หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าบิดาของตนปลอดภัยและฟื้นคืนพลังได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เฟิงหลงก็นั่งลงขัดสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังของตนเอง เขากำ "ไข่มุกแก่นสุริยัน" ที่พลังงานลดลงไปเกือบครึ่งไว้ในมือ... ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยความมุ่งมั่น
"ท่านพ่อ... ข้าจะใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนเพื่อปิดด่านฝึกตนอย่างจริงจัง ข้าจะดูดกลืนพลังงานที่เหลืออยู่ในไข่มุกนี้ให้หมดสิ้น เพื่อทะลวงสู่ขั้นปราณปฐพีระดับสี่ให้ได้! เมื่อถึงตอนนั้น... ความแข็งแกร่งของข้าจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
แต่แล้ว... คำพูดที่เขาไม่คาดคิดก็ดังขึ้น
"หยุดก่อน หลงเอ๋อร์"
เฟิงเจิ้น ที่นั่งพักอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาของเขาที่บัดนี้กลับมาเปี่ยมด้วยพลังของยอดฝีมือระดับราชันย์ จ้องมองบุตรชายของตนเองอย่างลึกซึ้ง "เจ้า...กำลังจะทำผิดพลาด... ผิดพลาดเช่นเดียวกับที่ข้าเคยทำมาตลอดชีวิต"
เฟิงหลงชะงักไป เขามองหน้าบิดาด้วยความไม่เข้าใจ "ท่านพ่อ... ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
เฟิงเจิ้นถอนหายใจยาว... "เจ้าแข็งแกร่ง... เจ้ามุ่งมั่น... และเจ้ากล้าหาญ... คุณสมบัติทั้งหมดนี้เจ้ามีเหนือกว่าข้าในวัยเดียวกันหลายเท่านัก แต่เจ้ากำลังมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดไป... สิ่งที่ทำให้ตระกูลเฟิงของเราต้องล่มสลาย"
"ท่านพ่อ... ตระกูลเราล่มสลายเพราะเราอ่อนแอเกินไป..."
"ไม่ใช่!" เฟิงเจิ้นกล่าวสวนขึ้นมาทันที "นั่นเป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่ง! แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ... เราโดดเดี่ยวเกินไป!"
"ข้าเอาแต่ฝึกฝน... เอาแต่คิดว่าหากข้าแข็งแกร่งพอ ข้าก็จะปกป้องตระกูลได้ ข้าไม่เคยสร้างพันธมิตร... ไม่เคยสนใจในอำนาจทางการเมือง... ไม่เคยให้ความสำคัญกับ 'ข้อมูล' หรือ 'ข่าวกรอง'... ในสายตาของข้าตอนนั้น ทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องไร้สาระเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่แท้จริง... และผลลัพธ์ก็คือ... เมื่อตระกูลเซียวและตระกูลหลันร่วมมือกันใส่ร้ายเรา... เราก็ไม่มีใครเลยที่จะช่วยพูดแทนเรา... ไม่มีใครเลยที่จะคอยส่งข่าวเตือนเรา... เราถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและถูกรุมทึ้งอย่างง่ายดายราวกับลูกแกะที่พลัดฝูง!"
คำพูดของเฟิงเจิ้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของเฟิงหลง! เขานิ่งอึ้งไป...
"เจ้า... เจ้ากำลังทำเช่นเดียวกัน หลงเอ๋อร์" เฟิงเจิ้นกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "เจ้าเอาแต่ฝึกฝน... เอาแต่คิดว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น... เจ้าไม่สนใจตำแหน่งศิษย์สายตรง... ไม่สนใจทรัพยากรที่สำนักมอบให้... และไม่สนใจที่จะสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใด... เจ้าคิดว่าการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งคือคำตอบของทุกสิ่ง... แต่เจ้าคิดผิด"
"สำนักเมฆาครามไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับฝึกยุทธ์... แต่มันคือ 'สมรภูมิ' อีกรูปแบบหนึ่ง... สมรภูมิที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า... ที่ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขัน, การเมือง, และการช่วงชิงอำนาจ! การที่เจ้าได้เป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสเยว่... นั่นไม่ใช่แค่เกียรติยศ... แต่มันคือ 'ทรัพยากร' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! มันคือ 'โล่' ที่ทรงพลังที่สุดที่จะปกป้องเจ้าจากศัตรูอย่างหวังเฉินและคนอื่นๆ! เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้มัน!"
"เจ้ามีสิทธิ์เข้าถึงเคล็ดวิชาในหอคัมภีร์ชั้นสูงสุด... เจ้ามีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลข่าวกรองของสำนัก... และเจ้ามีสิทธิ์ที่จะสร้างสายสัมพันธ์กับศิษย์คนอื่นๆ ที่มีอนาคตไกล... สิ่งเหล่านี้... คืออาวุธที่ทรงพลังไม่แพ้พลังลมปราณของเจ้าเลยแม้แต่น้อย!"
เฟิงหลงยืนนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า...
เขานึกย้อนกลับไป... ตั้งแต่ที่เขากลับมาจากหุบเหว... ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยการฆ่าฟันและการแก้แค้น... เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นเลย... เขาคิดแต่เพียงว่าหากเขาแข็งแกร่งพอ เขาก็จะสามารถบดขยี้ศัตรูได้ทั้งหมด...
แต่เขาคิดผิด...
หากเขาฉลาดกว่านี้... หากเขาสร้างพันธมิตร... หากเขามีข้อมูลมากกว่านี้... บางทีการล้างแค้นของเขาอาจจะง่ายดายและสูญเสียน้อยกว่านี้ก็เป็นได้
เขาเกือบจะเดินซ้ำรอยความผิดพลาดของบิดา... ความผิดพลาดที่ต้องแลกมาด้วยการล่มสลายของทั้งตระกูล!
ความเข้าใจใหม่ได้สว่างวาบขึ้นในใจของเขา!
"ข้า...ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ" เฟิงหลงกล่าวออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง "ข้า...เกือบจะถูกความแค้นบดบังสายตาไปแล้ว"
เขามองไปยังไข่มุกแก่นสุริยันในมือ... ก่อนจะเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติอย่างไม่ลังเล
"ข้าจะไม่ปิดด่านฝึกตนตอนนี้" เขากล่าวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ได้มีเพียงแค่ไอสังหารที่เย็นเยียบ... แต่บัดนี้มันได้มีความลึกซึ้งและชาญฉลาดราวกับมหาสมุทรที่สงบนิ่งเข้ามาแทนที่
"ข้าจะกลับไปยังสำนัก... ข้าจะกลับไปยัง 'เรือนเงาจันทร์'... ข้าจะไปคารวะท่านอาจารย์... และข้าจะเริ่มเรียนรู้ที่จะเล่น 'เกม' ในสมรภูมิที่มองไม่เห็นแห่งนี้"
"ข้าจะใช้ทุกทรัพยากรที่ข้ามี... ข้าจะสร้างอำนาจของข้าขึ้นมาในเงามืด... และข้าจะทำให้ศัตรูของข้าต้องพ่ายแพ้... ไม่ใช่แค่ด้วยกำลัง... แต่ด้วยสติปัญญาและกลอุบายที่เหนือกว่า!"
เฟิงเจิ้นมองดูบุตรชายของตนเองด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ... บัดนี้... อสูรร้ายที่บ้าคลั่งได้วิวัฒนาการแล้ว...
มันได้กลายเป็นราชันย์อสูรที่แท้จริง... ผู้ที่รู้ว่าเมื่อใดควรจะใช้คมเขี้ยว... และเมื่อใดควรจะซ่อนมันไว้ในเงามืด...
"ดี... ดีมาก" เฟิงเจิ้นพยักหน้า "นั่นแหละคือบุตรชายของข้า"
เฟิงหลงโค้งคำนับให้บิดาของเขาอีกครั้ง "ท่านพ่อ โปรดพักฟื้นอยู่ที่นี่ก่อน... ข้าจะไปสร้าง 'บ้าน' ที่แท้จริงของเราในสำนัก... บ้านที่จะไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องได้อีก"
สิ้นเสียงพูด... เขาก็หันหลังและทะยานร่างออกจากหุบเขาเพลิงอัคคี...
การเดินทางบนสมรภูมิที่แท้จริง... สมรภูมิแห่งอำนาจและกลอุบาย... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น