ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 127 ความวุ่นวายยามค่ำคืน
หนึ่งวิญญาณหนึ่งมนุษย์ลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มีผู้คนน้อยที่สุด ค้นหาทางออกนอกเมืองที่มีการเฝ้าระวังหละหลวมที่สุด จนสุดท้ายก็ออกนอกเมืองได้เป็นผลสำเร็จ โดยไม่มีใครล่วงรู้ถึงการจากไปของพวกเขาทั้งสองคน
ทั้งสองวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง เพื่อให้พ้นออกจากระยะการสังเกตการณ์ของทหารรักษาการณ์ ก่อนที่เวลาของยันต์พรางตาจะหมดลง
…
ในขณะที่ผู้ก่อเรื่องทั้งสองได้จากไปไกล กองกำลังต่างๆ กลับไม่ทราบความนี้แม้แต่น้อย ยังคงส่งกองกำลังออกมาเฝ้าดูรอบคฤหาสน์ซึ่งเคยเป็นของตระกูลหวงหลงอยู่ตลอดเวลา
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย ไม่มีการเคลื่อนไหวภายใน ไม่มีคนหลบหนีออกมาภายนอก รวมถึงค่ายกลของระบบที่คอยปกป้องเขตตระกูลอยู่ก็ป้องกันพลังงานที่ผันผวนอยู่ภายในได้ดี ทำให้คนนอกที่เฝ้าสังเกตการณ์ไม่สามารถสัมผัสถึงพลังต่างๆ ที่ปะทุขึ้นด้านในได้เลย
“พวกเราเฝ้าดูมาเกือบจะทั้งวันแล้ว แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นเลย ควรลงมือเลยหรือไม่?” ชายในชุดดำนั่งยองๆ อยู่ที่ริมขอบของอาคารแห่งหนึ่ง ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีฟ้าสาดออกมาท่ามกลางความมืด มองจ้องไปยังพื้นที่ที่เคยเป็นของตระกูลหวงหลง
ผู้คนจากตระกูลหวงหลงหนีตายออกมาก่อนหน้านี้ บ้างก็พยายามหลบหนีออกนอกเมือง บ้างก็ไปขอความช่วยเหลือจากกองกำลังอื่นๆ บ้างก็หลบซ่อนตัวอย่างน่าสมเพช นี่นับเป็นความอัปยศอย่างใหญ่หลวงสำหรับตระกูลที่ครั้งหนึ่งเคยมีอำนาจเป็นถึงอันดับสองของเมือง C-04 ก่อนจะตกลงมาเป็นอันดับห้า และล่มสลายไปในที่สุด
นั่นทำให้กองกำลังต่างๆ เริ่มรู้ข่าวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามลงมือ เพียงส่งสายสืบมาแอบจับตาดูสถานการณ์เอาไว้ก่อนเท่านั้น
แต่ยิ่งผ่านเวลานานไป กองกำลังที่เริ่มรู้เรื่องนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ กองกำลังน้อยใหญ่ต่างก็ส่งคนมาสังเกตการณ์ มากน้อยต่างกันไปตามกำลังและการให้ความสนใจ
“เสี่ยงเกินไป พวกเราไม่รู้สถานการณ์ด้านใน ฝ่ายที่เริ่มลงมือก่อนย่อมมีแต่เสียเปรียบ” หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างชายชุดดำกอดอกส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
ตอนนี้กองกำลังมากมายกำลังจ้องมองไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวงหลงราวกับชิ้นเนื้อติดมัน แต่ก็ไม่มีใครอยากสูญเสียเพื่อให้ได้มันมาเช่นกัน ทุกคนต่างรอโอกาสช่วงชิงสิ่งดีๆ ในภายหลัง หากไม่ใช่กองกำลังที่มีอำนาจมากจริงๆ เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะลงมือก่อนโดยไม่เกรงกลัวผู้อื่นฉกฉวยผลประโยชน์
“แต่นี่มันผ่านมาตั้งนานแล้ว หากมีคนอยู่ภายในจริง ทำไมมันถึงไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย หรือมันจะหลบหนีออกไปกันหมดแล้ว? มีช่องทางพิเศษในการหลบหนีหรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นตอนนี้ภายในเขตตระกูลหวงหลงควรจะเป็นสมบัติที่ไร้เจ้าของ ใครเข้าไปหยิบฉวยเป็นคนแรกก็ควรได้รับไปมากที่สุด?” ชายในชุดดำขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาสีฟ้ายังคงจับจ้องไปในทิศทางเดิม
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้คิดเหมือนอย่างที่พูด” หญิงสาวเบ้ปากเล็กน้อยขณะที่มองอีกฝ่าย ก่อนจะพูดต่อไป “คนที่สร้างสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมาจะต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงเป็นแน่ และการที่ยังไม่เคลื่อนไหวอะไร ก็หมายความว่าจุดประสงค์นั้นคงลึกลับอยู่ไม่น้อย”
ชายในชุดดำนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขารู้ดีว่าสถานการณ์มันน่าสงสัยอย่างยิ่ง หรือบางทีนี่อาจจะเป็นฝีมือของกองกำลังใหญ่สักแห่งภายในเมือง C-04 ก็เป็นได้ เพราะไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่กองกำลังธรรมดาๆ จะทำเรื่องเช่นนี้กับตระกูลหวงหลงได้ มันต้องมีทั้งกำลังอำนาจ การวางแผนที่ดี และความแข็งแกร่งของผู้ลงมือ
หรือจริงๆ แล้วตระกูลหวงหลงนั้นอ่อนแอ? แต่คิดเช่นไรก็เป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ตระกูลหวงหลงจะตกต่ำลงมาก และอาจไม่มีอีโวลคอยคุ้มครองอีกแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะจัดการทั้งตระกูลจนย่อยยับ ทำให้ผู้คนในตระกูลหนีตายเอาชีวิตรอดเช่นนี้
อย่างน้อยๆ ตระกูลหวงหลงก็มีอเวกระดับเก้าอยู่ถึงสามคนที่เปิดเผยออกมาในปัจจุบัน และหนึ่งในนั้นเป็นถึงอเวกระดับเก้าขั้นสูงสุด หากไม่ใช่กองกำลังขนาดใหญ่ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีกำลังพอจัดการ
หรือแท้จริงแล้วนี่เป็นแผนการของตระกูลหวงหลงเอง? แต่พวกมันจะทำเช่นนั้นไปทำไม ไม่มีเหตุผลที่พวกมันจะทำเรื่องไร้สาระเช่นนี้เลย ข้อสันนิษฐานนี้ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ต้องเป็นฝีมือกองกำลังอื่น แต่จะเป็นใครนั้นไม่อาจลงดาบเจาะจงได้
หลายสิ่งตีกันอยู่ภายในหัวของชายชุดดำ แน่นอนว่ามันเข้าใจเรื่องนี้ดี และมีหลายๆ สิ่งน่าสงสัยอยู่มากมายไปหมด ทว่า มันที่เป็นถึงหนึ่งในอัจฉริยะของตระกูลต้องถูกส่งมาเฝ้าสังเกตการณ์ทั้งวัน จิตใจก็เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย อย่างน้อยมันก็อยากจะออกไปลุยให้เต็มที่ สร้างผลงานให้กับตนเอง จึงทำเป็นพูดออกไปเช่นนั้น
ใบหน้าของชายชุดดำดูไม่สบอารมณ์ หญิงสาวข้างกายนางนี้เป็นเหมือนดั่งคู่แข่งภายในตระกูลของเขา ทางผู้ใหญ่ในตระกูลกลับส่งนางมาทำหน้าที่เดียวกัน บอกตามตรงว่าเขาไม่ชอบใจอย่างมาก แล้วยิ่งนางคอยพูดขัดความคิดของเขาอยู่ตลอดเวลามันช่างน่าหงุดหงิดเสียนี่กระไร
“ข้าไม่สนใจจุดประสงค์บ้าบออะไรของมันทั้งนั้น ไม่ว่ามันจะลึกลับซับซ้อนแค่ไหน ก็เป็นเพียงเรื่องของมัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลของเรา การลงมือก่อนอย่างไรก็ต้องได้อะไรกลับมา เจ้าลองคิดดูให้ดี หากพวกมันวางแผนเอาไว้อยู่แล้ว และรู้ว่ากองกำลังอื่นๆ จะไม่กล้าลงมือ เช่นนี้ไม่ใช่ว่าพวกเราเดินอยู่บนฝ่ามือของพวกมันหรอกหรือ?” ชายชุดดำค่อยๆ หันหน้าเข้าหาหญิงสาวที่อยู่ด้านข้าง เผยรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้ใจออกมา
“ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่พวกมันไม่คาดคิด เริ่มลงมือให้เร็วที่สุด ไม่ให้โอกาสพวกมันตั้งตัว สิ่งของที่อยู่ภายในตระกูลหวงหลง มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่ล้ำค่าคู่ควรแก่การแย่งชิงมาจริงๆ”
“ยิ่งลงมือช้าเท่าไหร่ โอกาสที่ของพวกนั้นจะถูกกลืนไปโดยผู้อื่นก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ที่พวกมันไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย อาจจะเป็นเพราะรอกำลังเสริมอยู่ก็ได้! เจ้ารับผิดชอบไหวหรือหากตระกูลของพวกเราพลาดโอกาสอันยอดเยี่ยมในครั้งนี้” น้ำเสียงของชายชุดดำดูเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความดุดัน ตัวมันอยากจะลงมือแทบใจจะขาดอยู่แล้ว แต่ก็ทำไม่ได้เพราะหญิงสาวตรงหน้า
หญิงสาวด้านข้างขมวดคิ้วมุ่น อีกฝ่ายพูดมาก็มีส่วนถูก แต่สำหรับนาง มีหลายอย่างที่ไม่ถูกต้องและมองมุมเดียวมากเกินไป ขาดความรอบคอบอย่างยิ่ง นางไม่อาจยอมรับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการได้
หญิงสาวกำลังจะตอบปฏิเสธกลับไป แต่ชายชุดดำกลับพูดขัดขึ้นมาก่อน
“แล้วเจ้าจะขอบคุณข้าในภายหลังเมื่อภารกิจของพวกเราออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ เชื่อข้าเถอะ” ชายชุดดำกระตุกยิ้มมุมปากขณะที่เหล่ตามองไปยังทิศทางหนึ่ง
ดวงตาสีฟ้าส่องสว่างของชายชุดดำเป็นวิชาเฉพาะทางที่เพิ่มความสามารถด้านการมองเห็น ความมืดยามราตรีแทบจะไม่เป็นอุปสรรคต่อมันแม้แต่น้อย
ภาพที่เห็นคือกลุ่มคนนับสิบที่กำลังทะยานร่างตรงมาทิศทางนี้ ทุกคนแต่งกายคล้ายคลึงกับที่ทั้งสองกำลังสวมใส่อยู่
ชายในชุดดำดีดร่างพุ่งตัวไปหาคนกลุ่มนั้นในฉับพลัน
“หืม?” การกระทำของอีกฝ่ายกะทันหันจนเกินไป หญิงสาวที่เพิ่งรู้สึกตัวก็ทำหน้างุนงง ก่อนจะหันมองตามอีกฝ่ายไป
“ส่งมอบคำสั่ง! ข้าและอธีน่าตกลงกันแล้วว่าจะลงมือบุกคฤหาสน์ตระกูลหวงหลง พวกเจ้าจงติดตามข้าเข้าไปบัดเดี๋ยวนี้! อธีน่าจะระวังหลังให้พวกเราเอง” ชายชุดดำส่งเสียงบอกกลุ่มคนที่เพิ่งมาใหม่โดยไม่หยุดทักทายให้เสียเวลา
แม้จะปุบปับไปบ้าง แต่กลุ่มคนนับสิบก็ใช้เวลาครู่เดียวเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งนั้น ดีดขาเปลี่ยนทิศทางพุ่งตามชายชุดดำมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงทันที
กลุ่มคนทั้งสิบเป็นกำลังเสริมที่ทางตระกูลของพวกเขาส่งมา ชายชุดดำที่สังเกตเห็นได้ก่อนจึงใช้โอกาสนั้นทำตามใจของตนเอง ในเมื่อมีกำลังเสริมเช่นนี้ หลายๆ สิ่งก็ง่ายขึ้น หากพวกมันไม่ได้โชคร้ายจนเกินไป อย่างน้อยก็ต้องได้ของติดมือมาอย่างสองอย่าง
“เดี๋ยวก่อน!” หญิงสาวพยายามจะรั้งคนกลุ่มนั้นเอาไว้ แต่เพราะมีหูตาจากกองกำลังอื่นเฝ้ามองอยู่มากมาย เสียงที่ส่งออกไปจึงไม่สามารถดังจนดึงดูดความสนใจของคนอื่นได้ ทำให้เสียงลมหวีดหวิวยามค่ำคืนกลบเสียงเล็กๆ นั้นจนมิด
หญิงสาวกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ก่อนทะยานร่างติดตามไป แม้จะไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่จะย้อนกลับก็ไม่ได้แล้ว การกระทำของชายชุดดำน่าจะดึงดูดความสนใจของคนบางกลุ่มไปเรียบร้อยแล้ว หากต้องการจะย้อนกลับก็คงสายเกินไป
นางไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าขนาดที่ใช้วิธีบ้าระห่ำเช่นนี้ การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจะสร้างความวุ่นวายให้กับกองกำลังมากมายที่เฝ้าจับตาดูอยู่รอบนอก
…
“มีคนลงมือแล้วขอรับ” ชายหน้าบากจ้องมองผ่านความมืดด้วยอุปกรณ์สอดส่องภายในมือ เห็นกลุ่มคนพุ่งทะยานข้ามกำแพงคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงเข้าไป มันรีบหันไปรายงานคนที่อยู่ด้านหลัง
คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเต็มไปด้วยกลิ่นอายมืดมน ยืนอย่างสง่าผ่าเผย มั่นใจในตนเองอย่างยิ่ง
“เช่นนั้นคงรอไม่ได้อีกแล้ว มาเถอะ มีข้าอยู่ไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใด!” มันกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ หันมองกลุ่มคนที่มีอยู่สามสี่คน ก่อนจะเป็นผู้นำกลุ่มทะยานร่างออกไป
ชายหน้าบากและลูกน้องที่เหลือมองไปที่หัวหน้าอย่างเชื่อมั่น หัวหน้าของพวกมันเป็นถึงอเวกระดับเก้า อย่างไรก็ไม่มีทางเพลี่ยงพล้ำได้ง่ายๆ ไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายจะมั่นใจในตัวเองมาก
กลุ่มคนทั้งหมดทะยานร่างตามไปทันทีที่เห็นอีกฝ่ายล่วงหน้านำไปก่อน
…
“มีคนลงมือ! พวกเราควรทำอย่างไรดี?” ชายที่นอนแอบอยู่ภายในกองฟางพูดกระซิบอยู่กับอากาศ
ไม่นาน ก็มีเสียงตอบกลับมาจากช่องระบายลมของอาคารใกล้ๆ
“ช่างพวกมันปะไร รอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน หากไม่มั่นใจจริงๆ เราจะไม่ลงมือ ใช่ไหมพี่น้องของเรา?” เสียงกระซิบที่ดังออกมาจากช่องระบายลมกระจายออกไป ก่อนจะมีเสียงตอบรับดังมาจากที่ต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง แต่น่าแปลกที่ไม่เห็นร่างของผู้ที่เปล่งเสียงตอบรับเหล่านั้นออกมาเลย นับเป็นการแอบซ่อนที่แนบเนียนอย่างยิ่ง...แต่บางครั้งความแนบเนียนเช่นนี้ก็ไม่ได้จำเป็นเท่าไหร่นัก
…
“เหอะ! มุทะลุ มีแต่พวกหัวสมองขี้เลื่อยเท่านั้นแหละที่ลงมือบุ่มบ่ามเช่นนี้” ชายในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวยืนโบกพัดอยู่ภายในห้องพักชั้นบนของโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ตระกูลหวงหลง มันจ้องมองตรงไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาสมเพช
มีแค่คนโง่เท่านั้นที่ลงมือโดยไม่เข้าใจสถานการณ์จนถ่องแท้ มันคิด
ตอนนี้สถานการณ์รอบคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง หลายกองกำลังเริ่มตื่นตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนก็รีบลงมือกลัวว่าตนจะเสียผลประโยชน์ แต่หลายๆ กองกำลังกลับเลือกที่จะดูเชิงไปก่อน ไม่ได้รีบร้อนลงมือแต่ประการใด
ค่ำคืนอันสงบเงียบ กำลังจะกลายเป็นอีกคืนที่วุ่นวายที่สุด