขาจึงได้กลายเป็นชายสูงอายุเช่นนี้ได้
    แต่ไม่นานความสับสนก้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นคุกรุ่นด้วยความความโกรธเกรี้ยว
    ไทสันที่นอนนิ่งอยู่สะดุ้งเล็กๆอีกคราเมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์โกรธของวาส ใบหน้าของเขาซีดลงกว่าเดิม เข้าใจผิดว่าชายสวมหน้ากากตรงหน้าอาจจะเป็นศัตรูเก่าที่มีเรื่องบาดหมางกับเขาในอดีต
    แต่ที่จริงแล้วสาเหตุความโกรธของวาสนั้นมาจากบาดแผลทั่วร่างรวมถึงสภาพคนพิการของไทสัน ความผูกพันระหว่างวาสกับไทสันไม่ต่างจากพี่น้องแท้ๆคลานตามกันมา การที่มาเห็นพี่ชายตนมีสภาพเช่นนี้ไม่มีทางที่วาสจะไม่รู้สึกโกรธ
    แก๊งมัจฉามรกต!!
    ดวงตาวาสเต็มไปด้วยเส้นเลือด นานแล้วที่เขาไม่โกรธใครขนาดนี้!
    “นั่นแกจะทำอะไรพ่อฉัน!”ในที่สุดหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดคนปัจจุบันหรือลูกชายของไทสันก็ฟื้นสติ เขาตะโกนด้วยความตกใจเมื่อเห็นวาสไปยืนอยู่ที่ข้างเตียงของไทสัน
    วาสมองลูกชายของไทสันด้วยสายตาแปลกๆ หาพูดตามตรงลูกชายของไทสันก็นับว่าเป็นหลานของเขา แต่ใบหน้าที่มีวัยเดียวกันทำให้วาสรู้สึกอึดอัดใจที่จะเรียกคนวัยเดียวกันว่าหลานลูกชายของไทสันยันกายขึ้นเตรียมจะเข้าปะทะกับวาสอีกครั้ง แต่วาสคร้านจะสนใจ ยังไงอีกฝ่ายก็ถือว่าเป็นลูกชายของเพื่อนสนิทเขา สิ่งสำคัญตอนนี้คือไทสันที่มีสภาพใกล้ตายอยู่รอแร่ต่างหาก
    มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าชีวิตของไทสันเหลืออีกไม่นานจากพิษของบาดแผล วิทยาการแพทย์ของโลกใหม่นี้ยังไม่ก้าวหน้าเหมือนโลกเดิม ทางเดียวที่จะช่วยชีวิตไทสันได้คือพาเขาไปหาผู้เฒ่าเวนก้า!
    “ย้ากกก!”ลูกชายของไทสันพุ่งทะยายเข้าหาวาส ชายหนุ่มสวมหน้ากากรู้สึกเหนื่อยหน่ายเอื้อมมือไปตบที่ข้างศีรษะของลูกชายของไทสันจนหน้าคว่ำแล้วกล่าวว่า
    “ฉันจะพาพ่อนายไปรักษา ระหว่างนั้นก็รออยู่นี่เฉยๆ ห้ามก่อเรื่องเข้าใจไหม?”ลูกชายของไทสันนอนหน้าคว่ำอึ้งอยู่บนพื้น อีกฝ่ายเป็นใครกันถึงมาพูดเชิงสั่งสอนเขาราวกับเขาเป็นลูกหลานแบบนี้
    วาสไม่รอคำตอบเปิดวังวนมิติและแบกร่างของไทสันขึ้นหลังหายเข้าไปทันทีและไม่ลืมคว้าขวดลาวาสวรรค์ไปด้วย ทิ้งให้หัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดคนปัจจุบันนอนนิ่งสับสนกับชีวิตอยู่บนพื้น...
    “พ่ออออออ!”


    โลกมิติตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้า ชาววีดหลายคนกำลังง่วนอยู่กับการดูแลสมุนไพร พอเห็นวาสกำลังเดินผ่านสวนสมุนไพรก็โบกมือทักทายแม้จะแปลกใจที่เห็นวาสแบกใครมาด้วยก็ตาม
    ดวงตาของไทสันหรี่ลงจากแสงจ้า เขาคิดว่ากำลังมีใครเอาแสงมาส่องใส่ตาเขา
    “แกเป็นใครกันแน่..”เสียงแหบแห้งของไทสันเอ่ยด้วยความอ่อนแรงราวกับชายชราใกล้สิ้นใจ ในใจวาสอัดแน่นด้วยความรู้สึกผิด เขาติดหนี้ชายคนนี้อยู่มากแต่ก็ไม่เคยได้ตอบแทนอะไรเลย
    “เงียบก่อน ถึงเวลาฉันจะบอกเอง”ไทสันเงียบ อาจเป็นเพราะไม่อยากขัดใจวาส หรืออาจเป็นเพราะไม่มีแรงจะพูดแล้วก็ได้
    สายตาเลือนรางมองไปเห็นมนุษย์ต้นไม้หลายคนกำลังรดน้ำสมุนไพรอยู่ก็เหยียดยิ้มคิดว่าตนคงใกล้ตายเต็มทีถึงได้ตาฝาดขนาดนี้
    นอกจากตาจะฝาดแล้วร่างกายก็คงเริ่มจะรู้สึกเพี้ยนแล้วด้วย ไม่เช่นนั้นเหตุใดจึงรู้สึกถึงไออุ่นของแสงแดดได้กัน..
    วาสนำร่างอันอ่อนแอของไทสันไปหาผู้เฒ่าเวนก้า ชายชราชาววีดรู้สึกตกใจในคราแรกที่เห็นวาสพามนุษย์ผู้หนึ่งเข้ามาในโลกมิติ แต่พอทราบว่าวาสต้องการให้รักษาชายคนนี้ผู้เฒ่าเวนก้าก็ไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ
    ชายชราชาววีดบอกให้วางร่างไทสันลงบนเตียงละเริ่มลงมือตรวจสอบ ด้านไทสันที่พึ่งเคยเห็นเผ่าพันธุ์วีดใกล้ๆครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้นในใจแต่ก็ไม่แสดงออกมา เขาเริ่มชักไม่แน่ใจแล้วว่านี้คือเรื่องจริงหรือเขากำลังฝันอยู่
    “ฟู่!...ข้าตรวจสอบเสร็จแล้วท่านวาส อาการของชายคนนี้หนักหนาเอาการ อีกทั้งยังบาดเจ็บเรื้อรังมาเป็นเวลานานแล้วด้วย แต่ข้าคิดว่าข้าสามารถรักษาเขาจนกลับมาหายเป็นปกติได้ใน 2 สัปดาห์”
    “หายเป็นปกติ?...หมายความว่าเขาจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งใช่ไหม?”ผู้เฒ่าเวนก้าพยักหน้า วาสโห่ร้องดีใจในความคิด เร่งเร้าให้ผู้เฒ่าเวนก้ารีบเตรียมสมุนไพรสำหรับรักษาไทสัน
    “ดีใจด้วย! นายจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งแล้ว”วาสพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ไทสันกลับมีใบหน้าตกตะลึงแทน สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงไม่ใช่เรื่องที่เขาจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งแต่เป็นเรื่อง...
    “วาส...เมื่อกี้มนุษย์ต้นไม้เรียกนายว่า วาส หรือว่า...”วาสพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ถอดหน้ากาก จึงปลดหน้ากากลงมาเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยสำหรับไทสัน
    “ไง! ลืมฉันแล้วหรือยัง”ไทสันนิ่งเงียบ เขากัดลิ้นตัวเอง ควมเจ็บปวดทำให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันอยู่ น้ำตาสองสายไหลออกมาช้าๆและหัวเราะเสียงแหบออกมาพูดด้วยรอยยิ้มสดใสว่า
    “ยินดีที่ได้เจออีกครั้งไอ้เพื่อนยาก...”


    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน