พระราชบัลลังก์แห่งพรอว็องค์เบิร์กอันไหม้เกรียม
หลุยส์ชูดาบเหนือหัวมาพักใหญ่เขาอยากเอาดาบลงเต็มที
แต่ดาบยังคงอยู่เช่นเดิม
เขากำลังสูญเสียการควบคุมกระแสพลังดาบเดสติโอเนลราวกับดาบนี้คือม้าพยศที่กำลังฉุดกระชากท้าทายเขาอยู่บนอากาศ
ท้องฟ้าอันมืดครึ้มสาดสายฝนตกลงมาตามการควบคุม
...ทุกอย่างหลั่งไหลไปตามอารมณ์ของหลุยส์
แม้เขาจะพยายามประคองสติแต่ก็ไร้การควบคุมได้ดังใจ
...ก็ทุกสิ่งเป็ไปตามประสงค์ของหลุยส์!
เขาเกลียดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อิกดราซิเอลเ้าต้นไม้นำความเดือดร้อนมาสู่แผ่นดินฟรังเกีย ด้วยเหตุนี้สายฟ้าจึงผ่าลงมาทำลายบัลลังก์แห่งพรอว็องค์เบิร์กจนมอดไหม้
และบัดนี้ดาบได้อยู่เหนือศีรษะของเขาเพราะเขา้ามากขึ้น
มากขึ้น! มากกว่านี้!
ใช่แล้ว!เขา้าพังทลายพรอว็องค์ ดาบวิเศษก็กำลังทำตามประสงค์ โดยนำสายฟ้าฟาดซัดลงบนตัวเมือง
พังทลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองให้หายไปจากแผ่นดิน
ปะาพวกพรอว็องค์ให้หมดสิ้น!
เมืองเวอุสตะวันตก
จังหวะที่เอสต้ากระโจนออกมาเพื่อกวาดทหารฝ่ายตรงข้ามเขาก็ต้องตกตะลึงกับห่าฝนบนท้องฟ้า
ลมแรงกระชากจนผ้าคลุมชุ่มเืลอยสูงขึ้นสะบัดดังเช่นเดียวกับดอกศรแกว่งไหวเสียหลักกลิ้งตกลงตรงหน้าเอสต้า
สายแสงอสนีบาตฟาดรุนแรงซัดพังหลังคาหินลงใส่กองทหารบาวาเรีย
แต่หลังคาฝั่งเมืองเอดีสต่างเป็แผ่นไม้แม้ร้าวหนักจนเกิดเปลวไฟแต่สายฝนก็พรมดับในทันที
เศษหินและดินไหลลงใส่แม่ทัพเอียมุสนายทหารคุ้มกันกระโจนผลักตัวม้าหลบไปได้ครึ่งทาง ทั้งทหารและม้าจึงเสียหลักล้มกองลงบนพื้นให้หินดินทับร่าง
แม่ทัพหนุ่มเหยียดแขนป้องกันกายเมื่อตกลงบนพื้นหินก็ได้ยินเสียงกระดูกลั่น
“แม่ทัพเอียมุสตกม้า!”ทหารบาวาเรียกรูกลับไปช่วยเหลือแม่ทัพของตนเอง เปิดช่องโอกาสแก่เอสต้าให้ดึงดาบั์ออกมาจากความว่างเปล่า
ดาบบิ่นเล่มเดิมที่ทิ้งไปก่อนหน้ากลับมากวัดแกว่งวงดาบหั่นร่างเหล่าทหารบาวาเรียเรียกจิตผวาขวัญแตกกระเจิงอีกครั้ง
แต่คราวนี้พวกทหารหัวเร็วเมื่อรู้ว่ายิ่งเบียดตัวล้อมแน่นเร็วเท่าใด ดาบร้ายก็ยิ่งสิ้นฤทธิ์เร็วเช่นนั้น“ล้อมไว้! ล้อมไว้!”
กองราชอารักขาเคลื่อนตัวเข้ารับคมหอกแทนเอสต้า
ทุกก้าวที่ขบวนขยับไปนั้นหมายถึงชีวิตของทหารที่ต้องล้มตายลงทีละคน
สายฝนชะล้างเืบนกายไหลนองแดงบนพื้นหินเมืองเวอุสตะวันตก
เสียงเหวี่ยงคมดาบเริ่มช้าลง
เสียงกรีดร้องแห่งความตายเริ่มบางแ่
เส้นทางยาวเต็มไปด้วยร่างทหารพรอว็องค์
อีกเพียงสิบก้าวเอสต้าก็จะถึงเชิงสะพานเวอุส แต่เขาเหลือทหารเพียงสามนายผู้ประคองสติถือโล่สกัดคมหอกอยู่ด้านหลังเท่านั้นหากทั้งสามล้มลงก็จะเปิดช่องให้ศัตรูจู่โจมชีวิตราชินีกีเนเวีย
ความสูงของเอสต้าทำให้เขามองข้ามศีรษะของเหล่าทหารศัตรูไปยังฝั่งตรงข้าม
ดันเต้กำลังชักม้าศึกนำขบวนรออยู่บนเชิงสะพานเมืองเวอุสตะวันออก
รองแม่ทัพดรูนผู้ร่างกายอาบไปด้วยโลหิตชักม้าเข้าขวางดันเต้จากสะพาน
เพราะทุกคนรู้ดีเมื่อเอสต้าผ่านแนวสะพาน พวกเขาก็จะเริ่มจุดห่อดินเพลิง
แต่ไฟธรรมชาติกำลังลุกโชนอยู่ใต้สะพานเวอุสเพราะเสาหินชุ่มไปด้วยน้ำมัน
สายฝนก็ไม่สามารถเอาชนะน้ำมันและดินไฟหลายถังได้
แรงะเิระลอกแรกเขย่าตัวสะพานนำเสียงหินแตกลั่นร้าวดังอย่างต่อเนื่อง
ทหารพรอว็องค์เริ่มถอยตัวจากสะพานตามสัญชาตญาณ
ดันเต้ขยับม้าหยุดยืนอยู่บนปลายสะพานาาหนุ่มทำได้เพียงมองเหล่ากองทัพบาวาเรียซึ่งนำโดยแม่ทัพโพเทย์และเอียมุสขนาบตีเอสต้าอย่างไม่ลดละ
เขามีเพียงความหวังขอปาฏิหาริย์ ว่าจังหวะนี้ทั้งกีเนเวียและเอสต้าจะฝ่ามาได้อย่างปลอดภัย
แต่เอสต้าผู้เหลือทหารเพียงสามนายทำได้เพียงขยับเท่าเส้นขนอย่างเชื่องช้า
“อย่าให้ข้ามสะพาน”เอียมุสกุมแขนขวาที่หักห้อย “จับตายเท่านั้น!”
คมหอกแล่นลิ่วถี่เร็วจากรอบทิศผ่าซอกแหวกร่องโล่เข้าหาทหารผู้นำกายเนื้อป้องกันราชินี
เอสต้าใช้กายใหญ่ปกป้องกีเนเวียในอ้อมแขนเขารับคมหอกจ้วงฉีกบาดเนื้อกรีดหนังจนเืทะลัก ส่งผลให้ร่างกายเกินจะทนทานสายตาเริ่มพร่ามัว เหงื่อแห้ง ปากแตกเป็เกล็ด กระนั้นเขาก็ไม่สามารถทิ้งภารกิจปกป้องราชินีกีเนเวียได้
นางไร้าแแม้แต่รอยขีดเดียว
มือซ้ายของเหล่าขุนทหารรวบผ้าคลุมสีแดงมาพันต้นแขนถึงมือกลายเป็เกราะผ้าหนารับการฟันระยะประชิด ทหารพรอว็องค์ชักดาบยาวกวัดแกว่งสังหารศัตรูโดยรอบแต่ก็เสียหลักถูกบิดจนงอ
สายตาเห็นใบหน้าเหล่าทหารข้าศึกเลือนรางขึ้นทุกทีแม้ส่วนหนึ่งข้าศึกจะถึงขั้นเสียสติ แต่อีกส่วนก็บ้าเืประสงค์ศีรษะแม่ทัพเอสต้าจึงบุกเข้ามาไม่ขาดสาย
“พระองค์ต้องไป”แม่ทัพใหญ่กล่าวเสียงแตกห้าว
ตอนนี้ทหารราชองครักษ์แทบไม่เหลือกำลังไปต่อได้แล้ว
“ไม่ได้นะท่านเอสต้า!”กีเนเวียจับบนข้อมือซ้ายของแม่ทัพคนสนิท
แต่เมื่อชายผู้นี้ได้ตัดสินใจแล้วเหตุผลใดก็หยุดเขาไม่ได้
กีเนเวียถูกดันไปอยู่ด้านหลัง“เคลื่อนขบวนทะลวงทัพ” เสียงเครียดคำราม
เมื่อคมหอกศัตรูถอยกลับทหารทั้งสามก็พุ่งตัวไปข้างหน้าทีละคน
ปฏิกิริยาของทหารบาวาเรียฉับพลันนั้นก็จ้วงหอกสวนใส่ร่างทหารทันที
นายทหารพรอว็องค์กอดด้ามหอกและถีบร่างออกไปทางซ้ายด้ามหอกจึงเบี่ยงแนวเปิดทางให้เอสต้าพุ่งไปข้างหน้า
ดาบเล็กร้าวบิ่นในมือแม่ทัพใหญ่สับคอทหารชุดแรกแล้วทหารพรอว็องค์อีกคนก็ะโรับคมหอกก่อนจะถีบตัวไปด้านขวาตามด้วยดมดาบบิ่นฟันร่างทหารจนได้ยินเสียงดาบแตก
ทหารคนสุดท้ายกระโจนไปรับคมหอกแล้วถีบตัวไปด้านซ้ายเอสต้าก็เหวี่ยงดาบปาดร่างตรงหน้า
ทว่ายังเหลืออีกชุดใหญ่เอสต้าสูดลมหายใจลึก “น้อมส่งเสด็จ” เขาคำรามลั่นแล้วกอดเอวราชินีไว้ด้วยแขนซ้าย
แม่ทัพใช้กายใหญ่โตเป็อาวุธกระแทกตัวไปข้างหน้ารับคมหอกทั้งหมด แล้วกวัดแกว่งคมดาบเล่มใหญ่ตัดชีวิตและด้ามหอกเหล็กตรงหน้า เขารับคมหอกถึงสามระลอกจนคมแหลมเสียบเต็มร่างกาย
แม้จะาเ็สาหัสเจียนตายแม่ทัพเอสต้ายังไม่ลืมการกระชับร่างราชินีให้อยู่ในวงแขนซ้ายของตนไว้แน่นจนสามารถขยับตัวมาถึงตีนสะพาน ดอกเกาทัณฑ์บางส่วนปักบนแผ่นหลัง ต้นแขน และหัวไหล่ที่โอบปกป้องกีเนเวีย
เอสต้าถีบทหารแถวสุดท้ายตกลงไปในทะเลเพลิงแล้วเขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่า
เขาไปต่อไม่ไหวแล้ว สายตาแม่ทัพใหญ่ล่องลอยมองสตรีผู้ที่เขาสามารถส่งให้ถึงตีนสะพานสำเร็จ สติของเขากำลังดับลง“น้อมส่งเสด็จ”
คำพูดพร้อมคำเตือนสุดท้ายในห้วงสติของชายผู้เสียสละส่งถึงกีเนเวีย‘วิ่ง...’
ราชินีไม่เหลือเวลาได้มองจุดจบของชายผู้จงรักภักดีนางต้องรีบหันหน้าไปทางเวอุสตะวันออกแล้วก้าวเท้าเร็วเท่าที่ตนเองทำได้
ทันใดนั้น ร่างของเอสต้าก็พลันะเิลำแสงสีทองพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า
แรงสั่นะเืผลักทหารบาวาเรียหลายร้อยนายล้มครืน
แม่ทัพโพเทย์ผู้ควบม้าทะยานมาใกล้หวังตัดศีรษะเอสต้าร่วงตกจากหลังม้าถึงกับคอหักสิ้นใจในทันที
บริเวณตีนสะพานเริ่มปริแตกสร้างรอยแยกแตกร้าวแล้วทรุดทลายลงกีเนเวียจึงวิ่งสุดชีวิตโดยไม่เหลียวหลัง
ดันเต้ลงจากหลังม้าเตรียมรอรับนางบนตีนสะพานปลายทาง
วินาทีนั้นแผ่นหินก็แตกร่วงสั่นะเือย่างรวดเร็วจนใช้วิชาหรือพลังอันใดก็ส่งตัวไม่พ้น
กีเนเวียเหยียบอากาศทรุดลงตามแนวสะพาน เช่นเดียวกับหัวใจที่หล่นวูบลง
แรงดึงกระชากบนข้อมือเจ็บจี๊ดดึงสติกีเนเวียคืนมาราชินีเงยหน้ามองดันเต้ ผู้คว้าข้อมือตนไว้แน่น
ดันเต้ห้อยตัวอยู่ในอากาศมีรองแม่ทัพดรูนจับขาาาตนเองอยู่ขอบเหว
เมื่อาาถูกดึงขึ้นมาริมผาได้สำเร็จเขาก็ใช้แขนขวายกกีเนเวียขึ้นมาจนพ้นจากปากเหว
ไม่ทันได้แสดงความขอบคุณหรือปลอบภริยาปราสาทบริเวณท้องพระโรงพรอว็องค์เบิร์กก็ะเิดังลั่น เต็มไปด้วยลำแสงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ลำแสงนั้นใหญ่กว่าการตายของเอสต้าเสียอีก!
ต้นแสงคือหลุยส์ ผู้กำลังชูดาบเดสติโอเนล
“ไม่ทันเวลาแล้ว”ราชินีสาวเตือน พร้อมโบกมือซ้ายกรีดอากาศไปเบื้องหน้า
คันศรเติมเต็มด้วยแสงสว่างจรัสจ้าราวดวงอาทิตย์มรกตปรากฏในมือกีเนเวีย
...ท่านต้องวางดาบลง...กีเนเวียส่งกระแสจิตไปยังลุดวิจ
ไม่มีเสียงตอบกลับจากปลายทาง
...ท่านต้องวางดาบลง...ราชินีสาวบอกหลุยส์อีกครั้ง
...ข้าจะใช้พลังทำลายล้างพรอว็องค์...กระแสจิตใต้สำนึกอันดำมืดคำราม
“ชายผู้นี้จิตใจเต็มไปด้วยปีศาจดำมืด”ดันเต้พยักหน้าให้ภริยา
“เราต้องทำลายดาบเดสติโอเนล”สิ้นคำพูดกีเนเวียก็กรีดกรายมือขวาดึงลำแสงแตกรวมเป็เส้นบังเกิดดอกศรเวทมนตร์ลั่นวิถีวิ่งตรงไปยังดาบเดสติโอเนล
ศรกระแทกจนใบดาบแตกะเิไปพร้อมมือขวาของลุดวิจพร้อมผลักร่างเ้าแห่งบาวาเรียตกลงจากชานบัลลังก์
ท้องฟ้าพลันสลายคลายเมฆฝนลงทันใดส่งผลให้แสงนภาอบอุ่นแหวกหมอกดำทอลงบนเมืองพรอว็องค์ราวสิ้นสุดภัยอันตรายลงแล้ว
ทว่าแรงะเิสั่นะเืก่อนหน้าทำให้ฝายแอนดูรุสแตกร้าวกองทหารพรอว็องค์ที่กำลังสู้รบกับบาวาเรียจึงรีบถอนทัพขึ้นสู่ที่สูง
ทหารบาวาเรียเห็นกองทัพพรอว็องค์แตกพ่ายต่างก็กู่ร้องแก่ชัยชนะและพากันโห่เหน็บตามหลังศัตรูอย่างสนุกสนาน
แต่เมื่อแนวหินทั้งหมดพังถล่มลงด้วยคลื่นน้ำสูงท่วมยอดเขาไหละเืธรณีราวฝูงม้านับล้านตัวตรงมายังสนามรบทหารของหลุยส์ก็ต้องหวีดร้องต่อกระแสพิโรธแห่งคลื่นนาวาอันกวาดล้างทั้งสามกองพันในพริบตา
กระแสน้ำซัดกระแทกเข้าเมืองพรอว็องค์ทางทิศเหนือมวลน้ำมหาศาลแล่นชนปราสาทพรอว็องค์เบิร์กจนพังทลายหายไปกับสายน้ำ
คลื่นซัดแนวป่า ตีวนมาทางโบสถ์เอดีสจนหลังคาไม้พลิกคว่ำแต่หลังคาไม้กลับหงายขึ้นกลายเป็ลำเรือใหญ่
แรงคลื่นซัดเข้าเมืองเอดีสพัดผ่านบ้านเรือนหลายหลังต่างก็พลิกเป็ลำเรือไหลไปตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก
มวลน้ำใหญ่ะเืเลื่อนไปตามช่องเขาพาลำเรือเล็กและใหญ่มุ่งไปยังทิศใต้
เสียงแห่งความตายใต้คลื่นแห่งนาวาดังระงมไปตลอดทาง
แม้คลื่นน้ำจะลดระดับลงแล้วแต่ก็ยังสูงเกือบถึงสันเขาปลายทาง ซึ่งมีระดับสูงกว่ายอดป้อมเมืองท่าติดทะเลสีครามแห่งลอมแบร์ดี
เมืองที่รวมคนของหลุยส์ฏของพรอว็องค์
พวกเขาไม่ทันรู้ตัวเมื่อคลื่นน้ำชะเข้าทำลายเมืองสายน้ำกวาดทั้งบ้านเรือน พาสิ่งก่อสร้างและคร่าชีวิตลงสู่ทะเลสีคราม
เรือไม้จากเอดีสกระแทกลงพื้นน้ำ โดยมีดันเต้ผู้กำลังยกมือขวาเหนือศีรษะนำพาทุกคนลงสู่ทะเลเมอริเนียน