หลังจากที่ตรวจสอบและได้อัพเดทข้อมูลอะไรเสร็จสรรพ ทันย่าก็ได้ทะยานขึ้นไปยังท้องฟ้าด้านบน โดยที่ไม่ได้สนใจถึงผู้คนที่กำลังโวกเวกโวยวายทางด้านหลังเลยซักนิด เพราะเป้าหมายของเขาตอนนี้คือสมาพันธ์โลก ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน เขาก็ไม่ต้องการมันทั้งสิ้น
ไม่นานทันย่าก็ได้มาถึงตึกอาคารแห่งนึง สถานที่นี้ใหญ่โตไม่ต่างไปจากตึกอาคารแห่งอื่น แต่ในช่วงเวลาดึกเช่นนี้ ย่อมต้องมีผู้คนที่น้อยมาก
ทันย่าก้าวเท้าสู่ประตูอาคารสูงตระหง่านที่ถูกตกแต่งด้วยกระจกสีเงิน และแสงสะท้อนจากเทคโนโลยีล้ำยุคที่แฝงอยู่ตามผนัง
ประตูเลื่อนเปิดอัตโนมัติอย่างไร้เสียง ราวกับอากาศรอบตัวถูกควบคุมไปทั่วทุกอนู
ทันย่าจับจ้องไปรอบๆ อาคารนี้เป็นที่รู้จักกันดีในวงการค้าอาวุธ เทคโนโลยีชั้นสูง และสินค้าหายากสำหรับนักรบหรือผู้ที่มีอำนาจในสังคม เขาเดินเข้ามาด้วยความแน่วแน่ แม้จะไม่ได้ปรารถนาในอาวุธรูปแบบอื่นๆก็ตาม แต่ข้อมูลที่เขาได้รับมา แน่นอนว่าจะต้องเป็นองค์กรแห่งนี้
ชายหนุ่มในชุดโค้ทสีดำที่สง่างาม แฝงด้วยพลังลึกลับจากร่างกายที่ทรงพลังของเธอ ทำให้เขาดูเป็นคนที่ไม่ธรรมดา เขามีเรือนร่างสูงใหญ่
ร่างกายที่สัดส่วนสมบูรณ์ไร้ที่ติ ในแววตามีประกายเย็นชานั้นเต็มไปด้วยการคำนวณ
เขากำลังประเมินทุกสิ่งรอบตัวในทันทีที่ก้าวเข้ามา ดาวาลเองก็ดวงตากลมโต ภายในนัยน์ตาเปล่งแสงไปด้วยความส่องประกาย
รีบเข้าตรวจสอบเช่นเดียวกัน
“ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านผู้เยี่ยมชม!”
เสียงนุ่มของพนักงานต้อนรับดังขึ้น เธอเป็นหญิงสาวในชุดทำงานสีเงินสวยงาม คิ้วเรียวและริมฝีปากที่ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร แต่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภายใต้ความอ่อนหวานนั้นแฝงไว้ด้วยอำนาจและทักษะการต่อสู้หรือไม่
“วันนี้มีอะไรให้ทางเรารับใช้บ้างคะ?”
พนักงานโค้งตัวต้อนรับและกล่าวอย่างสุภาพ พลางจ้องมองไปยังใบหน้าที่งดงามของเธออย่างประหลาดใจ
“ขอดูอาวุธของนักสู้พันธุกรรม ถ้าเป็นไปได้ขอดูอาวุธที่เกี่ยวข้องกับพลังจิต”
ทันย่าหันมามองเพียงแวบเดียวก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนค่ะ กรุณาตามมาทางนี้!”
พนักงานพยักหน้ารับด้วยความสุภาพ
เธอรีบนำทางทันย่าไปยังห้องแสดงอาวุธขนาดใหญ่ที่มีการจัดแสดงอาวุธหลากหลายแบบ ตั้งแต่ดาบโลหะล้ำค่าไปจนถึงเกราะเทคโนโลยีชั้นสูงที่สามารถปรับเข้ากับร่างกายของผู้สวมใส่ สถานที่แห่งนี้ย่อมมีอาวุธที่แข็งแกร่งทั้งหมด
[ไม่เลวเลยที่รัก แต่น่าเสียดายที่ชุดที่เจ้าสวมใส่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว]
ในตอนนั้นทันย่าได้เดินผ่านดาบที่แขวนไว้บนแท่นที่มีแสงไฟสะท้อนประกาย และอาวุธชิ้นนี้สามารถดึงความสนใจของเขาได้มาก
[โอ้! นี่คือดาบที่ถูกสร้างขึ้นจากเขี้ยวของมอนเตอร์กลายพันธุ์?]
เพียงแค่มองดาวาลก็สามารถมองได้ในทันที ดาบที่ทำจากคมเขี้ยวที่เธอจำได้ว่าเป็นวัสดุที่ถูกสกัดจากมอนเตอร์กลายพันธุ์ที่ไม่ธรรมดา มันมีลักษณะมันวาวแปลกตา มีรูปร่างที่แหลมคมและน้ำหนักที่สมดุล เพียงแค่มองก็รู้ว่ามันสามารถฟันศัตรูขาดเป็นสองส่วนได้ในทันที
ทันย่าเอื้อมมือไปสัมผัสมัน
ทว่าในตอนนั้นก่อนที่เขาจะสามารถยกดาบขึ้นมาได้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“อืม... ดาบเล่มนั้นไม่เหมาะกับเจ้าเลยล่ะ”
“ข้าว่าข้าเหมาะสมกับดาบเล่มนี้มากกว่า”
ทันย่าหันหน้าไปทางต้นเสียง เขาได้เห็นชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีทองปักลายแพรอย่างละเอียด
ที่แขนของเขามีหญิงสาวสองคนสวมชุดหรูหรา หน้าตางดงาม กำลังหัวเราะอย่างน่ารังเกียจ
ชายหนุ่มที่พูดนั้นมีใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ที่ดูเหมือนแฝงไว้ด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่ง เขาคือ พานหลี่ หนึ่งในคุณชายจากตระกูลพาน ผู้มีชื่อเสียงทั้งในเรื่องความมั่งคั่งและความเย่อหยิ่ง
“นี่มัน.. ไม่มีทางน่า!”
พานหลี่มองทันย่าด้วยสายตาประเมินจากหัวจรดเท้า ใบหน้าของเขาบ่งบอกถึงความพึงพอใจชัดเจน
“ข้านี่มันเจอแจ็กพอตจริงๆ ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะมีหญิงสาวที่งดงามเหนือโลกเช่นนี้อยู่ด้วย”
“บอกตามตรง.. ตัวข้ารู้สึกสนใจเจ้าจริงๆ หญิงเช่นเจ้าคู่ควรกับคนอย่างข้าอย่างถึงที่สุด”
ทันย่าไม่ได้สนใจคำพูดดังกล่าว ดวงตาของเขายังคงเย็นชาดั่งเดิม ขณะที่หันกลับไปมองดาบตรงหน้าและเตรียมจะหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง
แต่พานหลี่กลับเดินเข้ามายืนขวาง เขายิ้มอย่างมั่นใจ
“ดาบเล่มนั้นข้าจะซื้อให้เจ้า หากเจ้ายอมออกไปดื่มกับข้าในคืนนี้!”
คำพูดของพานหลี่ทำให้หญิงสาวที่อยู่ข้างๆหัวเราะคิกคัก เสียงของพวกเธอดูถูกและเยาะเย้ย แต่ทันย่าไม่แสดงท่าทีใดๆ นอกจากเงยหน้ามองพานหลี่เล็กน้อย
“แกคิดว่าฉันจะสนใจสิ่งที่เจ้าพูดงั้นหรือ?”
น้ำเสียงของทันย่าทำให้ทุกคนในที่นั้นหยุดหัวเราะ จ้องไปที่พานหลี่ด้วยความเย็นชา
“อย่ามาขวางทาง ไม่อย่างนั้นแกจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวด!”
ในน้ำเสียงของทันย่าเหมือนจะอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ได้ ทำให้พานหลี่ต้องยิ้มเหยียดพร้อมกับนัยน์ตาที่สว่างวาบ
“โอ้? เจ้าเป็นคนดุจริงๆ ข้าชอบคนแบบนี้”
“เจ้ายิ่งทำให้ข้าต้องการเจ้ายิ่งขึ้นไปอีก”
ขณะที่พูด ชายหนุ่มก็ยื่นมือเข้ามาจับแขนของทันย่า แต่ทันทีที่เขาเอื้อมมือมาใกล้ แขนของเขาก็ถูกหยุดไว้ด้วยแรงกดดันที่มหาศาล
ทันย่าจับข้อมือของพานหลี่ไว้แน่น ร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด แม้ว่าจะไม่ได้ใช้แรงมากนัก แต่สำหรับพานหลี่เหมือนกับถูกบีบด้วยกรงเล็บเหล็ก ความต่างของนักสู้พันธุกรรมระดับธรรมดากับนักสู้แห่งดาวเคราะห์ ขอเพียงแค่ทันย่าออกแรงนิดเดียวก็ทำให้ทุกสิ่งจบสิ้น
“ปล่อย!นะเว้ยนังบ้า!”
ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าที่เคยยิ้มอย่างมั่นใจแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่หวาดกลัว
“เฮ้อ ไม่ว่ายังไง คนแบบพวกแกก็ย่อมมีอยู่ทุกที่ละนะ”
ทันย่าถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายและกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชามากกว่าเดิม
[อย่าสังหารมันนะศิษย์รัก ในเมืองหรู่หมิงมีกฎว่าห้ามสังหารคนมั่วซั่ว]
ได้ยินคำพูดของดาวาล ทันย่าก็ปล่อยมือของมันอย่างไม่สนใจ
“จะ..จะ..เจ้า!”
พานหลี่ถอยหลังด้วยความรีบ ข้อมือของเขาแดงเถือก แต่เขายังพยายามทำให้ตัวเองดูมีศักดิ์ศรีอยู่
“ข้าจะไม่ลืมสิ่งนี้! เจ้าจะต้องเสียใจ!”
เขาตะโกนขณะพยายามเก็บความเจ็บปวดและเดินจากไปพร้อมกับหญิงสาวที่รีบติดตาม
ทันย่าไม่แม้แต่จะหันมอง เขาหันกลับไปที่ดาบในมือ และใช้ปลายนิ้วลูบไปตามคมดาบอย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นไรหรือคะ นั้นคือคนของตระกูลพาน!”
พนักงานสาวตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอเอ่ยเตือนทันย่าอยู่เล็กน้อย
แต่ทันย่าเพียงแค่หยิบดาบขึ้นมาเพียงครู่เดียว ก่อนจะวางมันลงบนแท่นเช่นเดิม ความรู้สึกเฉยชานั้นยังคงอยู่ในดวงตาของเขา
“ดาบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฉันสนใจ”
เขาพูดเบาๆ แต่น้ำเสียงกลับแฝงด้วยความแน่วแน่ จากนั้นจึงหันไปถามพนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ฉันมาเพื่อสิ่งอื่น เธอพอจะมีอาวุธที่เกี่ยวข้องกับพลังจิตหรือไม่?
พนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามเช่นนี้ อาวุธพลังจิตถือเป็นสิ่งที่หายากและมีความอันตรายอย่างยิ่ง หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมจิตที่แข็งแกร่ง อาวุธเหล่านี้อาจย้อนกลับมาทำลายผู้ใช้เองได้ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตาเย็นชาของทันย่า พนักงานสาวก็รีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“มีดพลังจิต… ทางเรามีอยู่ค่ะ เป็นมีดบินคุณภาพพิเศษ มีตั้งแต่ระดับ D C B A S”
“อาวุธพลังจิตระดับ S ถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการที่พิเศษ มันทรงพลังและแข็งแกร่งมากที่สุด ทว่าก็มีราคาที่แพงมหาศาลเช่นเดียวกัน”