ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

บทที่ 203 เด็ก

"เอาก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลยักษ์"หลังจากที่ตกลงเมนูกันได้แล้วออสก็หันไปสั่งพนักงานก็พยักหน้ารับแล้วเดินไปจัดการให้

 

"นี่ว่าแต่พี่แอนจี้นำเสนอโครงการอะไรไปหรอ"จูนชวนคุยระหว่างรออาหาร

 

"อ๋อ คืออย่างนี้นะ...."เมื่อโดนถามพี่แอนจี้ที่เป็นคนพูดเก่งอยู่แล้วก็รัวข้อมูลใส่จูนทันที

 

จูนฟังแล้วก็นิ่งคิดตาม

 

"พี่บอกว่าเคยทำงานเป็นผู้จัดการให้ดาราอยู่แล้ว4ปี แล้วก็เลยอยากมีธุรกิจของตัวเองหรอ แต่ที่นำเสนอมันใหญ่เกินไปธนาคารไม่เสี่ยงกับธุรกิจใหญ่ขนาดนั้นแล้วไม่มีอะไรแน่นอนแบบนี้หรอก"

 

"ที่บอกว่าดาราที่เคยทำงานให้ยินดีช่วยแนะนำรุ่นน้องให้มันก็สัญญาปากเปล่า ต่อให้แนะนำจริงก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าคนที่แนะนำจะยอมเซ็นสัญญา"จูนวิเคราะห์ให้ฟังซึ่งก็ใกล้เคียงกับชายคนที่ออสยังเอิญไปนั่งข้างๆพูด

 

"อื้อคือ..."

 

พลั่ก อยู่ดีๆก็มีเด็กคนนึงวิ่งซนในร้านแล้วก็มาชนโดนเก้าอี้แอนจี้เข้า

 

"ว้ายคุณลูกขาวิ่งในร้านแบบนี้มันอันตรายนะไปนั่งดีๆไปลูก"แอนจี้หันไปตำหนิเล็กน้อยแล้วหันมาพูดกับต่อ

 

"จริงๆฉันก็จะทำเริ่มต้นแบบเล็กๆแต่กู้เองไม่ผ่าน แล้วงานนี้มันก็งบไม่อั้นคนอื่นที่มาก็ขอกันหลักร้อยล้านฉันเลยเล่นใหญ่ไปเลย"แอนจี้อธิบายก่อนจะเริ่มเล่าว่าตอนแรกตัวเองจะสร้างบริษัทดูแลดาราเล็กๆเช่าอาคารสักอาคารแล้วก็ดูแลพวกดาราตัวประกอบ หรือพวกศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังพยายามสร้างชื่อ

 

"ถ้านำเสนอแบบนั้นแต่แรกอาจจะมีโอกาสรอดก็ได้ ที่มันไม่ได้เพราะเล่นใหญ่นี่แหละ"จูนได้ยินกุมขมับ ทำให้พี่แอนจี้ยิ้มเจื่อนๆ

 

ออสนั่งฟังจูนกับพี่แอนจี้คุยกันด้วยความสนใจ

 

"งั้นเอาแบบนี้เป็นไงผมลงทุนให้ แต่ไม่เอาเงินคืนขอเป็นหุ้นส่วนแทน"อยู่ดีๆออสก็เสนอขึ้นมา

 

"เอ๊ะออสเอาจริงหรอ"จูนถามอย่างแปลกใจ

 

"อื้อ"ออสรับ เขาเคยอยากมีกิจการของตัวเองมาก่อนตอนนี้มีธุรกิจที่เขาเป็นเจ้าของผ่านอิกดราซิลมากมายก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีชื่อเขาอยู่ในนั้นอยู่ดีๆจะสั่งให้เอาชื่อไปใส่มันก็อายๆยังไงก็ไม่รู้เพราะงั้นเอามันแบบนี้แหละ

 

"คุณน้อง ไม่ดีมั้งคะ ธนาคารไม่รับก็แสดงว่าเขาประเมินแล้วว่ามันมีสิทธิไม่รอด ถ้าพี่ทำเจ๊งพี่ไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนจริงๆนะ"พี่แอนจี้อธิบาย เธออยากจะทำก็จริงแต่ไม่ต้องการให้เดือดร้อนคนอื่นแถมนี่ยังเป็นเพื่อนน้องสาวเธออีก

 

"ไม่นะ"จูนขัด

 

"ถ้าเอาชื่อออสไปใส่ต่อให้อยากเจ๊งก็ไม่มีทางเจ๊งหรอก ถึงคนทั่วๆไปไม่รู้จักหมอนี่แต่ธุรกิจที่เป็นพันธมิตรของฟินิกส์รู้จักแน่ๆถ้ารู้ว่าออสเป็นหุ้นส่วนรับรองว่าติดต่อไปที่ไหนก็ได้งาน"จูนบอก แน่นอนว่าจริงๆแล้วเธอหมายถึงธุรกิจที่อิกดราซิลเป็นเจ้าของ

 

"จะจริงหรอ"แอนจี้เริ่มสนใจแล้ว

 

"แน่นอน อีกอย่างผมขอรับการตอบแทนเป็นหุ้นเอง ไม่ใช่ให้พี่ยืมไปแล้วมาคืนเพราะงั้นถ้าเจ๊งผมก็ต้องรับความเสี่ยงเอง แต่ถ้ารุ่งผมก็จะได้ปันผลยาวๆเลยจริงมั้ย"

 

"ตกลงค่ะ"พี่แอนจี้ทุบโต๊ะ

 

ไม่ต้องคิดอีกแล้วในเมื่อเจ้าตัวยืนยันเองแถมถ้าเป็นหลานเจ้าของธนาคารก็คงจะไม่เดือดร้อนจริงๆแหละ แถมการที่ลูกสาวท่านประธานปิยะยืนยันว่ารอดแน่ๆยิ่งสร้างความมั่นใจไปอีก

 

"งั้นเดี๋ยวฉันให้คนของฟินิกส์ที่ดูแลการลงทุนจัดการดำเนินการให้เลยแล้วกัน อีกสัก2-3วันพี่แอนจี้ไปหาคนชื่อ นินิว ที่ฟินิกส์นะเดี๋ยวฉันคุยเอาไว้ให้ ต้องจัดการเรื่องเอกสารยังไง จะตั้งบริษัททำยังไงถามเขาให้หมดได้เลย"จูนบอก ยังไงฟินิกส์ก็เป็นของออสจะให้พนักงานทำงานให้สักหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างคนที่จูนแนะนำเป็นคนของอิกดราซิลด้วย

 

"ขอบคุณนร้า งั้นฉันจะเริ่มจากเล็กๆแล้วค่อยขนาดตามแผนเดิมดีกว่าไม่งั้นกลัวทำไม่ไหวอะ"ได้ยินแบบนั้นพี่แอนจี้ก็ยิ้มแก้มปริทันที เธอยังอึ้งๆอยู่เลยว่าอยู่ดีๆก็ได้คนลงทุนให้ซะงั้น

 

"มันก็ควรแบบนั้นแหละค่ะ"ได้ยินแบบนั้นจูนก็พูดเสียงเย็นใส่ ไม่อยากเชื่อว่าแม่นี่ยังมีความคิดจะสร้างบริษัทใหญ่อลังการขึ้นมาภายในทันทีอยู่อีก

 

"ว่าแต่ดรีม ขนาดนี้แล้ว คนที่4ก็ไม่แย่มั้ง"

 

"ไอ้พี่อาม"เสียงเล็กๆของดรีมแห่วใส่พี่เธอทันที

 

"ว้าย แอนจี้ย่ะ เรียกชื่อเก่าน้องสาวก็มีตบนะ"

 

ออสเห็นพี่น้องคู่นี้แล้วก็ขำเพราะเขาไม่เคยมีพี่น้องมาก่อน ส่วนเรื่องเงินลงทุนเขาไม่คิดมากอยู่แล้ว เจ๊งก็เจ๊ง ทุกคนชอบบอกนี่ว่าอยากได้อะไรก็ซื้อมีเงินเยอะแยะ งั้นตอนนี้เขาอยากเป็นเจ้าของบริษัทจัดการดาราดูเขาก็จ่ายก็แล้วไง

 

"นี่พี่ๆ"

 

"หือ"

 

อยู่ก็มีคนเอามือมาแปะๆแขนของพี่แอนจี้พอหันไปก็พบว่าเป็นเด็กคนที่วิ่งมาชนแอนจี้ก่อนหน้านี้

 

"มีอะไรคะลูก"แอนจี้ถาม เธอเป็นประเภทที่เป็นมิตรกับเด็กอยู่แล้ว

 

"กระเป่าสวยขอดูหน่อยสิ"เด็กคนนั้นชี้มาที่กระเป๋าของจูนที่วางอยู่

 

"ไม่ได้นะใบนี้แพงมาก"จูนรีบหยิบกระเป๋าของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะหลบเด็กจอมซนคนนี้อย่างรวดเร็ว

 

"ก็บอกว่าจะดู"แต่ว่าเด็กชายกลับกระโดดคว้าเอาไว้ทำให้

 

กึกก มีเสียงบางอย่างดังออกมาจากกระเป๋า

 

"ว้ายตายแล้ว"แอนจี้อุทานออกมาอย่างตกใจ

 

ออสเองก็สะดุ้งเช่นกันเพราะเขาไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะทำแบบนั้น

 

จากเสียงที่ออกมาแปลว่ากระเป๋ามันต้องเกิดความเสียหายแน่นอน แล้วคนระดับจูนจะซื้อของธรรมดาๆมาใช้หรอ ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอคือของแบรนด์เนมทั้งนั้น

 

แถมกระเป๋าใบนี้คือรุ่นลิมิตเต็ดที่เธอประมูลมาด้วยราคาแพงลิบในงานครบรอบของแบรนด์นี้