วิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า!

    บทที่ 37 ไอ้หมอนี่ มันตัวประหลาดชัด ๆ !

            ตอนนี้ตู้ลี่และจงซานเชียนบนลานประลองยังไม่รู้ตัวเลยว่า... บรรดาอาจารย์เบื้องบนได้เปิดศึกถกเถียงเรื่องของพวกเขาอย่างดุเดือดแล้ว! เพราะพวกเธอยังคงตกตะลึงในพละกำลังอันมหาศาลของหลินหานจนดึงสติกลับมาไม่ได้

     

            “ต้องรีบลงมือแก้ทางแล้ว!”

     

            หูเซิงขมวดคิ้วแน่น ตะโกนสั่งว่า “จงซานเชียน เอาอีกรอบ!”

     

            จงซานเชียนได้ยินก็ไม่ลังเล ร่ายทักษะเดิมออกมาซ้ำอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หูเซิงก็เริ่มขับขานบทร่ายขึ้นมาทันที

     

            “สามพันโลกล้วนถูกจารึกไว้ในคัมภีร์ภาพวาด ความอัศจรรย์ล้วนปรากฏประจักษ์ท่ามกลางหมู่มัจฉาหลากสีสัน เทพแห่งจิตรกรรมผู้ทรงเกียรติ ข้าคือสาวกผู้ภักดีที่สุดของท่าน โปรดประทานพลังลิขิตฟ้าดินให้แก่ข้า!”

     

            ทันใดนั้น ในมือของหูเซิงก็ปรากฏพู่กันไม้ด้ามหนึ่ง เขาสะบัดมือวาดวงกลมเข้าใส่ตำแหน่งของหลินหาน

     

            หลินหานที่กำลังจะเบี่ยงตัวหลบสายใยของจงซานเชียน ไม่ทันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวนี้ จู่ ๆ ก็มีม่านบาเรียไร้รูปขังล้อมตัวเขาเอาไว้ พร้อมกับสายใยใต้ผืนดินที่พุ่งเข้ามาพันท่อนขาซ้ำอีกแรง

     

            ตอนนี้หลินหานคล้ายกับสัตว์ร้ายในกรงขัง โดนพันธนาการแน่นหนาอยู่กับที่

     

            หูเซิงหัวเราะ “คิดไม่ถึงละสิ อาชีพของฉันคือจิตรกร พู่กันในมือฉันทำอะไรได้มากกว่าที่นายคิดเยอะเลยล่ะ หลินหาน ท่านี้ของฉันมีชื่อว่า วาดพื้นเป็นกรงขัง มันเข้าได้แต่ออกไม่ได้! พูดง่าย ๆ คือ ศรที่ตู้ลี่ยิงสามารถพุ่งเข้ามาข้างในได้ แต่คนที่อยู่ข้างในไม่มีทางออกไปได้เด็ดขาด!”

     

            ฟังคำของหูเซิง ตู้ลี่ก็ไม่ลังเล แม้การยิงศรกระหน่ำก่อนหน้านี้จะผลาญพลังกายไปพอสมควร แต่ในเมื่อทั้งสองคนสร้างโอกาสทองให้แล้ว เธอก็จำเป็นต้องกำจัดหลินหานให้ได้!

     

            “สรรพสิ่งบังเกิด หมื่นแสนชีวิต สรรพชีวิตเชื่อมโยง จักยึดข้าเป็นศูนย์กลาง! เทพแห่งธนูผู้ทรงเกียรติ ข้าคือสาวกผู้ภักดีที่สุด โปรดประทานพลังทะลวงสรรพสิ่ง และมอบความแม่นยำสยบทุกสิ่งให้แก่ข้า!”

     

            “หมื่นศรกัมปนาท!”

     

            ตู้ลี่ตะโกนก้อง ตอนนี้พลังของเธอได้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว เธอรีดพลังทั้งหมดออกมาโดยไม่ออมแรงไว้ลองเชิงเหมือนคราวก่อน

     

            “หลินหาน คราวนี้มาดูสิว่านายจะหนียังไง!”

     

            หลินหานมองดูสีหน้าตื่นเต้นของคนทั้งสามอย่างจนใจ

     

            พันธนาการแล้วอย่างไร? วาดพื้นเป็นกรงขังแล้วอย่างไร? หมื่นศรกัมปนาทแล้วมันจะทำไม?

     

            ท่ามกลางสายตาที่มองมาของฝูงชน หลินหานซัดหมัดตรงออกไปหนึ่งหมัด พร้อมก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว!

     

            “หลินหาน อย่าดิ้นรนเลย วาดพื้นเป็นกรงขังไม่ใช่สิ่งที่นายจะทำลายได้ง่าย ๆ หรอก ฉันยอมรับว่าพละกำลังของนายโหดกว่านักรบที่ฉันเคยเจอมา แต่นายยังไม่มีคุณสมบัติพอจะพังวาดพื้นเป็นกรงขังของฉันได้!” หูเซิงเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ

     

            ทว่าในตอนที่เขากับจงซานเชียนคิดว่ากุมชัยชนะไว้ในมือแล้ว บนม่านพลังของวาดพื้นเป็นกรงขัง ก็พลันเกิดรอยแตกร้าวแผ่ขยายออกมาจากจุดที่หมัดของหลินหานปะทะ!

     

            รอยแตกนับร้อยสายปริลามไปทั่วทั้งบาเรียในเสี้ยววินาที

     

            ขณะเดียวกัน สายใยตรงขาของหลินหานก็ระเบิดขาดกระเจิงซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง

     

            ตอนนี้ ไม่ใช่แค่คนทั้งสองในสนามที่สติแตก แม้แต่บรรดาผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างก็ลุกฮือขึ้นมาจากที่นั่ง!

     

            นี่ยังใช่คนอยู่อีกเหรอวะ!? ไม่ได้ร่ายเวทหรือใช้สกิลอะไรเลยสักนิด อาศัยเพียงแค่พละกำลังและแรงกายล้วน ๆ ป่นทำลายทั้งวาดพื้นเป็นกรงขังและทักษะพันธนาการพร้อมกันในคราวเดียว!

     

            กระทั่งบรรดาผู้ใช้อาชีพผู้สังเวยบนอัฒจันทร์ยังตื่นเต้นตื่นตัวขึ้นมา

     

            เรื่องแบบนี้... อาชีพผู้สังเวยอย่างพวกเขาก็ทำได้ด้วยงั้นเหรอ!?

     

            ท่ามกลางสายตานับพันคู่ หลินหานก็เดินออกจากกรงขังทีละก้าวอย่างองอาจ

     

            เมื่อต้องรับมือกับห่าฝนธนูที่พุ่งทะลวงเข้ามา หลินหานก็แสดงท่วงท่าอันยอดเยี่ยมสลัดหลบหลีก ด้วยการช่วยเหลือจากมุมมองพระเจ้า พิกัดจุดตกของลูกศรทุกดอกจึงฉายชัดในสายตาเขาอย่างหมดจด

     

            “เป็นไปไม่ได้... ไอ้หมอนี่มันตัวประหลาดชัด ๆ !”

     

            เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สภาพจิตใจของคนทั้งสามก็พังทลายลงทันที ในศึกรอบแรก พวกเขาต่างเป็นผู้ชนะและมีความภาคภูมิใจในฝีมือตนเอง แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลินหาน การต่อสู้ของพวกเขามันก็แค่การเล่นสนุกของเด็กอนุบาลเท่านั้น

     

            ความรุนแรง! นี่คือศาสตร์แห่งความรุนแรงของจริง!

     

            แล้วแบบนี้จะไปสู้ยังไงไหว!?

     

            ทั้งสามตกอยู่ในความสิ้นหวัง คู่ต่อสู้คนนี้แตกต่างจากทุกคนที่พวกเขาเคยเจอมาโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่เปิดฉากสู้จนถึงตอนนี้ พวกเขาไม่เห็นหลินหานร่ายเวทเลยสักครั้ง กระทั่งสกิลสักทักษะก็ยังไม่ได้ปล่อยออกมา บดขยี้พวกเขาด้วยพละกำลังและกระบวนท่าการต่อสู้ล้วน ๆ

     

            ในที่สุด จงซานเชียนก็ทนรับไม่ไหว เธอยกมือขวาขึ้นทันที “ไม่สู้แล้ว! ไม่สู้แล้ว! ตัวประหลาดขนาดนี้จะไปสู้ยังไงไหว พวกนายอยากสู้ก็สู้ไปเถอะ ฉันยอมแพ้แล้ว สู้กับตัวประหลาดมีแต่หาเรื่องปวดหัวให้ตัวเองชัด ๆ !”

     

            พูดจบ จงซานเชียนก็หันหลังเดินลงจากเวทีไปโดยไม่ลังเล เธอโดนภาพตรงหน้าทำให้สะเทือนขวัญอย่างหนัก

     

            หูเซิงยิ้มเจื่อน พลางยกมือขึ้นเช่นกัน “ฉันก็ไม่สู้แล้วเหมือนกัน นี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ ใครอยากสู้ก็สู้ไปเหอะ”

     

            สุดท้าย บนลานประลองก็เหลือเพียงหลินหานกับตู้ลี่ที่ยืนจ้องตากัน

     

            ตอนนี้หลินหานค่อนข้างนับถือจิตใจของตู้ลี่ไม่น้อย แม้คนอื่นจะโดนขู่ขวัญจนหนีหายไปหมด เธอกลับยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ

     

            “ทำไมพวกนายถึงหนีกันไปไวนักล่ะ!”

     

            จู่ ๆ ตู้ลี่ก็โวยวายออกมาด้วยความหัวเสีย เธอเพิ่งตั้งสติได้จากเหตุการณ์เมื่อครู่เองนะ! สองคนนั้นกลับชิงเดินออกจากสนามประลองไปเสียแล้ว จะปล่อยให้เธอรับมือกับตัวประหลาดอย่างหลินหานคนเดียวงั้นเหรอ?

     

            ฝันไปเถอะ!

     

            “กรรมการคะ ฉันก็ยอมแพ้ค่ะ!” ตู้ลี่ตัดสินใจเด็ดขาด พูดจบก็หันหลังวิ่งออกจากสนามประลองไปทันที ทำให้บนเวทีเหลือเพียงหลินหานยืนโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง

     

            เหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวเกินไปหรือเปล่าเนี่ย? คราวนี้กลายเป็นเขาเองที่ตั้งตัวไม่ทัน

     

            “ไอ้เด็กนี่...” กรรมการตัดสินถึงกับทำตัวไม่ถูก ตัวประหลาดระดับนี้ ใครจะไปเชื่อลงว่าเป็นแค่ผู้สังเวย?

     

            “ผู้ชนะ หลินหาน!”

     

            กรรมการประกาศผลการประลองรอบนี้ในที่สุด

     

            “นักเรียนหลินหาน ลงไปพักผ่อนได้ ยินดีด้วยที่ผ่านเข้ารอบถัดไป”

     

            “ขอบคุณครับ” หลินหานเอ่ยอย่างมีมารยาท “หวังว่าจะได้เจอกับคุณอีกในรอบหน้านะครับ”

     

            นายท่าน อย่าเลยครับ! กรรมการอยากจะมุดดินหนีเขาใจจะขาด

     

            โชคดีที่การแข่งรอบนี้ฝั่งตรงข้ามขวัญเสียหนีไปเอง หากเจอพวกดื้อแพ่งไม่กลัวตาย มีหวังเขาได้เดือดร้อนแน่

     

            พูดจบ หลินหานก็เดินออกจากสนามประลอง พอกลับมาถึงอัฒจันทร์ผู้เข้าชม ก็พบว่าหวังเฉียงไม่ได้นั่งอยู่ที่เดิม พอลองหันเหสายตาไปมอง จึงพบว่าหวังเฉียงได้ก้าวขึ้นสู่ลานประลองของตนเองแล้ว

     

            โดนรุมเล่นงาน! หวังเฉียงกำลังโดนรุมเล่นงานอยู่!

     

            หลังผ่านศึกรอบแรก หวังเฉียงก็กลายเป็นตัวเต็งม้ามืดคนหนึ่ง เช่นเดียวกับหลินหาน ทันทีที่ขึ้นสนามจึงโดนผู้เข้าสอบอีกสามคนผนึกกำลังเข้าใส่ ตกเป็นเป้าหมายแรกที่ต้องถูกคัดออก

     

            แต่หลังจากผ่านศึกประลองคราวก่อน ตอนนี้หวังเฉียงก็เชี่ยวชาญชำนาญมือขึ้นมาก สำรับการ์ดไม้หุ้มไหมในมือถูกสำแดงอานุภาพได้อย่างมีชีวิตชีวา กระทั่งเริ่มเป็นฝ่ายกดข่มผู้เข้าสอบทั้งสามคน

     

            เห็นภาพนี้แล้ว หลินหานก็คลายความห่วงใยในตัวเพื่อนลง แล้วเริ่มหันไปสังเกตการณ์ผู้แข่งขันสนามอื่น ๆ แม้คนพวกนี้จะไม่ได้สร้างความกดดันให้เขา แต่ก็จำเป็นต้องทำทีเป็นคอยสังเกตการณ์ไว้ก่อน เพราะตอนนี้ตัวเขามันโดดเด่นสะดุดตาเกินไปแล้ว

    คล้ายกับเรื่องวิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า! ที่คุณอ่าน