เว็บมืด
คฤหาสน์แห่งหนึ่งในปักกิ่ง ซึ่งเป็นคฤหาสน์หลังเดียวกันที่หวางเฟิงอยู่ก่อนหน้านี้ เขากลับมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด
จนคนในคฤหาสน์ ซึ่งเป็นพวกลูกน้องของป๋ายขุยต่างพากันหวาดกลัว รีบถอยออกห่างไม่กล้าเข้าใกล้
หวางเฟิงกลับไปที่ห้องของตัวเองและเริ่มทำลายข้าวของอย่างโมโห
“บัดซบ! ถ้าหากผู้ฝึกตนหญิงคนนั้นของหอคุมกฎไม่มาขวางฉัน ป่านนี้ไอ้เวรเย่กู่เฉินคงจะถูกฉันฆ่าไปแล้ว!” หวางเฟิงสบถออกมาอย่างอารมณ์เสีย
สีหน้าของเขาดูไม่ได้อย่างมาก มันบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ด้วยความโกรธ
เขาพลันทรุดตัวลงนั่งที่เตียง ใช้สมองคิดอย่างหนักว่าจะทำยังไงต่อไปในเรื่องนี้ ถ้าจะให้เขาไปหาเย่กู่เฉินอีกครั้ง เพื่อฆ่าอีกฝ่าย เขาไม่มีทางไปอย่างแน่นอน
ถ้าจะถามว่าทำไม เขาถึงไม่มีทางไปนั้น คำตอบมีเพียงคำตอบเดียว นั่นก็คือเขากลัวโอวหยางเหม่ย กลัวว่าหากว่าเธอพบเขาอีกครั้ง แล้วเธอรู้ว่าเขามีความคิดที่จะฆ่าคนธรรมดาอย่างเย่กู่เฉินอีกครั้ง เธอจะฆ่าเขา
จากจุดนี้ เห็นได้ชัดว่าหวางเฟิงนั้นกลัวตายเป็นอย่างมาก และนิสัยของเขาก็ยังเป็นนิสัยที่ขี้ขลาดมาก ถ้าหากว่าเขาพบคนอ่อนแอกว่า แล้วมาทำให้เขาไม่พอใจ เขาจะลงมือกับอีกฝ่ายในทันที
ส่วนเมื่อพบกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เขาจะหลบเลี่ยงในทันที แม้ว่าอีกฝ่ายจะทำให้เขาไม่พอใจก็ตาม
นิสัยเช่นนี้ของหวางเฟิง ถ้าไม่เรียกว่าขี้ขลาดก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรแล้ว รังแกคนอ่อนแอ กลัวคนแข็งแกร่ง คำนี้เหมาะสำหรับหวางเฟิงอย่างยิ่ง
หวางเฟิงคิดหนักอยู่สักพักใหญ่ๆ ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขาจะคิดออกแล้วว่าจะทำยังไงต่อไปดี
“เว็บมืด ถ้าหากว่าเราไม่สามารถฆ่าเย่กู่เฉินด้วยตัวเองได้ อย่างนั้นก็ใช้นักฆ่าจากเว็บมืดให้ไปฆ่ามัน!” หวางเฟิงพึมพำกับตัวเอง
เว็บมืดหรือมีอีกชื่อว่าดาร์กเว็บที่เขาพูดถึงนั้น เป็นกลุ่มเว็บไซต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะไม่เปิดเผยตัวตนผู้ใช้งานและมีความเป็นส่วนตัวสูง
และภายในเว็บมืดมีบัญชีทางการของกลุ่มนักฆ่ามากมายอยู่ การจะจ้างนักฆ่าผ่านเว็บมืดให้ไปฆ่าใครนั้น ล้วนเป็นเรื่องง่าย
แต่แม้จะเป็นเรื่องง่าย ราคาการจ้างนักฆ่านั้นก็ไม่ใช่ถูกๆ ถ้าไม่มีเงินล้านขึ้นไป เกรงว่าจะไม่สามารถจ้างได้แม้แต่นักฆ่าชั้นปลายแถว
ด้วยความคิดเหล่านี้ หวางเฟิงไม่ลังเลที่จะไปเรียกป๋ายขุยมา
“จักรพรรดิหวาง มีอะไรให้ผมรับใช้?” ป๋ายขุยถามหวางเฟิง ในขณะที่สีหน้ามีความหวาดกลัว เขากลัวว่าหวางเฟิงจะฆ่าเขา หากว่าเขาไปทำให้หวางเฟิงหงุดหงิด
“หานักฆ่าผ่านเว็บมืดไปฆ่าไอ้เย่กู่เฉินให้ฉัน!” หวางเฟิงออกคำสั่งในทันที น้ำเสียงของเขาเย็นชาและเด็ดขาดมาก
“คะ...ครับ” ป๋ายขุยรีบพยักหน้ารับเสียงสั่น ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
แต่ก่อนที่เขาจะได้ออกไป เสียงของหวางเฟิงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ต้องเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งเท่านั้น เข้าใจไหม?”
“คะ...ครับจักรพรรดิหวาง” ป๋ายขุยตอบรับ เสียงของเขายังสั่นเหมือนเดิม แต่เรื่องนี้ ทำให้เขาคิดหนัก นักฆ่าอันดับหนึ่งในเว็บมืดนั้น ราคาไม่ใช่ถูกๆ เกรงว่ามันจะมากกว่าร้อยล้านหยวน
เงินจำนวนนี้ แทบจะเป็นหนึ่งในสามที่แก๊งสีขาวของเขามี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะคิดหนัก แต่เขาก็ได้แต่กัดฟันยอมรับ เพราะถ้าไม่ยอมรับ หวางเฟิงคงได้ฆ่าเขาแน่
“เย่กู่เฉิน มาดูกันเถอะว่าแกจะรอดไปได้อีกไหม!” หลังป๋ายขุยออกจากห้องไป หวางเฟิงก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นราวกับคนบ้าคนหนึ่ง
.......................................
เช้าวันใหม่ได้มาถึง เย่กู่เฉินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเย่แต่เช้า เพื่อไปโรงเรียน อารมณ์ของเขาในตอนนี้ แน่นอนว่าดีมาก
ภารกิจที่ระบบสุนัขมอบให้เหลืออีกเพียงแค่สองคนเท่านั้น ก็จะเสร็จสิ้น เมื่อเป็นอย่างนี้ เขาจะไม่อารมณ์ดีได้เหรอ?
ส่วนเหตุผลที่เขาออกจากคฤหาสน์แต่เช้า เพื่อรีบไปโรงเรียนนั้น เป็นเพราะเขาคิดถึงไป๋มู่เสวี่ย เขาไม่ได้เจอเธอมาหลายวันแล้ว
ตอนก่อนออกจากบ้าน แม่ของเขาก็บอกว่าเธอมาหาเขาสองครั้งในหลายวันที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าคงจะเป็นห่วงเขา หลังจากที่เห็นว่าเขาไม่ไปโรงเรียนหลายวัน
เรื่องที่เขาไปเซี่ยงไฮ้ เขาเองก็ลืมบอกเธอไป จึงไม่แปลกที่เธอจะมาหาเขาถึงสองครั้ง
เย่กู่เฉินมาถึงโรงเรียนเกือบๆ จะแปดโมง เขารีบไปที่ห้องพิเศษก่อนเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พบกับไป๋มู่เสวี่ยแต่อย่างใด ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่มาโรงเรียน
เย่กู่เฉินเลือกที่จะรอเธอที่ห้องพิเศษ เวลาผ่านไปจนถึงช่วงใกล้จะเริ่มเรียน แต่เธอก็ยังไม่มา
เย่กู่เฉินได้แต่ส่ายหน้าไปมา เขาเลือกที่จะไปเข้าเรียนก่อน ตอนเที่ยงไว้ค่อยมาหาเธออีกครั้ง
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเที่ยง เย่กู่เฉินก็มาที่ห้องพิเศษ แน่นอนว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาภายในห้องเรียน เขาไม่ลืมที่จะพูดคุยกับสวีหยุนหนิง เพื่อเพิ่มความประทับใจให้กับเธอมากขึ้น และพรุ่งนี้เขาก็ได้ตกลงกับเธอว่าจะไปทานข้าวที่บ้านเธอตามคำชวนของเธอ
หลังจากมาถึงที่หน้าห้องพิเศษ เย่กู่เฉินก็เคาะประตูอย่างเบามือ รออยู่สักพักก็มีคนมาเปิดประตู คนที่มาเปิดประตู ย่อมเป็นไป๋มู่เสวี่ย วันนี้เธอยังสวยเหมือนเดิมไม่มีผิด
เธอกระพริบตาปริบๆ มองเย่กู่เฉิน ก่อนจะสะบัดหน้าไปด้านข้าง หมุนตัวเดินกลับไป
เย่กู่เฉินชะงักไปกับการกระทำของเธอ แต่เขาเข้าใจได้ไม่ยากว่าเธอเป็นอะไร เธอคงจะโกรธเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ที่เขาหายไปหลายวันโดยไม่บอกเธอก่อน ทั้งยังไม่ตอบ WeChat ของเธอเลย
เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้ม ก้าวเดินเข้าไปในห้อง พร้อมกับปิดประตูลง เขาเดินมานั่งที่เก้าอี้
ไป๋มู่เสวี่ยในตอนนี้กำลังก้มหน้าอ่านนิยายไม่สนใจเขาเลยสักนิด
“มู่เสวี่ย” เขาเรียกเธอ แต่เธอไม่สนใจเขาเลยสักนิด เรื่องนี้ทำให้เย่กู่เฉินยิ้มขื่น
“ขอโทษนะที่หายไปหลายวันโดยที่ไม่ได้บอกก่อน” เขาขอโทษออกมา เขาที่ทำผิดต่อเธอ ถ้าหากว่าไม่ขอโทษออกมา มันก็คงจะน่าละอายใจเกินไป
เขาพลันใช้นิ้วจิ้มไปที่คอเธอครั้งหนึ่ง เพื่อทำให้เธอพูดได้ เพื่อเป็นการชดเชยให้เธอ ครั้งนี้เขาทำได้เธอพูดได้ถึงเจ็ดวันด้วยกัน
ไป๋มู่เสวี่ยพลันเงยหน้าขึ้นมามองเขา ถามออกมาเสียงเหินห่างเล็กน้อย “นายรู้ตัวด้วยเหรอว่าผิด?”
เย่กู่เฉินรีบพยักหน้าหงึกๆ หลายครั้ง พลางยื่นนิ้วก้อยออกไป “ฉันขอโทษจริงๆ นะมู่เสวี่ย ต่อไป จะไม่ทำอีกแล้ว สัญญาเลย”
ไป๋มู่เสวี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย “นายแน่ใจ?”
“แน่ใจ” เย่กู่เฉินตอบอย่างหนักแน่น
“ก็ดี” ไป๋มู่เสวี่ยยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ ของเธอมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเย่กู่เฉิน พลางถลึงตาโตให้เขา “ถ้านายทำอีก ฉันไม่ยกโทษให้เหมือนครั้งนี้แน่!”
“ไม่ทำแล้วๆ” เย่กู่เฉินรีบพูดด้วยรอยยิ้ม
“แล้วตกลงนายไปไหนมากันแน่?” ไป๋มู่เสวี่ยถาม พลางถอนมือกลับ
“ไปเซี่ยงไฮ้มา” เย่กู่เฉินพูด เขาเล่าให้เธอฟังว่าไปช่วยเพื่อนมา เพื่อนที่เขาหมายถึง ชัดเจนว่าเป็นซงหว่านเอ๋อร์ แม้ว่าในความเป็นจริง เขากับเธอจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันก็ตาม
จบบทที่ 41