บทที่ 38 ตำราเรียน
หลังจากทุกคนกลับไปแล้วนินก็เริ่มทำงานต่อส่วนพิมไม่ต้องพูดถึงนางโกรธมากบ่นไม่หยุดภาและลินได้แต่มองพี่สาวที่โกรธขนาดนี้
ภา” พี่ไปต่อยตาเขาได้ยังไงเจ้าคะเกิดตาเขาบอดพี่จะทำอย่างไรเขาคือสามีพี่ในอนาคตนะเจ้าคะ “พิมมองน้องสาวอย่างดุร้าย
พิม” ใครเป็นพี่เจ้ากันแน่เขาหรือว่าพี่ “ลินยิ้ม
ลิน “ก็ต้องพี่อยู่แล้วสิเจ้าค่ะแต่ถ้าพี่นินเป็นอะไรไปพี่จะทำยังไงอย่างลืมว่าเขาเป็นคู่หมั้นพี่นะเจ้าคะ” พิมพ์กลอกตา
พิม “ใครจะหมั้นกับเขากัน” ภามองพี่สาวตัวเอง
ถา “ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” พิมโกรธจัด
พิมพ์ “คิดดูนะเขาบอกว่าเขามาปลอบใจพี่ที่พี่เทพแต่งงานพวกน้องว่าพี่ควรต่อยเขาไหมล่ะ” ทั้งสองหัวเราะกันออกมา
ลิน “ก็เขาไม่รู้นี่คะว่าความสัมพันธ์ของพวกพี่เป็นอย่างไรพี่เองก็ไม่เคยบอก” พิมเปิดปาก
พิมพ์ “เช่นนั้นก็ไม่ควรตัดสินไม่ใช่หรือถามพี่ตรงๆ ไม่ได้หรือ” ถากล่าวออกมา
พิมล “ก็พี่สองคนแทบไม่ค่อยจะได้คุยกันเลยนี่เจ้าคะอีกอย่างใครจะกล้าไปถามเรื่องแบบนี้กัน “พิมนั่งกอดอก จากนั้นไหมแก้วก็เดินเข้ามา
ไหมแก้ว “แม่เตือนเขาแล้วว่าก่อนแต่งงานห้ามทำอะไรเกินเลย” พิมตาโต
พิม “คุณแม่เจ้าคะพูดแบบนั้นได้ยังไงเจ้าคะเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วเจ้าค่ะ” ไหมแก้วทำหน้างงจากนั้นพิมก็เล่าเรื่องที่คุยกับนินให้ฟังไหมแล้วถึงกับส่ายหน้า
ไหมแก้ว “พ่อนินเอ๊ยเกิดมาเพิ่งจะเจอคนทึ่มอย่างนี้” นางจนใจจริงๆ
พิม” แล้วยังที่วันแรกเขาบอกเจ้าคุณพ่ออีกนะเจ้าคะบอกว่าไม่อยากหมั้นกับลูกดูสิเจ้าคะเขาน่าโมโหแค่ไหนใครอยากหมั้นกับเขากัน “ไหมแก้วยิ้มออกมา
ไหมแก้ว” ที่โกรธเนี่ยเพราะเขาไม่อยากหมั้นหรือโกรธที่เขาพูดถึงพ่อเทพกัน “นางทำหน้าไม่ถูก
” คุณแม่เจ้าคะ “ไหมแก้วยิ้มออกมา
ไหมแก้ว” แต่ลูกก็ทำเกินไปตาเขาช้ำเขาก็บวมมากช่างเถอะดึกแล้วพวกลูกเข้านอนกันเถอะ “เมื่อพิมพ์นอนไม่รู้ทำไมคืนนี้เธอนอนไม่หลับไม่รู้เราโกรธหรือเพราะรู้สึกผิดที่ทำรุนแรงไป
” มันก็สูงอยู่นะตกไปขนาดนั้นขาเขาคงไม่หักหรอกนะ “สุดท้ายเธอก็หลับไปจนได้ ในตอนเข้านินไม่ได้มาทานข้าวอยู่แล้วเพราะข้าเขาเจ็บมากวันนี้ดูเหมือนจะอักแสบด้วยทั้งตาและขาเขาจะออกจากบ้านอย่างไรล่ะทีนี้
แสง “ท่านเขยเจ้าค่ะนี่เจ้าค่ะไข่ต้มตามที่สั่ง” นินพยักหน้า
นิล “ขอบใจ “เขาหยิบไช่มาอังลูกตา
นิล” ให้ตายตัวเล็กนิดเดียวแต่หมัดหนักเป็นบ้าต่อยมาได้ที่ตา “เขาวางไข่ลงแล้วจัดทำงานต่อ จากนั้นพิมก็ขึ้นเรือนมาพร้อมกับบ่าวสองคนยกสำรับอาหารและยาทำเอานินระแวง
นิน “มาทำไมเนี่ย” เขามองแบบระวัง
พิม” อาการเป็นอย่างไรบ้าง “เขาทำทีเป็นไม่สนใจ พิมกลอกตามองไปที่เท้าพบว่าบวมจริง
” พิมข้าเอาข้าวมาให้วางงานก่อนเถิด “นินวางปากกาลง
นิน “วางไว้เถอะเดียวผมกินเองคุณกลับไปเถอะ “พิมยกหมัดขึ้น
พิม” อยากจะโดนอีกข้างไหมกล้าไล่ข้าหรือ “นินรีบเอามือปิดตา
นิน” มันจะเกินไปแล้วนะยังจะมาขู่กันอีกทำร้ายคนผิดกฎหมายนะ “พิมของขึ้น
” ใครใช้ให้นายพูดถึงเรื่องไร้สาระกันเล่า “นินกลอกตา
นิน” ผมกลัวว่าคุณจะคิดมากในตลาดบอกว่าคุณสองคนรักกันมากและผมเป็นต้นเหตุ “พิมมองเขาอย่างดุร้าย
” มีอะไรสงสัยทำไมไม่ถามก่อนข้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับใครทั้งนั้น “นินอ้าปากอย่างจะพูดอะไรก็เงียบไปสรุปเขาเข้าใจผิด
นิน “บ้าเอ๊ยน่าอายจริงๆ” เขาจึงแกล้งร้องออกมา
นิน “โอ้ย ปวดเท้า” พิมพ์ขมวดคิ้ว
พิมพ์ “นี่นายเป็นอะไรเนี่ยเอาเท้ามาดูหน่อย” เธอรีบหันไปเอายามาทาแล้วนวดเท้าให้เขาที่นี่ก็เจ็บจริงแล้ว
นิ” โอ้ยคุณ…เบาหน่อยทำไมมือหนักอย่างนี้ “พิมไม่พอใจ
พิม” เป็นผู้ชายก็อดทนหน่อยไม่ได้หรือ “นินกลอกตาแล้วชี้ที่หางตา
นิล” ผมยังอดทนไม่พอหรือไง “น้ำตาเขาไหลพรากจนทุกคนอมยิ้มออกมาเมื่อนวดเสร็จเธอยังไม่กลับแต่ดูนินกินข้าว
พิม” ขอดูได้หรือไม่ “นินพยักหน้า
นิน" ได้สิแต่อย่าสลับหน้านะเดี๋ยวสับสน” พิมพยักหน้าแล้วเริ่มอ่านยิ่งอ่านยิ่งประหลาดใจ
พิมพ์ “นี่มัน” นินยิ้มออกมา
นิล “สุดยอดไหมล่ะมีภาพประกอบด้วยเห็นไหม” เธอตกใจกับการท่องจำที่เหมือนบทกลอนมาก
พิม “นี่นายคิดเองเลยหรือช่างฉลาดนักแบบนี้จะช่วยจำตัวอักษรได้เร็วขึ้น “นินชี้ไปที่หัวตัวเอง
นิน “คิดว่าผมคนนี้เป็นใครกันเล่าก็เหมือนตอนผมสอนภาษาอังกฤษคุณไงเป็นเพลงจำง่ายกว่าจริงไหม” นางคิดแล้วพยักหน้า เขาแอบเอานิ้วไขว้กันที่เขาโกหกนี่เขาคัดลอกมาจากสิ่งที่เขาเรียนมาตอนเด็กๆ ทั้งนั้น
แน่นอนว่าที่พิมพ์อ่านนี่คือ ก เอ๋ย ก ไก่ อย่างที่เราคุ้นเคยกันดีแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปมีบางตัวอักษรที่เปลี่ยนเนื้อแต่ขึ้นต้นย่อมเป็น ก เอ๋ย ก ไก่ เสมอ
พิมพ์ “กลอนนี้ต้องขับร้องอย่างไร” นินยิ้มแล้วกล่าว
นิล “ไม่ใช่กลอนแต่เป็นเพลงต่างหาก “เธอขมวดคิ้ว
พิมพ์” เพลงรึรองแบบภาษาอังกฤษหรือไม่ “นินส่ายหน้า
นิน” ผมท่องให้ฟังแล้วกัน “นินจึงท่องให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบดวงตาเธอเป็นประกายผู้ชายคนนี้เต็มไปด้วยปิศนา
พิม” นายคิดได้อย่างไรเนี่ย “ในแวบแรกที่นินเห็นพิมเขามองว่าเธอนั้นสวยคมเย็นชาใบหน้าแม้จะทำหน้านิ่งก็ยังดูร้ายกาจและดุเสมอราวกับว่าสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองทว่าเมื่อพิมเอียงคอเล็กน้อยก็จะมีความเซ็กซี่พอตัวอย่างไรก็ตามแม้ว่าเธอจะทำตัวเย็นชาเพียงใดความงดงามน่าดึงดูดยังรุนแรงเสมอทว่าในยามที่พิมตื่นต้นกับสิ่งที่เขาทำนี้มันทำให้เขาเห็นพิมในมุมมองใหม่ นินคิดว่าสาเหตุที่พิมพ์มีความเย็นชาแบบนี้เพราะตั้งแต่เด็กมีคนอิจฉาไม่รู้เท่าไรไหนจะผู้ชายที่เข้าหาเพื่อจะจีบทำให้เธอยิ่งเย็นชาต่อคนภายนอกมากแต่กับพี่น้องเธอเหมือนคนปกติ ส่วนท่าทีที่มีต่อนินนั้นเธอไม่ได้สร้างกำแพงกับเขาจนเกินไปส่วนหนึ่งเพราะนินไม่มีแววตาแบบชายคนอื่นๆ เลยสายตาของนินที่มองเธอนั้นเหมือนมองว่าเธอเป็นแค่คนธรรมดาไม่สนใจความสวยของเธอเลยทำให้เธออยู่กับเขาแล้วรู้สึกสบายใจมาก
พิม “ทำไมนานไม่ตอบเล่า” นินได้สติแล้วยิ้ม
นิน” ก็ก่อนที่แม่ผมจะเสียไปท่านมักจะร้องเพลงกล่อมเสมอในเนื้อหาของเพลงแม่มักใส่คำสอนให้ผมจดจำน่ะผมเลยเอามาใช้ “พิมถึงกับรู้สึกเสียใจที่ถามเขานินจึงเปลี่ยนเรื่อง
นิน” ว่าแต่ท่องอักษรภาษาอังกฤษที่ให้ท่องน่ะท่องได้หรือยัง “เธอพยักหน้า
พิม” ได้แล้วนะแต่น้องๆ ยังท่องไม่ได้ “นินยิ้ม
นิน” ไม่ยากหรอกเดี๋ยวก็ได้ “พิมอ่านหนังสือแบบเรียนที่เขาเขียน
พิม” ถ้าหลักสูตรนี้เสนอขึ้นไปจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากแน่ๆ “นินโบกมือ
นิล “พูดเรื่องบ้านเมืองทำไมผมแค่คนป่าเท่านั้นแหละ” เธอหรี่ตาลง
พิม “ทำไมนายเอาแต่พูดว่ามาจากป่าจะมาจากไหนเราก็คนไทยเหมือนกัน” นินยิ้มแล้วพยักหน้า
นิน “ผมผิดเองต่อไปจะไม่ด้อยค่าตัวเองแล้วแต่เรื่องที่ผมอยากให้คุณเลี้ยงผมคิดจริงๆ นะ” พิมหน้ากระตุก
พิม “อยากโดนอีกหรือไง” นินหัวเราะ
นิล “ช่างเถอะไม่คุยเรื่องพวกนี้แล้วผมทำงานต่อดีกว่า” เขายื่นสมุดให้เล่มหนึ่ง
นิล “นี่เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษง่ายๆ หนึ่งร้อยคำคุณเอาไปจดแล้วท่องดูจำได้หมดแสดงว่าพวกคุณพร้อมจะเรียนขึ้นต่อไปได้แล้ว
พิม” ยังจะมีเวลาทำให้ฉัน “นินพยักหน้า
นิน” แน่นอนคุณเป็นศิษย์ผมนี่ “เธอหรี่ตา
พิม” ใครเป็นศิษย์นายฝันไปเถอะ “นินยิ้ม
นิน “งั้นอยากเป็นอะไรล่ะ” นางกลอกตาแล้วอ่านหนังสือของนินพร้อมชื่นชม
พิม “ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ชอบพูดจาแปลกๆ หาสาระไม่ค่อยได้อย่างนายจะมีความคิดดีๆ แบบนี้” หน้านินกระตุก
นิน “นี่คุณชมใช่ไหมทำไมฟังดูแล้วมันแปลกๆ” พิมกระแอมออกมา
พิม” ชมสิแน่นอนว่าชม “นินทำหน้าแปลกๆ
พิม” เอ่อข้าไปก่อนดีกว่า “ว่าจบเธอก็พาบ่าวออกไปเมื่อเดินออกมาสังพักบ่าวก็ถามออกมาด้วยหน้าจริงจัง
ข้าว” คุณพิมชอบท่านเขยแล้วใช่ไหมเจ้าค่ะ “พิมหน้าตึกทันที
พิม “ข้ารึจะมีใจให้ใครง่ายๆ “ข้าวคิดสักพัก
ข้าว” แต่ดูเหมือนท่านเขยก็ไม่ได้ชอบคุณพิมเหมือนกันนะเจ้าคะ “มุมปากพิมกระตุก
” มันดูเป็นแบบนั้นรึ “ข้าวพยักหน้า
ข้าว” ท่านเขยมิเอยพูดจาเอาใจและสายของเขาก็ไม่เหมือนกับชายคนอื่นที่คุยกับคุณพิมเลยนี่เจ้าคะ “พิมพ์หยุดชะงัก
” แต่เขาก็ซื้อของเอาใจข้ามิใช่รึ “ข้าวยิ้ม
ข้าว” แต่ท่านเขยก็ซื้อให้ทุกคนไม่ใช่หรือเจ้าคะ “พิมพ์ขมวดคิ้ว
พิมพ์” จงใจยั่วข้ารึ “ข้าวทำหน้าตกใจ
ข้าว” บ่าวมิกล้าก็แม่นายถามบ่าวนี่เจ้าคะ “พิมขมวดคิ้ว
พิม “เดี๋ยวนี้กล้าล้อข้าเล่นแล้วรึ “ข้าวรีบส่ายหน้า
“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ” พิมไม่สนใจอีกแล้วบ่นในใจ
พิมพ์” บ้าจริงข้าจะอารมณ์เสียทำไมเนี่ย “นินมองลงไปด้านล่างก็ขมวดคิ้ว
นิน” บ้าจริงหรือว่าฉันโดนนางหลอกด่าฉันพูดจาแปลกๆ งั้นรึ “เขาทำงานต่อ
ในช่วงบ่ายทองมาหานินเมื่อได้เจอเขาก็หัวเราะท้องแข็งเลยนินถึงกับหน้ากระตุกมองทองอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก
นิน “นี่พี่มาหัวเราะผมหรือไง” ทองโบกมือ
ทอง “ไม่ใช่ๆ ฉันมาเพราะนัดไอ้เป็ดให้แล้วนายจะพบมันตอนไหนล่ะ “นินคิดสักพัก
นิน” สภาพผมตอนนี้พบใครได้หรือไง “ทองหัวเราะ
ทอง” ไอ้เป็ดอายุเท่าเอ็งนั่นแหละจะอายอะไรเล่าว่าแต่ใครต่อยตาเอ็งมาเนี่ย “นินกลอกตา
นิน” พี่ไม่ต้องสนใจเรื่องตาผมหรอก “ทองพยักหน้าพร้อมขำ
นิน” ว่าแต่ทำไมถึงชื่อเป็ดเล่าฟังดูไม่ไทยเลย “ทองหัวเราะ
ทอง” อ้อเรื่องนี้ง่ายมากตอนท้องไอ้เป็ดแม่ยายข้าอยากกินเป็ดมากน่ะสิพ่อตาจึงตั้งชื่อว่าเป็ดนั่นแหละ “นินหลุดหัวเราะ
นิน” แบบนี้ก็ได้หรือ “ทองพยักหน้า
นิน” ได้งั้นพาเขามาหาได้เลยไม่สิพามานี้เกรงใจคุณป้างั้นอีกสองวันนัดกันที่ตลาดแล้วกัน “ทองพยักหน้า
ทอง” ได้ “นินทำเสียงกระซิบ
นิน” วันนี้พี่ไปไหนอีกหรือเปล่าผมหมายถึงเกี่ยวกับเรื่องผีดิบน่ะ “ทองพยักหน้า
ทอง” วันนี้จะปล่อยผีดิบออกจากโลงศพน่ะเพื่อวิจัยมันข้าไม่ได้ไปหรอกเพราะข้าต้องไปทำเรื่องอื่นให้ท่านเจ้าคุณเลยแวะมาบอกเอ็งก่อน “นินพยักหน้า
นิน” แน่ใจนะว่าจะปลอดภัยถ้ามันหลุดมาซวยกันหมดแน่ๆ “ทองโบกมือ
ทอง” สบายใจได้กรงนี้ทำจากเหล็กกล้ายืดด้วยพื้นปูนที่ลงเสาเข็มกว่าสิบเมตรใช้ช่างถึงสามสิบคนในการทำงานนี้เลยนะ “นินพยักหน้า
นิน” เป็นงั้นได้ก็ดีครับ “ที่ค่ายสำนักเวทย์ของหลวงตอนนี้ทุกคนยืนล้อมกรงที่ถูกทำขึ้นแบบพิเศษมีขนาดสิบคูณเมตรใจกลางมีโลงศพตั้งอยู่
พระยาสมาน “เปิดได้ “ศิษย์ของเขาท่องคาถาคลายเชือกอาคมออก ครืนนนน เมื่อเชื่อคลายออกโลงกลับไม่เคลื่อนไหว
พระยาเดช “ทำไมมันไม่ขยับเลยเล่า” ทุกคนส่ายหน้า
พระยาพิเชษฐ์ “เปิดฝาโลงมันออกมา” ทหารใช้ไม้ยาวเปิดฝาโลงออกมาเผยให้เห็นศพคนสีขาวซีดอยู่ในชุดขุนนางจีนหลับตาแขนแนบลำตัว ท่านเจ้าคุณเรืองขมวดคิ้ว
“ทำไมมันถึงสวมชุดของจีนเล่า “สามพระยาเองก็สับสน
พระยาเดช “ตอนนั้นมืดมากเลยไม่ทันสังเกตว่ามันสวมชุดอะไรที่แท้สวมชุดจีนหรือนี่” หมอหลวงปิติมองผีดิบอย่างไม่อยากเชื่อ
“สภาพของมันราวกับคนยังไม่ตายเลยนะเอามันมาดูใกล้ๆ ได้หรือไม่ “พระยาพิเชษฐ์ให้ทหารใช้ไม้ดันโลงศพมาข้างหน้าใกล้กรงต้องใช้คนสิบคนจึงจะดันไหวเลยทีเดียว
พระยาสมาน “ระวังด้วย “ทุกคนพยักหน้าเมื่อโลงขยับมาใกล้ๆ ทุกคนก็สำรวจหมอปิติพยายามจะผ่าดูเนื้อเยื่อของมันทว่ามีดกรีดผิวหนังมันไม่เข้า
พระยาดำรงณ์” ลองให้เจ้าหน้าที่ทำเถอะท่านหมอ” หมอปิติพยักหน้าทหารเข้าไปใกล้ๆ แล้วใช้มีดอาคมแทงร่างของมัน เคร้งงง พบว่าไม่สามารถแทงทะลุร่างของมันได้เลย ทุกคนถึงกับอึ้งแบบนี้จะวิจัยร่างมันได้อย่างไรเล่าอย่างไรก็ตามอยู่มันก็ลืมตาขึ้นแล้วจับทหารคนนั้นกระชากเข้าไปแล้วใช้ปากประกบดูดพลังชีวิตของเขาไปจนตัวกลายเป็นฝุ่นทันทีเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนตั้งตัวไม่ทันท่านเจ้าคุณรีบสั่ง
“ทุกคนถอยออกมาเร็ว” ท่านเจ้าคุณดึงหมอปิติออกมา มันพุ่งเข้าใส่ทางท่านเจ้าคุณ เคร้งงงง ยังดีมันติดกรงขังไม่งั้นทุกอย่างวุ่นวายแน่มันคำรามออกมาพร้อมกับใช้สองมือง้างกรงออกยังดีที่พลังของมันไม่พอ มันใช้ฟันกัดไปยังลูกกรงทันที ท่านเจ้าคุณรีบสั่ง
” มั่วยืนบื้ออะไรจับมันสิโว้ย “ทหารที่เตรียมตัวอยู่แล้วรีบโยนโซ่ผ่านกรงเข้าไปรั้งคอมันกระชากกลับไป ปังงง!!! โซ่อีกสี่เส้นก็รัดมือและขาของมันเอาไว้ต้องบอกว่าที่โซ่พุ่งเข้าไปแม่นแบบนี้เพราะมีวิชาคล้องช้างนั่นเอง ต้องใช้คนดึงโซ่แต่ละเส้นถึงสิบคนจึงจะเอามันอยู่แล้วมัดโซ่ไว้กับหลักร่างของมันถูกตรึงจนร่างลอยอยู่แบบนั้นมันพยายามดิ้นแต่ไร้ผล
” แบบนี้คงวิจัยอะไรไม่ได้อันตรายเกินไป “ท่านเจ้าคุณสั่งออกมา
” จัดเวรยามเฝ้ามันทั้งวันทั้งคืนห้ามให้คาดสายตาเด็ดขาด “ทุกคนทำตามท่านเจ้าคุณสั่งต่อ
“แล้วก็ส่งรายงานทั้งหมดที่เกี่ยวกับมันเข้าวังหลวง” ทุกคนพยักหน้า
พระยาสมาน “แต่เรายังไม่มีข้อมูลอะไรเลยนะท่านเจ้าคุณ” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา
ท่านเจ้าคุณ “รายงานทุกอย่างวันนี้ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ “ทุกคนพยักหน้า
พระยาดำรงณ์” ลองเผาไฟมันดูไหมอาจจะได้ผลนะ “ท่านเจ้าคุณหันไปทางพระยาสมาน
” ท่านมีคาถาเพลิงจะลองดูไหม” พระยาสมานพยักหน้า
พระยาสมาน” ลองดูก็ได้ “เขาท่องคาถาจากนั้นก็เปิดเพลิงลุกที่ร่างของผีดิบเพลิงนี้เป็นเพลิงสีฟ้าอมดำที่สร้างจากอาคมมีความร้อนแรงกว่าเพลิงปกติถึงร้อยเท่าผ่านไปครึ่งชั่วโมงนอกจากเสื้อผ้าของมันทุกอย่างก็เป็นปกติหากว่าโซ่ที่ใช้รั้งตัวมันไม่ลงอาคมไว้คงละลายไปแล้ว
พระยาสมาน” ข้อสรุปได้อย่างหนึ่งเจ้านี้ไม่ใช่ศพอีกต่อไปแล้วแต่มันคือคุณไสยอย่างหนึ่งดังนั้นวิธีสามัญย่อมทำอะไรมันได้จะต้องใช้ของที่แก้ทางโดยตรงเท่านั้นจึงจะสามารถจัดการกับมันได้ “ทุกคนเครียดขึ้นมาแล้วพวกเขาจะรู้ได้ไงว่าของแก้ทางมันคืออะไร…