บทที่ 5
ปลาหนึ่งตัวกินสองรอบ
ฉู่ซิวลุกขึ้น มือขวาปัดฝุ่นออก ชำระร่างกายให้สะอาดหมดจด จากนั้นเขาก็ควักชุดคลุมสีดำตัวใหม่จากถุงเก็บของมาใส่ไว้และเดินออกมาอย่างสง่าผ่าเผย ผ่านเข้าไปในห้องซึ่งอยู่ด้านหน้าของตำหนัก
ยามนี้เ้าขุนเขาอย่างเฉียวเิเตี๋ยกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์บัว เท้าเปลือยเปล่า มือทั้งสองประคองผลไม้สีแดงก่ำ กินอย่างเอร็ดอร่อย ดูแล้วน่าสงสารและสิ้นหวังสุด ๆ ?!!!!
“อร่อยไหมล่ะ?”
“อร่อย ~”
“อาา เช่นนี้นี่เอง~”
เฉียวเิเตี๋ยที่เพิ่งจะรู้ตัว เบิกตากว้าง ก่อนที่จะรีบซ่อนผลไม้ไว้ด้านหลัง นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเ็าไปยังทิศทางที่เสียงดังมา เมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้น นางก็พลันอยากจะฉีกมันให้เป็ชิ้น ๆ ในทันที
“เ้าศิษย์ชั่ว!”
“ท่านอาจารย์ ไม่ได้พบกันเพียงไม่กี่วัน รู้สึกราวกับผ่านไปแล้วสามฤดู!” ฉู่ซิวเดินตรงเข้ามา ดวงตากวาดมองสตรีที่ระแวดระวังคนนี้อย่างพิจารณา
ผิวพรรณขาวเนียนราวหยก ใบหน้าสะสวย นวลเนียน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยออกมาจากร่างกายนาง
“ท่านอาจารย์! นี่ท่านไม่ได้อาบน้ำมากี่วันแล้ว?” เฉียวเิเตี๋ยได้ยินดังนั้น ก็แทบสิ้นลมเพราะความโกรธ
เ้าศิษย์ชั่วผู้นี้ ยึดครองห้องโถงด้านหลัง ทั้งยังปิดกั้นพลังบำเพ็ญของนาง และเมื่อไม่สามารถก้าวออกจากห้องโถงใหญ่ได้ แม้นาง้าอาบน้ำ นางก็ยังหาที่อาบไม่ได้ด้วยซ้ำ
บัดนี้ เ้าศิษย์บ้านี่ช่างกล้าดีนัก! ถึงกับมาถามนางว่าไม่ได้อาบน้ำมากี่วัน? ช่างน่าละอาย ช่างน่าละอายยิ่งนัก!
“วางใจเถอะท่านอาจารย์! ศิษย์ไม่โทษท่านหรอก เอ๊ะ!ไม่ใช่สิ! ศิษย์ไม่รังเกียจท่านอาจารย์หรอก!”
“กายานวล์นั้นช่างเป็ไปดังคำร่ำลือ นี่ขนาดไม่ได้อาบน้ำกลับไร้ซึ่งฝุ่นละออง ผิวพรรณยังขาวเนียนราวกับหยกอีกต่างหาก!”
“เ้าศิษย์ชั่ว เ้าจะกระทำสิ่งใดอีก?”
“ท่านอาจารย์! โปรดช่วยศิษย์เพิ่มพร์ในการฝึกเถิดนะขอรับ หึ หึ…”
“เ้า! เ้านี่มัน! เลวจริง ๆ”
เสี้ยวชั่วยามต่อมา
ห่างออกไปพันลี้ ณ ยอดเขาอาญา ลำแสงสีขาวพุ่งทะยานสู่ฟ้า เพียงชั่วอึดใจ ชายรูปงามคนหนึ่ง แบกดาบยาว ยืนอยู่เหนือเมฆแห่งยอดเขาสูงตระหง่าน แลดูราวกับเทพ ใบหน้าของเขาขาว คิ้วขาว ผมขาว เสื้อคลุมขาว แม้กระทั่งม่านตาก็ยังเจือสีขาวเงินแต่ดูเป็ประกายยิ่งนัก ร่างกายทั้งร่างยืนอยู่อย่างนั้นเสมือนดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ชักออกจากฝัก เจตนาฆ่าฟันไร้ขอบเขตโอบล้อมร่างกายของเขาทำให้ดูองอาจยิ่งนัก
“ท่านอาจารย์เทียนซิง… ”
“คารวะท่านอาจารย์เทียนซิง” ศิษย์สืบทอดสองท่านของยอดเขาอวิ๋ยเซี่ย โผบินลงมายังเบื้องล่าง ก้มศีรษะโค้งคำนับเล็กน้อย
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าชื่อเซียวอี้เฟิง เป็ศิษย์คนที่สองของยอดเขาอวิ๋นเซี่ยทั้งยังเป็ศิษย์น้องคนที่สองของฉู่ซิว
หญิงสาวสวมชุดสีแดงชื่อเหรินหงอิง เป็ศิษย์คนที่สามของยอดเขาอวิ๋นเซี่ยเป็ศิษย์น้องคนที่สามของฉู่ซิ่ว
เทียนซิงยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย “พวกเ้าทั้งสองจงไปเถิด ข้ามีธุระต้องหารือกับอาจารย์ของพวกเ้า… ”
“รับทราบ” ทั้งสองก้มศีรษะ จากนั้นก็โผบินจากไปในทันที
“ท่านพี่รอง ท่านว่าท่านอาจารย์เทียนซิงมาหาอาจารย์เรา มีธุระอันใดหรือ?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ” เซียวอี้เฟิงส่ายหน้า
“ว่าแต่เ้าได้พบกับศิษย์พี่ใหญ่บ้างหรือไม่ ได้ยินมาว่าท่านจะต้องต่อสู้วัดเป็ตายกับจางเิแห่งยอดเขาเทียนเจี้ยนอีกแล้วนะ”
เหรินหงอิงได้ยินเช่นนั้นก็พลันขมวดคิ้ว
สีหน้าเซียวอี้เฟิงขรึมลงทันที เอ่ยเสียงเ็าว่า
“ไอ้ตัวไร้ประโยชน์นั่น บำเพ็ญมานานหลายสิบปี! แม้แต่ขอบเขตง่าย ๆ ก็ยังก้าวข้ามไปไม่ได้เลย มีชีวิตอยู่ก็เพียงแต่ทำให้ยอดเขาอวิ๋นเซี่ยของเราเสื่อมเสียเกียรติ ไม่รู้ว่าเหตุใดท่านอาจารย์จึงคิดจะฟื้นฟูการบำเพ็ญของเขา”
“หากไม่ใช่เพราะเขามาที่ยอดเขาอวิ๋นเซี่ยก่อนพวกเรา เขาจะสามารถเป็ศิษย์พี่ใหญ่ได้อย่างไร?” เหรินหงอิงยิ้มหวาน ๆ
“เอาอย่างนี้ไหม? หาโอกาสซักหน่อย ไล่เขาออกจากยอดเขาอวิ๋นเซี่ยซะ! แล้วท่านพี่รองมาเป็ศิษย์พี่ใหญ่แทน!”
......
“ศิษย์น้องเิเตี๋ย เ้ายังไม่ออกมาอีกหรือ?” เสียงของท่านอาจารย์เทียนซิงดังก้องไปในวิหารของเ้าขุนเขา
“อ..อ ศิษย์พี่เทียนซิงหรือ? ศิษย์พี่ ข้า..เอ่อ ม..มีธุระอันใด..” เมื่อได้ยินเสียงที่สั่นเครือและกระหืดกระหอบของเฉียวเิเตี๋ย เทียนซิงขมวดคิ้วสีขาวของเขาด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
“ไม่ทราบว่าศิษย์น้องพอจะมีเวลาออกมาพบปะพูดคุยกันสักครู่ได้หรือไม่?”
“ศิษย์พี่เทียนซิง ข้าเกรงว่าจะไม่สะดวก… อ๊า!”
“ศิษย์น้อง เ้าเป็อะไรไป เสียงของเ้า....”
“ข้า... เพิ่ง... เอ่อ… ฝึกวิชา... แล้วมีปัญหาเล็กน้อย !ศิษย์พี่เทียนซิงไม่ต้อง....กังวล” ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น บนใบหน้าหล่อเหลาของเทียนซิงแสดงถึงความห่วงใยทันที
“ศิษย์น้อง ข้ามีโอสถรักษาาแระดับเจ็ด ที่อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นยาบนยอดเขาสูงปรุงขึ้นเองโดยเฉพาะ มันอาจช่วยเ้าได้!”
“ไม่… เอ่อ… ไม่จำเป็!”
“ข… ข้าว่า... ข้าพักผ่อนซักสองสามวันก็คงจะดี” ได้ยินเช่นนั้นร่องรอยแห่งความผิดหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเทียนซิง แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงยิ้มและพูดอีกว่า
“อื้ม… เช่นนั้นก็ได้”
“เช่นนั้นข้าจะมาเยี่ยมใหม่วันหลัง ขอให้ศิษย์น้องก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นในเร็ววัน”
เมื่อพูดจบ เขาก็โบกมือขวาขึ้น และขลุ่ยหยกสีเขียวอันหนึ่งก็ปรากฏในมือเขา
“เพลงนี้ชื่อว่า ‘เฟิ่งชิวหวง’ ข้าได้แรงบันดาลใจจากการเฝ้าดูพระจันทร์ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงได้แต่งขึ้นเป็เพลงนี้และต้ังใจจะมอบให้แก่ศิษย์น้อง” กล่าวแล้ว เขาก็ได้นำขลุ่ยขึ้นมาเป่า เสียงขลุ่ยอันไพเราะดังก้องกังวานราวสายน้ำที่ไหลริน ขับขานให้จิตใจผู้ฟังเคลิบเคลิ้มดังอยู่ในภวังค์ที่มิอาจถอนถอน
เสียงขลุ่ยอันไพเราะบรรเลง~
“หึหึ ~”
ฉู่ซิวได้ก้มลงจุมพิษไปที่แก้มงามนวลของผู้ที่ตนเรียกว่าอาจารย์ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นถอยออกไปด้วยใบหน้าที่แฝงไปด้วยรอยยิ้ม
“เ้าศิษย์ชั่ว” เฉียวเิเตี๋ยได้แต่ขดตัว หายใจหอบ พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ
โอ้! ์โปรดเห็นใจ! สิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นนั้นมันคือฝันร้ายของเฉียวเิเตี๋ยชัด ๆ นางได้สนทนากับศิษย์พี่เทียนซิง แต่กลับมีความสัมพันธ์กับลูกศิษย์จนไม่อาจถอนตัวได้!
[ว้าว นายท่านเ้าเป็คนชั่วร้ายสุด ๆ เ้าได้ร่วมหลับนอนกับอาจารย์ของเ้าอีกแล้ว ได้รับรางวัลพิเศษ กระบี่วิเศษ — กระบี่เืหยก]
[เ้าได้ร่วมหลับนอนกับกายานวล์ คุณสมบัติการฝึกฝน +100]
[เ้าได้ร่วมหลับนอนกับกายานวล์ คุณสมบัติการฝึกฝน + 100]
[เ้าได้ร่วมหลับนอนกับกายานวล์ คุณสมบัติการฝึกฝน + 100]
[พรสรรค์ในการฝึกเพิ่มถึง 617 ‘ระดับฟ้า’ และความเร็วในการบำเพ็ญเพิ่มขึ้น 25 เท่า]
[ระดับการบำเพ็ญของนายท่านได้รับการปรับปรุงแล้ว และเขาได้ก้าวสู่ขอบเขตกงล้อสมุทรระดับสองสำเร็จ ขอให้ท่านพยายามต่อไป... ]
“ท่านอาจารย์ของข้า…” ฉู่ซิวกระฉับกระเฉงพลางยิ้มอย่างพอใจ ท่านอาจารย์สะบัดหน้าหนี ไม่อยากมองหน้าศิษย์คนนี้ด้วยซ้ำ
“ท่านอาจารย์เทียนซิงเป่าขลุ่ยได้ดีจริงๆ ข้าอดที่จะชื่นชมไม่ได้เลย!”
“ไสหัวไปซะ!”
“ท่านอาจารย์ พักหลัง ๆ นี้ท่านทำได้ดีนะ! ข้าจะคืนพลังการบำเพ็ญให้ท่านหนึ่งวัน ท่านว่าอย่างไร?” ฉู่ซิวมีรอยยิ้มบนใบหน้าพลางก้มลงกระซิบ ดวงตาของผู้เป็อาจารย์เจือไปด้วยประกายในทันที นางหันไปมองเขาและพูดว่า “เ้าจะหลอกข้าอีกแล้วรึ?”
“ไม่ ๆ ข้าเคยผิดคำพูดซะที่ไหนล่ะ?” ระหว่างที่พูด ฉู่ซิวก็ใช้นิ้วซ้ายของเขา คลื่นพลังที่มองไม่เห็นพัดผ่าน
แต่ทันใดนั้นเองที่อาจารย์ของเขาก็รู้สึกได้ว่าการปิดกั้นการบำเพ็ญของนางได้หายไป วินาทีนั้นเองที่จิตสังหารแผ่กระจายออกมาในทันที นางยื่นมือออกไปหวังจะตบศีรษะของฉู่ซิว
นางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ฉู่ซิวก็เคลื่อนไหวไม่ช้าเช่นกัน มือขวาบีบไปที่บริเวณตราประทับอีกครั้ง ทำให้ระดับการบ่มเพาะของเฉียวเิเตี๋ยถูกปิดผนึกในทันที
ตอนนี้มือขวาลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากใบหน้าของฉู่ซิวเพียงสามจั้งเท่านั้น
สีหน้าภูมิใจของเฉียวเิเตี๋ยแข็งค้าง ริมฝีปากสีแดงเม้มเข้าหากัน นางอยากจะพูดคำว่า ‘จริง ๆ แล้วนี่คือความเข้าใจผิดเล็กน้อยน่ะ เ้าเชื่อที่ข้าพูดไหม?’ แต่ความจองหองของนางไม่อนุญาตให้นางพูดเช่นนั้น
“ฮ่าฮ่า...” ฉู่ซิวหัวเราะเยาะ “ท่านอาจารย์ ท่านก็ยังคงไม่เชื่อฟังเช่นเคย!”
“ดูท่าท่านจะชอบความรู้สึกตอนถูกผนึกมากกว่าสินะ!” เขาลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกจากเสื้อคลุมแล้วหันหลังเดินจากไป
“เ้า....” เฉียวเิเตี๋ยกัดริมฝีปากล่างด้วยฟัน คำรามเสียงต่ำ
“เ้าลูกศิษย์สารเลว…”
“น่าเสียดาย แท้จริงแล้ว ‘ความร่วมมือ’ ของอาจารย์รอบนี้ ข้าค่อนข้างพอใจ และ้าจะปลดผนึกให้อาจารย์ด้วยซ้ำ แต่ทว่า… ” ฉู่ซิวเดินไป พลางถอนหายใจและส่ายหัวอย่างระอา
จู่ๆ เขาก็นึกถึงบางสิ่ง ฝีเท้าหยุดชะงัก เฉียวเิเตี๋ยรู้สึกหัวใจเต้นรัวขึ้นมา จังหวะการเต้นของหัวใจชะงักไปชั่วขณะ ฉู่ซิ่วหันหน้าไปพร้อมกับรอยยิ้มอันชั่วร้ายที่ปรากฎบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา
“ท่านอาจารย์ ดูความสัมพันธ์อันแแ่ของเราในตอนนี้ ศิษย์ขอยืมทรัพยากรเพื่อการฝึกฝนคงไม่เป็ไรกระมัง”
[ว้าวว… ข้ามิอาจเชื่อหูได้ ท่านชั่วช้าเหลือเกิน ท่านคิดจะ ‘ปลาตัวเดียวกินสองรอบ*[1]’ เที่ยวเล่นและกอบโกยไปพร้อมกัน กลิ่นความชั่วร้ายของท่านนี่เหม็นเน่าราวกับศพที่เต็มไปด้วยหนองเลยจริงๆ คะแนนสะสม 500 แต้ม]
[1] ปลาตัวเดียวกินสองรอบ เป็สำนวนจีนซึ่งหมายถึงการใช้ประโยชน์จากสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำๆ