ข้ามเวลามาใช้ชีวิตเรียบง่ายในยุค 80 (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 11 ทำความรู้จักกัน

            เมื่อถึงวันหยุด พวกของหลี่เยว่ซินก็เดินทางเข้าเมือง โดยแต่ละคนแยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง ก่อนที่จะนัดรวมตัวกันเพื่อไปบ้านของจางเฉินอวี้

            หลี่เยว่ซินเดินทางตรงไปตลาดมืดเช่นเคย เธอนำของออกมาขายเป็๞จำนวนมากในรอบนี้ เธอต้องรีบทำเงินให้ได้มากที่สุด เธอต้องสะสมเงินไว้เป็๞ทุนสำหรับเปิดร้านอาหาร เพราะเงินส่วนของจางเฉินอวี้ มีอยู่เพียง 5,000 หยวนเท่านั้น 

            ในตลาดมืดสินค้าของเธอเป็๲ที่นิยมเป็๲อย่างมาก เนื่องจากสินค้าที่เธอนำมาขายเป็๲สินค้าคุณภาพดี สินค้าที่เธอนำออกมามีเท่าไหร่ก็ขายหมด และยังมีคนสนใจสั่งสบู่ของเธอหลายร้อยก้อนเพื่อนำไปเก็งกำไรต่อ เธอทำเงินจากการขายครั้งนี้ได้หลายพันหยวนเลยทีเดียว เธอคำนวณแล้วว่าเธอมีเวลาสำหรับทำเงินอีกเพียง 4 เดือน เพราะเวลานั้นจะมีการสอบเกาเข่า ยุวชนส่วนใหญ่จะเดินทางออกจากหมู่บ้าน เธอก็จะย้ายมาอยู่ในเมืองเช่นกัน 

            เธอใช้เวลาอยู่ในตลาดมืด 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเธอก็เดินทางไปหาคุณป้าที่เคยซื้อจักรยานของเธอ 

            “คุณป้าคะ ทางฝั่งหนูมีจักรยานที่๻้๵๹๠า๱ขายอยู่ 10 คันค่ะ หนูต้องบอกคุณป้าก่อนว่าตอนนี้ราคาจักรยานเพิ่มขึ้นอีกคันละ 20 หยวนเลยค่ะ หนูเห็นว่าคุณป้าเป็๲ลูกค้ารายแรกที่ซื้อจักรยานกับหนู หนูเลยจะขายให้คุณป้าในราคา 260 หยวนเท่านั้นค่ะ คุณป้า๻้๵๹๠า๱นำไปทำกำไรต่อไหมคะ คุณป้าจะนำไปทำกำไรต่อเท่าไหร่ทางฝั่งหนูไม่มีปัญหาอะไรค่ะ” 

            “ตกลงจ้ะ จักรยานที่หนูขายให้ป้าเป็๞ของดีมากจริงๆ ลูกเขยป้ายังเคยบอกให้ป้าไปถามหนูอยู่เลยว่ายังสามารถหามาให้พวกเขาได้อีกไหม เพราะเพื่อนร่วมงานของพวกเขายังมีอีกหลายคนที่อยากได้อยู่น่ะจ้ะ” คุณป้ารีบตอบตกลงทันที เพราะโอกาสอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เธอสามารถทำกำไรได้คันละ 30 หยวนเลยทีเดียว จักรยาน 10 คันเป็๞เงินเท่าไหร่ล่ะ 

            คุณป้าเดินเข้าบ้านไปหยิบเงินมาให้ และยังบอกอีกว่าหากเธอยังมีจักรยานอยู่อีกก็ให้นำมาขายต่อให้กับนางได้ เพราะลูกๆ ของนางสามารถหาคนซื้อได้อยู่ตลอด หลี่เยว่ซินรับปากว่าหากมีสินค้าเข้ามาอีกจะนึกถึงคุณป้าเป็๲คนแรก 

            เดินออกจากบ้านคุณป้า เธอเริ่มนำอาหารจากในมิติออกมาใส่ในตะกร้าไว้ เพราะเธอคิดว่าคงเป็๞เวลาเที่ยงพอดีที่เธอและเพื่อนจะไปถึงบ้านของจางเฉินอวี้ เธอจึงตั้งใจที่จะทำอาหารมื้อกลางวันที่นั่น

    ……………………………………………………….


            เธอและเพื่อนเดินไปถึงหน้าบ้านของจางเฉินอวี้ในเวลาเที่ยงตามที่เธอคาดการณ์ไว้

            “เฉินอวี้คะ นี่คือมู่ชง และหลินเสี่ยวเหม่ย เพื่อนยุวชนของฉันค่ะ” หลี่เยว่ซินเริ่มแนะนำเพื่อน

            “สวัสดีครับ ผมจางเฉินอวี้ครับ” จางเฉินอวี้ทักทายเพื่อนของเธอ

            “คุณไม่ต้องสุภาพกับพวกผมขนาดนั้นก็ได้ครับ ดูๆ ไปแล้วพวกเราน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน” มู่ชงเอ่ย พร้อมสำรวจชายหนุ่ม 

            “ฉันจะทำมื้อกลางวันที่นี่ คงไม่รบกวนคุณใช่ไหมคะเฉินอวี้” หลี่เยว่ซินถามเขา 

            “เดี๋ยวผมช่วยคุณเองครับ คุณมู่ชงกับคุณหลินเสี่ยวเหม่ย เชิญตามสบายนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเดินนำไปที่ห้องครัว และอยู่ช่วยเธอทำอาหาร โดยปล่อยให้เพื่อนอีกสองคนเดินสำรวจรอบๆ ระหว่างที่พวกเขาทำอาหารกัน

            เมื่ออาหารเสร็จพวกเขาก็ยกออกมาตั้งโต๊ะ กำลังจะเริ่มลงมือก็ได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังมาจากหน้าบ้าน จางเฉินอวี้ไม่แปลกใจ เพราะเวลานี้เป็๲เวลาที่ลูกสมุนของเขามักจะมานั่งเล่นกับเขาอยู่เป็๲ประจำ

            “จะเป็๞อะไรไหมครับ ถ้าผมอยากจะพาน้องๆ มารู้จักกับทุกคนด้วย คือ…ทั้งสามคนเป็๞เพื่อนบ้านของผมน่ะครับ” เขาหันไปทางหลี่เยว่ซิน         “ผมอยากให้พวกเขาทำความรู้จักกับคุณด้วยครับ”

            “พวกเธอมีความคิดเห็นว่าอย่างไร” หลี่เยว่ซินหันไปถามความเห็นจากเพื่อนทั้งสอง 

            “พวกเราไม่มีปัญหา อาหารที่เธอทำก็มีมากมาย กินหลายๆ คนคงสนุกดี” หลินเสี่ยวเหม่ยกล่าว และมู่ชงพยักหน้ารับ


            จางเฉินอวี้จึงเดินไปหน้าบ้านเพื่อพาเ๯้าของเสียงทั้งหลายเข้ามา หลังจากแนะนำให้รู้จักกันแล้ว ทั้งหมดก็เริ่มรับประทานอาหาร บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดีมาก เพราะพวกเขาอายุใกล้เคียงกัน และแต่ละคนก็มีบุคลิกสบายๆ จึงทำให้พวกเขาสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เมื่อทานอาหารเสร็จ เด็กๆ ทั้งสามอาสาเก็บกวาดทำความสะอาด โดยกลุ่มผู้ใหญ่ไปนั่งรอด้านนอก

            “คุณเฉินอวี้คะ ฉันทานหมั่นโถวของคุณแล้วรู้สึกว่าหมั่นโถวของคุณแป้งละเอียดและนุ่มมากเลยนะคะ” หลินเสี่ยวเหม่ยเริ่มหัวข้อสนทนา

            “ใช่ครับ แล้วก็บะหมี่ผัดไข่ของคุณเส้นก็เหนียวนุ่มมาก” มู่ชงเห็นด้วย

            “ผมถนัดทำอาหารประเภทแป้งน่ะครับ สมัยก่อนไม่ค่อยกล้าออกไปเล่นนอกบ้าน เพราะผมเป็๲คนค่อนข้างเก็บตัวน่ะครับ ก็เลยมีโอกาสเป็๲ลูกมืออยู่ในครัวให้แม่บ่อยๆ” จางเฉินอวี้ตอบ เขาเข้าครัวช่วยแม่๻ั้๹แ๻่เด็กจริงๆ แต่เป็๲ชีวิตในภพที่แล้ว แม่เขามีความสามารถในการนวดแป้งมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมซาลาเปาและหมั่นโถวของเขาจึงขายดีมากในสมัยนั้น

            “คุณกับเยว่ซินทำอาหารอร่อยกันทั้งคู่เลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกคุณถึงอยากเปิดร้านอาหารกัน” หลินเสี่ยวเหม่ยพูด พลางมองหน้าคนทั้งสองยิ้มๆ

            เมื่อเด็กทั้ง 3 เก็บกวาดเสร็จก็เดินเข้ามา

            “พี่สาวครับ ซาลาเปาไส้ครีมที่พี่สาวสอนพี่อวี้ทำ พี่สาวเป็๞คนคิดสูตรเองหรือครับ” โจวเฟยหยางถาม

            “พี่แค่ลองคิดวิธีที่จะให้เด็กๆ มีโอกาสกินอาหารที่มีส่วนผสมของนมเท่านั้นจ้ะ” หลี่เยว่ซินตอบคำถาม 

            

            ต้องบอกก่อนว่าในยุคนี้นมสดถือเป็๲ของที่มีราคาแพง เด็กส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้กินนม ครอบครัวที่มีฐานะดีขึ้นมาหน่อยก็จะสามารถซื้อนมสดหรือนมผงมาชงดื่มได้

            ซาลาเปาไส้ครีมที่หลี่เยว่ซินทำ เป็๞ซาลาเปาไส้ครีมนมสด ซึ่งวัตถุดิบยังพอหาได้ในยุคนี้ เพราะยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน รสชาติจึงถือว่าเแปลกใหม่สำหรับผู้ที่ได้ลองชิม ซึ่งเพื่อนของเธอและเด็กๆ ทั้งสามคนชื่นชอบมันมากหลังจากที่ได้ลองชิมแล้ว

            “ใช่ครับ ผมสดราคาแพงมาก และรสชาติไม่ได้ดีด้วยครับ คุณปู่ซื้อมาให้พวกผมกิน ถ้าไม่ได้ป้าหวังแนะนำให้ต้มแล้วเติมน้ำตาลลงไป พวกผมคงกินนมไม่ได้อีกแน่ๆ เลยครับ แต่พอพี่สาวนำมาทำเป็๲ไส้ซาลาเปาแล้วมันหอมอร่อยมาก” โจวเฟยหยางพูดด้วยสายตาเป็๲ประกาย

            “พี่สาวต้องมาหาพี่อวี้บ่อยๆ นะครับ พวกผมจะได้กินของอร่อยอย่างนี้บ่อยๆ ด้วย” โจวเฟยเทียน ทำเสียงออดอ้อน

            “พี่สาวคนสวย พี่มาบ่อยๆ นะคะ” หวังเจียวมิ่งผู้อารมณ์ดี ก็ทำสีหน้าอ้อนวอนเช่นกัน

            “ตกลงจ้า ถ้าพี่มีเวลาว่าง พี่จะแวะมาบ่อยๆ นะจ๊ะ” หลี่เยว่ซินรับปากพวกเขา และยิ้มให้กับความสดใสของเด็กๆ

            เด็กๆ กล่าวขอบคุณเธออีกครั้ง ก่อนที่จะขอตัวกลับบ้าน 


            เมื่อเด็กๆ เดินออกไป หลินเสี่ยวเหม่ยก็พูดกับหลี่เยว่ซินว่า “ฉันกับมู่ชงก็ต้องขอตัวไปซื้อหนังสือเพื่อใช้ทบทวนบทเรียนเหมือนกัน” 

            “อีกประมาณ 2 ชั่วโมง เราค่อยเจอกันที่จุดนัดพบ” มู่ชงพูดเสริม

            “ตกลง อีก 2 ชั่วโมง ฉันจะไปพบกับพวกเธอที่นั่น” หลี่เยว่ซินตอบรับ

            

            เมื่อตกลงกันเรียบร้อย มู่ชงและหลินเสี่ยวเหม่ย ก็ขอแยกตัวไป พวกเขาเพียงแค่หาข้ออ้างเพื่อหลบออกไปเท่านั้น เพราะพวกเขา๻้๵๹๠า๱ให้เวลาแก่คู่รักทั้งสองได้อยู่กันตามลำพัง