ลึกซ่อนราชันย์

    ตอนที่ 40 ดันเจี้ยนชั้น 10

    ตอนที่40 ดันเจี้ยนชั้น 10

              ประตูสลักรูปหัวกระทิงค่อยๆเลื่อนออกด้านข้างเมื่อไผ่นำมือไปสัมผัสกับมันกลไกเวทมนตร์ทำงานส่งเสียงหินครืดกันเองดังครืนเหล่ากระทิงไฟที่อยู่ในห้องโถงเล็กหน้าสุดต่างแตกตื่นเมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพวกมันต่างระดมไฟยิงใส่ไผ่ในระหว่างที่ประตูกำลังแง้มไม่ยั้ง

              ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ตูมๆ ๆ ๆ

              เสียงบอลเวทธาตุไฟโจมตีใส่แม้ไม่เห็นศัตรูไม่กี่อึดใจเกิดเสียงร้องอันโหยหวนของเพื่อนข้างๆ มัน แสงสีระยิบระยับคล้ายสะเก็ดดาวเล็กๆต่างกระจายไปทั่วพื้นห้อง พร้อมกับการสลายไปของเพื่อนพ้องที่หายไปมากกว่าครึ่ง จนในที่สุดไม่หลงเหลือสัตว์เวทมนตร์ตัวใดอีก

              “เรียบร้อยหมดจดสะอาดเกลี้ยง!!” ไผ่เอ่ยด้วยความยินดี

              ผลึกสีแดงเข้มจำนวนร้อยกว่าก้อนมีขนาดเท่าลูกแก้วเกลื่อนกลาดกระจายเต็มพื้นผลึกนี้แตกต่างจากชั้นอื่นๆ ตรงที่มันมีประกายไฟหมุนวนภายใน บ่งบอกว่าเป็นผลึกเวทธาตุไฟเป็นผลึกหายากที่มีคุณภาพสูงกว่าผลึกเวทมนตร์ทั่วไป

              ด้วยสีสันที่เรืองรองอย่างสวยงามของผลึกในชั้นนี้ไผ่มันวิ่งแจ้นเก็บเข้าไปในแหวนมิติทันที

              “ตังค์ๆ ๆและตังค์ทั้งนั้นเลยเว้ย!!” เสียงกูร้องด้วยความดีใจฮัมเพลงไปด้วยเก็บผลึกไปด้วย วั

              “ชั้นนี้มันมีห้องโถงหลายห้องแฮะหนึ่งคือห้องนี้ สองตรงหน้านั่น สาม สี่ และห้า โอ้ว มีตั้งห้าห้องแหนะส่วนกระทิงไฟแต่ละห้องดูเหมือนว่าตัวมันจะใหญ่ขึ้นนะส่วนไอ้ตัวที่อยู่ห้องสุดท้ายเดี่ยว ๆ นั่นคงเป็นบอสสินะ พลังกดดันไม่เบาเลยแฮะ”ไผ่เก็บผลึกเสร็จก็ยืนมองลึกเข้าไปในทางเดินเล็กๆที่ตรงไปยังห้องโถงถัดไป ซึ่งมีกระทิงไฟตัวใหญ่กว่าห้องแรก

              มองซ้ายมองขวาเพื่อหาสมุนไพรไม่เจอทำเอาผิดหวังนิดหน่อยแต่อดดีใจไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพการนำผลึกสวยๆ ไปใช้ และเอาไปขายทำเงิน

              “อีกสี่ห้องสามห้องด้านหน้ามีกระทิงไฟรวมกันประมาณ 700 กว่าตัวพื้นที่แต่ละห้องกว้าง 3-4 กิโลเมตร โคตรกว้างเลยแฮะส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องบอสกว้างแค่ 200 เมตร เอาล่ะๆเพื่อเม็ดเงินจำนวนมากพ่อขอฟาดเรียบเลยแล้วกันเฟ้ย” คุยกับตัวเองและตัดสินใจเอง

     

              แต่ก่อนที่จะเดินไปนานะก็ดึงผมไผ่เรียกความสนใจ

              “หืม อะไรเหรอจ๊ะนานะ”ไผ่พูดด้วยเสียงอันอ่อนโยนแล้วอุ้มเธอมาอยู่ด้านหน้านานะขอลงไปเดินกับพื้นแล้วยืดเส้นยืดสายนิดหน่อยจากนั้นมองไผ่ตาแป๋ว

              “หืม หิวเหรอเรา” ไผ่หยิกแก้มน้อยๆ ที่น่าหอมเล่น

              “นานะอยากเล่นกับวัวพวกนั้นอ่ะพี่ชายอยากได้ผลึกใช่มะ งั้นเดี๋ยวตามเก็บด้วยน๊า!! จุ๊ฟ” นานะน้อยส่ายหัวปฏิเสธแล้วบอกความต้องการที่ทำเอาไผ่ต้องเกาหัวด้วยความเสียดายที่ไม่ได้ออกโรงเธอก็กระโดดหอมแก้มไผ่แล้ววิ่งไปยังห้องโถงเพื่อไปเล่นกับวัว ทิ้งให้ไผ่ลูบแก้มแล้วเกาหัวตนเบาๆ

              “นานๆทีเห็นนานะร่าเริงแบบนี้ก็น่าตื้นตันใจเหมือนกันแฮะ เธอเป็นเด็กที่อ่อนโยนจริงๆ”

              ตูม!!!!!! ตูมๆ ๆ ๆ!!!

              เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วพื้นห้องถึงกับสั่นสะเทือนเหมือนกับแผ่นดินไหว หิน ดินที่อยู่ข้างบนพังลงมาตามรอยแยก

              ครืน!! ครืนๆ

              เสียงตูม!! ดังกึกก้องอีกนับสิบครั้งแล้วเริ่มห่างไกลออกไป

              “เฮ้ย!! ผลึกตู!!!!”ไผ่เห็นรอยแยกที่พื้นดินบังเกิดพร้อมกับผลึกสีแดงเข้มเม็ดใหญ่ค่อยๆตกลงไปในรอยแยกนั้นก็ตะโกนลั่นแล้วพุ่งพรวดไปเก็บมันเข้าแหวนอย่างรวดเร็วทันที เขาต้องว้าวุ่นกับการเก็บผลึกด้วยความชุลมุน

              “นาน๊า!!อย่าเล่นแรงสิเอ้ย!!” เสียงตะโกนดังลั่นด้วยความเสียดายผลึกบางส่วนที่ตกลงไปในรอยแยกนั้นแต่ก็ต้องรีบพุ่งไปเก็บผลึกที่กระเด็นกระดอนก้อนต่อๆ ไปด้วยความเร็ว เหมือนเสียงตะโกนจะส่งไม่ถึงนานะเสียแล้ว

              “ลาหล่า ล๊า ลา ลา ฮืม ล๊าลาหล่า” เสียงเล็กๆฮัมเพลงตามอารมณ์ กระโดดโลดเต้นคล้ายกับเต้นรำในเชิงวิ่งเล่น วงเวทนับสิบๆวงบังเกิดด้วยนิ้วมือน้อยๆ ที่วาดไปมาอย่างคล่องแคล่ว พลันวาดเสร็จก็ส่งสายฟ้าน้ำแข็ง ลูกไฟ และหอกดินไปทั่วตามแบบศิลปะในอารมณ์ศิลปินของเธอเมื่อการโจมตีเหล่านั้นทำลายสัตว์เวทจนสัมฤทธิผลแล้วมันก็สลายหายไปเหลือไว้แต่เพียงรอยไหม้ไอความเย็น และเศษผงเศษดินเต็มพื้นที่ ผลึกปลิวกระจายไปตามแรง

     

              เธอไม่แม้แต่จะได้ยินเสียงตะโกนของพี่ชายเลย

              ด้านไผ่รีบเร่งเก็บก้อนผลึกด้วยความรวดเร็วนั้นรู้สึกเสียดายผลึกนับสิบๆก้อนที่ตกไปในรอยแยก เก็บไปเก็บมาเพลินจิตเลยฮัมเพลงละเลงเต้นรำไปอีกคน

              “เก็บไปเก็บมาก็สนุกดีแฮะอ๊ะก้อนนั้นก้อนใหญ่น่าดูเลย” ไม่พูดเปล่าฮัมเพลงไปเก็บทันใดแล้วโยนมันลงในแหวน

              ทางด้านนานะเธอฮัมเพลงจนมาถึงห้องของบอส กลไกประตูปิดลงขังเธอไว้ในนั้นอย่างโดดเดี่ยวแต่ไม่เดียวดายเพราะมีเพื่อนให้ 1 ตัวเป็นกระทิงที่รูปร่างโคตรใหญ่ มันยืนสองขา ตรงท้องมีกล้ามขนาดใหญ่ ส่วนลำตัวเหมือนกับลิงกอลลิล่าที่ชอบเบ่งกล้ามอวดสาวๆ

              สองมือมันถือขวานเหล็กที่ถูกทำมาอย่างดีตรงด้ามจับมีทองเคลือบอยู่ ด้านคมขวานมีถึง 2 ด้านลวดลายของมันเป็นรูปหัวกระทิงที่มีอัญมณีแดงก่ำทำหน้าที่คล้ายดวงตา หัวของมันเป็นหัวกระทิงที่มีเขางอกยาวออกมาและเงาวับ

              มันชูขวานขึ้นเหนือหัวแล้วคำรามลั่นก็ทำให้พื้นถ้ำถึงกับสั่นสะเทือน

              โฮก!!!!!!!!!!!!!!!

              “เกะกะ!!!” เสียงตะโกนแจ้วๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์ของนานะ เสียงคำรามของกระทิงดันขัดจังหวะการฮัมเพลงของเธอวงเวทสามวงซ้อนซึ่งวงหน้าสุดเป็นสีแดง วงกลางเป็นสีน้ำเงินและวงที่สามเป็นสีม่วงถูกวาดขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับสำแดงพลังอันแกร่งกล้า

              ซูม!!!!!!!!!!!!!!!!

              เสียงของไฟสามสีพุ่งผ่านลำตัวของกระทิงที่มันกำลังชูขวานอยู่เป็นอันเปิดช่องว่างตรงท้องให้โจมตีอย่างง่ายดายรูโหว่ขาดใหญ่ทะลุร่างมันอย่างไม่ปราณีใบหน้าของเจ้ากระทิงตอนนี้มันกำลังฉงนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วร่างกายก็ค่อยๆสลายหายไป

     

              เกร้ง!

              เสียงขวานอันวิจิตรกระทบกับพื้นแล้วแน่นิ่งพร้อมกับผลึกสีแดงขนาดใหญ่เท่าลูกเทนนิสตกอยู่อีกอันเป็นลูกแก้วสีฟ้าอ่อนที่เปล่งแสงจางๆพร้อมกับเขาของกระทิงคู่หนึ่งร่วงอยู่ตรงนั้นด้วย

              ตูม!!

              เสียงระเบิดดังด้านหลังนานะ

              “ประตูนี่เกะกะจริง อ้าวนานะจัดการเสร็จแล้วเหรอ แย่จังพี่ไม่ทันได้ดูเราสู้เลย หืม นั่นมันขวานนี่โหวนั่นผลึกก้อนใหญ่ ส่วนนั่นมันลูกแก้วอะไรหว่า” ไผ่มองไปยังสิ่งที่จะทำเม็ดเงินให้กับตนได้พลันก็พุ่งไปเก็บผลึกลูกแก้ว ขวาน และเขาของบอสกระทิงเข้าแหวนทันที

              “นานะไม่รู้อ่ะ มันเป็นของมนุษย์วัวน่ารำคาญเมื่อกี้ค่ะ”นานะพูดด้วยแววตาที่ใสซื่อ

              “หืม มนุษย์วัวเหรอส่งสัยคงเป็นบอสแหละ เก่งมากเลยนานะ” ไผทบทวนชั่วครู่แล้วลูบหัวนานะหยิกแก้มเธอเล่น และอุ้มเข้าสู่อ้อมกอด

              “นานะเก่งใช่ม๊า นานะเก่งนานะเก่ง” นานะน้อยได้รับคำชมก็ตื่นเต้นดีใจแล้วขึ้นไปนั่งบนไหล่น้อยๆของไผ่จากนั้นกระดิกเท้าไปมาตามประสา

              “จ้าๆ เสร็จภารกิจแล้วมั้งเรากลับกันเถอะ ส่วนชั้นต่อๆ ไปค่อยมาอีกทีก็แล้วกันเนาะ”

              “ค่า!!!!!!!!!!!!!กลับกัน กลับกัน นานะหิวข้าวแล้ว เย้ๆ ๆ”

    .................................

    ณดันเจี้ยชั้น 5

              เสียงแผ่นดินไหวบังเกิดขึ้นทำเอากลุ่มนักผจญภัยตกใจกลัวและอยู่ในความว้าวุ่นชุลมุน

              “มันเกิดอะไรขึ้นข้าว่าท่าไม่ดีแล้ว”

              “หัวหน้า!! เอาไงดีหน่วยอื่นๆ ต่างก็ขนของแล้วมุ่งหน้ากลับกันหมดแล้ว!!”

              “ก็กลับกันสิวะจะรีรออะไร ทุกคน!! กลับกิลด์!”

              “เห้ย หัวหน้าวิ่งไปแล้ว!”

    ..................................