ทั้งสองเดินตามบุรุษผู้นั้นก็เห็นว่าเขากำลังยืนมองร้านซาลาเปาจ้องมองพลางกลืนน้ำลายอย่างคนหิวโหย
"เถ้าแก่ข้าเอาซาลาเปาห้าลูก"โจวจื่อซินยื่นหินศิลาิญญาให้เถ้าแก่หนึ่งก้อนและรับมาก่อนจะยื่นให้กับบุรุษผู้นั้น
"อะ ข้าให้ ข้าโจวจื่อซินและนี่อวิ๋นเฟยเฟิ่งแล้วเ้าชื่ออะไร"โจวจื่อซินเอ่ยพร้อมกับแนะนำตัวเอง
"ให้ข้าหรือ แต่ว่าทำไมถึงให้ข้าล่ะ"เขามองโจวจื่อซินอย่างสงสัยและยังไม่กล้ารับซาลาเปามาถึงจะหิวมากขนาดไหนก็ตาม
"เ้ามาคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักยุทธ์ใช่หรือไม่ข้าขอถาม เ้าจะเขาสำนักยุทธ์ใด"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเข้าใจดีว่าเขาเองก็ไม่ไว้ใจพวกตนจึงไม่กล้ารับและยังไม่รีบร้อนรับของนั้นถือว่าเขาเป็คนใช้ได้เลยทีเดียวต่อให้ตัวเองหิวแค่ไหนแต่ก็ยังไม่รับของจากคนแปลกหน้า
"ใช่ ข้าจะเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามทำไมหรือ"เขามองไปที่สตรีชุดสีเปลือกไข่ที่ชื่ออวิ๋นเฟยเฟิ่งอย่างสงสัยแต่ก็ตอบตามตรง แล้วมันเกี่ยวกับซาลาเปาตรงไหนเขาไม่เข้าใจ
"เช่นนี้เ้าควรรับซาลาเปาไว้ ถือว่าเป็น้ำใจของสหายร่วมสำนักพวกข้าก็จะเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามเช่นกัน เมื่อเข้าไปแล้วเ้าก็คอยปกป้องพวกข้าเป็อย่างไร"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยเพื่อให้เขาสบายใจ
"ได้!ข้าจะปกป้องพวกเ้าหากเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามได้ ข้าชื่ออู๋เหล่ย"อู๋เหล่ยรับปากหนักแน่นและรับซาลาเปามากินอย่างไม่เกรงใจ เขาเข้าใจว่าพวกนางอาจ้าคนปกป้องเมื่อเข้าสำนักยุทธ์แล้วอาจมีคนมารังแกจึงหาคนช่วยอีกอย่างพวกนางก็เป็สตรีบอบบางย่อมกลัวเป็ธรรมดา
"เช่นนั้นเราก็ถือว่าเป็สหายกันแล้ว เช่นนั้นเ้าก็ไปพักกับพวกเราก็ได้"โจวจื่อซินเอ่ยไม่คิดว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะมีวิธีหว่านล้อมคนได้ดีเช่นนี้อีกทั้งยังมีคนคอยปกป้องเพิ่มอีกด้วย
"ข้าไปพักกับพวกเ้าได้จริงหรือ"อู๋เหล่ยมองทั้งสองอย่างใพวกนางไว้ใจคนแปลกหน้าเกินไปแล้ว และนั้นทำให้เขาสัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องพวกนางเป็อย่างดี
"จริงแท้แน่นอน เฟยเฟิ่งเป็เ้าของจวนนางให้เ้าอยู่ได้"โจวจื่อซินว่าพลางมองไปที่อวิ๋นเฟยเฟิ่ง
"ขอบคุณพวกเ้ามาก ข้ารู้สึกละอายนักแต่ว่าข้าจะตอบแทนด้วยการปกป้องพวกเ้าจะไม่ให้ใครรังแกแม้แต่ปลายเส้นผม"อู๋เหล่ยเอ่ยหนักแน่นด้วยสีหน้าจริงจังกล่าวจบก็หยิบซาลาเปามากินต่อ
"ว่าแต่ตอนนี้เราจะไปไหนกันต่อ"โจวจื่อซินถามเพราะนี่ก็เดินมานานแล้ว
"หากพวกเ้าไม่รู้จะไปที่ใด ข้าได้ยินมาว่ามีหอสุราขึ้นชื่อมากมีทั้งสุราิญญาที่มักบ่มเป็ร้อยปีและยังมีสุราิญญาของดินแดนต่างๆอีกด้วย พวกเ้าสนใจหรือไม่"อู๋เหล่ยเอ่ยเมื่อได้ยินเขาที่มาอยู่เมืองหลักได้สักพักก็พอจะรู้เื่ต่างๆมาบ้าง
"ก็ดีเหมือนกันข้าอยากลองชิมดูว่าจะสมคำร่ำลือหรือไม่"อวิ๋นเฟยเฟิ่งตาเป็ประกายนางก็อยากจะรู้นักว่าสุราิญญาเ่าั้จะสู้บลัดดี(Bloody)(เหล้าเบอร์เบิ้นชนิดหนึ่งมีหลายยี่ห้อ)ยี่ห้อหรูของนางที่อยู่ในตู้เย็นได้หรือไม่
เดินไปประมาณ1เค่อก็ถึงหอสุราขึ้นชื่อ มองขึ้นไปจะเห็นตัวอักษรสลักชื่อร้านว่า 'เซียวเฟิ่ง' ด้วยตัวสีแดงเด่นสง่าน่าเกรงขาม ผู้คนที่เข้ามาในหอสุราเซียวเฟิ่งจะไม่กล้าสร้างความวุ่นวายด้วยรู้ว่าหอสุรานี้นอกจากขายสุราแล้วยังเป็สถานที่ขายข่าวอีกด้วยไม่ว่าจะเื่เล็กไปจนถึงเื่ใหญ่ไม่ว่าจะดินแดนใดล้วนไม่พลาดสายตาของหอสุราเซียวเฟิ่ง
ว่ากันว่าหอสุราแห่งนี้มีอยู่ทุกดินแดนและยังมีข่าวว่าขุมกำลังที่อยู่เื้ันั้นไม่ธรรมดาสามัญเลยการที่จะตั้งหอสุราเซียวเฟิ่งได้ในทุกดินแดนไม่ใช่เื่ง่ายเลย
อวิ๋นเฟยเฟิ่งรู้สึกสะกิดใจกับชื่อหอสุราแห่งนี้นักทั้งสามพากันเดินเข้าไปด้านในก็เห็นบรรยากาศโดยรอบมีไหสุราวางประดับตามมุมร้านแต่ว่ามีแค่ไหที่เขียนชื่อสุราเอาไว้เท่านั้นหาได้มีสุราอยู่ด้านในเพียงแค่โชว์ว่ามีสุรานี้ก็เท่านั้น
"คุณหนูทั้งสอง คุณชาย้าสุราแบบใดหรือขอรับหอสุราเซียวเฟิ่งของเรามีั้แ่สุราธรรมดาหลากหลายรสชาติไปจนถึงสุราิญญาของต่างแดน เชิญกล่าวมาได้เลย"เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับทั้งสามคนด้วยในหน้ายิ้มแย้มเป็มิตรและกล่าวบรรยายเสนอสุรา
"ข้า้าสุราชวนฝันของดินแดนเทพสามไหและสุราโลหิตทองดินแดนมารสามไห"อวิ๋นเฟยเฟิ่งบอกกับเสี่ยวเอ้อเพราะในดินแดนเทพนางชื่นชอบสุราชวนฝันมาก เนื่องจากว่ามันหมักมาจากดอกไม้ชวนฝันมีรสชาติหอมนุ่มคอกินแล้วรู้สึกเหมือนกำลังฝัน
ส่วนสุราโลหิตทองเนื่องจากว่าสีของมันเป็ดังสีของโลหิตแต่พอรินออกมาแล้วกลับกลายเป็สีทองจึงเป็ชื่อที่มาของมันและเป็สุราที่คนผู้นั้นชอบ
"ขอรับสุราิญญาชวนฝันสามไหและสุราิญญาโลหิตทองสามไห โปรดรอสักครู่"กล่าวจบเสี่ยวเอ้อก็เดินจากไปถึงเขาจะแปลกใจมากที่คุณหนูท่านนั้นรู้จักสุราโลหิตทองเพราะปกติจะไม่มีคนรู้จักสุรานี้นอกจากคนผู้นั้น
โจวจื่อซินนึกไม่ถึงว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะรู้จักสุราดินแดนเทพและสุราจากดินแดนมารนั้นหมายความว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งต้องมีเื้ัไม่ธรรมดาแน่นอน
ไม่นานเสี่ยวเอ้อก็เดินถือไหสุราทั้งหกไหออกมา"ได้แล้วขอรับทั้งหมดหนึ่งพันสองร้อยผลึกิญญาขอรับ"กล่าวพร้อมกับยื่นสุราให้กับนาง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเก็บไหสุราเข้าแหวนมิติจากนั้นก็จ่ายค่าสุราทั้งหกไหอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะในดินแดนเทพก็ขายราคาประมาณนี้
ต่างกับอู๋เหล่ยถึงกับกล่าวอะไรไม่ออกและนึกเสียดายผลึกิญญาที่จ่ายออกไป อวิ๋นเฟยเฟิ่งถึงกับสามารถซื้อสุราิญญาได้ตั้งหกไห! อย่าว่าแต่หกไหเลยต่อให้เป็คุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ในแดนมนุษย์ก็สามารถซื้อสุราิญญาได้แค่หนึ่งไหเท่านั้น
"ดูแลนางให้ดี"เสียงเอ่ยเรียบเย็นในขณะที่สายตามองส่งร่างบางที่เดินออกไป
บุรุษชุดคลุมสีดำปิดบังใบหน้าโค้งตัวรับคำสั่งจากนั้นก็หายวับไปอย่างไรร่องรอย
หลังจากออกจากหอสุราเซียวเฟิ่งแล้วทั้งสามเดินดูของอีกนิดหน่อยก็พากันกลับจวน ดีที่จวนเป็จวนใหญ่พอสมควรจึงมีห้องหลายห้อง อวิ๋นเฟยเฟิ่งยกให้อู๋เหล่ยหนึ่งห้อง
"ข้าขอนำเสนอสุราิญญาเลิศรสที่ข้าชอบที่สุดสุราชวนฝัน แต่นแต๋น!"อวิ๋นเฟยเฟิ่งนำสุราชวนฝันออกมาและรินใส่จอกให้ทุกคนหลังจากทานอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้วจึงนั่งย่อยอาหารรับลมอยู่เก้าอี้ใต้ต้นไม้หน้าจวน
"ว้าว!เฟยเฟิ่งดีที่สุดข้านึกว่าจะไม่ได้ชิมซะแล้ว"อู๋เหล่ยตาโตมองไหสุราชวนฝันด้วยดวงตาเป็ประกาย
"ถึงข้าจะพอมีเงินอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับขนาดซื้อสุราิญญามาดื่ม วันนี้นับเป็บุญข้าแล้ว"โจวจื่อซินก็อาการไม่ต่างจากอู๋เหล่ยเช่นกัน
"ดื่มเลย ดื่มให้หมดเลยก็ยังได้ข้าไม่หวงพวกเ้าหรอก"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวยิ้มจากนั้นก็พากันดื่มจนหมดไปหนึ่งไหผลก็คือทั่งสามคนเมาจนแทบประคองสติไม่ไหวและแยกย้ายกันไปนอน สุราิญญาต่างจากสุราทั่วไปคือจะมีฤทธิ์แรงกว่าสุราทั่วไปหลายเท่านักไม่แปลกถ้าหากทั้งสามจะเมาหนักขนาดนี้
ั้แ่วันที่ดื่มสุราิญญาพวกเขาก็ไม่แตะมันอีกเลยและทั้งสามคนฝึกฝนรอวันคัดเลือกศิษย์ที่กำลังจะมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ โจวจื่อซินและอู๋เหล่ยตั้งใจดูดซับพลังฟ้าดินอย่างตั้งใจอยู่ภายในห้องแต่อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่จำเป็ต้องดูดซับพลังฟ้าดินในตอนนี้ นางจึงฝึกทักษะทางร่างกายและซ้อมวิชาเกลียวคลื่นทลายซึ่งเป็วิชาระดับเทพขั้นสูงเป็วิชาที่นางได้รับถ่ายทอดมาจากอาจารย์ไช่ฟงซึ่งเป็ปรมาจารย์ระดับมหาเทพขั้นกลางเป็ผู้สอน
ต้องบอกก่อนว่าการดูดซับพลังฟ้าดินทำให้ระดับพลังิญญาเพิ่มขึ้นก็จริงแต่ว่าเคล็ดวิชาก็สำคัญมากเช่นกันสำหรับการต่อสู้ หากมีระดับพลังสูงแต่ไม่มีเคล็ดวิชาก็ทำให้เสียเปรียบเป็อย่างมาก จวนหลังนี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งได้กางม่านพลังป้องกันเอาไว้แล้วอีกทั้งเสียงภายนอกไม่อาจดังเข้ารบกวนได้และเสียงภายในจวนก็ไม่เล็ดลอดออกไปเช่นกันดังนั้นจึงไม่มีเสียงใดเข้ามารบกวน
"ใช้กระบวนท่าได้ชำนาญขึ้นเยอะเลยนี่"เสียงยียวนกวนประสาทดังขึ้นเมื่ออวิ๋นเฟยเฟิ่งจบกระบวนท่า
"เ้าหน้ากากดำ มาได้อย่างไร"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปหาร่างสูง นางทั้งแปลกใจและดีใจที่ได้เจอเขา
"พอดีว่าข้าว่าง"เสียงนุ่มชวนให้หลงเสน่ห์เอ่ยขึ้นอย่างสบายๆมองอวิ๋นเฟยเฟิ่งด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
"ทำไมข้ารู้สึกว่ารอยยิ้มของเ้าทำให้ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจนั้นอย่างคิดไม่ตก ั้แ่รู้จักกันมาก็รู้ว่าเขามักจะเป็คนเ้าเล่ห์ ชอบล่อลวงผู้คนให้ไปในทางที่เขาอยากให้เป็
"ก็ไม่มีอะไร แค่คิดขึ้นได้ว่ายังไม่ให้ของขวัญการเป็สหายกันกับเ้าก็เท่านั้น บอกเลยว่ายากนักที่ข้าคนนี้จะยอมรับสหายสักคน การเป็สหายกับข้านั้นยากกว่าการเลื่อนระดับพลังิญญาขั้นาเสียอีก"ร่างสูงเอ่ยอย่างทรนงตน
"ข้าควรดีใจใช่หรือไม่ ข้ารู้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น รีบพูดมาเถอะ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวอย่างรู้ทันนางรู้สึกว่ามันต้องไม่ง่ายขนาดนั้นแน่
"แน่นอนว่าเ้าต้องไปนำมันมาด้วยตัวเอง"เสียงนุ่มเอ่ยอย่างช้าๆอย่างเล่นตัวเพื่อแกล้งให้นางอยากรู้
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเริ่มมีความรู้สึกอยากจะทุบร่างสูงตรงหน้าให้เจ็บสักป๊าบ จะได้เลิกกวนประสาทของนางเสียงทีอยากรู้จริงๆว่าให้หัวของเขากำลังคิดอะไรอยู่ นึกสงสัยนักว่ากับคนอื่นเขาเป็แบบนี้หรือไม่ จะมีสักครั้งไหมที่เจอกันเขาจะไม่ทำให้นางโมโห
นางไม่มีทางรู้หรอกว่าทุกการกระทำที่ของเขาที่ทำกับนางนั้นไม่มีใครได้รับมัน กับบุคคลอื่นหากเข้าใกล้แล้วยังมีชีวิตรอดนับว่าโชคดีมากแล้ว