[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 สัตว์ประหลาดนั่นชื่ออะไร? (1)

            ลู่ชิงเหอพร้อมด้วยเพื่อสนิททั้งสอง รีบรุดเข้าไปหาหญิงสาวร่างสูงโปร่ง งดงามราวเทพธิดา ผูกโบผูกผมสีม่วง

            “รุ่นพี่หยางยวน เป็นยังไงบ้างคะ? ผ่านไหม?!”

            ทันทีที่เจอหน้า ลู่ชิงเหอก็เอ่ยถามด้วยความร้อนรน ใบหน้าสวยของเธอเต็มไปด้วยความหวัง

            หยางยวนคือบุคคลที่ลู่ชิงเหอเคารพมากที่สุดในโรงเรียน ไม่มีใครเทียบได้

            อัจฉริยะอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมไป๋เหอสาขาหนึ่ง อายุสิบแปดปี ค่าพลังชีวิตและค่าพลังการต่อสู้ก็ทะลุมาตรฐานนักสู้ระดับหนึ่ง ปีศาจสาวผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งชมรมศิลปะการต่อสู้...

            รัศมีแห่งเกียรติยศ ตำแหน่งมากมาย หลอมรวมเป็นรุ่นพี่หยางยวนผู้เจิดจ้าที่อยู่ตรงหน้า

            สีหน้าของเฝิงฟานฟานและสวีนั่วก็เต็มไปด้วยความคาดหวังเช่นกัน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความประหม่าเล็กน้อย

            ราวกับว่าการที่หยางยวนจะสอบผ่านการประเมินนักสู้หรือไม่นั้น สำคัญยิ่งกว่าเรื่องของพวกเธอเสียอีก

            ทว่าสีหน้าของหยางยวนกลับดูแปลกไป

            เป็นความซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย

            “อย่าพูดถึงเลย เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น การประเมินถูกระงับไว้ชั่วคราว คงต้องรอถึงช่วงบ่าย”

            หยางยวนส่ายหน้า

            “หา?”

            ลู่ชิงเหอทั้งสามรู้สึกประหลาดใจ แล้วถามอย่างรวดเร็ว “เรื่องอะไรกันคะ? ถึงขนาดทำให้การประเมินต้องถูกระงับเลยเหรอ?!”

            หยางยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น “สัตว์ประหลาด ไม่สิปีศาจชัดๆ

            เล่นเอาเจ้าหน้าที่ประเมินทิ้งพวกเราหนีไปเลย จะไม่ให้ระงับได้ยังไง”

            “สัตว์ประหลาด...ปีศาจ...”

            ลู่ชิงเหอทั้งสามฟังแล้วงุนงง

            หยางยวนถอนหายใจ สีหน้าซับซ้อนเอ่ยเสียงแผ่วเบา “จริงๆ แล้วเป็นเพราะผู้ชายคนหนึ่ง อายุพอๆ กับฉัน อาจจะน้อยกว่าฉันด้วยซ้ำ 

            ตอนทำการประเมิน ทดสอบค่าพลังชีวิตได้ 15.7 แถมยังมีค่าพลังการต่อสู้สูงถึงหนึ่งหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยกว่า...

            พวกเธอว่าน่ากลัวไหมล่ะ?!

            ฉันนึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะมาตลอด พอได้เจอกับหมอนั่น...”

            หยางยวนถอนหายใจ “...ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า อะไรคืออัจฉริยะที่แท้จริง”

            เมื่อลู่ชิงเหอทั้งสามได้ฟังคำพูดของหยางยวน ริมฝีปากเล็กๆ ทั้งสามก็อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง ราวกับถูกสะกดให้หยุดนิ่ง

            ตกตะลึงจนไม่รู้จะแสดงสีหน้าเช่นไร

            อายุใกล้เคียงกับรุ่นพี่หยางยวน ค่าพลังชีวิต 15.7...ค่าพลังการต่อสู้ หนะ...หนึ่งหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยกว่า...

            บนโลกใบนี้มีคนแบบนั้นอยู่ด้วยหรือ?

            หรือจะกล่าวว่า คนแบบนั้นยังนับเป็นคนอยู่หรือไม่?

            ตอนนี้พวกเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมการประเมินนักสู้ถึงต้องหยุดชะงัก

            การประเมินนักสู้ปรากฏสัตว์ประหลาดเช่นนี้ขึ้นมา คาดว่าสมาคมนักสู้ทั้งหมดคงต้องสั่นสะเทือน ไม่แน่อาจจะได้ออกข่าวเช้าวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ!

            “รุ่นพี่หยาง...”

            เฝิงฟานฟานได้สติขึ้นมาทันใด เอ่ยถามด้วยความสงสัย “คนคนนั้นชื่ออะไรคะ? รุ่นพี่รู้ไหม?”

            ลู่ชิงเหอและสวีนั่วยืดคอตั้ง หูผึ่ง จ้องมองหยางยวนอย่างแน่วแน่

            หยางยวนพยักหน้า พูดชื่อออกมา

            “ลู่เซิ่ง!”

            “คนคนนั้นชื่อลู่เซิ่ง พูดถึงเรื่องนี้ ตอนแรกฉันน่าจะมีโอกาสทำความรู้จักกับเขา แต่มัวตกตะลึงไปหน่อย ปฏิกิริยาช้าไปก้าวหนึ่ง เลยพลาดโอกาสทำความรู้จักกับคนระดับนี้ไป เฮ้อ ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหม...”

            หยางยวนถอนหายใจยาวเหยียด สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดายและอาลัยอาวรณ์

            ขณะที่เธอกำลังพูดอยู่นั้น ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

            เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าสีหน้าของลู่ชิงเหอเเละเพื่อนแปรเปลี่ยนไปอย่างประหลาด

            โดยเฉพาะลู่ชิงเหอ ราวกับคนถูกมนต์สะกด

            หยางยวนกะพริบตาปริบๆ รู้สึกงงงัน กำลังจะเอ่ยถาม

            ทันใดนั้นก็ได้ยินสวีนั่วเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            “ชิงเหอ พี่ชายเธอชื่อลู่เซิ่งใช่ไหม แถมเมื่อกี้ยังเดินออกมาจากห้องประเมินนักสู้อีกด้วย...”

            คราวนี้ถึงตาหยางยวนที่ต้องตะลึงงัน

            ...

            ลู่เซิ่งเดินกลับบ้าน

            ระหว่างทางรู้สึกหิวเล็กน้อย จึงแวะซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาหลายสิบลูก

            กินไปพลาง เดินไปเรื่อยๆ

            ใกล้ถึงทางเข้าชุมชน ลู่เซิ่งเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านหน้าเขาไปอย่างรีบร้อน

            ลู่เซิ่งสังเกตว่าเสื้อผ้าที่คนพวกนั้นใส่คุ้นตาเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกขึ้นได้ว่าเหมือนเคยเห็นที่โรงศิลปะการต่อสู้หงชวน

            เหล่าป้าๆ ที่ยืนมองอยู่หน้าชุมชนต่างก็เฝ้าสังเกตการณ์ พูดคุยกันอย่างออกรส

            “ใครกันเนี่ย ทำไมถึงได้วุ่นวายขนาดนี้?”

            “พวกโรงศิลปะการต่อสู้หงชวนน่ะ เห็นว่ากำลังตามหาคนอยู่ ตามหากันทั่วหลายชุมชนแล้ว ถามกันทุกบ้านเลย..”

            “ใครไปมีเรื่องกับโรงศิลปะการต่อสู้หงชวนเข้าล่ะเนี่ย ซวยจริงๆ ดูท่าทางแบบนี้ ถ้าโดนเจอตัวคงต้องถูกหักขาไปหลายท่อนแน่เลย...”

            “นั่นน่ะสิ พวกศิลปะการต่อสู้นี่ร้ายกาจจะตายไป..”

            ลู่เซิ่งฟังคร่าวๆ แต่ไม่ได้สนใจอะไร

            เขารู้จักโรงศิลปะการต่อสู้หงชวน เคยไปมาสองสามครั้งเท่านั้น เรื่องที่โรงศิลปะการต่อสู้หงชวนตามหาใครมาแก้แค้น ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา

            เขาเดินทอดน่องกลับมาถึงบ้านตัวเอง ซาลาเปาลูกสุดท้ายก็หมดลงพอดี

            นานๆ ทีลู่เซิ่งจะมีโอกาสออกมาผ่อนคลาย จึงนั่งพักบนโซฟาครู่หนึ่ง

            ระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นครั้งหนึ่ง ลู่เซิ่งหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเจ้านั่นจากร้านสิงซ่านอีกแล้ว จึงกดตัดสายทิ้งทันที

            แม้ว่ายาต้มเสริมกล้ามเนื้อบำรุงเลือดใกล้จะหมดแล้ว แต่ลู่เซิ่งก็ไม่ได้ร้อนใจอะไร

            อีกฝ่ายตามหาเขาอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องให้เขาช่วยเหลือแน่ๆ

            ส่วนเรื่องที่จะให้เขาช่วยนั้น

            ลู่เซิ่งคิดดูแล้วคาดว่าคงเกี่ยวกับยาต้มเสริมกล้ามเนื้อบำรุงเลือด

            เขาจำได้ว่าตอนนั้นรีบเดินออกมา เลยทิ้งขวดทดลองที่ยังไม่ได้ล้างไว้

            คาดว่าคงเป็นยาที่เหลืออยู่ในขวดทดลองที่ทำให้ฝ่ายนั้นค้นพบบางสิ่งบางอย่าง จึงต้องการตามหาเขาอย่างเร่งด่วน

            ตั้งแต่ที่ลู่เซิ่งนำยาต้มเสริมกล้ามเนื้อบำรุงเลือดออกมา เขาก็มีแผนการในใจคร่าวๆ แล้ว

            การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของเขาจำเป็นต้องมีเงินทุนจำนวนมากมาสนับสนุน และเมื่อความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้น ความต้องการก็จะยิ่งมากขึ้น

            เงินพวกนี้จะมาจากไหน แน่นอนว่าต้องมาจากตำรับยาที่อยู่ในหัวของเขา

            พูดได้เลยว่า ลู่เซิ่งสุ่มหยิบตำรับยาจากโลกอนาคตออกมาสักตำรับ ก็สามารถแลกมาซึ่งความมั่งคั่งได้มากมาย

            แต่จะนำออกมาอย่างไร เมื่อไร นำไปให้ใคร

            ทุกด้านล้วนต้องพิจารณา

            ร้านสิงซ่านมีคุณสมบัติหรือไม่ คู่ควรกับตำรับยาของเขาไหม ลู่เซิ่งยังต้องทำการตรวจสอบก่อนจึงจะตัดสินใจได้

            ส่วนตอนนี้ ลู่เซิ่งต้องการที่จะพิสูจน์การคาดเดาและความคิดที่เขามีมาตลอดอย่างเร่งด่วน

            เรื่องนี้สำคัญมาก เกี่ยวข้องโดยตรงกับเส้นทางศิลปะการต่อสู้ที่เขาจะเดินต่อไปในภายภาคหน้า

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน