อาหารบนโต๊ะมีซุปเยื่อไผ่ปลาตุ๋นสมุนไพรจีน ผัดผักป่า แล้วยังมีไข่ตุ๋นเห็ดหอมอีกด้วยเซี่ยซือซือหุงข้าวขาวให้สองแม่ลูก ส่วนนางกับน้อง ๆยังคงกินโจ๊กธัญพืชหยาบผสมกับมันฝรั่งนางถานเห็นอาหารบนโต๊ะแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก
สองแม่ลูกจึงกินแค่ผัดผักป่ากับไข่ตุ๋นเห็ดหอมไม่กล้าแตะต้องซุปเยื่อไผ่กับปลาตุ๋นสมุนไพรจีนเซี่ยซือซือเห็นเช่นนั้นจึงหยิบถ้วยมาตักอาหารทั้งสองชนิด วางตรงหน้าของนางถานก่อน
“ท่านแม่ปลาตุ๋นกับซุปเยื่อไผ่นี่ข้าตั้งใจทำเลยนะเ้าคะท่านลองชิมดูหน่อยว่าฝีมือข้าเป็อย่างไรบ้าง”
ก่อนจะยื่นอีกถ้วยให้ถานจ้าน“พี่จ้านท่านก็ลองดูหน่อย ข้าไม่ค่อยถนัดเื่ทำอาหารพวกสมุนไพรที่ใส่วันนี้ก็เก็บเอาตามป่าเขานั่นแหละ” นางใช้ขิง ต้นหอมป่าเห็ดหอมป่า มาเป็ส่วนผสม ปรุงรสด้วยเกลือเพียงอย่างเดียว รสชาติจึงไม่อาจรู้ได้ว่าจะอร่อยถูกใจผู้อื่นไหม
เซี่ยซือซือไม่รอฟังความเห็นของสองแม่ลูกนางหันไปใส่ใจน้องชายของตัวเองต่อ “น้องเล็กเนื้อปลานี่ดูก้างดี ๆ ด้วยล่ะเผื่อหลุดรอดสายตาข้าไป”
เซี่ยซือหยางคีบเนื้อปลาเข้าปากแล้วทำตาวาวอย่างมีความสุข “ท่านพี่ปลาตุ๋นอร่อยมากขอรับ”
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ” นางลูบศีรษะน้อย ๆของน้องชายอย่างเอ็นดู
“ทำไมท่านป้ากับพี่เขยไม่กินล่ะขอรับมันอร่อยจริง ๆ นะ ข้าไม่ได้โกหก” เด็กน้อยนั่งงงที่สองแม่ลูกสกุลถานไม่ยอมแตะเนื้อปลาตุ๋นเสียที
ถานจ้านมองไปที่ถ้วยของตนเองสลับกับถ้วยของเซี่ยซือหยางพร้อมตั้งคำถาม “ทำไมพวกเ้ากินโจ๊กล่ะ”ในถ้วยของเขากับมารดานั้นเป็ข้าวขาว
“ท่านพี่ทำอะไรข้าก็กินหมดนั่นแหละ”เซี่ยเซือหยางไม่ได้ใส่ใจในคำถาม เขาตั้งหน้าตั้งตากินเนื้อปลาตุ๋นที่พี่สาวตักให้อย่างเอร็ดอร่อย
คนที่กระอักกระอ่วนใจเป็ที่สุดกลับเป็นางถานนางย่อมเข้าใจดีว่าลูกสะใภ้ของนางทำเช่นนี้เพราะ้ารักษาคำพูดที่ได้สัญญาเอาไว้
“ต่อไปพวกเ้า...” ถานเ้ายังเอ่ยไม่จบเซี่ยซือซือก็โพล่งขึ้นเสียก่อน
“ข้าวที่บ้านพวกท่านเหลือติดก้นถังหุงกินแค่วันสองวันก็หมดแล้วเ้าค่ะ ข้ากับน้องพอมีธัญพืชหยาบกับมันฝรั่งติดมาเลยทำกินไปก่อน พรุ่งนี้พอข้าขายของป่าที่ตำบลได้แล้วข้าจะซื้อข้าวกับแป้งแล้วก็พวกธัญพืชกลับมาเพิ่ม”
“พรุ่งนี้เ้าจะเข้าตำบลหรือซือซือ”นางถานนึกแปลกใจ ในตะกร้าของเซี่ยซือซือมีของป่าไม่เยอะเหตุใดจึงคิดว่าเห็ดเยื่อไผ่จะสามารถขายได้ราคา จนซื้อข้าวหรือแป้งธัญพืชกลับมาได้
“เ้าค่ะท่านแม่ท่านมีอะไรจะฝากข้าไปทำหรือเปล่าเ้าคะ”
“เช่นนั้นข้าขอฝากผ้าปักไปขายที่ร้านหยู่จี้ให้หน่อยหมู่นี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายไอก็บ่อยไม่อยากเดินทางไกลจ้านเออร์เ้าจะฝากตำราที่คัดลอกไปส่งที่หอหนังสือผู่เยว่ด้วยเลยไหม”
ถานจ้านหันไปทางเซี่ยซือซือ“รบกวนเ้าแล้วซือซือ”
สีหน้าเขาราบเรียบจนนางรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา“ข้ายินดีเ้าค่ะ”
“เ้าไม่ต้องทำอะไรมากที่ร้านขายผ้าหยู่จี้เถ้าแก่ร้านรู้จักกับข้าดี แค่บอกว่าเ้าเป็ลูกสะใภ้ของข้าเดี๋ยวเถ้าแก่โจวก็จัดการให้เอง ลายปักผ้าของข้ามีเอกลักษณ์คนรู้เื่ลายปักมองคราเดียวก็จำได้” นางถานบอกให้นางรับรู้เอาไว้พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องกังวลใจ
“ที่หอหนังสือผู่เยว่เ้าก็แค่บอกว่าเป็ภรรยาของข้าเถ้าแก่ร้านดูแค่ลายมือก็รู้ว่าเป็ของข้าจริง ๆ เดี๋ยวจะฝากจดหมายไปด้วยจะได้เป็หลักฐานว่ามาจากข้าจริง” ถานจ้านเอ่ยขึ้นบ้างนางมาอยู่บ้านเขาแค่ไม่กี่วัน เขากลับมีเื่ต้องไหว้วานนางเสียแล้ว
“ได้เ้าค่ะวันพรุ่งนี้ข้าจะไปจัดการให้เอง พวกท่านกินข้าวต่อเถอะดูน้องเล็กของข้าสิเ้าคะกินไม่รอพวกเราเลย”
“ก็มันอร่อยเกินไป”เซี่ยซือหยางตักโจ๊กหอม ๆ เข้าปาก แทบไม่ต้องเคี้ยวก็กลืนลงคอไปเลย
สองแม่ลูกสกุลถานรู้สึกว่าบรรยากาศเป็กันเองกว่าก่อนหน้าจึงลงมือกินเนื้อปลาตุ๋นกับซุปเยื่อไผ่ ทันทีที่ได้ลิ้มรสนางถานถึงกับตกตะลึงรสชาตินี่มันอร่อยเกินกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก ไม่มีกลิ่นคาวของปลาเลยสักนิดซุปเยื่อไผ่ก็หวานหอมรสชาติของเห็ดเยื่อไผ่
“ฝีมือเ้าไปเปิดร้านอาหารได้เลยนะซือซือ”
“ท่านแม่ชมข้าเกินไปแล้วเ้าค่ะข้าก็ทำไปเรื่อยพวกท่านกินได้ข้าก็สบายใจแล้วเ้าค่ะ”เซี่ยซือซือยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ แม้ถานจ้านไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาแต่เขาก็ขอเติมข้าวถึงสองถ้วย
คืนนี้เป็คืนแรกที่เซี่ยซือซือต้องนอนห้องเดียวกันกับสามีนางรู้สึกเป็ห่วงน้องชายเล็กน้อยนางถานรับปากว่าจะพาเ้าน้อยไปนอนที่ห้องของนางด้วย เซี่ยซือซือถึงได้วางใจนางเดินเข้ามาในห้องนอนของสามีเห็นเขากำลังจัดเตรียมตำราสำหรับนำไปส่งในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับเขียนจดหมายฝากฝังอีกด้วย
บัณฑิตในยุคโบราณช่างสง่างามนักอายุเพียงเท่านี้เหตุใดชอบทำหน้าเคร่งขรึมราวกับเฒ่าชราก็ไม่ปานนางลอบมองสามีตัวเองระหว่างมองหาที่หลับนอน นางถานบอกไว้ก่อนหน้าแล้วถานจ้านไม่ชอบให้คนอื่นนอนบนเตียงด้วย นางจำต้องนอนที่พื้นห้องแต่แม่สามีก็ไม่ได้ใจร้าย นำฟูกเก่าพร้อมผ้าห่มผืนหนึ่งมาวางให้นางแม้สภาพจะเก่าแต่กลิ่นของมันก็สะอาดสะอ้านดี
“จดหมายข้าเขียนเสร็จแล้วพรุ่งนี้รบกวนเ้าด้วยก็แล้วกัน ตำราที่คัดลอกไว้ทั้งหมดห้าเล่มตกเล่มละสองร้อยอีแปะ ห้าเล่มก็ตกหนึ่งตำลึงพอดี” ถานจ้านบอกกล่าวนางโดยที่สายตาของเขายังจดจ้องอยู่ที่โต๊ะหนังสือของตนเอง
“ข้ารู้แล้วเ้าค่ะท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
“ปกติท่านแม่เป็คนจัดการเื่นี้แต่ดูเหมือนตอนนี้ท่านจะไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดออกมาแต่ใครจะรู้ว่าในใจของถานจ้านนั้น กำลังถูกแผดเผาไปด้วยความเสียใจ
เซี่ยซือซือกำลังจะเอ่ยบางอย่างออกมาแต่เสียงไอแห้ง ๆ ของนางถาน ทำให้นางต้องชะงักไปเสียก่อนอาการไอต่างจากตอนกลางวันที่ไอโขลก การไอแห้งไม่ใช่ว่าลุกลามไปถึงปอดแล้วหรอกหรือนางมองไปที่ถานจ้าน เห็นเขาทำหน้านิ่งเฉยราวกับว่าได้ยินเสียงไอของมารดาตนเองจนเคยชิน
แต่ข้าไม่ชิน !
เซี่ยซือซือลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนนางเดินตรงไปยังห้องครัว นำขิงที่เก็บมาจากบนเขาออกมาต้มโชคดีที่พอมีน้ำตาลเหลืออยู่นิดหน่อย นางจึงใส่ลงไปเพียงเล็กน้อยหันซ้ายมองขวาแล้วหยดน้ำพุวิเศษลงไปสองหยด หากหายทันทีคงน่าสงสัยจนเกินไปนางจะลองให้น้ำพุวิเศษไปก่อนวันละสองหยด เมื่ออาการหายเป็ปกติถึงจะหยุด
“ท่านแม่ข้าซือซือเ้าค่ะ”นางยืนอยู่หน้าห้องของแม่สามี อึดใจหนึ่งบานประตูก็ถูกเปิดออก
“ท่านพี่”เซี่ยซือหยางเป็คนเดินมาเปิดประตูให้นาง น้องชายของนางจะนอนหลับได้อย่างไรเมื่อมีคนป่วยหนักไอรุนแรงอยู่ในห้อง ขนาดนางอยู่ห้องถัดไปยังได้ยินเลย
“ข้าเอาน้ำขิงร้อน ๆมาให้ท่านแม่เ้าค่ะ ช่วยให้อาการไอน้อยลงได้” นางเดินไปหานางถานที่หัวเตียงวางกาน้ำขิงร้อน ๆ ลงบนโต๊ะ
“ขอบใจเ้ามากซือซือข้าไอเสียงดังเ้าเลยรำคาญล่ะสิ”
“ข้าไม่รำคาญหรอกเ้าค่ะท่านลุกมาจิบน้ำขิงก่อนเถอะ”
นางถานวางเท้าลงข้างเตียงมองดูลูกสะใภ้รินน้ำขิงให้นางด้วยสายตาอ่อนโยน “ลำบากเ้าแล้วซือซือ”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะขิงนี่ก็หามาจากบนูเา ส่วนน้ำตาลข้าแอบเอาของท่านใส่ไปนิดหน่อย จะได้ไม่เผ็ดมาก”
ทันทีที่นางถานดื่มน้ำขิงลงไปร่างกายของนางก็ร้อนวูบวาบขึ้นมา นางมองเซี่ยซือซือด้วยความสงสัย“เ้าไม่ได้ใส่ยาลงไปในน้ำขิงใช่ไหมซือซือ”
“ข้าจะไปมียาที่ไหนกันล่ะท่านแม่ท่านดื่มแล้วรู้สึกไม่ดีหรือเ้าคะ”
“ไม่ใช่ ๆข้าแค่รู้สึกว่าร่างกายมันร้อนแบบแปลก ๆ ความอยากไอก่อนหน้าก็ไม่มีแล้วนึกว่าเ้าแอบใส่ยาลงไปเสียอีก”
“ท่านไม่ไอแล้วไม่ใช่เื่ดีหรือเ้าคะดื่มอีกสักจอกเ้าค่ะ” นางรินน้ำขิงให้อีกจอก
“ไหนเลยจะดีง่ายปานไหนเอาเถอะเ้ารีบไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เ้าต้องเข้าตำบลไปขายของอีก”
“เ้าค่ะ ท่านแม่ท่านนอนได้แล้วล่ะน้องเล็กเ้าก็นอนได้แล้ว”
“อื้ม”เซี่ยซือหยางนอนไม่หลับเพราะเสียงไอของนางถาน เขาเลยกลิ้งไปมาอยู่ตั้งนานก่อนจะปีนลงไปเปิดประตูให้พี่สาวเมื่อครู่นี้
“มานี่เสี่ยวซือหยางข้าไม่อยากไอแล้วหนนี้เ้านอนให้สบายเลยรู้ไหม”
“ขอรับท่านป้า” เด็กน้อยง่วงเต็มทนพอล้มตัวลงนอนก็ปิดเปลือกตาลงในทันที
“เป็เด็กดีจริง ๆ”นางถานลูบหลังเด็กน้อยเบา ๆ นางไม่ได้เลี้ยงเด็กเล็กขนาดนี้มานานรู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าเอ็นดูเป็อย่างมาก
“เดี๋ยวข้าจะไปดูอาซานก่อนหากท่านอยากไออีกให้จิบน้ำขิงได้เรื่อย ๆ ถึงไม่ร้อนแล้วก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะ”
“ข้ารู้แล้ว เ้าไปเถอะ”
เซี่ยซือซือเดินไปยังห้องนอนน้องสาวนางแอบหยิบถ้วยข้าวที่แบ่งเอาไว้ในมิติพิเศษ ออกมาให้น้องสาวกินภายในห้องเซี่ยซานซานได้กินแค่ผลผิงกั่วที่นางทิ้งไว้ให้ไม่รู้ป่านนี้จะหิวจนตาลายไปหรือยัง นางเคาะสามทีเป็สัญญาณให้น้องสาวรู้ตัว
“ท่านพี่ข้านึกว่าท่านนอนไปแล้ว”เซี่ยซานซานแลดูไม่สดชื่น เพราะถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังภายในห้อง
“ข้าไม่ลืมเ้าหรอกอาซานแค่ปลีกตัวมาไม่ได้ เดี๋ยวคนในบ้านจะสงสัยเอาโชคดีที่ท่านแม่เอาน้องเล็กไปนอนด้วย” นางยกถาดไม้ที่มีอาหารอยู่บนนั้นเข้ามาด้วย
“ท่านขึ้นเขาไปคนเดียวเป็อันตรายหรือไม่”
“จะไปมีอันตรายได้อย่างไรข้าไม่ได้ไปครั้งแรกเสียหน่อย แถมได้ปลามาตั้งหลายตัวเ้ารีบกินเถอะถ้าข้าหายไปนานพี่เขยเ้าจะสงสัยเอา”
“เ้าค่ะ”เซี่ยซานซานรีบกินมื้อเย็นของตัวเอง นางเอ่ยปากชมตลอดเวลาว่ารสชาติอาหารอร่อยมาก
สองพี่น้องตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะให้เซี่ยซานซานฟื้นแต่รอฟื้นหลังจากเซี่ยซือซือกลับมา จากการขายของป่าในตำบลเสียก่อนหลังได้ยินเซี่ยซานซานถึงกับะโโลดเต้นอย่างดีใจนางอึดอัดมากแค่ไหนไม่มีใครเข้าใจหรอก
“แต่เ้าอย่าเพิ่งไปโผล่หน้าให้คนในหมู่บ้านเห็นเข้าล่ะเมื่อฟื้นแล้วข้าจะไปตามท่านหมออวี่มาดูอาการเ้าด้วย”
“ได้ท่านพี่ข้าจะเชื่อฟังท่านอย่างแน่นอน”
“พรุ่งนี้ก่อนไปข้าจะเอาเฉ่าเหมยกับผิงกั่วมาให้เ้า เ้าก็เก็บซ่อนจากน้องเล็กให้ดี ๆ ล่ะข้าเก็บมาค่อนข้างเยอะ กินรองท้องไปก่อน ส่วนมื้อเย็นข้าจะกลับมาทำให้เ้ากินเอง”
“ได้เ้าค่ะ”
“คืนนี้เ้าเช็ดตัวไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวข้าเอาถังน้ำกับผ้ามาให้” เซี่ยซือซือหายไปครู่หนึ่งก็กลับเข้ามา
นางรอน้องสาวเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อยถึงได้เอาอ่างน้ำออกไปเท จากนั้นก็กลับไปยังห้องนอนของถานจ้านเห็นเขานอนอยู่บนเตียงแล้ว รีบจัดการปูที่นอนของตัวเอง ดับตะเกียงแล้วเอนตัวลงนอน
“ขอบใจเ้ามากเื่น้ำขิงของท่านแม่”
เสียงของถานเ้าดังขึ้นในความมืดมุมปากของเซี่ยซือซือยกขึ้นเล็กน้อย ห้องอยู่ติดกันทั้งยังไม่เก็บเสียงอีกด้วยคงได้ยินทุกคำที่นางคุยกับนางถานเป็แน่ เด็กคนนี้นิสัยไม่เลวอย่างน้อยก็รู้จักขอบคุณนาง
“ไม่เป็ไรท่านรีบนอนเถอะ”