คฤหาสน์อัลฟาล รัฐไคเมน
“คาฮาล เหอะ! รัฐเล็กๆที่แทบมองไม่เห็นในแผนที่โลก แถมยังลึกลับซับซ้อนยากจะเข้าถึงผู้คนหมกตัวอยู่แต่กับอารายธรรมเก่าๆ ล้าสมัยอย่างกับอะไรดีกล้ายื่นข้อเสนองี่เง่ากับเราอย่างนี้ได้ยังไงไอ้พวกโง่!” ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดขยับรวดเร็วตามอารมณ์เดือดพุ่งอย่างไม่คิดระงับ
“เขาไม่เหมือนแต่ก่อนนะเอริซา ถึงจะเป็รัฐเล็กๆ แต่ร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าแม้เพิ่งเปิดตัวมาพบปะกับโลกภายนอกและติดต่อค้าขายอย่างเป็ทางการได้ไม่ถึงสิบปีแต่อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วจนกำลังเป็ที่น่าจับตามองและที่สำคัญเขาคือเ้าหนี้” ถ้อยคำฉะฉานน่าฟังของนีห์ยะทำน้องสาวรองสุดท้องอย่างเอริซาถึงกับแปลกใจ
“รู้กับเขาด้วยเรอะเื่แบบนี้ นึกว่าสนใจแต่เย็บปักถักร้อยซะอีก”คนถูกเหน็บนิ่งไปชั่วขณะก่อนสารภาพเสียงแ่
“ก็อาฟียาเพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อวาน”
นั่นไง!
คนฟังลอบเบะปากคล้ายว่ารู้อยู่แล้วด้วยอุปนิสัยของนีห์ยะทำให้เอริซาไม่นึกเกรงใจเท่าที่ควร
“โดยเฉพาะกิจการค้าน้ำมันของเศรษฐีหนุ่มเมอยาฟตอนนี้ถือได้ว่ากำลังไปได้สวย” อาฟียาเสริมขณะขยับแว่นตาให้เข้าที่
แม้จะมีดีกรีเป็ถึงว่าที่ดอกเตอร์ในอนาคตจากสถาบันชื่อดังฝั่งยุโรปก็มิอาจเปลี่ยนความคิดคนฟังได้
“จะซาวานพี่ชายมัน! หรือเมอยวบเมอยาปที่ไหนก็ไม่สน! ถ้ามันอยากยึดหุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัทก็ให้มันยึดไปเป็ทีของมันแล้วนี่..พวกแพ้แล้วพาล หึ! คงเจ็บใจล่ะซิที่พ่อมันเคยโดนเราตอกหน้าแหกกลับไปตอนมาขอฉันให้พี่ชายมัน ไม่เจียมตัว จนก็จนกระจอกก็กระจอก ใครอยากจะแต่งงานด้วย”
อาฟียาอดปรายตาตำหนิไม่ได้ เพราะจนถึงวันนี้คนเป็น้องยังไม่เลิกค่อนแคะชายหนุ่มจากอีกฟากของแม่น้ำสายใหญ่ที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมากมายมาตลอด
ทั้งที่ยังไม่รู้จักนิสัยใจคอโดยเฉพาะกับคนที่เป็ลูกชายคนเล็ก..ไม่เคยได้พบหน้าค่าตากันสักครั้ง
“แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนแล้วนะ ตอนนี้ทางนั้นเขาถือไพ่เหนือกว่าเรา”
“แล้วไง!” เอริซาตวาดแหวตามนิสัยเ้าอารมณ์ทำให้อาฟียาถึงกับฉุน
แม่น้องสาวตัวดีทำเป็โง่เสียอย่างนั้น
“ถ้าเขาได้หุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัทไปก็เท่ากับอำนาจสิทธิ์ขาดกิจการทั้งหมดอยู่ที่เขาเมื่อก่อนเธอไม่น่าไปสบประมาทคนพวกนั้นเลย แล้วตอนนี้เป็ไง”
“ไม่ต้องมาโทษฉันคนเดียวเลย! ตัวเองก็ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ ถึงจะไม่พูดออกมาตรงๆแต่กิริยานี่อย่าบอกใครเชียว เด็กปัญญาอ่อนยังดูออก”
นีห์ยะได้แต่มองน้องสาวโต้คารมกันไม่ลดละอย่างอ่อนใจ
เท่าที่รู้ บิดาของเธอกับ ‘ชีคาฟ’บิดาของฝ่ายชายหนุ่มเคยเป็สหายเก่ากันแต่ความรุ่งโรจน์ทางธุรกิจต่างกันราวพลิกฝ่ามือ
บิดาของเธอทำธุรกิจค้าอัญมณีและผ้าแพรพรรณเนื้อดีถูกช่องทางจนมีกำไรมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว
ขณะที่ชีคาฟลงทุนธุรกิจใบชาและยาสูบแต่กลับล้มเหลวจนขาดทุนไม่รู้เท่าไหร่สุดท้ายต้องพาครอบครัวกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดรัฐคาฮาล พร้อมเงินช่วยเหลือก้อนหนึ่งจากบิดา
การพบปะกันบ้างเป็ครั้งคราว ทำให้ซาวานลูกชายคนโตของ ชีคาฟถูกตาต้องใจเอริซาเป็อันมากแต่เมื่อถูกปฏิเสธเื่แต่งงานถึงสองครั้งสองครา ข่าวคราวของพวกเขาจึงค่อยๆ เงียบหายไป
จนกระทั่ง ‘เมอยาฟ’ ทายาทคนเล็กของชีคาฟกลับมาพร้อมความรุ่งโรจน์ขีดสุดทว่าครอบครัวของเธอกลับอยู่ใน่ขาลงสุดขีดเช่นกัน
เศรษฐกิจโลกผันผวนจนยากจะคะเนทิศทางคลื่นั์ทางเศรษฐกิจแผ่กระจายความเสียหายถ้วนหน้าแม้แต่มหาอำนาจอย่างอเมริกายังสั่นคลอน
แต่ถึงอย่างนั้น ธุรกิจค้าน้ำมันของเมอยาฟกลับไม่สะทกสะท้านอะไร สามารถพลิกสถานะจาก ‘ลูกหนี้’กลายมาเป็ ‘เ้าหนี้’ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เวลานี้ ‘เ้าหนี้’ กำลังกลับมาทวงเื่ราวในอดีตนั้นแล้ว
“ผมเป็ทนายประจำตัวคุณเมอยาฟนายท่านมอบหมายให้มาแจ้งกับพวกคุณว่าหากคุณอัลฟาล้าดำเนินธุรกิจโดยมีอำนาจสิทธิ์ขาดการบริหารเช่นเดิมก็ให้ส่งบุตรสาวไม่ว่าจะทั้งหมดที่มีหรือคนใดคนหนึ่งเพื่อชดใช้หนี้สินเป็เวลาหนึ่งปีเต็ม ห้ามขาดตกบกพร่องแม้วินาทีเดียว มิฉะนั้นจะถือเป็โมฆะทันที”
เธอยังจำได้ติดตาว่าตอนนั้นบิดาถึงกับอึ้งสนิท
“ใช้หนี้ยังไง”
“อันนี้นายท่านยังตัดสินใจไม่ได้ครับว่าจะให้เป็คนงานที่คฤหาสน์หรือว่าเป็คนพิมพ์หนังสือที่บริษัท”
เธอต้องรีบปราดเข้าไปจับแขนอันสั่นเทาของบิดา
“ฉันจะยินดีมากกว่า หากเขาคิดเมตตารับดูแลลูกสาวฉันให้เป็เื่เป็ราว” คุณทนายกลับส่ายหน้าอย่างสุภาพ
“นายท่านรับเกียรตินี้ไว้ไม่ได้หรอกครับ เพราะที่ผ่านมามันทำให้คุณเมอยาฟตระหนักแล้วว่า..ท่านไม่คู่ควรกับบุตรสาวของคุณแม้แต่น้อยหมายถึงทางเราเจียมตัวน่ะ ไม่อาจเอื้อมขนาดนั้น”
“บัดซบ!”
นั่นคือคำสุดท้ายก่อนบิดาจะแทบล้มทั้งยืน
ขนาดเธอยังรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ความหมายของคำว่า ‘ชดใช้หนี้สิน’มีหรือไม่รู้
‘คนงาน’ ‘คนพิมพ์หนังสือ’ ไม่โชคดีขนาดนั้นหรอก
ไม่พ้นเป็ ‘คนบนเตียงเพียงชั่วคราว’ มากกว่า
‘เมอยาฟ ฮัสซัน-อาฟามิน’ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“โอ๊ยยย!!หุ้นก็ไม่ยอมให้เขายึด หวังสานงานบริษัทต่อตอนจบดอกเตอร์ กว่าจะถึงป่านนั้นก็คงสายเกินไปแล้วล่ะจะอะไรก็ไม่ทำกันสักอย่าง น่าเบื่อจริง!
คนหนึ่งก็เงื่อนเยอะเื่มาก อีกคนก็ชิงมีสามีั้แ่ยังเด็กไม่รู้จะรีบมีไปทำไม มีพี่แต่ละคนไม่เห็นช่วยอะไรได้เลย ความซวยเลยตกมาถึงฉัน”
คนถูกแขวะทั้งที่เงียบปากมาตลอดและที่โต้เถียงอยู่ไม่ขาดพากันเหล่มองอย่างเอือมระอา
“งั้นเธอก็ไปคาฮาลเสียเองสิมาโวยวายทำไมให้หนวกหู” อาฟียาสรุปความจนคนฟังปรายตาขวางใส่
“ขืนฉันทำอย่างนั้นข่าวคงได้พาดหัวตัวเบ้อเริ่มซิว่าครอบครัวตกอับจนกระทั่งนางแบบยอดนิยมต้องขายตัวใช้หนี้อนาคตฉันคงพังหมด กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ไม่ใช่ว่าทำได้ทุกคนแล้วเื่อะไรฉันต้องดับอนาคตตัวเองด้วยล่ะยังไงอัลฟาลก็ต้องไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว” อาฟียาแค่นหัวเราะ
“กลัวอนาคตดับหรือกลัวหนุ่มๆที่เธอเที่ยวควงแบบไม่ซ้ำหน้าจะหนีหายไปหมดในพริบตากันแน่ยะ”เอริซากัดฟันกรอดก่อนแผดเสียง
“ไม่รู้ล่ะ! หากอัลฟาลเลือกที่จะส่งลูกสาวไปใช้หนี้จริงๆ คนๆนั้นต้องไม่ใช่ฉัน! ขอย้ำ..ไม่ใช่ ฉัน แน่นอน!”
นีห์ยะถอนใจยาวอีกครั้งหลังทนฟังอยู่นานก่อนพูดเสียงเนิบนาบอย่างเคย
“แย่จริงที่ฉันดันมีครอบครัวแล้วอย่างเธอว่า ไม่งั้นจะอาสาไปเองฉันคงทนอยู่เฉยๆ โดยไม่คิดช่วยอะไรอัลฟาลไม่ได้หรอก” คนฟังต่างพากันสะอึกมีเพียงสายตาปริบๆ ที่เหลือบชำเลืองกันไปมา
นานทีปีหนพี่สาวคนนี้จะแย้มปากเหน็บให้เจ็บสักที
คนคิดเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ย่อมโดนสะกิดเป็ธรรมดา..แต่ใครจะสำนึกได้หรือไม่ก็อีกเื่!
“แล้วนั่นจะไปไหน” อาฟียาท้วงเมื่อเห็นนีห์ยะทำท่าขยับตัวจะเดินออก
“ก็ไปรับระรินดาวน่ะสิ ป่านนี้เครื่องคงใกล้ลงละ..จะไปด้วยกันไหมล่ะ”คนฟังเบิกตากว้าง
“อ้าวตายจริง! ลืมสนิทเลยนะเนี่ย แต่ฉันคงไม่ได้ไปนะ พอดีฉันรอข้อความด่วนจากโปรเฟสเซอร์เอ่อ..จริงๆ แล้วเป็ห่วงอัลฟาลมากกว่าน่ะ เผื่อทางโรงพยาบาลติดต่อมา”
นีห์ยะพยักหน้ารับอย่างล่วงรู้..อะไรจะสำคัญไปกว่าเื่การศึกษาของเ้าหล่อนล่ะ
ส่วนอีกคนคงไม่ต้องออกปากชวนให้เสียเวลาเพราะจำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ว่าคนที่ถูกพูดถึงเมื่อสักครู่คือใคร
แล้วก็จริงตามนั้นเพราะพอคล้อยหลังพี่สาวคนโตริ้วรอยความสงสัยปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าเอริซา
“เขาหมายถึงใคร”
อาฟียาเหลือบค้อนแม่น้องสาวปากร้ายอีกรอบก่อนขยับแว่นให้เข้าที่
“ระรินดาว..ก็ยัยรินนาไงล่ะเป็พี่ประสาอะไรน่ะเธอ แค่นี้ก็จำน้องไม่ได้”ถ้าเป็ยามปกติคงได้สวนกลับทันควันไปแล้ว หากคนฟังไม่พลันฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
“จริงสิ! อัลฟาลยังมีลูกสาวอีกคนนี่นาฉันรู้แล้วล่ะว่าใครควรจะไปคาฮาล”