ฉายาใหม่ของฉันที่เพิ่งได้มาคือ…
จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง
เป็เพราะตอนเกิดเหตุการณ์งานประมูลห้วงฝันมายาฉันใช้ ‘กำแพงเพลิงสีแดง’ ดึงดูดผู้คน แล้วกวาดเอาไอเท็มผิดกฎหมายจากการประมูลไปจนเกลี้ยง
นักข่าวคนหนึ่งซึ่งประทับใจกับกำแพงเพลิงนั้นก็เลยตั้งฉายานั้นให้ฉัน
แต่โชคดีที่ผู้คนให้ความสนใจกับประวัติการก่ออาชญากรรมอันเลวร้ายของบยอนซุนฮเวกับพรรคพวกมากกว่าจึงทำให้ชื่อโจรปริศนาแห่งผาแดงเงียบหายไป
เื่นั้นมันควรถูกกลบไปแบบนั้นแท้ๆ!
แต่ปัญหาเริ่มขึ้นหลังจากนั้นตอนที่ฉันเริ่มส่งมอบมรดกทางวัฒนธรรมให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติโดยไม่เปิดเผยชื่อจริง
เมื่อของทั้งหมดที่อยู่ในรายการประมูลถูกส่งคืนไปที่สำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมพวกเขาก็ได้ออกมาให้ข่าวกับสื่อ ทำให้ประเด็นของฉันเริ่มถูกสังคมพูดถึงด้วยชื่อเล่น‘จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง’ อีกครั้ง
[‘จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง’ ที่บุกเข้าไปในเกตห้วงฝันมายาส่งมอบมรดกทางวัฒนธรรมคืนให้รัฐบาล]
[สำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมขอขอบคุณวีรกรรมของ ‘จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง’ที่เปิดโปงความเลวร้ายของงานประมูลห้วงฝันมายา]
นับแต่นั้น’จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง’ ก็กลายเป็ฉายาของฉันไปโดยปริยาย
ใบหน้าของฉันร้อนผ่าว
ผาแดงงั้นเหรอ...
จอมโจรปริศนาอะไรกัน!
[ฉายา : ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง,ซูเปอร์โนว่าไร้นาม, จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง]
เมื่อตรวจสอบหน้าต่างสถานะคำว่า ‘จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง’ ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในส่วนของฉายาจริงๆ
ถึงจะมีแค่ฉันที่รู้ว่าโจอึยชินคือจอมโจรปริศนาแห่งผาแดงแต่ก็ยังคงห้ามความรู้สึกอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนีที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่ได้เสียที
หนึ่งวันหลังจากฉันเริ่มต่อสู้กับความอับอาย
ในที่สุดบยอนซุนฮเวก็เริ่มแตะต้องคนที่ไม่ควรไปยุ่ง
บทความหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าหลักของเว็บไซต์ข่าวกลาง
[ผู้เข้าร่วมงานประมูลห้วงฝันมายาเปิดเผยว่า ‘ัแดงน้อยยอมจุนยอลอยู่ที่นั่นด้วย’ หรือว่ายอมจุนยอลคือจอมโจรปริศนาแห่งผาแดง]
[บยอนซุนฮเวโต้กลับ เรียกร้องให้สอบสวน ‘ยอมจุนยอล’โดยอ้างตัวว่าเป็เหยื่อคดีวางเพลิง ทำลายทรัพย์สิน ปล้นทรัพย์ทำร้ายร่างกาย และประทุษร้าย ฯลฯ]
ยอมจุนยอลคือลูกชายคนเดียวของ‘ราชันอัคคีสีชาด’ ยอมบังยอลและเป็เพลเยอร์ดาวรุ่งที่ได้รับความรักจากผู้คนมากมายการโจมตีคนที่มีแฟนคลับรักใคร่มากมายแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับการฉุดบุคคลดังกล่าวลงบ่อโคลน มันคือชนวนเหตุของา
ไม่มีทางที่บยอนซุนฮเวจะเข้าใจอะไรแบบนั้นได้หรอก
ฉันเปิดอ่านคอมเมนต์ของบทความดังกล่าวเหล่าแฟนคลับที่คลิกเข้ามาอ่านบทความเพราะเห็นชื่อของยอมจุนยอลตอนนี้พร้อมใจกันแสดงความเห็นจนทะลุหลักพันคอมเมนต์
[จู่ๆ ก็หันมาเล่นงานยอมจุนยอลเฉยเลย]
[ฉันมีคนรู้จักอยู่ในทีมสิงห์แดงบยอนซุนฮเวพยายามติดต่อหาทีมสิงห์แดงเรื่อยๆ สงสัยเพราะจอมโจรปริศนาแห่งผาแดงใช้สกิลที่เกี่ยวกับไฟบยอนซุนฮเวเลยพูดทำนองว่า ‘งั้นก็มาตายไปด้วยกัน’ อะไรแบบนั้น]
[ตอนนั้นจุนยอลกำลังไลฟ์สดทำการแสดงโชว์ัอยู่บนโรงแรมลอยฟ้ามียอดผู้ชมหลักแสนเชียวนะ คิกๆ]
[ัแดงของเราดังใหญ่แล้ว แม้แต่จอมโจรคนดังยังพยายามเลียนแบบเขา ฮุๆ!]
[บยอนซุนฮเว ไม่ต้องป่วยนะ…แต่ตายไปเลยเถอะ]
เพราะยอมจุนยอลมีพยานและหลักฐานยืนยันตัวตนที่สมบูรณ์แบบคำกล่าวอ้างของบยอนซุนฮเวจึงไร้ผลยอมบังยอลกับทีมสิงห์แดงไม่พอใจกับเื่นี้มากจึงนัดนักข่าวเพื่อให้สัมภาษณ์
และในส่วนสุดท้ายของบทสัมภาษณ์ยอมบังยอลโกรธจัดเสียจนเอาแต่พูดซ้ำๆ ว่าบยอนซุนฮเวต้องถูกลงโทษอย่างสาสม
แม้จะมีการตอบโต้จากทางทีมสิงห์แดงและตำรวจเองก็ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนแต่ความเดือดดาลของบรรดาแฟนคลับของยอมจุนยอลกลับไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลงง่ายๆ
บยอนซุนฮเวคงกำลังสติแตกสุดขีด
เพราะบยอนซุนฮเวและพรรคพวกต่างเห็นฉันในรูปลักษณ์ของยอมจุนยอลชัดเต็มสองตาและตอนนี้คงกำลังสับสนจนแทบบ้าราวกับคำยั่วยุของฉันในวันนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูของบยอนซุนฮเวเขาเอาแต่พูดซ้ำซากทำนองว่า ฉันเห็นัแดงกับยอมจุนยอลจริงๆ ในแทบทุกบทสัมภาษณ์
กล่าวกันว่า‘แสงประทับ’ ไม่มีทางซ้ำกันได้ คัดลอกไม่ได้แต่ในที่เกิดเหตุมีัแดงและยอมจุนยอลแน่นอน
ในศูนย์ประชุมไม่มีอุปกรณ์บันทึกภาพใดๆให้ใช้เป็หลักฐานได้เลย
การที่บยอนซุนฮเวประสบความสำเร็จในการปกปิดความชั่วร้ายมาได้เนิ่นนานเพราะเขาสามารถควบคุมอุปกรณ์เ่าั้ได้อย่างเข้มงวด
รูปถ่ายเดียวที่เกี่ยวข้องกับจอมโจรปริศนาแห่งผาแดงบนหน้าหนังสือพิมพ์คือภาพของกำแพงไฟสีแดงสูงเสียดฟ้าที่ปิดล้อมศูนย์ประชุมไว้ทุกทิศเป็ภาพถ่ายจากระยะไกลดังนั้นคำพูดของบยอนซุนฮเวจึงดูเป็เพียงการใส่ร้ายป้ายสีด้วยหวังจะลากยอมจุนยอลลงนรกไปด้วยกันให้ได้เขาไม่ได้สำนึกในความผิดที่ตัวเองก่อเลยแม้แต่น้อยทุกครั้งที่อ้าปากจะต้องลากเอาชื่อของยอมจุนยอลมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ
นอกเหนือจากบยอนซุนฮเวยังมีกลุ่มคนไร้ยางอายอีกมากที่อ้างว่าตนคือเหยื่อและยืนกรานว่าพวกตนเห็นยอมจุนยอลในงานจริงๆ ไม่แปลกที่ในที่สุดความโกรธของกลุ่มแฟนคลับของยอมจุนยอลก็ทะลุถึงขีดสุดและพวกเขาจะไม่ทนอีกต่อไป นั่นจึงเป็จุดกำเนิดของ ‘บัญชีรายชื่อห้วงฝันมายา’
บัญชีรายชื่อที่รวบรวมรายชื่อกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้องกับงานประมูลห้วงฝันมายาซึ่งหามาด้วยทักษะในการขุดคุ้ยและเรียบเรียงถูกสร้างขึ้นโดยแฟนคลับของยอมจุนยอลและถูกนำไปอัปโหลดไว้ในหลายชุมชนออนไลน์โดยเน้นไปที่แฟนคลับนอกประเทศของยอมจุนยอลเป็หลัก โดยท้าทายไว้ด้วยว่า ‘ถ้าแน่จริงก็ฟ้องมา’
ไปขุดมาจากไหนกันเนี่ย…
ไล่ั้แ่รูปถ่ายสุดคมชัดของทุกคนไปถึงความชั่วในอดีตหลักฐาน และข้อมูลส่วนตัว พร้อมรายงานความคืบหน้าของผลการสืบสวนในปัจจุบัน
ด้วยจำนวนผู้ต้องสงสัยกว่าร้อยคนจึงมีบางรายที่เล็ดลอดจากสายตาของตำรวจไปได้ทว่าหลังจากบัญชีรายชื่อห้วงฝันมายาถูกเผยแพร่ออกไปบางรายที่เคยโชคดีรอดจากการสืบสวนชั้นต้นมาได้ก็ต้องถูกลากกลับเข้ามาสอบสวนอีกครั้งเพราะมีชื่ออยู่ในนั้น
บุคคลที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อห้วงฝันมายาต่างโกรธจัดแล้วโวยวายว่านี่คือการิ่ประมาทให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
แน่นอนข้อมูลที่เคยอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้จะลบยังไงก็ลบไม่หมด
แม้ในภายหลังเ้าของระบบการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตรายใหญ่จะแบนบางคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับบัญชีรายชื่อห้วงฝันมายาไปแล้วแต่ก็ไม่ใช่เื่ยากอะไร แค่พิมพ์คำใกล้เคียง หรือคีย์เวิร์ดอ้อมๆ หรือสแลงก็สามารถพบได้แล้วจึงมีข่าวลือหนาหูว่ายอมบังยอลแห่งทีมสิงห์แดงคือคนที่คอยสั่งให้อัปโหลดบัญชีรายชื่อห้วงฝันมายาอยู่เรื่อยๆ
ในท้ายที่สุดบัญชีรายชื่อห้วงฝันมายาก็กลายเป็ความลับที่ไม่ว่าใครๆก็สามารถเข้าถึงได้
หลังจากอ่านบทความและคอมเมนต์ฉันก็ตัดสินใจเหยียบเื่ที่ตัวเองใช้แสงประทับปลอมตัวเป็ยอมจุนยอลไว้จนวันตาย
ก่อนโรงเรียนจะเปิดเทอมยูซังฮุนก็ตัดสินใจนัดกินข้าวตามที่เคยตกลงกันไว้
จะเลือกบุฟเฟต์ฤดูหนาวของโรงแรม‘โฮเทลสโนว์แอนด์แอร์’ ดีไหม
หรือคอร์สอาหารค่ำแบบจำกัดจำนวนเพื่อระลึกถึงการมาเยือนเกาหลีของเพลเยอร์ซึ่งเป็เชฟทำขนมชื่อดังชาวฝรั่งเศสดีล่ะ
เราสามคนขบคิดกันอยู่นานว่าจะเลือกปริมาณหรือความคุ้มค่า
ในแง่ปริมาณบุฟเฟต์ชนะขาดลอยแต่จางนัมอุกเสนอให้กินอาหารฝรั่งเศสแบบคอร์สเพื่อทำความคุ้นเคยกับมารยาทบนโต๊ะอาหารไว้ล่วงหน้า เพราะในอนาคตเราอาจต้องเข้าร่วมอีเวนต์อย่างเป็ทางการของเพลเยอร์
และแล้วความลังเลจบลงอย่างง่ายดาย
เมื่อยูซังฮีได้ยินเข้าเธอก็เสนอทั้งสีหน้ารำคาญว่า ‘ก็ไปทั้งสองที่นั่นแหละ’
นอกจากนี้พ่อแม่ของยูซังฮุนยังบอกด้วยว่าหาก้าพวกเขาสามารถสั่งเมนูที่ฉันกับจางนัมอุกชอบมาเตรียมไว้ที่บ้านได้ทุกสุดสัปดาห์
เนื่องจากจางนัมอุกเข้าพักที่หอในของโรงเรียนเตรียมทหารแล้วจึงต้องรอให้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เขาจะสามารถออกจากหอพักได้พวกเราตัดสินใจไปกินคอร์สอาหารค่ำแบบจำกัดจำนวนในวันเสาร์ และบุฟเฟต์โรงแรมในวันอาทิตย์่บ่าย
เมื่อวันเสาร์มาถึงฉันก็ได้พบจางนัมอุกหลังจากห่างหายไปนาน
เนื่องจากกฎของโรงเรียนเตรียมทหารจางนัมอุกจึงต้องตัดผมสั้นเกรียน
“ทรงอะไรของนาย”
“…มันเป็กฎของโรงเรียน”
เมื่อได้ยินคำทักทายอย่างเป็มิตรของยูซังฮุนจางนัมอุกตอบพลางหลบสายตา
นี่แหละผมทรงทหาร
ทรงเดียวกับที่ฉันเคยตัดเมื่อหลายปีก่อน
แต่สำหรับจางนัมอุกที่ยังไม่เป็ผู้ใหญ่และยังไม่ได้เป็ทหารแต่เพราะกฎของโรงเรียนเพลเยอร์เตรียมทหารนั้นไม่ต่างกับโรงเรียนนายร้อยที่ผู้ใหญ่เข้าเรียนจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องตัดผมทรงเดียวกัน
“ไปดูเสื้อผ้ากันก่อนดีกว่า”
พวกเราซื้อสูทเผื่อไว้สำหรับเข้าร่วมอีเวนต์อย่างเป็ทางการของเพลเยอร์ในอนาคตโดยเลือกให้สอดคล้องกับเดรสโค้ดของภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส
หลังจากซื้อสูทสำเร็จรูปที่พนักงานร้านแนะนำก็ใกล้ถึงเวลาที่จองมื้ออาหารไว้พอดีเราสามคนจึงเปลี่ยนชุดแล้วเดินทางไปยังภัตตาคาร และเดินตามบริกรเข้าไปนั่งที่โต๊ะ
“จางนัมอุก ยินดีด้วยที่สอบติดโรงเรียนเพลเยอร์เตรียมทหารเป็อันดับสอง”
ฉันรอจังหวะเหมาะๆแล้วกล่าวแสดงความยินดีจางนัมอุกเผยสีหน้าประหลาดใจราวกับไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำพูดนี้
“นายรู้ได้ยังไง ขอบใจมากนะ…อึยชิน”
ยูซังฮุนที่กำลังคลี่ผ้าเช็ดปากถามด้วยสีหน้าตกตะลึง
“นายสอบได้ที่สองงั้นเหรอ”
จางนัมอุกที่ปกติพูดมากแท้ๆกลับปิดปากเงียบเมื่อเข้าสู่หัวข้อนี้
ถ้าฉันไม่บอกยูซังฮุนก็คงไม่รู้สินะ
บทความที่ฉันบันทึกเก็บไว้ถูกฉายออกไปเป็ภาพโฮโลแกรมในนั้นมีรูปถ่ายของจางนัมอุกกับอีกคนที่ฉันไม่รู้จัก
“ฉันบังเอิญเลื่อนไปเห็นบทสัมภาษณ์ของนักเรียนอันดับหนึ่งและอันดับสองที่สอบติดโรงเรียนเพลเยอร์เตรียมทหารน่ะ…จางนัมอุก นายเป็พวกไม่ขึ้นกล้องสินะ”
“ไม่เกี่ยวหรอก ตัวจริงก็อัปลักษณ์อย่างงั้นแหละ”
ยูซังฮุนหัวเราะคิกคักพลางเปรียบเทียบรูปถ่ายหน้าตาขึงขังผิดวิสัยกับจางนัมอุกตัวจริงตรงหน้าที่นิสัยร่าเริงตามปกติ
“ยังไงก็ยินดีด้วย แล้วที่หนึ่งเป็ใคร”
ยูซังฮุนหยอกล้อพอเป็พิธีก่อนเอ่ยแสดงความยินดีพลางบันทึกบทความเก็บไว้ในดีไวซ์ในขณะที่จางนัมอุกมองภาพนั้นด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน
“ขอบคุณสำหรับคำยินดีนะ ที่หนึ่งของรุ่นก็พักอยู่ห้องเดียวกับฉันเขาเป็คนที่…ดูแปลกๆ น่ะ”
เมื่อเอ่ยถึงบุคคลที่สอบได้ที่หนึ่งจางนัมอุกก็เผยสีหน้าซับซ้อน
แปลกงั้นเหรอ?
ฉันค่อยไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเื่คุย เพราะมันดูค่อนข้างเสียมารยาทถ้าหากเอาแต่ถามถึงคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วก็พอดีกับที่เมนูแรกของคอร์สถูกยกมาเสิร์ฟจึงไม่ยากที่จะเปลี่ยนเื่คุย
“เริ่มฝึกที่หอหรือยัง”
“เริ่มแล้วล่ะ โรงเรียนเตรียมทหารน่ะเปิดเทอมเร็วกว่าโรงเรียนปกติเล็กน้อยถึงจะฝึกค่อนข้างหนัก แต่ฉันคิดว่าคุ้มค่า”
แม้แต่ยูซังฮุนเองก็สนใจเกี่ยวกับหอพักมากกว่าที่หนึ่งของรุ่น
“หอพักเป็ยังไงบ้าง”
“ถึงจะเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก็แล้ว ทำความสะอาดก็แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหม็นอับอยู่ดี”
ฉันเข้าใจดีเพราะถึงจะไม่เคยพักในหอพักของโรงเรียนเตรียมทหาร แต่หอพักส่วนใหญ่ก็เป็แบบนั้นต่อให้ทำความสะอาดกับระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอจนไม่เห็นฝุ่นแม้แต่เม็ดเดียวแต่กลิ่นอับก็ไม่มีทางหายไป สุดท้ายก็ได้แต่รอให้ชินไปเอง
“ถ้านายไม่ชอบ กลับมาเรียนที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวังไหม”
ท่าทางยูซังฮุนจะยังตัดใจจากเื่นี้ไม่ได้ทว่าจางนัมอุกรีบตอบกลับอย่างเด็ดขาดทันที
“…ไม่เป็ไร มันคือการตัดสินใจของฉัน ต่อให้ในอนาคตจะเดินไปบนเส้นทางอื่นแต่ฉันต้องรับผิดชอบการตัดสินใจนี้ไปจนกว่าจะจบม.ปลาย”
เมื่อได้ยินคำตอบของจางนัมอุกยูซังฮุนก็ใช้ช้อนตักอามูสบุช[1]ขึ้นมากินด้วยสีหน้าปวดใจส่วนจางนัมอุกก็เริ่มบ่นเื่การรักษามารยาทบนโต๊ะอาหาร
พอได้พูดคุยกับเ้าพวกนี้เื่ที่เกิดขึ้นในวันปีใหม่ก็เหมือนเป็แค่ฝันตื่นหนึ่ง
ถึงฉันจะไม่เคยฝันแต่มันเหมือนฝันเลยจริงๆ
พวกเราสนทนาเกี่ยวกับอนาคตในโรงเรียนม.ปลายส่วนใหญ่จะเป็การคาดเดานั่นนี่ จากนั้นก็มาถึงประเด็น ‘เกตห้วงฝันมายา’หัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในโลกของเพลเยอร์หัวข้อที่ฉันต้องพยายามเกร็งมือไม่ให้สั่นสุดชีวิต เพราะตัวเอกในบทสนทนาคือ จอมโจรปริศนาแห่งผาแดง
ทำไมนักข่าวพวกนั้นถึงต้องตั้งฉายาว่าจอมโจรปริศนาแห่งผาแดงด้วยนะ
แค่เรียกว่า‘บุคคลปริศนา’ หรือไม่ก็ ‘คนร้าย’ไปเลยก็พอแล้วแท้ๆ
เมื่อเห็นอ็องเทร่[2]ถูกยกมาเสิร์ฟยูซังฮุนก็เปลี่ยนหัวข้อมาถามฉันแทน
“โจอึยชิน นายเรียนอยู่ห้องไหน ฉันห้องหนึ่ง”
ก่อนเข้าเรียนทางโรงเรียนจะแจ้งล่วงหน้าว่านักเรียนแต่ละคนจะได้เรียนห้องไหนและฉันก็เรียนอยู่ห้องใกล้ๆ กับยูซังฮุน
“ห้องศูนย์”
พวกเขามองไปยังประกาศแจ้งเตือนที่ส่งมาในดีไวซ์ที่แจ้งว่าฉันอยู่ห้องศูนย์ ซึ่งนั่นเป็ผลจากการทำข้อตกลงกับท่านประธาน
แกรก!
เคร้ง—
ฉันได้ยินเสียงช้อนตกลงพื้น
ยูซังฮุนและจางนัมอุกที่เอาแต่บ่นเื่มารยาทบนโต๊ะอาหารพร้อมใจกันทำช้อนหล่นโดยไม่ได้นัดหมาย
เป็อะไรของพวกเขาเนี่ย
ฉันเอียงศีรษะสงสัยในขณะที่จางนัมอุกกับยูซังฮุนเอาแต่อ้าปากค้าง
“นายมีประวัติอาชญากรรม?”
“สารภาพมา! โจอึยชิน”
พูดเื่อะไรกัน?
ดูเหมือนว่าห้องศูนย์จะมีชื่อเสียงในทางแย่กว่าที่คิดฉันเลี่ยงการตอบคำถามแล้วหันกลับมาดื่มด่ำกับมื้ออาหารแสนอร่อยอย่างใจเย็น จนกระทั่งถึงเวลาแยกย้ายทั้งสองก็ยังมีสีหน้าเป็กังวลเกี่ยวกับเื่ที่ฉันเรียนห้องศูนย์
ฉันไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนม.ต้นเลยแม้แต่กิจกรรมเดียวไม่ว่าจะคาบเรียนหรือพิธีจบการศึกษา
แม้ครูประจำชั้นจะพยายามโทรหาฉันอยู่สองสามครั้งแต่ฉันก็ตอบกลับไปว่า ‘ผมยังเหนื่อยกับเื่ของซนมินกิอยู่’ จากนั้นก็ไม่มีใครมายุ่งกับฉันอีก
ตอนนี้โรงเรียนม.ปลายอึนกวังใกล้เปิดภาคเรียนเต็มทีแล้วคงไม่มีเวลาให้หันไปสนใจเื่นั้นนอกจากการรวบรวมสิ่งที่จำเป็ให้ครบก่อนโรงเรียนเปิด
ฉันเริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับโลกฝั่งนี้ซื้อไอเท็มที่จำเป็ ฝึกฝนร่างกาย และเตรียมตัวสำหรับพิธีเปิดภาคเรียนใหม่
จนกระทั่งล่วงเข้าสู่เดือนมีนาคม
พิธีเปิดภาคเรียนเริ่มขึ้นแล้ว
[1] มาจากภาษาฝรั่งเศสหมายถึง ของว่างขนาดพอดีคำสำหรับเรียกน้ำย่อย
[2] ของว่างก่อนมื้ออาหารหรือก่อนเสิร์ฟอาหารจานหลัก