บทที่ 8 ม้วนคัมภีร์โบราณ
เฟิ่งซีรู้ดีว่าคำพูดของเซียวไป่เต้าอาจเกินจริง แต่นางอยากลองดูสักครั้ง
นางเดินวนไปวนมาจนถึงหอคัมภีร์ของยอดเขาหลัก และได้พบกับผู้าุโไห่
ทันทีที่พบหน้า ผู้าุโไห่ก็มองสำรวจนางั้แ่หัวจรดเท้าอยู่หลายรอบ ผู้าุโไห่มีนิสัยประหลาด เขาเฝ้าหอคัมภีร์มาหลายปี แทบไม่เคยออกไปไหน เมื่อวานเขาก็ไม่ได้ไปที่ศาลาประชุม
หลังจากได้รับข่าว เขาก็รู้สึกว่าเซียวไป่เต้าคงจะเสียสติไปแล้วแน่ ๆ!
หากไม่เสียสติ เหตุใดจึงรับเด็กไร้ประโยชน์มาเป็ศิษย์สายตรงเล่า?
ผู้าุโไห่กำลังจะพูดแทงใจดำอีกฝ่ายสักหน่อย อย่างเช่น ถึงเ้าจะได้อ่านม้วนคัมภีร์โบราณก็เปล่าประโยชน์ จงยอมรับชะตากรรมเถิด!
เพียงแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก ก็เห็นเด็กสาวตัวน้อยตรงหน้าแสดงสีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม
"ท่านคือผู้าุโไห่ใช่หรือไม่เ้าคะ? ข้าได้ยินอาจารย์พูดถึงท่านบ่อยครั้ง เขาบอกว่าท่านคือเสาหยกค้ำฟ้าของสำนักเสวียนเทียน! ท่านดูแลหอคัมภีร์มาหลายปี มิได้หวังชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ใด เพียงเพื่อการสืบทอดและรากฐานของสำนักเสวียนเทียนเท่านั้น!
หากศิษย์ทั้งหลายของสำนักเสวียนเทียนของพวกเรามีจิติญญาแห่งการอุทิศตนเช่นท่าน จะกังวลอันใดเล่าว่าสำนักเสวียนเทียนของพวกเรา..."
ร่างกายของผู้าุโไห่ที่ค่อนข้างหลังค่อม ในทันใดนั้น… เขาก็ยืดตัวตรง!
เขาเฝ้ารักษาสถานที่นี้เพียงเพราะเป็หอคัมภีร์หรือ? ไม่ใช่ นี่คือมรดกตกทอดของสำนัก ถือเป็รากฐานของสำนักเสวียนเทียน!
ช่างเถิด เด็กสาวผู้นี้ได้รับาเ็ที่ตันเถียนก็น่าสงสารพอแล้ว เขาไม่ควรโรยเกลือบนแผลของนาง
หลังจากนั้นผู้าุโไห่กล่าวอย่างหมดความอดทนว่า "พอเถอะ ข้าไม่มีเวลามาฟังเื่ไร้สาระของเ้าหรอก เ้าอยากดูม้วนคัมภีร์โบราณใช่หรือไม่? ตามข้ามาเถิด!"
หอคัมภีร์ของสำนักเสวียนเทียนแบ่งออกเป็เก้าชั้น ม้วนคัมภีร์โบราณถูกเก็บไว้ที่ชั้นสูงสุด
หลังจากที่ผู้าุโไห่พาเฟิ่งซีขึ้นไปถึงชั้นที่เก้าของหอคัมภีร์แล้ว เขาก็เปิดค่ายกลป้องกันออก
เฟิ่งซีชะงักงัน
นางคิดว่าม้วนคัมภีร์โบราณทั้งหมดถูกวางไว้บนชั้นหนังสือเพื่อให้ผู้คนได้อ่าน
ทว่าสิ่งที่ปรากฏต่อหน้านางกลับเป็จุดแสงวาบวับราวกับดวงดาวระยิบระยับในพื้นที่ปิดทึบ
“แต่เดิมม้วนคัมภีร์โบราณเป็เพียงแผ่นหยกธรรมดา แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าก็เริ่มมีจิติญญาบ้างแล้ว เ้าเพียงแค่ปล่อยจิตออกไป หากมีม้วนคัมภีร์ที่ยอมรับเ้า มันจะตกมาอยู่ในมือของเ้าเอง
อย่าพยายามจับมันโดยใช้กำลัง เพราะมีคนเคยลองมาแล้ว แม้จะจับได้ก็ไม่สามารถเปิดอ่านได้”
ผู้าุโไห่คิดว่าประโยคหลังนี้เป็คำพูดที่ไร้สาระ เพราะเฟิ่งซีเป็เพียงคนไร้ค่า นางคงไม่สามารถจับม้วนคัมภีร์ได้แม้จะพยายามใช้กำลังก็ตาม
เฟิ่งซีพยักหน้าแล้วปล่อยจิตออกไปตามที่ผู้าุโไห่บอก นางได้รับาเ็ที่ตันเถียน จิติญญาจึงถูกจำกัด เพียงชั่วครู่ เหงื่อเย็นก็ผุดขึ้นบนหน้าผาก ศีรษะปวดร้าวราวกับจะแตกออก
ผู้าุโไห่ขมวดคิ้ว "ดูเหมือนเ้าจะไม่มีวาสนา ตามข้าลงไปเถิด!"
แน่นอนว่าเฟิ่งซีไม่ยอมแพ้ นางวิงวอนว่า "ผู้าุโไห่ ข้าอยากพักสักครู่แล้วค่อยลองอีกครั้ง หากท่านมีธุระก็ไปทำก่อนเถิด หากข้าลองแล้วยังไม่สำเร็จ ข้าจะตามท่านลงไป"
แม้ผู้าุโไห่จะคิดว่านางลองไปก็เปล่าประโยชน์ แต่เมื่อเห็นสีหน้าน่าสงสารของนาง ก็ยอมตกลง
หลังจากผู้าุโไห่จากไป เฟิ่งซีลองอีกสามครั้ง แต่ม้วนคัมภีร์โบราณก็ยังไม่ตกลงมาเสียที นางหรี่ตาครุ่นคิด ดูเหมือนวิธีปกติคงใช้ไม่ได้ผลแล้ว จำเป็ต้องหาหนทางใหม่เท่านั้น!
นางเอามือไพล่หลัง เงยหน้ามองจุดแสงเ่าั้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
"รีบลงมาให้หมดเดี๋ยวนี้ อย่าได้ทำตัวไม่รู้จักหน้าที่!"
"หากพวกเ้าทำให้ข้าโมโหจริง ๆ ข้าจะเผารังเต่าของพวกเ้าให้วอดวาย อยากรู้นักว่าพวกเ้าจะยังคุยโวได้อย่างไร?!"
เฟิ่งซีพูดพลางหยิบไม้ขีดไฟออกมา เปลวไฟเล็ก ๆ นั้นสว่างยิ่งกว่าจุดแสงใด ๆ
แม้แต่เด็กอายุสามขวบก็ยังไม่หลงเชื่อคำพูดของเฟิ่งซี เพราะนางไม่มีทางกล้าจุดไฟเผาหอคัมภีร์อย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น หอคัมภีร์ยังมีค่ายกลป้องกัน ไฟธรรมดาไม่สามารถเผาไหม้ได้ แต่ม้วนคัมภีร์โบราณเ่าั้มีเพียงจิติญญาอันตื้นเขิน แทบจะไม่ต่างจากวัตถุไร้ชีวิตสักเท่าไร พวกมันไม่มีความสามารถในการตัดสินใจหรือใช้เหตุผลแต่อย่างใด
ดังนั้น พวกมันจึงหลงเชื่อและตื่นตระหนก
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวพุ่งตรงไปยังทิศทางของเฟิ่งซี แล้ว… กระแทกเข้าใส่นาง
เฟิ่งซีเพียงแค่เก็บไม้ขีดไฟเท่านั้น ก็ถูกม้วนคัมภีร์โบราณ… ฝังทั้งเป็เสียแล้ว
นางเ็ปจนร้องไห้ออกมา
เนื่องจากม้วนคัมภีร์โบราณเ่าั้ล้วนทำจากแผ่นหยก หากตกใส่ร่างกายย่อมเ็ปยิ่งนัก!
เฟิ่งซีปีนออกมาจากกองแผ่นหยกอย่างยากลำบาก นางร่ำไห้พลางพลิกอ่านม้วนคัมภีร์
เมื่อเปิดดู นางยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม!
เพราะนางไม่อาจเข้าใจอักษรโบราณเ่าั้ได้เลย นางถูกทุบเข้าให้แล้ว!
นางสูดจมูกเบา ๆ เตรียมจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากถุงเก็บของ แต่ม้วนคัมภีร์โบราณเ่าั้เข้าใจผิด
พวกมันคิดว่า... นางกำลังจะเผาหอคัมภีร์อีกครั้ง จึงแย่งกันมาแปะบนหน้าผากของนางอย่างรีบร้อน มวลข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว เฟิ่งซีรู้สึกว่าสมองของนางกำลังจะะเิ แล้วนางก็หมดสติไป
ผู้าุโไห่รออยู่ชั้นล่างเป็เวลาสองชั่วยาม เมื่อเห็นว่าเฟิ่งซียังไม่ลงมา เขาจึงขึ้นมาดู
จากนั้นก็เห็นว่าเฟิ่งซีนอนอยู่ตรงนั้น เืไหลออกจากทั้งเจ็ดช่องทางบนใบหน้า ใบหน้าช้ำบวมราวกับคนตาย
ผู้าุโไห่ใ รีบไปตรวจดูลมหายใจของนาง จากนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางยังมีชีวิตอยู่
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฟิ่งซีก็ฟื้นขึ้น
ผู้าุโไห่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่าฝืน แม้เ้าจะสามารถใช้จิติญญาได้ แต่จิติญญากับพลังนั้นสัมพันธ์กัน แน่นอนว่าเป็เพราะเ้าใช้จิติญญามากเกินไป จนทำให้าแเก่าที่ตันเถียนกำเริบขึ้นมา ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่มีวาสนากับม้วนคัมภีร์โบราณเหล่านี้ อย่าเสียเวลาเปล่าเลย ตามข้าลงไปเถิด!"
ในตอนนี้ศีรษะของเฟิ่งซีทั้งบวมและปวด อีกทั้งในสมองของนางดูเหมือนจะมีผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังพูดอยู่ นางไม่มีสติพอที่จะอธิบายใด ๆ จึงเดินตามผู้าุโไห่ออกจากหอคัมภีร์ไป
เมื่อผู้าุโไห่เห็นว่านางมีสภาพกึ่งตายกึ่งเป็ จึงเรียกศิษย์คนหนึ่งมา แล้วสั่งให้เขาขี่กระบี่พาเฟิ่งซีกลับไปยังที่พักของนาง
เฟิ่งซีนอนอย่างน่าสงสารอยู่บนเตียง ในหัวของนางราวกับมีเป็ดห้าร้อยตัวกำลังส่งเสียงร้องก้าบ ๆ
นางรวบรวมสติ แล้วมองเข้าไปในจิตของตน
นางจึงพบว่าภายในทะเลจิตมีจุดแสงหลายดวงลอยอยู่ เมื่อมองอย่างละเอียด ทั้งหมดล้วนเป็ม้วนคัมภีร์โบราณ ‘เสียง’ นั้นดังมาจากม้วนคัมภีร์โบราณเ่าั้จริง ๆ
เฟิ่งซี : ???!!!
ของพวกนี้มาอยู่ในห้วงความคิดของข้าได้อย่างไร?
แต่ตอนนี้นางไม่มีเวลาจัดการกับสิ่งเหล่านี้ นางจำเป็ต้องหาวิธีทำให้พวกมันหุบปาก มิเช่นนั้นนางคงต้องถูกทรมานจนเสียสติแน่!
ดังนั้น นางจึงคำรามด้วยความโกรธ "หุบปาก ไม่เช่นนั้นข้าจะเผาพวกเ้าให้ตาย!"
ในชั่วพริบตาทุกคนกลับเงียบกริบ
เฟิ่งซียังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ นางก็หมดสติไปอีกครั้งเพราะสูญเสียพลังจิตมากเกินไป เืไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดบนใบหน้า
เมื่อเฟิ่งซีตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเซียวไป่เต้า
นางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่เซียวไป่เต้ารีบกล่าวว่า "นอนลงเถิด!"
"ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของข้า ข้าไม่ควรปล่อยให้เ้าไปยังหอคัมภีร์ บัดนี้เป็อย่างไรเล่า? าแที่ตันเถียนยังไม่หาย จิติญญาก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เ้าเด็กคนนี้นี่ เ้า... ฮือ!"
เซียวไป่เต้าหยิบถุงเก็บของออกมาส่งให้กับเฟิ่งซี
"ข้างในมีผลจื่อเฉียวหลิงหลง เ้าจงกินหนึ่งเม็ดทุก ๆ สามวัน มันจะช่วยซ่อมแซมจิติญญาของเ้า"