ในยามค่ำคืนที่มืดมิด เสียงดาบปะทะกระบี่ดังสนั่นหวั่นไหว ร่างคนสองคนวูบไหวผ่านสลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว
"ที่เ้ากล้าบุกเข้ามาถึงถิ่นข้าที่แท้ก็มีฝีมือไม่เบานี่เอง"ประมุขพรรคหมาป่าทมิฬเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ
"เริ่มกลัวแล้วหรือไง?"เทียนฉินกล่าวเย้ยหยัน
"เรามาเจรจาตกลงกันก่อนดีรึเปล่า!"ประมุขพรรคหมาป่าทมิฬเกลี้ยกล่อมหมายจะถ่วงเวลาเพื่อพักฟื้นพลัง แต่เทียนฉินมีหรือจะไม่รู้ว่าถ้าปล่อยให้ต่อสู้ยืดเยื้อไปกว่านี้แล้วเกิดมีคนมาเห็นจะไม่เป็ผลดีกับเขาแน่นอน
"หึ! อย่าเปลืองน้ำลายเลยหมดเวลาของเ้าแล้ว!"
เทียนฉินกล่าวพร้อมกลับร่าย [ เคล็ดวิชาจิตอัคคีพิสุทธิ์ ] ในทันที
ในทันใดนั้นเองภายในร่างกายเทียนฉินปรากฎกลุ่มพลังงานหมุนวนเป็เกลียวอย่างช้าๆ ก่อนกระจายออกมาตามรูขุมขนกลายเป็คลื่นเปลวเพลิงร้อนแรงล้อมรอบร่างของตัวเขาไว้
เทียนฉินถ่ายเทคลื่นเปลวเพลิงลงไปในดาบสะบั้นจันทร์ทันที ก่อนวาดดาบซัดใส่ไปทางประมุขพรรคหมาป่าทมิฬ
"ผ่าอเวจี!"
"คลื่นหมาป่าทมิฬ!"
ประมุขพรรคหมาป่าทมิฬอ้ากัดฟันแน้นก่อนฟาดกระบี่ออกมาป้องกัน
เคร้ง!
เกิดเสียงดาบปะทะกระบี่อีกครั้งคลื่นลมรอบด้านต่างแตกกระจายออกทั้งสองฝั่ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ขณะที่ดาบปะทะกระบี่นั้นคลื่นเปลวเพลิงที่ล้อมรอบตัวดาบกลับลุกโชนสว่างไสวแล้วตัดผ่านกระบี่ไปอย่างง่ายดายเหมือนหั่นเต้าหู้
ฉั้วะ!
ประมุขพรรคหมาป่าทมิฬอ้าปากค้างมองกระบี่ในมือที่ถูกตัดขาดหายไปครึ่งนึงด้วยอาการตกตะลึง แต่ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านั้น คลื่นเปลวเพลิงได้พุ่งเข้ากระแทกลำตัวตัดผ่าร่างเขาออกเป็สองส่วนในทันที โดยที่เขาได้แต่มองด้วยสายตาสับสน ไม่น่าเชื่อ เืทะลักออกจากปากก่อนจะค่อยๆหมดลมหายใจในเวลาต่อมา
"เฮ้อ!"
เทียนฉินถอนหายใจออกมาในทันทีที่เห็นประมุขพรรคหมาป่าทมิฬตายลง
"ท่านปู่! ข้าล้างแค้นให้ท่านแล้วรวมถึงทุกๆท่านด้วย"เทียนฉินแหงนหน้ามองฟ้าพร้อมเอ่ยรำพึงรำพันถึงความหลัง
อุ้บ!!
"[ เคล็ดวิชาจิตอัคคีพิสุทธิ์ ] นี่สิ้นเปลืองพลังงานมากจริงๆ คราวหลังข้าคงต้องใช้อย่างระมัดระวังเสียแล้ว"เทียนฉินรำพันก่อนใช้ดาบปักลงพื้นเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลง
"เ้าหนุ่มเป็อย่างไรบ้าง" ตาเฒ่าวิ่งเข้ามาดูทันทีหลังจากเห็นว่าประมุขพรรคหมาป่าทมิฬตายแล้วก่อนถามอย่างเป็ห่วง
"ไม่ร้ายแรงเท่าไรนัก แค่ใช้พลังปราณมากเกินไปหน่อย"เทียนฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว"ตาเฒ่าเอ่ยตอบ
"ท่านช่วยเก็บรวบรวมของมีค่าทั้งหมดให้หน่อยแล้วกัน ข้าขอฟื้นฟูพลังก่อน"เทียนฉินบอกกล่าวพร้อมกับนั่งลงเพื่อฟื้นฟูพลังงานที่เสียไปในทันที
"เื่นี้เ้าสบายใจได้"ตาเฒ่ากล่าวตอบพร้อมกับเดินไปเก็บตามศพต่างๆ
รุ่งเช้าของวันใหม่ก่อนที่ตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า กลุ่มเปลวเพลิงลุกโหมกระหน่ำแผดเผาสิ่งปลูกสร้างเป็บริเวณกว้าง เศษขี้เถ้าปลิวเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายลอยล่องไปตามสายลม
"ดูนั่นสิ! ตรงนั้นมันเกิดอะไรขึ้น"ชาวบ้านในบริเวณนั้นะโเรียกคนอื่นๆให้หันมาดู
"ตรงนั้นมันที่ตั้งพรรคหมาป่าทมิฬไม่ใช่หรอ"
"นั่นสิ! พวกเราไปดูกัน"
"เกิดอะไรขึ้นกับพรรคหมาป่าทมิฬกัน!"
เมืองตงอ่าวในเวลานี้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายไปทั่ว ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์เดากันไปต่างๆนาๆ ถึงเื่การกวาดล้างพรรคหมาป่าทมิฬในครั้งนี้ บ้างก็ว่าเป็คนของทางการ บ้างก็ว่าเป็พรรคใหญ่รวมกลุ่มกันทำ แต่ส่วนใหญ่ว่าเป็เวรกรรมตามสนองนั่นเอง เพราะว่าสมาชิกในพรรคหมาป่าทมิฬล้วนก่อกรรมทำเข็ญมามากมาย พ่อค้าบางกลุ่มถึงกับไชโยโห่ร้องก็มี
"ผางอู่ สืบรู้หรือยังว่าเป็ฝีมือใคร?"ท่านเ้าเมืองถามชายชราที่ยืนอยู่ด้านหน้า
"ไม่มีเบาะแสอะไรเลยขอรับ"ผางอู่กล่าวตอบอย่างนอบน้อม
"แปลกจริง! เป็ใครกันแน่!!"ท่านเ้าเมืองเอ่ยปากอย่างสงสัย
"ไม่ว่าจะเป็ใคร ก็นับว่าเป็ข่าวดีของเมืองตงอ่าวของเรานะขอรับ"ผางอู่กล่าวตอบ
"นั่นสินะ!" เ้าเมืองลุกออกไปยืนดูบรรยากาศด้านนอกที่ระเบียง ก่อนหันมาถามชายชรา
"แล้วเื่ของเ้าเด็กหนุ่มชื่อเทียนฉินนั่นหล่ะ"
"ปกติก็พักอาศัยอยู่ในโรงเตี้ยม แต่บางครั้งก็เข้าป่าไปฝึกฝนขอรับ"ผางอู่กล่าวตอบ
"ระดับพลังของเขาก้าวหน้าขึ้นหรือเปล่า?"ท่านเ้าเมืองเอ่ยถามอีกครั้ง
"บรรลุถึงขั้นหลอมรวมแล้วขอรับ"ผางอู่เอ่ยตอบ
"อืม! ถือว่ามีพร์ใช้ได้เลย"เ้าเมืองเอ่ยปากชม ถึงแม้เขาจะเป็คนให้ยาหลอมปราณนภากับเทียนฉินเองแต่เขาก็ยังไม่มั่นใจเทียนฉินจะสามารถบรรลุระดับหลอมรวมได้รวดเร็วขนาดนี้
"ขอรับ"ผางอู่เอ่ยรับ
โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งในเมืองตงอ่าว หนึ่งหนุ่มหนึ่งชรากำลังนั่งแบ่งทรัพย์สินกันอย่างขมักเขม้น มีทรัพย์สมบัติแต่ละอย่างแบ่งแยกออกเป็สัดส่วนกองอยู่บนโต๊ะอยู่หลายกอง
"ฟู่! เสร็จเสียที"ตาเฒ่าเป่าลมออกปากพร้อมถอนหายใจ
"ตามที่ตกลงกันไว้แบ่งคนละครึ่ง"เทียนฉินกล่าวพร้อมผลักกองทรัพย์สินไปให้ตาเฒ่าครึ่งนึง
"โฮ้ะๆ! คราวนี้รวยแล้วจริงๆ"ตาเฒ่าเอ่ยปากอย่างเริงร่า
"ส่วนเคล็ดวิชาคลื่นหมาป่าทมิฬท่านก็เก็บใช้เถอะ"เทียนฉินยื่นแผ่นบันทึกส่งให้ตาเฒ่า
"หือ! เ้าไม่เก็บไว้ใช้หรือ?"ตาเฒ่าเอ่ยถามอย่างสงสัย
"ข้ามีเคล็ดวิชาของข้าแล้ว อีกอย่างมันเป็วิชากระบี่ไม่เหมาะกับข้าเท่าไรนัก"เทียนฉินเอ่ยอย่างไม่แยแส
"งั้นข้าไม่เกรงใจละกัน!"ตาเฒ่าเอ่ยปากอย่างอารมณ์ดี ั้แ่เริ่มทำงานกันเขาพอรู้นิสัยใจคอของเทียนฉินดีว่าไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอะไรมากมาย อีกอย่างเขาก็เห็นอยู่ว่าเทียนฉินใช้ดาบจะให้ไปฝึกเคล็ดวิชากระบี่ได้อย่างไร
"แล้วท่านคิดจะทำอะไรต่อจากนี้หรอ?"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
"คงจะเก็บตัวฝึกฝนเพิ่มพลังให้มากที่สุด เพราะตอนนี้ไม่ต้องห่วงเื่ขาดแคลนทรัพย์พยากรณ์อีกแล้ว รวมทั้งศึกษาเคล็ดวิชาที่ได้มาใหม่ด้วย"ตาเฒ่าเอ่ยตอบอย่างละเอียด
"ท่านสนใจจะออกไปท่องดูโลกภายนอกกับข้าหรือไม่เล่า?"เทียนฉินยื่นข้อเสนอ
"หืม! เ้าจะสนใจเอาคนแก่อย่างข้าไปเป็ภาระทำไมกัน!?"ตาเฒ่าเอ่ยถามหยั่งเชิง
"ข้าตัวคนเดียว ส่วนท่านก็ไม่มีครอบครัว อย่างไรสองคนก็อุ่นใจกว่าคนเดียวอยู่แล้ว"เทียนฉินเอ่ยตอบอย่างง่ายๆ
"หึ! มันจะไม่ง่ายไปหน่อยมั้ยกับเหตุผลแบบนี้น่ะ พูดแผนของเ้ามาดีกว่าว่าจะให้ข้าทำอะไร?"ตาเฒ่าเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด
"ถ้าท่านตกลงข้าถึงจะบอกท่าน ไม่งั้นก็ต่างคนต่างเดินแยกย้ายกันไป"เทียนฉินเอ่ยเสียงเข้ม
"อื่ม!"ตาเฒ่าครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนกล่าว
"ขอเวลาข้าคิดก่อนละกัน อีกสามวันจะมาให้คำตอบ"ตาเฒ่าเอ่ยปากพร้อมลุกออกไปทันที
หลังจากผ่านไปสามวันตาเฒ่ากลับมาให้คำตอบตามคำสัญญา เขาตกลงเดินทางไปกับเทียนฉินด้วยการรับหน้าที่เป็พ่อบ้านพร้อมทั้งคอยหาข่าวสารให้เขา ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็ให้ขึ้นอยู่กับเทียนฉินเป็คนตัดสินใจเอาเอง
ในภายหลังเทียนฉินจึงได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วตาเฒ่าชื่อหม่าหยงเป็พ่อค้ากลุ่มนึงที่โดนพรรคหมาป่าทมิฬปล้นฆ่าเหมือนกับเขา หลังจากผลัดกันเล่าความเป็มาของทั้งสองฝ่ายแล้ว เทียนฉินให้ตาเฒ่าหม่ารออยู่ที่เมืองตงอ่าวก่อน แล้วพอเสร็จสิ้นการประลองเมื่อใดเขาจึงจะกลับมารับเพื่อออกเดินทางไปทั่วแคว้นอีกที
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนใกล้ถึงวันจะออกเดินทางเทียนฉินเดินมาพร้อมกับเฒ่าหม่าหยงมุ่งตรงเข้าสู่จวนเ้าเมือง ทันทีที่เข้ามาถึงเขาก็เห็นชายชรามายืนรอเขาก่อนแล้ว
"ตามข้ามา ท่านเ้าเมืองรออยู่"ก่อนหันมามองตาเฒ่าหม่าหยง
"ส่วนเ้า! ท่านเ้าเมืองไม่อนุญาตให้เข้าไป ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วก็กลับไปเสีย"ผางอู่บอกอย่างเฉยเมยพร้อมกับเดินนำหน้าเข้าไปในจวน
เทียนฉินหันมาพยักหน้าให้ตาเฒ่าหม่าหยงก่อนเดินตามชายชราไปอย่างเงียบๆ
จบตอนที่ 10