บทที่ 15 หนิงหนิงหลานรัก
ห้องพักฝั่งตะวันออก บ้านตระกูลกู้
หลิวชุนฮวาตื่นขึ้นมาจากการเป็ลมเมื่อตอนเย็น เมื่อนึกถึงเื่ตอนกลางวัน เธอก็รู้สึกเหมือนคนหลงทาง ลูกเขยผู้ร่ำรวยหลุดมือไปแล้ว นึกแล้วหลิวชุนฮวาก็ต้องพูดออกมาด้วยความเกลียดชังว่า "คุณว่าหนิงหนิงตั้งใจทำลายการแต่งงานของลูกสาวเราหรือเปล่า?"
กู้เจี้ยนเป่าตอบกลับมาด้วยความงัวเงียว่า "สมองของคุณเลอะเทอะไปใหญ่แล้ว เป็ลูกสาวเราต่างหากที่ไปทำลายการแต่งงานของหนิงหนิงไม่ใช่เหรอ?"
หลิวชุนฮวา "..." คุณต่างหากที่สมองเลอะเทอะแล้ว เธอไม่มีเหตุผลที่จะพูดคุยกับผู้ชายคนนี้อีกต่อไป
หญิงวัยกลางคนจึงหันไปมองกู้เหยาที่เช็ดน้ำตาอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ "เพราะทำได้แค่บีบน้ำตาร้องไห้แค่นี้ไงล่ะ โจวเหวินเยี่ยนถึงได้หลุดมือไป เธอนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ"
กู้เหยายิ่งร้องไห้หนักมากขึ้น หลิวชุนฮวาไม่ใช่แม่ของเธอ จึงไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลย
……
ห้องพักฝั่งตะวันตก บ้านตระกูลกู้
กู้เจี้ยนเซ่อและหลิวซูเจินก็นอนไม่หลับ พวกเขาไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่บุตรสาวเข้าใจในตอนกลางวัน
หลิวซูเจินถอนหายใจและอดเป็กังวลไม่ได้ "อนาคตหนิงหนิงของเราจะเป็ยังไงบ้างนะ?" หญิงสาวที่ถูกถอนหมั้นในชนบท จะกลายเป็ผู้ที่มีชะงักติดหลังไปชั่วชีวิต ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเื่คำนินทาจากชาวบ้าน ไม่อาจรู้ได้เลยว่าหนิงหนิงต้องพบเจอกับอะไรอีกบ้างหลังจากนี้
กู้เจี้ยนเซ่อก็นอนไม่หลับเช่นกัน เขาลุกขึ้นมาจากเตียงไม้ด้วยสีหน้าหนักใจ "เดี๋ยวพอฝ่ายผลิตกลับมาทำงานกันต่อ ผมจะให้เพื่อนร่วมงานช่วยหาคู่ให้หนิงหนิงก็แล้วกัน" เขากล่าว
หลิวซูเจินใช้ความคิดอะไรบางอย่าง แต่คู่ของหนิงหนิงจะมีใครดีไปกว่าโจวเหวินเยี่ยน ซึ่งเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยระดับสูงอีกเหรอ?
เธออดพูดออกมาไม่ได้ นี่คือการทำร้ายจิตใจกันมากเกินไป "ฉันอยากฆ่าเหยาเหยากับโจวเหวินเยี่ยนจริงๆ…พวกเขาเป็คนทำลายชีวิตหนิงหนิงของฉัน" หลิวซูเจินต้องโกรธมากทีเดียวถึงพูดถ้อยคำเช่นนี้ออกมาได้
“นับจากนี้ไป เธอจะไม่มองกู้เหยาเป็ลูกสาวของตัวเองอีกแล้ว” กู้เจี้ยนเซ่อยิ่งเงียบมากไปกว่าเดิม สิ่งเดียวที่เขาคิดออกก็คือการศึกษาที่จะสามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ “ถ้ามันวุ่นวายนักก็ไม่ต้องแต่งงานก็ได้ ฉันจะเลี้ยงดูหนิงหนิงเอง และยินดีขายเืเพื่อนำเงินมาเลี้ยงลูก หนิงหนิงจะต้องได้ไปเรียนต่อ มาดูกันว่าเมื่อหนิงหนิงได้เป็นักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วยังจะมีใครกล้าดูถูกเธออีกไหม!”
หนิงหนิงก็นอนไม่หลับเช่นกัน เธอจึงได้ยินสิ่งที่พ่อแม่ปรึกษากันด้วยความเป็กังวลอย่างชัดเจน เธอยิ้มออกมาอย่างอุ่นใจ การตัดความสัมพันธ์กับโจวเหวินเยี่ยนทำให้เธอสามารถผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ทางด้านของโจวจื้อหย่วนในอนาคตเขากำลังจะกลายเป็มหาเศรษฐีผู้โด่งดัง แต่ถึงกระนั้นกู้เหยาใช้เวลาเป็ 10 ปีก็ยังไม่สามารถเอาชนะใจเขาได้สำเร็จ
นับเป็บุคคลที่น่าทำความรู้จักอย่างแท้จริง
……
เมื่อเทียบกับบ้านอื่นๆ จ้าวกุ้ยฮวาผู้เป็หัวหน้าตระกูลกู้มีหลายสิ่งหลายอย่างให้เป็กังวล อย่างแรก เธอเป็กังวลเื่ความเ็ปที่หลานสาวจะได้รับจากการถูกถอนหมั้น และอย่างที่สอง เธอเป็กังวลกับของชดเชยที่โจวจื้อหย่วนนำมามอบให้ สำหรับตระกูลกู้ สิ่งของชดเชยเหล่านี้ทำให้เกิดพายุลูกใหญ่
จ้าวกุ้ยฮวานอนคิดหนักตลอดทั้งคืน อย่างน้อยสิ่งของแทนคำขอโทษเหล่านี้ก็ไม่ควรมาเก็บอยู่ในมือของผู้าุโ ผู้ที่ควรได้รับสิ่งของเ่าั้ไปคือหนิงหนิงและพ่อแม่ของเธอต่างหาก ถ้าหัวหน้าตระกูลเก็บของขวัญเอาไว้เอง มันก็จะกลายเป็สมบัติส่วนกลาง แต่ถ้ามอบให้แก่ครอบครัวของหนิงหนิงมันก็จะกลายเป็ของหนิงหนิง
หากจ้าวกุ้ยฮวายังคงประพฤติตนเช่นเดิม เธอก็คงเก็บของขวัญเหล่านี้เอาไว้กับตนเองแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หนิงหนิงมีความใสซื่อบริสุทธิ์มากเกินไป มีความอ่อนโยนมากเกินไป ซึ่งทำให้จ้าวกุ้ยฮวาอดรู้สึกสงสารไม่ได้ นี่จึงเป็เหตุผลที่เธออยากจะมอบของขวัญค่าชดเชยที่ได้มาจากโจวจื้อหย่วนให้แก่หนิงหนิง
หญิงชราเป็คนใจร้อน เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอก็ลงมือทำโดยทันที หลังจากปรึกษาหารือกับสามีตอนรุ่งเช้า จ้าวกุ้ยฮวาก็เรียกหนิงหนิงมาเข้าพบ
เมื่อกู้หนิงรู้ว่าจ้าวกุ้ยฮวาเรียกให้ตัวเองไปเข้าพบ เธอก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ เมื่อลงไปถึงห้องของคุณย่าใหญ่ หญิงสาวก็ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ "คุณย่าอยากพบหนูเหรอคะ?"
เมื่อพบเห็นรอยยิ้มจริงใจของหลานสาว จ้าวกุ้ยฮวาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าตนเองทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว หญิงชรานำของขวัญที่โจวจื้อหย่วนมอบให้ไว้เมื่อวานนี้ลงบนโต๊ะและกล่าวว่า "นี่คือของขวัญแทนคำขอโทษที่โจวจื้อหย่วนมอบให้กับพวกเราเมื่อวานนี้ คุณปู่ของเธอกับฉันคิดกันดีแล้ว พวกเรามีความเห็นว่าเธอสมควรเก็บมันเอาไว้มากที่สุด"
หนิงหนิงมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความกลัว "หนูไม่เอาหรอกค่ะ ของพวกนี้มีราคาแพงมากเกินไป..."
"ฉันให้เก็บเอาไว้ก็เก็บไว้เถอะ" ยิ่งหลานสาวปฏิเสธมากเท่าไหร่ จ้าวกุ้ยฮวาก็ยิ่งมองด้วยสายตาชื่นชมมากเท่านั้น "นี่เป็ของของเธอ จะให้คนอื่นเอาไปไม่ได้เด็ดขาด"
หนิงหนิงใช้ความคิดอยู่เล็กน้อย จากนั้นก็แบ่งข้าวของบนโต๊ะออกเป็หลายส่วน เธอพูดออกมาว่า "คุณปู่ชอบดื่มเหล้า หนูได้ยินว่าเหล้าชนิดนี้เป็ของดี หนูยกให้คุณปู่ก็แล้วกันค่ะ ส่วนคุณย่าก็อายุเยอะแล้ว ร่างกายจำเป็ต้องได้รับการบำรุง นมทั้งสองกระป๋องนี้หนูให้คุณย่าทั้งหมดเลย ส่วนลูกท้ออบพวกนี้..." กู้หนิงยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย และกล่าวว่า "หยางหยางชอบรับประทานขนมชนิดนี้มากที่สุด เพราะฉะนั้นหนูเอาขนมพวกนี้กลับไปก็พอแล้วค่ะ"
"เธอเป็เด็กที่จิตใจดีเหลือเกิน" จ้าวกุ้ยฮวาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง "เหล้าพวกนี้ฉันขออนุญาตคุณปู่เธอเรียบร้อยแล้ว เธอเอากลับไปที่ห้องเถอะ"
สุดท้ายกู้หนิงก็ไม่สามารถปฏิเสธการรับของขวัญได้ เธอจึงต้องนำของขวัญทั้งหมดกลับไปที่ห้องของครอบครัว เมื่อเห็นสายตาที่จ้าวกุ้ยฮวาจ้องมองมา กู้หนิงก็รู้ว่าตนเองกำลังจะทำให้คุณย่าเชื่อใจได้เกือบหมดหัวใจแล้ว กู้หนิงไม่สนหรอกว่าเธอจะมีสิ่งของมากน้อยเพียงใด เพราะเธอมีแผ่นหยกวิเศษที่สามารถทำสำเนาสิ่งของทุกอย่างขึ้นมาได้ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เธอสามารถใช้ชีวิตในครอบครัวนี้ได้อย่างมีความสุข กู้หนิงก็จำเป็ต้องดำเนินการขั้นตอนทุกอย่างด้วยความค่อยเป็ค่อยไป
ด้านนอกห้องของคุณย่า หม่าเถี่ยหลานเพิ่งเดินกลับเข้ามาพอดี เธอกำลังจะเข้าไปถามจ้าวกุ้ยฮวาว่าเก็บกุญแจเปิดตู้เก็บข้าวสารเอาไว้ที่ไหนก็เห็นหนิงหนิงเดินหอบข้าวของถุงใหญ่สวนออกมาพอดี หม่าเถี่ยหลานหยุดชะงักและรีบหาที่ซ่อนตัว ตอนแรกเธอนึกว่าหนิงหนิงจะเอาของทั้งหมดนั้นไปเก็บไว้ที่ห้องครัว แต่ที่ไหนได้ หนิงหนิงเดินเอาไปเก็บไว้ในห้องพักหน้าตาเฉย
หนิงหนิงไปเอาของพวกนั้นมาจากที่ไหนกันนะ? พวกมันคงไม่ตกลงมาจากท้องฟ้าแน่ๆ
ไม่ได้การแล้ว! คุณย่าใหญ่กำลังรักหนิงหนิงด้วยความลำเอียงที่สุด
หม่าเถี่ยหลานไม่สามารถทนได้อีกแล้ว เธอรีบเข้าไปในห้องใหญ่เพื่อพูดคุยกับหลิวชุนฮวาโดยทันที "พี่สะใภ้ รู้ไหมว่าฉันเพิ่งเห็นอะไรมา?" หลิวชุนฮวายังล้างมือไม่ทันเสร็จก็ต้องหันกลับมาถาม "มีอะไร?"
"ฉันเห็นหนิงหนิงออกมาจากห้องของคุณแม่ พร้อมกับหอบของชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มไปหมด เห็นได้ชัดว่าแม่สามีของพวกเรามอบของขวัญให้แก่ครอบครัวของหนิงหนิงเป็กรณีพิเศษ ฉันไม่เข้าใจเลย พ่านเหวิน เซี่ยงหยวน และเซี่ยงฟางเป็ผู้ชายแท้ๆ ถ้าคุณแม่ให้ลูกหลานผู้ชายฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ทำไมต้องให้นังหนิงหนิงนั่นด้วย! ทำไมคุณแม่ถึงเอ็นดูนังหนิงหนิงเป็พิเศษ? หรือว่าคุณแม่จะถูกหนิงหนิงหลอกเป่าหู?”
หลิวชุนฮวาซึ่งมีความหงุดหงิดใจอยู่แล้วต่อการที่จ้าวกุ้ยฮวาตัดสินลงโทษบุตรบุญธรรมของเธอ เมื่อได้ยินแบบนี้หลิวชุนฮวาก็มีสีหน้าเดือดดาลขึ้นมาในทันใด เธอรีบลุกขึ้นและพูดว่า "พวกเราไปกันเถอะ ไปถามคุณแม่ให้รู้เื่"
เธอเพิ่งเดินออกมาจากห้องฝั่งตะวันออกและพบเข้ากับหลิวซูเจินซึ่งเพิ่งจะเดินกลับเข้าบ้านมาพอดี หลิวชุนฮวาหัวเราะเยาะว่า "ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเป็คนแบบนี้"
หลิวซูเจินไม่เข้าใจเลยว่าพี่สะใภ้ของตนเองกำลังพูดถึงอะไรอยู่
หลิวชุนฮวาไม่คิดโต้เถียงกับน้องสะใภ้ให้เสียเวลา เธอรีบตรงไปที่ห้องพักของแม่สามีและกล่าวว่า "คุณแม่คะ หนูมีเื่มาประท้วง"
จ้าวกุ้ยฮวากำลังจะเก็บของมีค่าใส่ในลิ้นชัก แต่ยังไม่ทันได้ล็อกลิ้นชักดีก็ถูกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน หญิงชรารู้สึกขุ่นเคืองใจขึ้นมาทันที หันไปมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาเ็า "เธออยากจะมาประท้วงอะไรไม่ทราบ?"
หลิวชุนฮวาหดคอลงด้วยความกลัว รู้สึกว่าถ้าตนเองไม่ระมัดระวัง เธออาจเป็คนที่ถูกลงโทษก็ได้ หลิวชุนฮวากระแอมไอเล็กน้อยก่อนพูดว่า "คุณแม่คะ คุณแม่แอบให้ของขวัญหนิงหนิงใช่ไหมคะ?"
จ้าวกุ้ยฮวาลังเลเล็กน้อยและตอบว่า "ฉันจะเอาอะไรไปให้หนิงหนิง? ฉันมีปัญญาหาของขวัญไปให้หนิงหนิงได้ั้แ่เมื่อไหร่?" ครอบครัวยากจนขนาดนี้ ยังจะมีของขวัญอะไรอีก?
เมื่อเห็นว่าหญิงชราไม่ยอมรับ หลิวชุนฮวาก็แค่นหัวเราะออกมาด้วยความรำคาญใจทันทีและเยาะเย้ย "คุณแม่เลิกปิดบังได้แล้วค่ะ มีคนเห็นกับตาว่าหนิงหนิงเดินออกมาจากห้องของคุณแม่พร้อมด้วยข้าวของห่อใหญ่ ถ้านั่นไม่ใช่ของขวัญสำหรับหนิงหนิงแล้วยังจะเป็อะไรได้อีก พวกเราไม่ได้ตาบอดสักหน่อย!"
ทำราวกับว่าพวกเธอตาบอดไปได้!