เมืองอารอนเป็เมืองที่มีอยู่ทั่วๆไป เหมือนกับเมืองอื่นๆในเครืออาณาจักรซือโตว่ และเมืองยังแบ่งออกได้เป็3ประเภทคือ
เมืองหลักเป็เมืองที่ใหญ่ที่สุดสร้างเป็ที่แรกของอาณาจักรหรือเรียกอีกอย่างว่าเมืองหลวงเรียกชื่อตามอาณาจักร เมืองย่อยเป็เมืองที่สร้างมาทีหลังเมืองหลัก และสุดท้ายคือเมืองอิสระเป็เมืองที่ไม่ขึ้นตรงต่ออาณาจักรและอยู่นอกอาณาเขตอาณาจักรนั้นๆ...
สำหรับเมืองอิสระและเมืองหลวงหลี่จินยังไม่รู้วิธีแบ่งชัดเจน แต่เมืองย่อยแบ่งออกเป็เล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งแต่ก่อนเมืองอารอนเป็เมืองที่เล็กมากๆ
แต่เพราะ20ปีก่อนเมืองซูโตว่ส่งคนไปที่กลุ่มูเาที่ไกลออกไปจากเมืองอารอนไม่มาก เพื่อขุดผลึกพลังแฝงและตั้งเมืองที่นั้นซึ่งชื่อเมืองซูหัว
ทำให้เมืองอารอนที่อยู่ข้างๆรุ่งเรืองขึ้นตามไปด้วย เพราะเมืองที่มีเหมืองหินผลึกพลังแฝงจะมีการพัฒนาที่ไวมาก
ส่วนผลึกพลังแฝงคือสิ่งที่มีละอองิญญาอยู่ในนั้น ซึ่งเกิดจากละอองิญญาลอยเข้าไปในสสาร และสสารนั้นจะเก็บละออกิญญาไว้ในตัว ทำให้โครงสร้างของมันจะเปลี่ยนไป
และผลึกพลังแฝงยังสามารถเกิดได้จากทุกสสาร ไม่ว่าจะเป็ดินบนพื้นรึหินในถ้ำก็กลายเป็ผลึกพลังแฝงได้ มักปรากฏในที่ที่มีละอองิญญามาก
ส่วนละอองิญญาเนี่ยคือพลังงานที่ลอยอยู่ในอากาศคล้ายๆออกซิเจน เป็พลังงานส่วนใหญ่ที่ผู้ใช้มิราสดูดซับ
ถ้าจะถามว่าทำไมหลี่จินถึงรู้ข้อมูลพวกนี้เยอะจังก็เพราะพวกนี้ระบุในหนังสือ ที่อยู่หอสมุดของเมืองอารอน…
ขณะเดียวกันหลี่จินที่เดินไปฐานมองไปรอบๆตัวเห็นคนใช้มิราศทั่วทุกที่...และตอนนี้เขายังมีข้อคาดการณ์เกี่ยวกับมิราศ หลังจากตลอด2-3วันที่เขาเริ่มทำความคุ้นเคยมิราสและจากที่อ่านมา
หลักการของการใช้มิราศคือการเอาพลังงานหรือก็คือพลังแฝงที่เป็พลังงานที่ผู้ใช้มิราสใช้ ผ่านตัวแปลงหรือก็คือแกนมิราส ซึ่งเมื่อพลังแฝงผ่านกระบวกบางอย่างจากแกนมิราสพลังงานนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามที่แกนมิราสเป็
เช่นเมื่อพลังแฝงผ่านแกนการสรรค์สร้างมันก็จะกลายเป็แกนการสร้าง เป็ต้น
ภาพรวมมันจะคล้ายๆพลังแฝงที่เปรียบเป็เหล็กหลอมเหลว และแกนมิราสเปรียบเป็แบบพิมพ์
………………………………………………………….
หลังจากฝึกมิราศจนถึงเที่ยงหลี่จินก็กลับกลับบ้านเหมือนกับทุกวัน...ไอ้เ้ามิราสเนี่ยเป็อะไรที่เพิ่มระดับจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ว่ายากซึ่งมันมี2แบบก็คือ
1.เพิ่มโดยการดูดซับละอองิญญาไปเรื่อยๆ
2.คือการใช้มิราสไปเรื่อยๆเวลาฟื้นฟูพลังแฝงจะเพิ่มขึ้น แต่มันก็ต้องมีวิธีพิเศษในการเลื่อนระดับ…
ขณะความคิดล่องลอยหลี่จินก็มาถึงบ้านพอดี 'ดูเหมือนว่าแม่ของเราจะไปทำงานอีกแล้ว..หืม?นั้นอะไรน่ะ'
หลังจากเข้ามาในบ้านหลี่จินก็ไม่เห็นใครเห็นใคร เห็นแต่สิ่งที่เหลือบมองก็รู้ว่ามันเป็ข้อความที่แม่ของเขาฝากเอาไว้
ครึ่งแรกมีใจความว่า “เสี่ยวจินแม่จำได้ว่าเ้า้าจะเห็นคนใช้มิราสประเภทอื่นแม่เลยได้ซื้อบัตรฝึกที่สมาคมมิราสไว้ให้แล้ว"
อ่าเราเคยพูดเมื่อวานตอนกินข้าว เนื่องจากเห็นแม่ของตัวเองกังวลเื่อนาคตหลังจากปลุกมิราสได้3วัน
และนอกจากนั้นหลี่จินก็ยังไม่พูดอะไรเกี่ยวกับมิราส เขาก็เลยพูดปัดแบบนั้นไปเพื่อไม่ให้แม่กังวล…หลี่จินคิดพร้อมกับอ่านต่อ
"แม่ติดธุระนิดหน่อยทำให้ไปไม่ได้ แต่ลูกไม่ต้องกังวลถ้าลูกอยากให้แม่ไปด้วยก็รอวันพรุ่งนี้แม่ว่าง!"
แม่ของเราร่าเริงเกินวัยจริงๆ เมื่อหลี่จินคิดถึงตอนที่แม่ของเขาแก้มป่องเพราะเขาเลี่ยงที่จะบอกว่าไปทำอะไรข้างนอกทุกวันหลี่จินก็ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม…
สมาคมมิราสคือสมาคมที่เมืองนั้นๆจัดขึ้นผ่านเมืองหลัก แต่ไม่มีสมาคมที่เป็ศูนย์ใหญ่อย่างชัดเจน ซึ่งมันเอาไว้ใช้ทำสิงที่เกี่ยวข้องกับมิราส
เดินออกจากบ้านพร้อมกับมองไปตามทางของถนน เพื่อดูคนที่ใช้มิราสทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันมองไปทางซ้ายเห็นคนเย็บผ้าด้วยเข็มที่ลอยบนอากาศจากมิราสอัญเชิญ
มิราสอัญเชิญเป็การใช้พลังแฝงผ่านแกนอัญเชิญที่มีรูปแบบไม่ตายตัว เช่นดาบ ต้นไม้หรือจะเป็บ้านสักหลังก็ได้
แต่เขาไม่ได้หาคนที่ใช้มิราสสิ่งที่เขาหาจริงๆก็คือ...คนที่หน้าตาธรรมดา!
ใช่แล้ว! เพราะว่าั้แ่เขาเกิดมาไม่เคยเห็นคนที่หน้าธรรมดาเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายรึผู้หญิงก็หน้าตาดีกันทั้งนั้น อย่างแม่ของเขาผิวเรียบเนียนตึงนึกว่าดาราที่แต่งหน้าหนาซะอีก
คิดแล้วก็หนักใจสิ่งที่เขารับมือได้ก็คือคนที่มีจิตใจบัดซบไม่ใช้ผู้หญิงสวย!
ที่เกิดอาการเป็แบบนี้ก็เพราะชาติก่อนหลังจากการตายของเขาไม่รู้ว่าจะหาอะไรเป็ที่พึ่งจิตใจดี พระเ้าก็ไม่เหมาะสมเพราะมันมีข่าวด้านลบมากเกินไป
เขาก็เลยตัดสินใจว่าจะหาสิ่งที่เรียกว่าแฟนมายึดเหนี่ยว แต่เขากลับหามาไม่ได้เลย กลับได้ไอ้อาการผิดปกติเกี่ยวกับจิตใจมาอีกหนึ่งอย่างแทน...
ขณะหาผู้หญิงหน้าตาธรรมดาหลี่จินก็เดินมาถึงสมาคมมิราสพอดี เมื่อเข้าไปในสมาคมมิราสพนักงานชายในชุดสูทก็เดินเข้ามาต้อนรับ
"ไม่ทราบว่าท่าน้าอะไรให้ทางเราช่วยรึเปล่า"
ชายตรงหลี่จินใส่ชุดสูทหูกระต่าย คิดแล้วก็แปลกเนื่องจากมิราสที่เป็เอกลักษณ์ทำให้ยุคนี้มีเสื้อหลายชนิด
แต่มันกลับไม่มีการใช้ปุ๋ยเพราะมีมิราสประเภทควบคุมที่ควบคุมสิ่งที่ทำให้พืชโตได้ โดยที่พวกเขาไม่รู้หลักการเื้ั ถ้าจะให้หลี่จินเดาคงจะเป็การควบคุมฮิวมัส(สิ่งที่พีช้าในการดำรงชีวิต)
สรุปง่ายๆด้วยสองประโยค ฟิสิกส์พอได้ เคมีบัดซบ!
หลี่จินยืนบัตรที่แม่ของเขาให้ไว้และกล่าวว่า "ข้ามาฝึกมิราศเ้าพาข้าไปหาสถานที่ด้วย"
พนักงานหยิบขึ้นมาดู "สนาม5นะขอรับ"
แล้วพนักงานคนนั้นก็เดินนำไปอย่างขัดใจ เพราะไม่รูจักมิราศของหลี่จิน มิราศในโลกนี้ถือเป็เื่ส่วนตัวมากๆ ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่บอกเองก็ไม่ควรถาม…
หลังจากพนักงานกลัปไปหลังจากมาส่งตัวเองหลี่จินก็เริ่มมองไปรอบๆ
สนามเป็โดมที่ใหญ่พอสมควรมีอุปกรณ์หลากลายไม่ว่าจะเป็หินกลิ้ง เหล็กแผ่น สระน้ำ กับดับ และที่ถ่วงน้ำหนัก วิธีที่คนที่นี่ส่วนใหญ่ฝึกไม่ใช้การฝึกเพิ่มระดับ แต่เป็การฝึกใช่พลังมากกว่า
หลี่จินเดินไปรอบๆเห็นบางคนเรียกขวานไฟตัดแท่งไม้ออกไปสองส่วน และไม้ทั้งสองส่วนก็เริ่มไหม้ เห็นบางคนเปลี่ยนมือเป็น้ำกรดเพื่อโจมตี
แต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งที่สร้างเถาวัลย์จากแกนสร้างที่เสกออกมาแล้วก็ควบคุมให้เถาวัลย์ไปพันหินกลิ้งที่ใหญ่มากและดึง แต่เถาวัลย์ก็มันขาดหลังจากที่ลากไปได้ไม่ไกล
ที่มันแปลกไม่ใช้เพราะมิราสแต่เพราะไม่มีคนข้างๆเขาเลยเหมือนกลัวอย่างไรอย่างงั้น
หลี่จินเดินเข้าไปหาด้วยความสนใจและแนะนำตัวด้วยการที่ไม่มองหน้าฝ่ายตรงข้าม "สวัสดีข้าชื่อหลี่จินมีอะไรจะแนะนำหน่อย"
คำพูดและท่าทางที่ไม่มองหน้านั้นทำให้ฝั่งตรงข้ามมองเขาด้วยความแปลกใจพร้อมกับคิ้วขมวดพูด "เ้ามีอะไรจะแนะนำข้ารึ"
'น้ำเสียงเ็าดีจริงๆแต่ก็มีความรำคาญอยู่ในนั่นด้วย' หลี่จินคิด กฎของเขาคือมองได้แค่ปากหน้าอก อวัยวะเพศและหน้าตาห้ามมองเด็ดขาด!
"เ้าน่ะใช้เถาวัลย์ตรงๆ ในการลากของหนักทำให้มันขาดง่าย แต่ถ้าเ้าเอาเถาวัลย์ถักเป็เปียรึใช่เถาวัลย์พันกันจะทำให้เถาวัลย์ขาดยากขึ้น หลักการมันก็จะคล้ายๆเชือก"
หลี่จินพูดด้วยรอยยิ้มขณะก้มหน้า ช่วยสักหน่อยคงไม่เป็อะไรทั้งยังมีหลักฐานไปบอกแม่เขาว่ามีเพื่อนได้ด้วย…
"ข้าชื่อหลินฟานผู้มิราศระดับ12ประเภทการสรรค์สร้างขอบใจเ้ามากข้าจะลองทำตามดู" ได้ยินการพูดอย่างจริงจังของหลี่จินฝ่ายตรงข้ามก็ยิ่งแปลกใจ เพราะเขาไม่คิดว่าในเมืองนี้จะมีคนพูดกับเขาอย่างจริงจังแบบที่หลี่จินทำ
คิดแล้วชายตรงหน้าก็เสกแกนการสร้างอันใหม่ออกมาข้างตัว และสั่งให้เถาวัลย์3เส้นพันกันไปเรื่อยๆเมื่อมันความยาวพอเหมาะเขาก็เอามันไปพันกับหินแล้วดึง
ปรากฏว่าหินเลื่อนเข้ามาหาหลินฟานโดยที่เถาวัลย์ไม่ได้ไม่ได้ขาด เมื่อเห็นว่ามันได้ผลเช่นนี้หลินฟานก็คึกคักขึ้นมาทันที "ได้ผลจริงด้วยเ้าเป็ผู้เชี่ยวชาญมิราสใช้หรือไม่"
ผู้เชียวชาญมิราสคือคนที่ศึกษาการประยุกต์ใช้มิราส มันไม่มีการแบ่งขั้นชัดเจนคนที่ระดับสูงมาก ทุกคน ก็เป็สามารถใช้ชื่อนี้ได้
"ไม่ใช่แบบนั้นข้าพึ่งปลุกมิราสเองมิราสของข้าคือมิราสประเภทแปลงรูปหรือก็คือการแปลงรูปโลหะนั้นแหละ" หลี่จินบอกความจริง
เมื่อได้ยินแบบนั้นหลินฟานก็อ้ำๆอึ้งๆ เพราะการแปลงรูปโลหะเป็อะไรที่เรียกได้ว่ามากสุดก็เป็แค่ช่างฝีมือ
"ทำไมเ้าก็ดูถูกมิราสของข้าหรือ" หลี่จินกล่าวด้วยรอยยิ้มขนาดนั้นหันหัวไปข้างๆเพราะหลินฟานเดินมาใกล้
"ไม่ใช่ๆข้าก็แค่แปลกใจก็เท่านั้น...เ้าชื่อหลี่จินใช้ไหมข้าพักอยู่โรงแรมซือหวายห้อง245สัก2-3อาทิตย์ ถ้าเ้า้าให้บอกข้าช่วยอะไรก็มาหาได้ถือว่าตอบแทนเื่ในวันนี้"
หลินฟานพูดพร้อมกับปัดมือไปมาอย่างลนลาน
"ได้ข้าตกลง ถ้ามีโอกาสข้าจะไปหาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ข้าขอกลับก่อนล่ะ" หลี่จินพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินออกไปด้วยท่าทางก้มหน้าบางเงยหน้าบาง
แต่ตอนนี้รอบตัวมีแต่เสียงนินทาเกี่ยวกับมิราสของหลี่จิน บางก็ว่าไม่สมควรมาที่นี้เลยในเมื่อมิราสไร้ค่าเช่นนั้น บางก็ว่าชีวิตของหลี่จินจบสิ้นแล้ว…
คำพูดพวกนั้นทำให้หลินฟานต้องทะลึ่งตาใส่ แม้พวกที่นินทาจะเงียบเสียงลงสักพักแต่ไม่นานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หลี่จินก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเขาชินแล้ว...
หลี่จินเดินออกจากสนาม5ท่ามกลางเสียงนินทาไม่ว่าจะเป็เพศชายหรือพร้อมกับเดินออกจากสมาคมทั้งอย่างนั้น ซึ่งการเดินออกมาทำให้พนักงานชายที่มาต้อนรับเขาใ
'ไปแปปเดียวก็ออกมารวยมากรึไง' พนักงานบ่นในใจเพราะการเข้ามาแต่ล่ะรอบมันเสียเงิน!...
'หลินฟานคนนี้คงไม่ใช้คนไม่ดี แล้วก็ไม่ได้เ็าอะไรด้วย น่าจะเป็อะไรสักอย่างที่ทำให้เขาเ็าต่อคนรอบข้าง' หลี่จินคิดขณะเดินกลับฐาน
ต่อด้วยการอุทานพึมพำ "อ่านิสัยประเมินรอบข้างจากชีวิตก่อนของเรายังไม่หายสินะ..หึหึ"
เอาล่ะทีนี้ก็ถึงเวลาแล้วสำหรับการทำสิ่งแรกที่จะทำให้เราในโลกนั้นมีความแข็งแกร่งขึ้นมานั้นก็คือ...ปืน!