[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    133 แสดงความสามารถ

    “ เอาล่ะ ขอเวลาสักชั่วโมงก็แล้วกัน ในระหว่างนี้ใครปวดท้องไปเข้าห้องน้ำได้เลย ฉันไม่มีอะไรจะสอนทั้งนั้น ”


    เฉินห่าวบอกให้นักศึกษาทำตัวตามสบาย ชายกล้ามโตที่เป็นคู่ต่อสู้จึงนั่งรออย่างใจเย็นพลางแคะจมูกเล่นครั้งแล้วครั้งเล่า


    เฉินห่าวจึงใช้สกิลของอาชีพเทรนเนอร์ส่องดูความสามารถของเด็กชายสวมแว่นตาตรงหน้า ปรากฎว่าเขาไม่มีความสามารถในการต่อสู้เลย อีกฝ่ายไม่ใช่อาชีพสายต่อสู้แต่เป็นสายหุ่นยนต์ใช้มันสมองสร้างอุปกรณ์ออกมาสนับสนุนตนเองเวลาสู้รบ


    อย่างไรก็ตามการต่อสู้ในครั้งนี้ห้ามไม่ให้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือเพราะเป็นการตัดสินตัวต่อตัวเขาจึงต้องเพิ่มบางสิ่งบางอย่างให้กับเด็กตรงหน้า


    “ เจ้าหนูนายต่อยเป็นไหม ”


    “ ปกติจะต่อยผ่านชุดเกราะครับ ถ้าต่อยจริงผมไม่เคยลองกลัวเจ็บมือ ”


    “ มันก็เจ็บมือเหมือนที่พูดนั่นแหละ เอาล่ะมาเริ่มกันเถอะ นายน่าจะฉลาดคงไม่จำเป็นต้องบอกหลายรอบ ”


    เฉินห่าวเข้าไปกระซิบข้างหูชายสวมแว่นแล้วเปิดหนังสือไปทีละหน้าทำราวกับว่าเขากำลังอธิบายวิธีฝึกที่ถูกต้องให้เด็กชายฟัง จนกระทั่งผ่านไป 30 นาทีทุกคนก็พบว่าชายสวมแว่นตาเริ่มวางเท้าในท่าเตรียมต่อสู้  ไม่มีใครใช้ทักษะฝ่าเท้าสายลมจึงไม่มีใครรู้ว่าการฝึกจะต้องทำอย่างไร


    เฉินห่าวเห็นว่าเด็กชายให้ความร่วมมือดีแม้จะไม่สามารถยืนได้ถูกต้องก็ตาม เขากลับไม่ได้สนใจเลยสักนิดขอเพียงแค่ทักษะที่เขาบอกซึมเข้าหัวได้สัก 5 ใน 10 ส่วนก็พอแล้วเพราะต่อจากนั้นเขาจะใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดช่วยเหลือ


    ต่อให้สถาบันแห่งนี้จะเป็นสถาบันของอัจฉริยะ ความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคนกลับต่างกัน


    เด็กชายที่เขาสอนเน้นใช้สมองคิดคำนวณสิ่งอื่น เขาไม่มีเซ้นในการต่อสู้เลยสักนิด แต่ก็มีระบบควบคุมเข้ามาวิเคราะห์ทดแทนทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในคนที่สอบติดที่นี่


    “ ฮ่าๆๆ ”


    เหล่านักเรียนหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นว่าเพื่อนของพวกเขาหกล้มหลังจากฟังคำอธิบายจากอาจารย์แล้วลองทำตาม


    เฉินห่าวกลับไม่ปล่อยให้ล้มนานเขาวิ่งเข้าไปใกล้ๆแล้วพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืนพลางใช้มือจิ้มบางจุดเพื่อให้สามารถใช้งานทักษะได้ง่ายยิ่งขึ้น


    การจิ้มของเขาจะทำให้อีกฝ่ายจดจำสิ่งที่พลาดจนราวกับว่าฝึกซ้ำๆมาหลายปี หลังจากลุกขึ้นมาได้แล้วเด็กชายสวมแว่นก็เริ่มวิ่งอีกครั้ง


    “ เดี๋ยวก็ล้มอีก ”


    ทุกคนมองดูด้วยความหวัง เพื่อนของพวกเขากลับไม่ได้ล้มและดูเหมือนจะวิ่งได้ดีกว่าเดิม ร่างกายที่เหมือนชายป่วยกลับค่อยๆวิ่งเร็วขึ้นจนราวกับเหล่าคนที่ฝึกทักษะของนักฆ่า


    ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆทักษะที่ใช้ออกมาก็เริ่มดีขึ้น ซึ่งสิ่งที่ทุกคนเห็นคือชายสวมแว่นตาจะวิ่งกลับมาหาอาจารย์เหวินหลังจากนั้นการวิ่งจะดีขึ้นเรื่อยๆจนราวกับเป็นคนละคน


    “ เอาแค่นี้ก่อนเวลาของเราไม่พอ ยังไม่ต้องเข้าใจแก่นแท้ของมันก็น่าจะใช้งานได้แล้ว ”


    เฉินห่าวพยายามพูดให้นักศึกษาคนอื่นๆได้ยินเสียงเพื่อให้รู้ว่าทักษะที่เขาปรับแต่งยังสามารถฝึกไปได้ไกลกว่านี้อีก


    หลังจากเด็กชายกล้ามโตเห็นว่าได้เวลาต่อสู้แล้วจึงเดินไปยืนกลางสนามโดยให้อาจารย์เหวินคอยควบคุมสิ่งต่างๆ ซึ่งทุกคนเห็นควาประหลาดที่กำลังเกิดขึ้น


    บนเวทีไม่มีม่านพลังคลุมทับเอาไว้เลย ต่อจากนี้บาดแผลจะเกิดขึ้นบนร่างของทั้งสอง นอกจากนั้นอาจจะมีสกิลหลุดออกมาสัมผัสกับคนอื่นๆ แต่เมื่อเห็นว่าอาจารย์สั่งให้เริ่มต่อสู้โดยไม่คิดจะเปิดม่านพลังทุกคนจึงคิดว่ามันอาจจะไม่ได้ร้ายแรงจึงเฝ้ามองดูสิ่งที่กำลังเริ่มต้น


    “ ฉันจะอัดแกให้เละเลย ”


    ชายสวมแว่นหน้าซีดเขาอยู่ด้านนอกชุดเกราะมีเพียงแว่นตาที่ช่วยคำนวณรูปแบบการโจมตีของชายตรงหน้าเพียงเท่านั้น


    “ ทำตามที่บอกแล้วทุกอย่างจะดีเอง ”


    เสียงของอาจารย์เหวินห่าวเรียกสติให้กลับมา เขายังคงกลัวเช่นเดิมเพราะถ้าหากพลาดไปแม้แต่น้อยเขาจะต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ


    ทันใดนั้นชายกล้ามโตก็พุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วที่ยากเกินจะตามทัน เพียงแต่ว่าอาจารย์เหวินเตือนให้เขาใช้ทักษะที่บอกก่อนจะหลบไปด้านข้างพลางมองไปที่เท้าของตนเอง


    “ ได้ยังไงกัน! ”


    นักศึกษาพูดเป็นเสียงเดียวกันหลังจากเห็นว่าชายสวมแว่นหลบออกไปทางซ้ายมือ


    การก้าวเท้าของเขาดูประหลาดเนื่องจากในช่วงที่เขาหลบไปทางซ้ายมือดูราวกับทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปทางฝั่งซ้าย แต่เมื่อเขาก้าวเท้าขวาตามมาร่างที่กำลังจะล้มกลับลุกพรวดขึ้นมาอย่างเร็วไวราวตุ๊กตาล้มลุก


    ชายกล้ามโตรู้สึกเสียหน้าที่ปล่อยให้อีกฝ่ายรอดไป เขาจึงรีบวิ่งตามไปต่อยหน้าหวังจะอัดให้ได้สักหมัด


    อีกฝ่ายกลับทิ้งตัวไปด้านขวาราวกับว่าเขาต้องการจะล้มตัวลงไปนอนราบ แต่เมื่อก้าวซ้ายตามร่างของเขากลับลุกพรวดขึ้นมายืนพลางแสดงสีหน้าตกใจเพราะไม่คิดว่าตนเองจะหลบการโจมตีของอีกฝ่ายพ้น


    “ ทำตัวให้สบายอย่าไปตื่นเต้น ”


    เฉินห่าวค่อยๆให้คำแนะนำ ไม่นานทุกคนก็พบว่าชายสวมแว่นกำลังหลบหลีกไปรอบๆราวกับว่าเขาเป็นตุ๊กตาล้มลุกที่พยายามทิ้งตัวหลบหมัด มองอีกมุมหนึ่งเขาก็เหมือนคนเมากำลังพยายามหาทางลุกยืนจนกระทั่งผ่านไป 10 นาทีชายกล้ามโตก็ไม่สามารถต่อยได้สักหมัด


    “ ต่อยกันสักทีสิพวก จะเอาแต่หลบไปถึงเมื่อไหร่ ”


    “ เอาสักทีเถอะ ”


    ชายกล้ามโตรู้สึกเสียหน้าไม่น้อยที่หมัดสัมผัสได้เพียงแค่ลม ร่างเล็กๆควรกระเด็นไปไกลกลับทิ้งห่างมันไปทุกครั้งที่เข้าถึงตัว


    “ พอก่อน ”


    เฉินห่าวเข้ามาห้ามเขาอยากจะหยุดการต่อสู้เอาไว้เพียงเท่านี้ แต่ดูเหมือนว่าชายกล้ามโตจะโกรธจนเครื่องติด หากไม่สามารถต่อยเพื่อนให้ได้สักหมัดคงไม่ยอม


    “ อาจารย์ ผลยังไม่ออกเลยนะ ”


    “ ครั้งนี้ฉันสาธิตทักษะให้ดูเฉยๆ ไม่ได้สาธิตการต่อสู้กัน…..ทุกคนคงเห็นแล้วสินะ ”


    เฉินห่าวหันไปยิ้มให้นักศึกษาบนอัฒจันทร์ แต่ละคนเห็นทักษะจากชายสวมแว่นตาแสดงท่าทางไม่อยากจะเชื่อเพราะไม่คิดว่าทักษะนี้จะสามารถฝึกได้แล้วยังฝึกได้ง่ายเมื่ออยู่ในมือของอาจารย์เหวิน


    “ อาจารย์! ” ชายกล้ามโตอยากจะต่อสู้อีกครั้งจึงตะโกนด้วยความไม่พอใจ เฉินห่าวจึงยกมือห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน


    “ โอเค ในเมื่อนายอยากจะต่อสู้เอางี้ไหม ” เฉินห่าวทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะเสนอไอเดียดีๆ


    “ ฉันขอเวลาสัก 30 นาทีฝึกเพื่อนนายก่อน ดูเหมือนว่าเขาจะต่อยไม่เป็นหากไม่พึ่งชุดเกราะ ”


    “ ได้เลยอาจารย์ ผมจะให้เวลาเขา 30 นาที ”


    เฉินห่าวยิ้มกว้างก่อนที่เขาจะกระซิบข้างหูชายสวมแว่นตา ครั้งนี้เขาไม่ได้สอนทักษะใดๆทั้งสิ้นเพียงแค่บอกวิธีต่อยหมัดที่ถูกต้องให้เท่านั้น


    หลังจากที่อีกฝ่ายลองต่อยหมัดตามเขาได้ใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดเพื่อให้หมัดธรรมดาๆแม่นยำมากยิ่งขึ้น วิธีนี้เขาใช้กับเฟยหลงและสิงโตขาวเพื่อให้พวกมันใช้หมัดและเท้าได้คล่องที่สุด


    “ เอาล่ะพร้อมนะ ครั้งนี้ใครล้มถือว่าเป็นฝ่ายแพ้ เราจะต่อสู้กัน 3 ครั้ง ใครชนะ 2 ในสามถือว่าชนะเลย จะไม่มีใครโกรธเกลียดกันทั้งสิ้น ”


    “ ได้ครับอาจารย์ ”


    ชายกล้ามโตยิ้มด้วยท่าทางพอใจ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้เลย เมื่อกี้คงประมาทไปหน่อยและไม่รู้เกี่ยวกับทักษะที่อีกฝ่ายใช้ว่ามีรูปแบบยังไงแต่ตอนนี้เขามั่นใจว่าตนเองเอาชนะได้เพราะเคยสู้กับทักษะฝ่าเท้าสายลมมาแล้วหนึ่งครั้ง


    ชายกล้ามโตพุ่งเข้าหาชายสวมแว่นอีกครั้งอาศัยพละกำลังสะกดข่มอีกฝ่าย ชายสวมแว่นตาเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาใกล้พยายามสงบจิตสงบใจแล้วลองเอี้ยวตัวหลบไปมาเหมือนก่อนหน้านี้


    ปรากฎว่าชายกล้ามโตยังไม่สามารถตามทันเขาได้เช่นเดิมจึงทำให้หมัดพลาดเป้าไป  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาตกใจ จู่ๆมีหมัดเล็กๆพุ่งลอดใต้แขนต่อยเข้าที่คางอย่างจังจนเขาล้มลงไปนอนบนพื้น


    ใบหน้ายังคงแสดงความแตกตื่นเพราะไม่คิดว่าชายที่โยกตัวหลบเมื่อครู่จะชกหมัดลอดใต้แขนจนมาถึงคาง


    “ ไม่จริงใช่ไหม ฉันตาฝาดหรือเปล่า ”


    นักศึกษาขยี้ตาแรงๆกลัวว่าจะเห็นภาพลวงตา สิ่งที่เกิดขึ้นยังคงเป็นเหมือนเดิม


    ชายกล้ามโตนอนนิ่งบนพื้นหลังจากถูกชกด้วยหมัดเล็กๆ ถึงอย่างนั้นหมัดเมื่อครู่นี้กลับทำให้ชายถือแว่นกุมไปที่ข้อมือเช่นกันเพราะแรงที่ส่งออกจากหมัดแรงจนเขาเองยังรู้สึกปวดข้อมือ


    “ ไม่จริง มันจะต้องโชคดีแน่ๆ เอาใหม่ ”


    ชายกล้ามโตลุกขึ้นยืนอีกครั้งหนึ่ง เขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะถูกชกเมื่อครู่คงประมาทเปิดช่องว่างเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายตัวเล็กกว่าแล้วก็อ่อนแอกว่า


    แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นทุกคนต่างก็เห็นภาพเดิมๆ ชายสวมแว่นหลบหลีกไปมารอบๆราวกับตุ๊กตาล้มลุก ไม่ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะพยายามเตะหรือต่อยก็ไม่สามารถสัมผัสร่างของเขาได้ แต่แล้วชายสวมแว่นก็ได้ต่อยออกไปอีกหมัด


    การต่อยครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนหน้าเพราะเขายืนแลกหมัดกับอีกฝ่ายไปตรงๆหลังจากเอียงศีรษะหลบเล็กน้อยหมัดเล็กๆก็พุ่งเข้าที่ลิ้นปี่จนชายกล้ามโตล้มลงไปนอนบนพื้น


    “ แม่เจ้าโว๊ย มันเป็นไปได้ด้วยเหรอเนี่ย นี่มันบ้าอะไรกัน! ”


    “ บ้าไปแล้ว! ”


    นักศึกษาร้องตะโกนด้วยท่าทางตกใจไม่คิดว่าจะได้เห็นสิ่งที่แปลกประหลาด หากวัดกันตามตรงแล้วชายสวมแว่นแทบจะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดเขากลับเอาชนะชายกล้ามโตได้ง่ายๆ


    ต่อให้เลเวลของพวกเขาทั้งสองจะห่างกันมากถึง 5 เลเวลก็ตาม การต่อสู้ในครั้งนี้ห้ามใช้มานา ผลที่ออกมาจึงเป็นการวัดกันที่ทักษะล้วนๆ 


     เป่าเป้ยน้อยรีบลงมาจากกระเป๋าหน้าท้องของคุณพ่อแล้วเปิดเอาเข็มฉีดยาออกมาจากแหวนเก็บของที่คุณพ่อให้ไว้ออกมาฉีดให้กับพี่ชายกล้ามโตที่ล้มลงไปนอนบนพื้นดิน ก่อนจะเดินเข้ามาหาพี่ชายสวมแว่นแล้วเป่าแขนให้


    เพี้ยง หายแย้ว!


    เฉินห่าวลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู เขาไม่ต้องเข้าไปตรวจสอบอาการเพราะหมัดของทั้งสองไม่แรงพอจะทำให้นอนห้องพยาบาล


    “ เอาล่ะ ในเมื่อเห็นกันแล้วว่าทักษะใช้ยังไง มีใครอยากจะออกไปจากคลาสของฉันไหม ฉันยังคงยืนยันคำเดิม ถ้าใช้ให้เป็นใช้ได้ยาวนานถึงเลเวล 90 แล้วก็ทักษะนี้ยังมีอีกขั้นที่ไม่อยู่ในหนังสือ ฉันจะปรับให้ในภายหลังหากเห็นว่าทุกคนเข้าใจมันแล้ว ”


    เฉินห่าวกวาดตามองออกไปรอบๆ เขาอยากรู้ว่านักศึกษาจะตอบเช่นไร ทุกคนต่างแสดงท่าทางดีใจเมื่อรู้ว่าทักษะสุดกากของสถาบันถูกปรับแต่งให้กลายเป็นทักษะที่สุดแสนจะดี


    “ อาจารย์ เรียนครับเรียน ผมจะเรียน! ”


    “ หนูเอาด้วย! ”


    เฉินห่าวยิ้มด้วยท่าทางพอใจ ทักษะที่เขาสอนให้มีการสอดไส้ความเข้าใจในวรยุทธ์ของเขาเข้าไปด้วยเพื่อทำให้มันเป็นทักษะที่ฝึกง่ายขึ้นและทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม นับว่าเขาคิดถูกที่ขอทักษะอ่อนสุดจากผู้อำนวยการมาก่อนจะเริ่มสอน


    “ อาจารย์ครับ พวกเขาสู้กันโดยไม่ใช้มานา ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าถ้าหากใช้มานาช่วยทักษะนี้มันจะดี ผมกลัวว่ามันจะดีแค่เปลือก ”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน