พวกมันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่านอกจากกลุ่มคนของพวกมันแล้วนั้น ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นจะมีผู้อื่นอีก ผู้ที่มีความสามารถนั้นล้วนแล้วแต่เข้าไปสู่ชั้นที่ 11 จนหมดสิ้นภายในชั้นแห่งนี้นั้นหลงเหลืออยู่เพียงแต่ผู้ที่อ่อนแอเท่านั้นหรือเป้าหมายของมันนั้นต้องการที่จะปล้นหรือแย่งชิงทรัพยากรเหมือนดั่งที่ตัวมันเองเคยทำและนี่ก็คือความเป็นไปได้เดียวที่ตัวของมันคิดออก“เจ้าเป็นใครกัน จงเผยตัวต่อหน้าข้าซ่ะ อย่าหาว่าข้าผู้นี้นั้นไม่เตือน ไม่เช่นนั้นชีวิตของเจ้าอาจจะสั้นลงได้” น้ำเสียงของมันในยามนี้นั้นดำดิ่งถึงขีดสุดถึงแม้ว่าเรื่องราวเช่นนี้นั้นจะอยู่เหนือความคาดหมายของมันไปบ้าง แต่ตัวของมันนั้นก็หาได้เกรงกลัวผู้ใด ต่อให้ตัวของมันเป็นบุคคลชั่วช้าไร้อย่างอายขนาดไหน แต่พลังของมันที่มีนั้นล้วนแล้วเป็นของจริงการที่ตัวของมันมาเป็นใหญ่ภายในศิษย์ฝ่ายในได้ส่วนนึงก็มาจากพลังของมันเอง แต่ช่างหน้าเสียดายเสียเหลือเกินที่ตัวของมันผู้นี้นั้นกับเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบและโหดเหี้ยมมากจนเกินไป“อุ๊ย..น่ากลัวจัง อย่านะ อย่าทำข้า ข้ากลัวแล้ว ฮ่า ฮ่า นี่คือสิ่งที่ตัวของเจ้าอยากที่จะได้ยินซินะ” หลินเทียนนั้นยังไม่ได้ปรากฏตัวออกมา แต่ตัวของเขานั้นกับเลือกที่จะหยอกล้อและปั่นประสาทพวกมัน น้ำเสียงของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณจึงทำให้พวกมันไม่รู้ว่าแท้ที่จริงนั้นตัวของหลินเทียนซ่อนตัวอยู่ที่ใดกันแน่สภาพของเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ต่างอะไรไปจากภูตผีแม้แต่น้อยทางด้านของเจ้าหมิงยู่เองในยามนี้ ใบหน้าของมันถึงกับสั่นกระตุกไม่มีหยุด ที่หน้าผากของมันนั้นมีเส้นเลือดฝอยเป็นจำนวนไม่น้อยเต้นดุบดับไปมา ลมหายใจของมันถึงกับหอบถี่อย่างไม่เป็นจังหว่ะ มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าตัวตนเช่นมันถึงกับโดนเจ้าคนบัดซบผู้หนึ่งหยอกล้อเยี่ยงเด็กน้อยเช่นนี้หวืดดด ตู๊มมมมมมม พื้นที่ทั่วทุกบริเวณถึงกับถูกระเบิดทิ้งอย่างมิเป็นชิ้นดี ต้นไม้น้อยใหญ่ล้วนแล้วถูกหักโค่นจนหมดสิ้น นี่คือหนึ่งในทักษะของมันที่ไว้ใช้จัดการกับศัตรูเป็นวงกว้าง มีหนึ่งในลูกน้องของมันที่ได้รับลูกหลงจากการโจมตีในครั้งนี้ด้วย ต่อให้ลูกน้องของมันรู้ตัวก็หลบไม่ทันอยู่ดีเพราะพลังที่ปลดปล่อยเมื่อครู่นั้นมากมายมหาศาลมากจนเกินไป ทางด้านตัวของหลินเทียนนั้นสามารถหลบหลีกได้โดยไม่ได้รับบาดแผลมาแม้แต่น้อยด้วยทักษะเหยียบย่ำพระจันทร์ขั้นที่ 5 ขืนเด็กหนุ่มชักช้ากว่านี้แม้แต่เพียงนิดเดียวไม่แน่ว่าตัวของเขาเองก็อาจที่จะได้รับบาดเจ็บด้วยก็เป็นได้“อะไรกันเพียงแค่ข้าหยอกล้อนิดหน่อยถึงกับเลือดขึ้นหน้าเลยรึ” ครั้งนี้ตัวของหลินเทียนไม่หลบซ่อนตัวตนอีกต่อไปตัวของเขานั้นค่อยๆเปิดเผยตัวตนออกมาอย่างช้าๆจากจุดอับสายตาของผู้คน พวกมันที่ได้รับรู้ว่าผู้ที่กำลังป่วนประสาทของพวกมันอยู่นั้นเป็นใครสีหน้าและแววตาของพวกมันถึงกับเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อเพราะพวกมันไม่คิดว่าเจ้าบัดซบผู้นั้นจะเป็นหลินเทียน พวกมันทุ่มกำลังเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนเผื่อที่จะทำการออกตามล่าเด็กหนุ่มไม่ว่าจะทำอย่างไรพวกมันก็หาเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่พ้นจนกระทั่งพวกมันเองก็เริ่มที่จะถอดใจ แต่ใครจะไปคาดคิดเลยว่า เจ้าหลินเทียนผู้นี้นั้นกับเป็นตัวมันเสียเองที่เป็นฝ่ายแอบติดตามพวกตนเองมาตั้งแต่แรก ถึงแม้ว่าเจ้าคนผู้นี้จะเป็นคนที่โดดเด่นแต่พวกมันไม่คาดคิดว่าเจ้าคนผู้นี้นั้นมันจะโดดเด่นได้มากมายถึงเพียงนี้ความสามารถของมันในยามนี้นั้นสามารถกระทั่งหลบการตรวจจับของมันทุกคน แม้แต่ตัวของเจ้าหมิงยู่เองตัวของมันก็ไม่รู้สึกตัวสักนิดเกี่ยวกับการคงอยู่ของหลินเทียน
“สารเลวที่แท้ก็เป็นแก่นั่นเอง” หมิงยู่ยอมรับจากใจจริงเลยว่าความสามารถในการหลบหลีกหรือในการหลบซ่อนตัวตนเจ้าหลินเทียนผู้นี้นั้นนับว่ามีความเหนือชั้นเป็นอย่างมากแม้แต่ตัวมันเองก็ยังเทียบไม่ติด เมื่อล่วงรู้แล้วว่าผู้ที่กำลังทำการป่วนประสาทของมันอยู่นั้นเป็นใคร ทำให้ตัวของมันนั้นสามารถที่จะใจเย็นลงกว่าเดิมได้หลายส่วน เพราะตัวของมันนั้นรู้ดีว่าพลังของหลินเทียนในยามนี้อยู่ที่ระดับใด และระดับพลังของมันในยามนี้นั้นอยู่เหนือกว่าหลินเทียนมากถึง 3 ระดับนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวของมันนั้นใจเย็นลงได้“ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง จงมาเข้าร่วมกลุ่มกับข้าซ่ะ ข้าจะให้เจ้าเป็นรองเพียงแค่ข้าเท่านั้น ก่อนจะพูดอะไรออกมาจงใช้สตินึกคิดให้ดีก่อนเพราะไม่แน่ว่าการตัดสินใจของเจ้าในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของเจ้าไปตลอดกาล” หมิงยู่นั้นเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าพลังความสามารถของเจ้าหลินเทียนผู้นี้นั้นไม่ธรรมดาหากแต่มันยอมเข้าร่วมกับตนแต่โดยดีมันจะทำให้กลุ่มของตนมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากแน่“ข้าเกรงว่าความสามารถของเจ้านั้นอาจจะไม่เพียงพอ” ต่อให้มันผู้นี้เป็นคนจิตใจดีหรือเป็นคนที่มีจิตใจที่กว้างขวางตัวของหลินเทียนเองก็ไม่คิดที่จะไปเข้าร่วมกับใครอยู่แล้ว ยิ่งเจ้าหมิงยู่ผู้นี้นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง“โง่เขลา พวกเจ้าจงจัดการมันซ่ะ ให้มันรู้สำนึกเสียบ้างว่ามันกำลังเล่นอยู่กับใคร” เจ้าหมิงยู่กล่าวออกมาด้วยความดูถูกถากถาง ถึงแม้ว่าพลังของมันในยามนี้นั้นจะมีความอ่อนแออย่างถึงขีดสุด หากว่านำมาเปรียบเทียบกับหลินเทียนนับว่าความห่างชั้นนั้นยังห่างไกลกันจนมิอาจนำมาเทียบได้ และลูกน้องคนมันที่ยังอยู่รอดอยู่ตรงนี้มีจำนวนนับสิบคนพลังฝีมือที่พวกมันมีแต่ละคนนั้นก็นับว่าไม่ธรรมดา นี่คือความห่างชั้นอย่างชัดแจ้งไม่ว่าจะเป็นระดับฝีมือหรือกำลังคนพวกมันล้วนแล้วแต่มีเหนือกว่าทุกด้าน แต่ว่าวันนี้นั้นนับว่าดวงชะตาของพวกมันออกจะไม่สู้ดีนักเพราะดันไปมีเรื่องกับหลินเทียน ภายในร่างกายของเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นมีสิ่งที่แปลกประหลาดมากมายแอบซ่อนเอาไว้อยู่จึงไม่สามารถที่จะนำกฎเกณฑ์ปกติทั่วไปมาใช้ได้“หึ หึ ทางสวรรค์มีให้เลือกเดินแต่เจ้าไม่เลือกเดิน แต่ดันเลือกนรกเสียดาย งั้นก็อย่ามาสำนึกเสียใจทีหลัง หากเจ้าโทษก็โทษตัวเจ้าเองเสียเถอะที่มีสติปัญญาที่โง่เขลาจนเกินไป” ลูกน้องของเจ้าหมิงยู่ค่อยๆก้าวเดินมาที่เบื้องหน้าของหลินเทียนอย่างช้าๆราวกับว่าพวกเขานั้นต้องการที่จะทำให้ตัวของหลินเทียนเจ็บปวดทรมานอย่างถึงที่สุด ข้อหาที่กล้ามาปฏิเสธคำเชิญของพวกตน“ลูกพี่เจ้าคนผู้นี้ดูท่าทางของมันจะกระดูกอ่อนยิ่งนัก จะไม่เป็นไรใช่ไหมที่ตัวของข้านั้นจะทำการหักแขนหักขามันนี่คงไม่ใช่เรื่องที่โหดร้ายเกินไปใช่ไหม” ลูกน้องของมันกล่าวถามต่อผู้เป็นนายเพราะเกรงกลัวว่าตัวของมันนั้นจะลงมือกับหลินเทียนหนักจนเกินไป“เหอ เหอ ต่อให้มันพิการข้าก็จะไม่ว่าเจ้าแต่ในทางกลับกันข้ามีแต่จะให้รางวัลพวกเจ้าด้วยซ้ำ ผู้ใดที่สามารถทำให้เจ้าคนบัดซบผู้นี้ส่งเสียงกรีดร้องได้ดังมากที่สุดมันผู้นั้นจะได้รับรางวัลจากข้าอย่างงาม” หมิงยู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะโหดเหี้ยมมันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องของหลินเทียน“กร๊ากกก ฮ่า ฮ่า พวกข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” พวกมันต่างพากันส่งเสียงหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่งเพราะหลังจากนี้คงที่จะมีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้น ทางด้านตัวของหลินเทียนเองก็จ้องมองพวกมันด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมทั้งจิตสังหารที่ค่อยๆหลั่งไหลออกมาอย่างช้าๆ