หยางเทียนมายืนอยู่หน้าห้องของวุฒิสภา โดยที่หยางเทียนหันข้างให้ประตู
พอผู้จัดการเห็นหน้าของ อาบีเกล ก็รีบเปิดห้องทันที ด้านใน เป็นห้องขนาดใหญ่มีสองห้องนอน มีสระน้ำขนาดใหญ่กลางห้อง มีทีมงาน สำหรับถ่ายหนังกับ ประมาณ ห้าคน มีวุฒิสมาชิก กับเพื่อนๆ อีก สี่คน มีผู้จัดการ และที่น่าแปลกใจมี เจ้าของค่ายไดนาไมค์ ก็มาด้วย โดยที่มีบอดี้การ์ด ยืนอยู่สี่คน คอยคุ้มกัน วุฒิสมาชิก
“ เฮ้ย แกเป็นใครวะ ฉันไม่เคยเห็นหน้าแกเลยนี่หว่า” ผู้จัดการเอ่ยถามด้วยความสนใจ
“ ลืมตาได้ รอนอกห้องก่อน ขอจัดการสักครู่”
หยางเทียน ปิดประตู แล้วเดินเข้าไปในห้อง แล้วเตะผ่าหมาก ผู้จัดการจนพวงสวรรค์แตกกระจาย มันร้องทุรนทุราย ลั่นห้อง บอดี้การ์ด ควักปืนออกมา เตรียมยิง แต่ว่าช้ากว่าหยางเทียน เหวี่ยงเข็มปลิดวิญญาณใส่ไปก่อน การ์ดสี่คน ถูกเข็มปักที่ลำคอ
ตาเหลือกถลนนอนแน่นิ่งไป มีทีมงานหลายคนคว้า อุปกรณ์ขว้างใส่หยางเทียนถูกหยางเทียน ขว้างเข็มปลิดวิญญาณ เข้าคอทะลุหงายท้องไปทุกคน เหลอแต่ วุฒิสมาชิก และเพื่อนๆ ยกมือร้องขอชีวิต
“ ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย อยากได้เงินเท่าไรก็เอาไปเลย”
“ แล้วพวกแกเคยให้โอกาสเหยื่อที่โดนมอมยาเหล่านั้นบ้างหรือไม่เล่า” หยางเทียนเอ่ยจบ ก็เตะเข้าใบหน้าจนบิดเบี้ยวไปหมด คนที่เหลือ ต่างกลัวจนปัสสาวะเรี่ยราดหยางเทียนไม่สนใจพวกมันเดินไปเปิดประตู ให้อาบีเกลเข้ามาในห้อง
“ รู้จักพวกมันหรือไม่ คนพวกนี้วางแผน ข่มขืน แล้วถ่ายวิดีโอเพื่อ คอยแบล็คเมล์คุณ”
“ ท่านวุฒิสมาชิก ท่านประธานไมค์ ผู้จัดการ โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ ท่านรัฐมนตรีนี่พวกคุณคิดทำร้ายฉันหมดเลยหรือนี่?”
“ ฉันผิดไปแล้ว โปรดให้อภัยพวกเราด้วยเถิดนะ อย่าลืมซิ ฉันเป็นคน สนับสนุนให้เธอเดบิวท์มาก่อนนะ” ประธานไมค์ เจ้าของค่ายไดนาไมค์เอ่ยทวงบุญคุณ
“ ตั้งแต่เดบิวท์มา คุณไม่เคยโปรโมทฉันเลย งานที่ฉันทำส่วนใหญ่ก็มาจากต่างประเทศทั้งนั้น ค่าตอบแทนที่ได้ ก็นำไปเลี้ยงพนักงานทั้งบริษัท อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะ”
“ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดฉัน เป็นเพราะรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมต่างหาก ที่สั่งฉันมา ไม่ให้โปรโมทศิลปินต่างชาติ”
“ ไม่ใช่ความผิดฉัน นี่เป็นนโยบายชาตินิยมของผู้บริหารประเทศอยู่แล้ว ฉันเพียงทำตามหน้าที่”
“ แล้วสิ่งที่พวกคุณทำกับฉันวันนี้ มันถูกต้องแล้วหรือไง” อาบีเกลน้ำตาไหลแล้วมองหน้าหยางเทียนด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว แล้วเดินออกจากห้องไป พออาบีเกลเดินไม่พ้นห้อง ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างโหยหวน ดังลอดมาเบาๆ ไม่นานเสียงเหล่านั้นก็เงียบไป
“ มาเก็บกวาดห้องสูทอีกห้องด้วยครับ” หยางเทียนบอกกับ ต้าสงซึ่งกำลังมอง หน่วยเก็บกวาดกำลังทำงานอยู่ห้องพักของ อาบีเกล
“ ขอบคุณนะ”
“ ผมว่า คืนนี้ผมพาคุณหาที่พักใหม่จะดีกว่า โรงแรมนี้ คงวุ่นวายทั้งคืนแน่”
“ ได้ค่ะ”
หยางเทียนพา อาบีเกล ไปพักโรงแรมที่ใหม่ ซึ่งไม่ไกลจากงานที่ต้องถ่ายโฆษณาในตอนเช้ามากนัก
พอตอนเช้า มีข่าวหน้าหนึ่งว่า วุฒิสมาชิกจากเกาหลี และ เพื่อนๆ มาปารตี้เสพยา และเล่นเซ็กส์หมู่ที่ห้องสูทที่โรงแรมมูนสตาร์ แต่ถูกมาเฟียต่างชาติบุกเข้ามาแล้วเข่นฆ่าสังหารจนหมด ตำรวจตั้งประเด็นขัดแย้งหลายเรื่อง เช่น เรื่องการฟอกเงิน หรือไม่ก็ยาเสพติด โดยมียาอีอยู่เกลื่อนห้อง โดยที่ ศพของบอดี้การ์ดของ อาบีเกลทั้งแปดคน ตายในสภาพสวมใสกางในจีสติงค์ ลายเสือทุกคน แต่ที่น่าแปลก เจ้าของค่ายเพลงไดนาไมค์ ก็มั่วสุมแล้วก็ตายไปในห้องนี้ด้วย ส่วนอาบีเกล ไม่รู้เรื่องอะไร เพราะหายไปกับชายหนุ่มปริศนา ทั้งคืน
หยางเทียนพอฟังข่าวจบก็รีบบอกว่า
“ ทีมงานคงให้ข่าวเกินเลยไปหน่อย ต้องขอโทษด้วยนะครับ”
“ พวกเขาพูดความจริง ไม่เห็นต้องขอโทษเลย” อาบีเกลจิบกาแฟ โดยไม่แสดงสีหน้าอะไร
หยางเทียนได้แต่ยิ้มแห้งๆ พอถึงเวลาก็พา อาบีเกลไปที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อจะโฆษณา ร้านขายไก่ย่างยัดไส้ข้าวหมักสูตรเกาหลี มีแฟนคลับมาดูเป็นจำนวนมาก
จนหยางเทียนต้องบอกให้ ต้าสง ขอคนมาเพิ่ม เพราะว่าแฟนคลับของ อาบีเกลเยอะจริงๆ
หลังจากที่ ทีมงานยกไก่ย่างมาให้อาบีเกล เพื่อทำการผ่าให้ทุกคนเห็นข้าวหมักที่ยัดไปในตัวไก่ย่าง
ทันใดนั้น หยางเทียนก็สัมผัสได้ ถึงอันตราย พอพบจุดนั้น ก็รีบดึงร่างของ อาบีเกล หลบออกไปจากที่นั่ง ฝ้าเพดาน ที่อยู่ด้านบนที่ยึดด้วยเหล็กโคมไฟระย้าดวงใหญ่ กำลังร่วงลงมาตรงที่ อาบีเกลนั่งพอดี หยางเทียนไม่สนใจอะไรแล้ว รีบโอบร่างของอาบีเกลแล้วกระโดดหลบไปในทันที
“ พี่ต้าสง ช่วยขวางผู้คนเอาไว้ด้วย”
ต้าสงกับพวก รีบออกมาดันฝูงชนที่ฮือกัน เข้ามาไม่รู้จะเข้ามาหา อาบีเกลทำไม
หยางเทียนเห็นไม่เข้าท่า พอฝูงชนมากันทั้งสองด้าน ฝ่าออกไปไม่ได้แน่ จึงอุ้ม อาบีเกล เอาไว้ แล้วกระโดดเหยียบไหล่ ฝูงชนออกไป มุ่งหน้าสู่ทางประตูทางออก แต่ก็หยุดกึก เพราะรู้สึกว่า ประตูกระจก หากผลักไป ต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่มี รปภ. เข้ามาแล้วช่วยเปิดประตูให้ ตูม !! หยางเทียนกระโดดถอยหลัง รอดจากระเบิดไปหวุดหวิด
“ ใครกัน ที่วางระเบิดได้แม่นยำเช่นนี้”
หยางเทียนรีบปล่อยอาบีเกล แล้วจูงมือ วิ่งออกไปทางประตู อีกฟากหนึ่ง ระหว่างทาง สวนกลับ เห็นเด็กสาวคนหนึ่งเข็นรถให้คนชราผู้หนึ่งนั่งผ่านมา ซึ่งสวนทางกลับคนอื่นๆ ที่วิ่งหนีไปทางเดียวกัน หยางเทียนควักปืนยิงใส่ คนชราที่นั่งรถเข็นทันที เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !! คนชราสะดุ้งสุดตัว ปืนกลในมือไม่ทันได้ยิง ก็ล้มลง วิกที่ใส่ร่วงหล่น หญิงสาวก้มลงไปข้าง เก้าอี้ แล้วใช้ปืนยิง หยางเทียนไปหลายนัด
เปรี้ยง ๆ ๆ แต่หยางเทียนหลบออกนอกประตูห้างไปแล้ว
ทั้งสองคน นั่งรถเท็กซี่ออกมา โดยที อาบีเกลมองหน้าหยางเทียน เหมือนขอบคุณ แต่หยางเทียนกำลังคิดถึงเรื่อง คนวางระเบิด กับ นักฆ่าที่ปลอมตัวเป็นคนแก่ ส่วนผู้หญิงเขาจำได้แม่น เธอคือ หญิงผมทองที่เขาเคยไว้ชีวิตถึงสองครั้ง แม้จะใส่วิกผมดำก็ตาม แต่เหตุใด ถึงยังไล่ฆ่าเขาไม่เลิก
“ ขอบคุณนะ” อาบีเกล เอ่ยกับหยางเทียน
“ ผมว่า เรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับคุณ อาจเป็นผมก็เป็นได้”
“ ไม่หรอก คงเป็นแอนตี้แฟนของฉันมากกว่า”
หยางเทียนคิดในใจ แอนตี้แฟน แบบไหนกัน มีการวางระเบิดแบบมืออาชีพ มีอาวุธปืนกล แล้ว ปลอมเป็นคนชรานั่งรถเข็น เพื่อรอโอกาสที่เขาเผลอ
พอถึงโรงแรม หยางเทียนถามต้าสงว่า
“ พบศพคนร้ายหรือไม่ ผมจำได้ว่า ก่อนออกมาผมยิงตายไปหนึ่งคน”
“ ไม่มีเลย มีแต่คนบาดเจ็บ ที่เบียดเสียดกัน มีอาการหนักแค่ รปภ. ที่โดนระเบิดจากประตูเท่านั้น”
หยางเทียนคิดว่า คนร้ายคงเป็นมืออาชีพ แม้แต่ศพพวกเดียวกัน ยังไม่เก็บไว้เลย
“ คุณหยาง ตอนนี้ทางลูกค้าแจ้งว่า ไม่ต้องถ่ายใหม่แล้ว ใช้ที่ถ่ายไว้แค่นั้นก็พอ ตอนนี้ ฉันก็ว่างแล้ว อยากให้คุณพาไปเที่ยวบ้าง”
“ แล้วเรื่องงานที่เกาหลี ไม่ยุ่งหรือครับ”
“ ไม่แล้ว พอประธานไมค์ตายไป ทางรัฐบาล ก็ได้ตรวจสอบเงินในบัญชี ของบริษัททั้งหมด พบว่ามีตัวกลางเชื่อมโยงกับ แก๊งมาเฟียต่างชาติ และ คนในรัฐบาล ร่วมมือกันฟอกเงิน ดังนั้นบริษัทถูกสั่งปิด ผู้บริหารทุกคนถูกสอบ พวกเราศิลปิน จึงเป็นอิสระแล้ว แต่ฉันอาจต้องไปให้ปากคำเมื่อกลับไปแค่นั้น”
“ อืม แล้วคุณอยากไปไหนล่ะ”
“ ฉันอยากไปที่ ม่านกู่ดิสนียแลนด์”
“ ได้ตามที่คุณต้องการเลยครับ”
ณ ตึกลึกลับแห่งหนึ่ง
มีศพของชายคนหนึ่ง นอนตายอยู่บนเตียง มีหลูอี้ กับ ไห่เหยียนคุกเข่าอยู่ข้างศพ
“ ตงเฟือง ทำงานรับใช้สำนักเหยี่ยวพิฆาต มาตั้งแต่เด็ก เขาไม่เคยพลาด แต่วันนี้เขาทำพลาดสองครั้ง จนต้องตายไป สำนักของเราให้สัญญาต่อหน้าศพของเขา
ไม่ว่าอย่างไร พวกเราจะต้องล้างแค้นแทน ตงเฟืองให้ได้”
หัวหน้าสำนักเหยี่ยวพิฆาติเอ่ยด้วยน้ำตา
ส่วนหลูอี้ กับ ไห่เหยียนก้มหน้าไม่พูดไม่จาใดใดทั้งสิ้น มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมาเท่านั้น
“ ตอนนี้ เหยี่ยวข่าวของเรารายงานมาว่า พวกมันไปที่ม่านกู่ดิสนีย์แลนด์ พวกมันคงอยู่ที่นั้นทั้งวัน ครั้งนี้ พวกเราจะทุ่มเทกำลังทั้งหมด เพื่อฆ่า หยางเทียน ให้ได้”
หลูอี้ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปข้างนอก แต่พ่อบุญธรรมขวางเอาไว้
“ จะไปไหน เดี๋ยวพวกเราจะไปฆ่า หยางเทียนกันแล้ว”
“ พ่อบุญธรรม ท่านก็เห็นแล้ว คนผู้นี้เหมือนมีสัมผัสที่ 6 ไม่ว่าพวกเราจะทำอะไร เขารู้แผนก่อนทุกครั้ง แล้วเอาตัวรอด แล้วโจมตีพวกเราได้ตลอด ท่านอยากให้พวกเราไปตายกันหมดหรือไง”
เพี๊ยะ !! ฝ่ามือพ่อบุญธรรมตบเข้าที่แก้มของหลูอี้จนหน้าสั่น
“ พ่อบอกกี่หนแล้ว อย่าพูดชมเชยศัตรู ต่อหน้าพวกเดียวกัน ใจเสาะอย่างนี้แล้วจะไปสู้มันได้อย่างไร มันก็คน เราก็คน เราตั้งใจ รอโอกาส เฝ้าคอยมันเผลอ แล้วค่อยลงมือ มันต้องสำเร็จเท่านั้น”
“ แล้วที่ผ่านมาเล่า สำเร็จหรือเปล่า” ไห่เหยียนรีบลากหลูอี้ออกมา กลัวว่าจะโดนตบอีกดอก
“ ขออภัยท่านพ่อบุญธรรม หลูอี้เสียใจเรื่องพี่ใหญ่ตงมาก เลยพูดออกไปไม่ยั้งคิด พวกเราพร้อมแล้ว จะไปกันเลยไหม”
“ ฮึ่ม..แกไม่ต้องไปเลย เฝ้าบ้านที่นี่ ทุกคนตามฉันมา” พ่อบุญธรรมไม่สนใจหลูอี้อีก
“ หลูอี้ เธออยู่บ้านนะ พี่ไปกับ พ่อบุญธรรมเอง”
“ พี่รอง อย่าไปเลย ฉันเห็นดวงตาของเขาครั้งที่แล้ว มันไม่ใช่ดวงตานักฆ่าแบบคนทั่วไปจะมีได้ แค่ฉันมองตาเขา แขนขาฉันก็เหมือนจะอ่อนแรงแล้ว”
“ พวกเราเป็นนักฆ่า ตั้งแต่เด็ก หากต้องตายไป แบบพี่ใหญ่ตง มันก็สมเหตุสมผลแล้ว กลัวไปไยเล่า”
“ พี่รอง”
“ ไม่ต้องคิดมาก พี่ไปก่อน”
หลูอี้มอง พ่อบุญธรรม กับ พี่รอง และลูกน้องอีกยี่สิบคน เดินทางไปด้วยความเป็นห่วง โดยที่ไม่รู้เลยว่า การยกคนไปทั้งสำนักในครั้งนี้ จะเป็นการจากไปตลอดกาล
หยางเทียนมาเป็นเพื่อน อาบีเกล โดยที่ให้อาบีเกลใส่หมวก แล้วใช้ผ้าปิดหน้า
เท่านี้ก็ไม่มีใครจำได้แล้วว่าเธอ คือไอดอลอาเซี่ยนที่ชื่อติด 1 ในเอเซีย และ เป็นอันดับ 10 ของโลก หยางเทียนไม่เคยรู้มาก่อน ว่าเธอนั้นดังมากแค่ไหน มีอิทธิพลต่อแฟชั่นระดับโลกเพียงใด มีแฟนคลับมากมายคลั่งไคล้เธอเท่าไร แต่ในชีวิตจริงเธอนั้นช่างโดดเดี่ยวเสียเหลือเกิน
หยางเทียนพาเธอนั่งรถไฟราง รอบๆ ดิสนีย์แลนด์ เธอใช้มือถือถ่ายรูปมากมาย รวมทั้งถ่ายรูปหยางเทียนด้วย
หยางเทียนพาเธอนั่งกินไอติมมิคกี้เม้าส์ ปาท่องโกไซเบอร์ ติ่มซำการ์ตูน
เธอซื้อกินแทบทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา
“ วันนี้ฉันมีความสุขที่สุดเลย ไม่มีใครมาคอยบงการชีวิต ไม่ต้องห้ามกินโน่น ห้ามกินนี่ ไม่ต้องซ้อมเต้น ไม่ต้องซ้อมการแสดง ไม่ต้องแต่งหน้า ทาปาก”
“ นี่มันเหมือนคนตกงานไม่ใช่เหรอ?” หยางเทียนแซว
“ 5 ปีที่ฝึกฝน 7 ปีที่เดบิวท์ ฉันพอแล้ว”
“ นี่คุณไปฝึกตอนสิบกว่าขวบเลยเหรอ?”
“ อืม หลังจากพ่อแม่ฉันตายไป ก็ไม่มีอะไรให้ห่วง เหลือแต่เพื่อนๆของฉันที่เริ่มฝึกมาด้วยกัน แต่พวกเขาหลายคน ต้องมาฆ่าตัวตาย ไปเพราะคนพวกนั้น”
“ พวกมันชดใช้กรรมไปแล้ว ลืมๆ มันไปเถอะ”
“ นั่นซินะ ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนตกงานไปแล้ว ฉันจะทำอะไรต่อดี คุณหยางเทียน ช่วยเป็น ผู้จัดการให้ฉันดีไหม”
“ ไม่ดีกว่า เรื่องวงการบันเทิง ผมไม่ถนัด”
“ ฉันจ้างคุณเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวได้ไหม”
“ ต้องคุยกับ ผอ.เฉียนคง ผมเซ็นสัญญากับเขา ขืนรับงานส่วนตัว โดนฟ้องตายเลย”
“ ฉันจะชดใช้ให้เอง คุณจะได้เป็นอิสระ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันก็ได้”
หยางเทียนไม่ได้ฟังประโยคนี้ เพราะตอนนี้ เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย กระจายตัวอยู่รอบๆ เขาแล้ว
“ อาบีเกล จับมือผมไว้ อย่าห่างจากผม” หยางเทียน จับมือ อาบีเกลแล้วเดินไปในจุด อับหยางเทียนพบคนร้าย ด้านหน้า อยู่สามสี่จุด แต่ละคนสวมชุดตัวการ์ตูน หยางเทียนเดินเข้าไป เหวี่ยงเข็มปลิดวิญญาณ เข้าไปสองเข็ม คนสวมชุดมิคกี้เม้าส์ กับ มินนี่ หงายท้อง แน่นิ่งไปกับพื้น คนขายไอสกรีม เดินผ่านมา ก็เล็งปืนใส่หยางเทียน แต่ว่าช้าไป ถูกเข็มปลิดวิญญาณ พุ่งเจาะที่คอ นอนตาย จากนั้น ก็มี รถเข็นขนม ตัวตลก ถือปืนมาหมายจะยิงหยางเทียน แต่ทุกคนล้วน ถูกเข็มปลิดวิญญาณตาย จนหมด
หยางเทียน พาอาบีเกล ออกจาก ดิสนีย์แลนด์ ระหว่างทาง มีคนร้าย โผล่ออกมาจาก พุ่มไม้ อีกหลายคน ระดมยิงปืนกล ใส่หยางเทียน แต่หยางเทียนกอดเอวอาบีเกล
กระโดดเหินขึ้นฟ้า แล้วปล่อยเข็มลงมาใส่ พวกนักฆ่า ล้มตายกันหมด
หยางเทียนไม่สนว่า พวกมันเหลือเท่าไร แต่รีบพาอาบีเกล กระโดดลอยเหยียบต้นไม้ พุ่งตัวออกไปจนหายลิบไป
“ นี่เรากำลังเหาะ้ใช่ไหม”
“ ชอบไหมล่ะ” หยางเทียนยังคงโอบเอว อาบีเกลเหินฟ้า ไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง
จนมาถึงที่จอดรถด้านนอก พบว่ายังคงมีพวกมันอีก สี่คน เฝ้ารอใกล้รถของหยางเทียน กลิ่นระเบิดโชยเข้าจมูกหยางเทียน อบอวลไปหมด
“ รอผมก่อนแปบหนึ่ง”
หยางเทียนพาอาบีเกลหลบ ห่างไกลจากที่จอดรถ แล้วเคลื่อนตัวไปที่พุ่มไม้ เผชิญหน้ากับ คนร้ายสองคนที่ซุ่มอยู่ หยางเทียนหักคอมันทั้งคู่ตายในทันที เหลืออีกสองคนคือ ไห่เหยียน กับ พ่อบุญธรรม ทั้งสอง ถือรีโมท เพื่อรอคอยหยางเทียนกลับมาอย่างใจเย็น
“ รออะไรกันอยู่เหรอ?”
หยางเทียนยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยทักทาย
“ หยางเทียน” สองคนพ่อลูก เอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน แต่สายไปแล้ว หยางเทียนพุ่งตัวเข้ามาใกล้ แล้วปักเข็มเข้าหน้าผากของทั้งสองคนพร้อมกัน พ่อบุญธรรม กดรีโมททันที
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! หยางเทียนกระโดดขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว ระเบิดที่พวกมันติดตั้งเอาไว้ ไม่ใช่แค่คันเดียว แต่เป็นทั้งลานจอดรถเลย หยางเทียนพุ่งตัวออกไปหา อาบีเกล ที่ยืนตัวสั่นด้วยความตกใจ
“ กลับกันเถอะ ”
หยางเทียนดโอบเอว อาบีเกล เหินลอยไปบนอากาศ มองผลสภาพรถที่ถูกระเบิด ช่างน่ากลัวจริงๆ ไม่คิดว่ามันจะสามารถติดตั้งระเบิดแบบนี้ได้ อาบีเกลก็กอดหยางเทียนแน่น แล้วมองภาพเบื้องล่างด้วยความหวาดกลัว
กลับไปคราวนี้ คงต้องไปหา หวังต้าเปียว คนจ้างวานเสียหน่อยแล้ว.....