กันจิชอบกลิ่นหอมจางจางที่ลอยมาแตะที่ปลายจมูกของเขา เขาจึงเริ่มขยับตัวเปลี่ยนท่าทางการนอนที่ในคราแรกนอนหงายหน้า เป็น นอนคว่ำหน้าแทน
*นี่ข้าสลบไปนานขนาดไหนกัน ?!
*แล้วทำไมข้ารู้สึกว่าที่นี้เป็นเหมือนโลกแห่งจิตวิญญาณของข้าเลยนะ
*หรือว่าจิตวิญญาณของข้าถึงถูกดึงเข้ามาในนี้อีกแล้วเหรอ ??!!
กันจิสลึมสลือ ไม่ยอมลืมตาเพื่อตื่นขึ้นมาดูเลยว่าตนเองอยู่ ณ ที่ไหนเพียงแต่จำใจต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อนึกถึงการประลองรอบก่อนกับเจ้าแก่อ้วน และ เพื่อหาอะไรที่ปล่อยกลิ่นที่หอมจางจางนี้
ในเวลาที่เขากำลังจะลืมตาเพื่อหากลิ่นที่ลอยมาแตะจมูกของเขา มันเป็นกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนดอกไม้เป็นกลิ่นของดอกมะลิที่สดใหม่และอยู่ใกล้ตัวของเขา ใกล้จนรู้สึก นั้นแปลว่าคงจะอยู่ใกล้เขามากมาก แต่ไม่รู้ว่าคือกลิ่นอะไร ?
*ฟืดดดด...หอมจัง
“โป้ก !!!....
*โอ้ย!!!....
*ใครวะ ใครกล้าต...
““สบายไหมละเจ้าขอทานน้อยขี้เซา
““ลุกออกไปจากตัวข้าได้แล้ว
“แหะ แหะ
“อ...เออข้าขอโทษด้วยเพื่อนรัก
_へ__(‾◡◝ )>
“หึ!
คนที่ปรากฏตัวอยู่ในจักษุสายตาของเขาเป็นคนแรก ขณะที่เขากำลังพยายามต่อสู้กับเปลือกตาที่หนักอึ้งของเขา ตาที่ค่อยๆลืมขึ้นมาภาพบุคคลที่ปรากฏในสายตานั่น เป็นคนที่คุ้นเคยกับเขากันเป็นอย่างดี สามปีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข สามปีที่แบ่งปันซาลาเปา สามปีที่มีที่ซุกหัวนอนเดียวกัน สามปีที่มันคอยอยู่เคียงข้างร่างไร้วิญญาณของกันจิ จะเป็นใครไปได้ถ้ามิใช่อาเหอเพื่อนรักของเขาเอง
แต่มีสิ่งที่แปลกไปหนึ่งอย่างนั้นก็คือกลิ่นหอมที่มันได้สูดดมกับสัมผัสที่ค่อนข้างแตกต่าง กลิ่นตัวของอาเหอเพื่อนรักของมันเหมือนกลิ่นของใบเตยแห้ง มันหอมหวาน แต่กลิ่นแรกที่มันสัมผัสผ่านปลายจมูกเป็นกลิ่นของดอกมะลิสด เขายิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยแต่มันคงมิใช้ประเด็นสำคัญในตอนนี้
“ท่านยายซุนขอรับ
“ท่านยายซุน !
“ท่านยายยยยยยยยยยยยย !!
““อ..เออ ว่าไงพ่อหนุ่มน้อย
กันจิพยายามกล่าวกระซิบเรียกท่านยายซุน แต่แกเหมือนมิได้ยิน เขาเลยต้องเรียกให้ดังขึ้นไปอีกระดับ แกก็ยังคงนิ่งเฉยและจ้องสิ่งที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้าแกตาเป็นมันวาว วิบวับ แถมมุมปากของแกยังมีน้ำลายซึมออกมาให้เขาเห็นอยู่บ้างบางบางตา เขาเลยพยายามใช้แขนทั้งสองยันตัวเพื่อจะลุกขึ้นมาดูว่าแกนั้นกำลังมองสิ่งใดอยู่พร้อมกับกล่าวถามบางสิ่งที่เขาเองยังไม่แน่ใจเต็มร้อยในเรื่องที่มันฝากกับท่านยายให้ช่วยจัดการดำเนินการตามแผนต่อเป็นเวลาก่อนที่มันจะสลบ
“เออ..เจ้าอ้วนเปาไปไหนแล้วละขอรับ ? แล้วนี้ข้าสลบไป....
*เชี้ยยยยย !!!
“ป้าป !!!....
*โอ้ย!!!....
“ท่านยายตบกระบานข้าทำไมขอรับ ?!
““พ่อหนุ่มอย่าทำเสียงดังเกินไป
““เดี๋ยวเราถอยออกจากตรงนี้กันก่อนแล้วทำให้เงียบที่สุดด้วยล่ะ
“เออ..ได้ขอรับ x 2
กันจิที่สับสนและกำลังงุนงงกับสถานการณ์อยู่นั้นกับอาเหอที่ประคองมันอยู่ด้านข้างได้แต่ทำตามคำบอกของท่านยายซุน โดยค่อยค่อยถอยออกมาจากจุดเดิมพร้อมเข็นรถเข็นออกมาจากจุดนั้นด้วยความรวดเร็วเงียบเชียบดั่งพวกโจรลักเล็กขโมยน้อยหรือพวกตีนแมวมืออาชีพ
*นุ่มวุ้ย !!!
ขณะที่ถอยกันออกมานั้น เขามีอาเหอคอยประคองแขนอยู่ทางด้านซ้ายมือของเขาเพื่อกันไม่ให้ตัวของเขาที่ลมปราณพร่องต้องล้มสลบไปอีกครั้ง ส่วนท่านยายซุนเข็นรถอยู่ทางด้านหน้า
5 นาทีต่อมา ฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านทรายขาว
““ฟู้วส์! - เสียงพ้นลมหายใจของอาเหอและยายซุนประสานเป็นเสียงเดียวกัน
ยายซุนออกไปสำรวจทิศทางผู้คนโดยทั่วบริเวณ ไม่เกิน 2 นาทีแกก็เดินกลับมาด้วยความคล่องแคล้วว่องไวผิดกับรูปร่างและอายุของแกโดยสิ้นเชิง
*นุ่มวุ้ย !!!
““พวกเราทั้งสามน่าจะรอดจากมรสุมของพวกชาวบ้านแล้วกระมั้ง ?!
⊂(◉‿◉)つ
““จากประสบการณ์ของยายแก่แบบข้าที่ท่องอยู่ในยุทธภพนั้น ใจคนยากแท้หยั่งถึง หน้าซื่อใจคดกันทั้งนั้น
(≖ ‿ ≖)
““เจ้าหนุ่ม !
““เจ้าหนุ่ม !!
““เจ้าหนุ่ม !!!
“อ...เออขอรับว่าไงขอรับท่านยาย ?
““เจ้าเช็ดน้ำลายที่ริมปากของเจ้าก่อนไหมล่ะพ่อห... ?!!!
(¬‿¬)
คำกล่าวเตือนของท่านยายยังมิท่านจบประโยค
*ป้าป!...
*โอ้ยยย!...
“อาเหอนี่เจ้าตบหัวข้าทำไมกัน ?!
“เจ้าขอทานสกปรกมีเรื่องสนุกมิคิดจะชวนเพื่อนรักอย่างข้าสมควรโดนแล้ว !!!
“อ...เออข้าขอโทษด้วยเพื่อนรัก
⊂(◉‿◉)つ
“หึ!
*ข้าก็นึกว่าจะโดนตบเพราะเอาแขนไปดันหน้าอกนุ่มๆของนางสะอีก
“แหะ แหะ !!
““เอาล่ะ เมื่อกี่ตอนอยู่ในกลุ่มฝูงชนที่ข้าให้พวกเจ้ารีบถอยหนีออกมาด้วยความเงียบสงบ ก็เนื่องด้วยตอนนี้พวกเรามีของมีค่าที่เยอะไปจากการเดิมพันในครั้งนี้น่ะสิ
““ลมปราณเจ้าก็หายไปกลับวิชาลับท่าสุดท้ายกระมั้ง ?!
““ส่วนดรุ..
**อะแฮ่ม
““ส่วนดรุณชายคนนี้ก็มีพลังไม่มากพอ
““ส่วนยายแก่อย่างข้ายิ่งมิต้องพูดถึงด้วยซ้ำ
“อ..เออท่านย...
““ยังไม่ต้องถามข้ายังพูดไม่จบ และ ข้าก็รู้ว่าเจ้าจะถามข้าว่าพลังลมปราณข้าหายไปไหนใช่ไหม ?
““เจ้าคิดว่าที่เจ้าฟื้นคืนสติขึ้นมาเร็วขนาดนี้เจ้าเป็นเทพยุทธหรือไง ?!
““ถ้าข้าเข้าไปถึงตัวเจ้าช้าเพียงเสี้ยววินาที แล้วถ่ายลมปราณปรับสมดุลลมปราณภายในร่างให้ขอทานน้อยเยี่ยงเจ้าไม่ทันเวลาแล้วล่ะก็....
**หึหึ!!!
**แม้เทพยุทธที่มีวิชารักษาขั้นเทพเซียนก็คงมิอาจช่วยเจ้าได้แล้ว
ยายซุนกำลังคิดคำนึงขึ้นภายในใจของนางแต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะมาคิดมากในเรื่องพรรคนี้
*ปึกๆๆๆๆๆๆๆๆ...
เสียงของผลึกหลากหลายธาตุจำนวนมหาศาลกองอยู่เบื้องหน้าของทั้ง 3 คน แต่จะพูดให้ถูกต้องทั้ง 6 คนมากกว่ากระมั้ง ?
*เชรด !!!
ข้ามิเคยเห็นผลึกที่เยอะขนาดนี้เลยนะขอรับท่านยาย ช่างมากมายมหาศาลยิ่งนักขอรับ
เราควรจะแบ่งกันแบบไหนดีหรือขอรับท่านยาย ?
““ในเมื่อเจ้าเป็นคนคิดแผนการขึ้นมาแถมยังเป็นผู้ที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย...
““เช่นนั้นเอาแบบนี้แล้วกัน แบ่งกันแบบยุติธรรม 6 : 4 เจ้าเห็นว่าสมควรไหม ?
“ท่านยาย ท่านช่างเป็นพระแม่มาโปรดข้าน้อยยิ่งนัก
“ท่านให้ข้าถึง 6 ส่วนเลยหรือขอรับ
*ป้าป !!! โอ้ย
““เจ้าหนุ่มเจ้าเข้าใจอะไรผิดอะไรหรือป่าว ?
““6 ส่วนของข้า ของเจ้าน่ะ 4 ส่วนตั้งหาก ?
*เฮ้อออออ!
*ข้าคงมิแปลกใจหรอก ด้านอื่นอื่นเสือกไม่ตามพลอตนิยายที่เคยอ่าน แต่พอเป็นเรื่องส่วนแบ่งเท่านั้นที่เหมือนกันเป๊ะอย่างกับแกะไม่มีแพะผสม
“นั้น 4 ส่วนนี้เป็นของข้าสินะขอรับ….
*เฮ้อออออออออ.....
*อย่างน้อยก็ได้ตอนนี้ข้าก็เป็นเศรษฐีน้อยแล้วสินะ
*ในเมื่อข้าตอนนี้ข้ามีผลึกไฟ 1 ชิ้น ผลึกทอง 3 ชิ้น ผลึกดินอีกนิดหน่อย อืม ! ประมาณ 55 ชิ้น ก็ยังดีแหละ....
*ดูสิว่า หลังจากนี้ใครจะกล้าเรียกข้าว่าขอทานน้อยอีก หึหึ!!
(̆̑•̆̑ﭛ ̆̑•̆̑)
ภายในหัวของกันจิ
พื้นที่ภายในระบบ
*ติ๊ด....ติ๊ด...“ระบบจะทำการหักส่วนใช้จ่ายที่โฮสต์ใช้ไปก่อนล่วงหน้า จำนวน 35 ผลึกดิน”
**เจ๊ผู้ใจดีอย่างเราขอรับผลึกทองไป 1 ก้อน แล้วกันนะ เราจะให้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับเจ้าเอง...
** เจ้าขย...อ...เอิ่ม...จ..เจ้านายขยะเปียก
乁❰$ᴗ$❱ㄏ
ภายในจิตวิญญาณของกันจิ
**เจ้าหื่นน้อย เราขอรับผลึกทองไป 1 ก้อน แล้วกันนะ เราจะให้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับเจ้าในภายหลังแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน... หึหึ!!
(✿ ◜◒◝ )
**พ่อหนุ่มรูปงาม เราเองก็ขอรับผลึกทองไป 1 ก้อน เราจะให้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับพ่อหนุ่มเองนะ...มิต้องกังวลว่าจะไม่คุ้มค่ากับผลึกทอง 1 ก้อนนี้ บางทีมันอาจจะล้ำค่ายิ่งกว่าผลึกทอง 1 ก้อนนี้ด้วยนะ ฮิฮิ!!
ヾ(*⌒ヮ⌒*)ゞ
*เฮ้ยยยเดี๋ยวก่อน !!! pls!!! เจ้าระบบ เจ๊ซี เจ๊ปิง ฟางน้อย พวกท่านได้ถามข้าหรือยังก่อนจะมาหยิบมันไปเนี้ย ?!!!
T[]T (เศร้าแบบตกตะลึงในชะตาชีวิต)
โลกภายนอก
*วึบ วึบ วึบ วึบ....
เสียงของผลึกทอง 3 ก้อน ผลึกดิน 35 ก้อนได้หายไปในพริบตา จนเหมือนกับเขาเล่นกลเสกของให้หายไปในอากาศ
““เจ้าหนุ่มนี้เจ้าไม่เชื่อใจยายแก่อย่างข้าเลยหรือยังไงกันหะ !!!
*กระซิก...
T^T กระซิก จมูกฟึ่ด ๆ
““อ...เออ ลูกผู้ชายมิหลั่งน้ำตาออกมาง่ายๆนะพ่อหนุ่ม...
3 นาทีผ่านไป
*กระซิก...กระซิก
TT^TT โคตรกระซิก
““โอ้ โอ้ มิต้องร้องไห้แล้ว ไม่ต้องเป็นกังวลนะพ่อหนุ่ม...
““ส่วนแบ่ง 4 ส่วนของเจ้า ยายคนนี้จะไม่แย่งมันไปจากเจ้าแน่นอน....
*ฮือ...ฮือ
“ท่านยาย..
YOY ร้องไห้โฮ ปากก็พูดไปด้วย
“ตามจริงข้าอยากให้ท่านยายเก็บไว้ก่อนด้วยซ้ำไปขอรับ..เวลาจะใช้ข้าจะขอจากท่านเอง...
“แต่ตอนนี้มันคงไม่มีประโยชน์แล้วขอรับ
(¬⌒¬)
“นี่ข้าให้ท่านขอรับท่านยาย ?!
*_* ปิ๊ง ๆ ส่งสายตาปิ๊ง ใช้ขอร้องได้
““หืม!!!
““สิ่งนี้สำหรับอะไร ?!
ผลึกไฟเม็ดนี้ แทนคำขอโทษที่ข้าน้อยทำให้ท่านยายซุนเข้ามาเกี่ยวข้องผัวผันกับปัญหาของข้าน้อยเอง และ อาจจะทำให้ท่านเดือดร้อนไปด้วยไม่มากก็น้อย เพราะตอนนี้ข้าน้อยได้ไปแหย่รังแตนรังใหญ่มากมากจนมันล่วงลงมาพร้อมกระทืบมันซ้ำ
““เจ้าไปแหย่รังแตนตอนไหน ?! - ในเมื่อเจ้ากับข้าเดินขายซาลาเปากันทั้งวัน
*เชี้ย!! ดันลืมว่าโลกแห่งนี้มิได้ถนัดเล่นคำกันมากนัก...
“เออ...ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้นขอรับ...
“รังแตนที่ข้าหมายถึงคือว่า...
ข้าน้อยดันไปทำให้ขั้วอำนาจอย่างตระกูลกงนั้นแค้นเคืองเข้าให้แล้วขอรับท่านยาย ข้าไปฉีกหน้านายน้อยแห่งตระกูลกง กงหยุ่นฟงต่อหน้าชาวยุทธมากมายในตลาดนั้น และ ข้ายังทำให้ชื่อเสียงและธุรกิจของมันนั่นเสียหายอย่างหนักด้วยขอรับ
“ข้าน้อยขอโทษและขออภัยด้วยนะขอรับท่านยายซุน
*ตุบ...ตุบ
*ปึง ปึง ปึง
หลังกล่าวเสร็จเขาก็คุกเข่าแล้วก้มลงไปคำนับท่านยายซุนด้วยความจริงใจที่พื้นปูน 3 ครั้ง โดยที่เขามิได้รู้กฎเกณฑ์ของโลกมหาปราณแห่งนี้เลยสักนิด
กฎเกณฑ์ของโลกมหาปราณแห่งนี้จะไม่ยอมให้มีการคุกเข่าคำนับให้กันง่าย ยกเว้น ผู้มีพระคุณ อาจารย์ บิดา มารดา ภรรยา ที่สามารถคุกเข่าคำนับได้ 1 ครั้ง
การคำนับถึง 3 ครั้ง 3 ครา มีเพียงกราบเคารพบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วเท่านั้น ถึงจะใช้การคำนับแบบที่เขากำลังกระทำอยู่
แต่ การคำนับถึง 9 ครั้ง 9 ครา มีเพียงกราบเคารพอาจารย์เพียงเท่านั้น
เขาเห็นท่านยายเงียบไป
เขาคิดว่าท่านยายคงจะโทษเขาที่พาแกมาติดวังวนแห่งการแก้แค้น นองเลือด ในอนาคตอันใกล้
“ข้าน้อยขอโทษและขออภัยด้วยนะขอรับท่านยายซุน
*ปึง ปึง ปึง ปึง ปึง ปึง
““……………
““ดี! ดี! ดี!
**วิ้ง...วิ้ง *w* (ปิ๊ง ๆ เมี๊ยว ๆ)
สายตาของท่านยายซุนนั้นยิ่งกว่าปีศาจที่เจอเหล่าวิญญาณอาหารอันโอชะ นางมองมาที่กันจิด้วยสายตาที่รักใคร่เอ็นดูในตัวมันยิ่งกว่าในครั้งแรกที่เขามาช่วยขายซาลาเปาเพราะอุบัติเหตุ
““ในเมื่อเจ้าคำนับข้าถึง 9 ครั้งแล้ว ข้าก็จะอยู่แก้ไขปัญหาเป็นเพื่อนเจ้าเอง
““อีกอย่างเจ้าจำสัญญาได้ไหม ?
“เออ...อะไรหรือขอรั... ?!
“ป้าป !!!....
*โอ้ย!!!....
“ท่านยายตบกระบานข้าทำไมขอรับ ?!
“หึ!
““ลูกผู้ชายพูดแล้วต้องรับผิดชอบคำพูดของตนเองเข้าใจไหม ?!
““ถ้าเจ้ายังคิดไม่ออก อืม....
““เจ้าหนุ่มขอทานตรงนั้น เจ้าชื่ออาเหอใช่ไหม ?
“““ใช่เจ้าค... อ...เออ
“““ใช่ขอรับท่านยาย
พออาเหอพูดเสร็จก็เดินมาถึงท่านยายซุน แล้วทั้งสองคนก็ซุบซิบซุบซิบกันพักใหญ่ประมาณ 15 นาทีซึ่งกันจิมิอาจรู้ได้ว่า 2 คนนี้กำลังปรึกษาปัญหาอะไรกันอยู่ แต่ดูสีหน้าท่าทางของอาเหอที่เดี๋ยวตกใจ เดี๋ยวยิ้มขำ เดี๋ยวหัวเราะ จนถ้ามีคนไม่รู้คงคิดว่านางบ้าไปแล้ว
““เอาละเรื่องมันก็เป็นแบบที่ยายเล่าให้เจ้าฟัง
““เจ้าทำตามที่ยายแก่อย่างข้าบอกนะเอาให้เหมือนเป๊ะๆ ให้เจ้าหนุ่มมันคำพูดที่มันกล่าวออกมาหน่อย
“““ได้ขอรับท่านยาย...
“““วันนี้ข้าจะช่วยท่านขายซาลาเปาเองให้หมดเองถ้าไม่หมดท่านไปพักที่บ้านข้าเลย ก็ได้ขอรับ แต่ท่านอาจจะผิดหวังนะขอรับ หึหึ
อาเหอพูดเลียนแบบที่กันจิกล่าวกับท่านยาย ทั้งท่าทางหน้าตาที่แสดงออกมานั้นสมจริงยิ่งกว่าดาราฮอลลีวูดอีกกระมั้ง สีหน้าท่าทางที่แสดงออกถึงความมั่นใจเต็มร้อยหรืออาจจะเกินร้อยไปแล้วด้วยซ้ำ ตามแบบฉบับที่กันจิกล่าวไม่มีผิดเพียร
(อ้างอิงตอนที่ 36 ที่กันจิกล่าวประโยคนี้กับท่านยายซุนนะขอรับ)
““เจ้าหนุ่มตอนนี้เจ้าคงจำได้แล้วกระมั้ง?
“เออ...ขอรับท่านยาย
“แหะ! แหะ! แหะ!
(つ▀ ¯ ▀)つ