ในหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางูเาสลับซับซ้อน เมฆหมอกที่ไม่เคยบางตา โอบอุ้มทัศนียภาพบนูเาประหนึ่งท้องทะเลที่ถูกเนรมิตท่ามกลางขุนเขา ดอกไม้สีชมพูบานสะพรั่งช่วยแต่งเติมสีสันให้ดูงดงาม
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่มีเพียงคนชราที่เจ็บกระเสาะกระแสะมากกว่าครึ่ง ที่เหลือจะเป็เด็กๆ ส่วนผู้ใหญ่วัยฉกรรจ์ กับหญิงสาวหายเข้าไปทำงานในเมืองหลวง แล้วก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย ทำให้ภาระในการเลี้ยงดูคนชราในหมู่บ้านเป็ของเด็กๆ วัยราว 11-13 ปีเท่านั้น อย่างไรก็เถอะ เด็กวัยอายุราวนี้ ในโลกใบนี้ ถือว่าแข็งแกร่งพอที่จะลุกขึ้นจับอาวุธได้
อายุ 13 ปี ของที่นี่ถือว่าเป็วัยหนุ่มที่สามารถดูแลตัวเองโดยที่ไม่มีใครต้องช่วยเหลือได้แล้ว
หมู่บ้านแห่งนี้เพิ่งมีการเรียกขานกันเองว่า หมู่บ้าน 7 ครัวเรือน แม้ว่า 1 ครัวเรือนจะไม่ได้ประกอบไปด้วย พ่อแม่ลูกก็เถอะนะ หากแต่เป็การแบ่งการดูแลออกเป็ส่วนๆ เพื่อให้เด็กๆ สามารถดูแลคนชราในหมู่บ้านได้อย่างเป็สัดเป็ส่วน คนชราบ้านละ 3 คน กับเด็กที่ดูแลเรือนละ 2 คน โดยมีเด็กหนุ่มวัย 13 ที่เป็หัวเรี่ยวหัวแรงหลัก นามว่า คงคราม หรือทุกคนมักเรียกสั้นๆ ว่าคราม
ครามคอยจัดแจงการใช้ชีวิตของคนในหมู่บ้าน ั้แ่การวางโครงสร้างการเกษตร เน้นไปที่การปลูกพืชกินได้ และสวนสมุนไพรหลายสิบไร่ที่ใช้รักษาคนชราในหมู่บ้าน กองหนังสือทางการแพทย์หลายเล่มถูกย่อยเนื้อหาเปลี่ยนเป็แปลงเกษตรเพื่อปลูกสมุนไพรเป็วัตถุดิบในการสกัดตัวยาเพื่อต่ออายุ
กระนั้นก็เถอะแม้ครามจะมีทางเลือกในการจากหมู่บ้านไปเพื่อแสวงโชคเหมือนเด็กหนุ่มรุ่นก่อนๆ แต่นั่นไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลยแม้สักครั้งเดียว เขายังคงเป็ผู้นำในการปลูกฝังความกตัญญููให้เด็กทุกคนในหมู่บ้าน แม้ว่าจะมีอิงฟ้า ดรุณีน้อยวัย 13 ปีเหมือนกับเขาที่พอจะสามารถดูแลทุกคนในหมู่บ้านแทนเขาได้ แต่นั่นมันจะกลายเป็ความคิดเหมือนผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่จากหมู่บ้านไปแต่ก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
หมู่บ้านนี้ครามได้ให้เด็กทุกคนที่มีอยู่ ช่วยกันล้อมรั้วด้วยไม้เป็ท่อนขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันฝูงหมูป่าเข้ามาทำลายพืชผลและเก็บกินสมุนไพรในหมู่บ้าน
โชคดีที่ฝูงหมูป่าเหล่านี้ ไม่ได้มีตะบะที่กล้าแข็งแต่อย่างไร เน้นพวกมากเข้าสู้ แต่ก็ไม่แน่หากรออีกสัก 10 ปี จะมีหมูป่าตัวหนึ่ง ที่ตอนนั้นเป็จ่าฝูงน่าจะมีตะบะบำเพ็ญ 100 ปีพอดี
ในดินแดนที่ครามใช้ชีวิตอยู่นี้เรียกว่า พิภพแห่งฌาณ มีทรัพยากรบริสุทธิ์ เรียกขานกันว่า จตุรธาตุพิสุทธิ์ ประกอบด้วยปฐีพิสุทธิ์ วารีพิสุทธิ์ วาตะพิสุทธิ์ อัคนีพิสุทธิ์ จตุรธาตุนี้กระจายอยู่ในบรรพพิภพ ไม่มีใครรู้ว่ามีรูปลักษณ์เป็อย่างไร แต่ััได้ถึงพลังงานที่กล้าแข็ง ในการให้กำเนิดสรรพชีวิต และพลังแห่งฌาณ รวมถึงอิทธิฤทธิ์วิเศษอื่นๆ ทำให้แม้สัตว์เดรัจฉานตัวเล็กตัวน้อยไปจนถึงมนุษย์ สามารถฝ่าฟันอายุขัยพื้นฐานไปสู่ระดับฌาณได้
อย่างไรก็ตามการที่สัตว์หรืุ์จะสามารถบำเพ็ญฌาณได้เหนือขีดจำกัดนั้น ต้องอาศัยสมุนไพรบางชนิด ที่จะเกื้อหนุนต่อการบำเพ็ญตะบะเพื่อเพิ่มพลังในร่างกาย และสมุนไพรบางชนิดนั้นได้ถูกปลูกขึ้นในหมู่บ้าน เจ็ดครัวเรือนแห่งนี้อย่างที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรู้มาก่อนว่ามี นอกจากหมูป่าฝูงนี้
หมูป่านั้นปกติจะมีขนาดไม่ใหญ่เท่าไรนัก ประมาณไม่เกิน 4 ศอก อายุพื้นฐานโดยเฉลี่ยราว 10 ปี ไม่เกิน 20 ปี หากจะมีหมูป่าสักตัวสองตัวที่อายุมากกว่า 30 ปี นั่นหมายถึงว่ามันบรรลุฌาณเพื่อยืดอายุไขของมันเป็ที่เรียบร้อย และตัวที่เป็หมูป่าอยุเยอะที่สุดในพิภพแห่งนี้เคยเป็ตำนานเล่าขาน มีอายุนับหมื่นปีเลยทีเดียว และนั่นคือจักรพรรดิ์หมูป่า เขี้ยว กีบเท้า และขนบนลำตัวของมันเป็เพชร ยามใดที่มันสลัดขน แม้ผู้วิเศษเรืองนามก็ไม่อาจหนีรอดชีวิตไปได้
แต่โชคดีที่ฝูงหมูป่าที่เป็ปฏิปักษ์ กับหมู่บ้านเจ็ดครัวเรือนนี้ ตัวจ่าฝูงมีตะบะเพียง 90 ปี ชาวบ้านเรียกมันว่า หน้าบาก เพราะว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มันถูกครามใช้มีดดาบฟันที่หน้าไป 1 แผล ที่ใบหน้า ทำให้มันเจ็บแค้น และมักแวะเวียนมาโจมตีหมู่บ้านปีละครั้ง
หน้าที่ของครามอีกอย่างที่สำคัญคือการเป็ครูฝึกช่วยให้เด็กในหมู่บ้านที่พอจะต่อสู้ได้ เรียนศิลปการต่อสู้ ที่ครามคิดค้นขึ้นจากการสังเกตการโจมตีของสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น เสือ หมูป่า นกเหยี่ยว
เวลาผ่านไป ครามสังเกตได้ว่าแม้ไม่มีเขา เด็กผู้ชายในหมู่บ้านที่มีอายุ อายุ 10 และ 13 ปี ก็สามารถช่วยป้องกันหมู่บ้าน แม้จะไม่มีเขาอยู่
…และวันนี้เป็วันที่เ้าหน้าบากจะยกทัพฝูงหมูป่ามาบุกหมู่บ้าน
พวกมันมาแล้ว!!!
เสียงเด็กคนหนึ่งวัย 13 ปี ะโขึ้นมา “ทุกคนฟังข้า” เขาพูดพลางยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าเขามีแววขึงขัง ผมยาวประด่า สวมชุดจากด้ายดิบสีขาวขุ่นๆ ออกจะมอมแมมหน่อย ยืนจังก้าอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน ข้างหลังมีเด็กผู้ชายอีก 10 คนยืนอยู่ ส่วนคราม กับ อิงฟ้า ยืนคุ้มกัน หน้าโรงเรือนของผู้เฒ่าที่เจ็บป่วย
ฝูงหมูป่านับร้อยวิ่งตะบึงมาจากป่า ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 200 ก้าว พยับฝุ่นมากมายจนเห็นตัวที่อยู่ข้างหลังเพียงรางๆ
“พี่จรณ์ ให้พวกเราบุกกันเลยไหม” เด็กคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวหลังเอ่ย
จรณ์ เป็เด็กหนุ่มที่ครามไว้ใจวันนี้เขายืนอยู่หน้าสุด คอยบัญชาการและโจมเ้าหน้าบากเป็หลัก ด้วยฝีไม้ลายมือ พอที่จะเป็ผู้นำและปลุกระดมเด็กๆ ให้คุ้มกันหมู่บ้านได้อย่างแน่นอน หากเกิดอะไรขึ้นในกรณีฉุกเฉินที่ครามไม่อยู่ เด็กวัย 13 ปี คนนี้แหละ ที่จะดูแลหมู่บ้านแทนเขาได้
จรณ์ชูมือข้างหนึ่งขึ้นเป็สัญญาณให้เตรียมพร้อม ชั่วอึดใจ เขาก็เหวี่ยงแขนไปข้างหน้า
ลุย!!!
เมื่อเด็กๆ วิ่งไปข้างหน้า หมูป่าก็เร่งฝีเท้า ลำตัวเทอะทะของพวกมันรีบทะยานไปข้างหน้า แต่ไหนเลยที่พวกมันจะรู้ว่ามีบางอย่างรออยู่ กับดักที่เด็กๆ ทำไว้เริ่มทำงาน เริ่มจากหลุมดักสัตว์นับสิบหลุม ที่ตอนนี้มีหมูป่านับสิบลงไปกองอยู่ในนั้น เด็กๆ เลือกที่จะไม่ปักไม้แหลมเอาไว้ เพราะเห็นว่าพวกมันอาจดูบ้า แต่แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ต้องฆ่าให้หมดสิ้น
ตอนนี้บางตัวก็ติดบ่วงห้อยต่องแต่งอยู่กับต้นไม้ บ้างก็ถูกเด็กๆ ร่ายรำเพลงพลอง จนพวกมันต้องล่าถอย
ปกติหมู่ป่าเหล่านี้หากไม่มีมีการวางกับดักไว้ล่วงหน้า ก็ไม่แน่ พวกมันอาจอาจทำลายหมู่บ้านได้ โดยปกติกการต่อสู้ของพวกมันแล้ว จะวิ่งชนให้คู่ต่อสู้ล้ม การวิ่งของมันแยบยลนัก สามารถหักมุมเลี้ยวได้อย่างฉับพลัน ทำให้บางครั้งคูต่อสู้ไม่แน่ใจว่ามันมีเป้าหมายที่ใคร ยิ่ง่ชุลมุนด้วยแล้วย่อมแพ้ทางมันโดยง่าย เมื่อมันจนคู่ต่อสู้จนล้ม มันจะใช้กีบเท้าที่มีแรงหนักอึ้งของมันโจมตี แล้วใช้เขี้ยวอันแหลมคมของมันจ้วงแทงอย่างไรปราณี สิ่งนี้เคยเกิดกับคนหนุ่มรุ่นก่อนๆ ของหมู่บ้าน ทำให้ต้องมีการวางกับดักเพื่อตัดกำลังของพวกมัน
เวลานี้คงจะมีแต่จ่าฝูง ที่ถูกเรียกว่าเ้าหน้าบาก ที่ยังคงยืนหยัดอยู่ อายุของมันตอนนี้ก็ 90 ปี มากว่าอายุของหมูป่าทั่วไป ที่มีอายุโดยเฉลี่ย 10 -20 ปี นั่นเพราะมันหาแนวทางบำเพ็ญตะบะได้สำเร็จ มันจึงนำฝูงหมูป่าเหล่านี้ราวกับพวกมันเป็หุ่นเชิด ที่ถูกบงการได้
บัดนี้เ้าหน้าบากยืนปะทะกับจรณ์ ทั้งสองจ้องตากันไม่กระพริบ
เขี้ยวยาวโง้งสองคู่ สีคล้ายหินอ่อน บัดนี้หยาดเยิ้มไปด้วยน้ำลาย แววตาของมันฉายแววความแค้นและความกระหายสมุนไพร ร่างของมันมีขนาดใหญ่กว่าหมูป่าตัวอื่นๆ สามเท่า เรียกได้ว่ามันตัวเท่ากับเสือหนุ่มตัวหนึ่งเลยทีเดียว มันโจนทะยานร่างพุ่งเข้าหาจรณ์ ที่กำลังยืนรอจังหวะอยู่แล้ว
มีดาบที่ถูกเสียบอยู่ในฝักด้านหลังถูกชักขึ้นมา ประกายแสงสีเงินวาววับ เผยแววคมกริบถูกวาดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แม้หน้าบากจะตัวใหญ่แต่ความปราดเปรียวของมันไม่แพ้ใคร มันเวี่ยงตัวหลบได้อย่างเหมาะเจาะ พลางส่งเสียงคำรามออกมา ก่อนมุ่งหน้าไปหาเด็กหนุ่มด้วยเขี้ยวยาวทั้งสองหมายปริดชีวิตในคราเดียว
เปรี๊ยะ!!!
เขี้ยวสีขาวขุ่นคล้ายหินอ่อนข้างหนึ่ง หักเป็สองท่อนทันทีเมื่อปะทะกับดาบในมือจรณ์ พลันเสียงครางอย่างโหยหวนก็ดังขึ้น เสียงร้องอย่างเ็ปนั้นไม่ใช่เพราะร่างกายได้รับาเ็จนเืตก ยางออก เหมือนตอนปะทะกับคราม แต่บังเกิดขึ้นจากเขี้ยวที่เป็ตัวแทนของความความภาคภูมิใจ และเป็ตัวบ่งชี้ตะบะถูกทำลายลง ไม่ต่างอะไรกับการถูกเอามีดกรีดหัวใจ แล้ววิ่งหนีเข้าป่าไป โดยมีฝูงของมันวิ่งตามไปติดๆ
เด็กๆ ที่เข้าร่วมรบร้องไชโยอย่างดีใจ และวิ่งเข้าไปขอบคุณครามที่สอนวิชาเหล่านี้ให้พวกเขา ชัยชนะวันนี้จะเป็ไปไม่ได้เลย หากครามไม่ปล่อยให้พวกเขาได้แสดงฝีมือย่างเต็มที่
จากาเล็กๆ ในวันนี้ มีหมูป่าตัวหนึ่งหัวใจวายตายตอนตกหลุม วันนี้จึงได้กลายเป็อาหารเลี้ยงความสำเร็จของเด็กๆ ในยามค่ำคืน
ครามกับอิงฟ้าช่วยกันปรุงน้ำสมุนไพรให้กับทุกคนได้ดื่มเพื่อบำรุงร่างกายหลังต่อสู้ และแยกเอาไว้ส่วนหนึ่งในตุ่มไว้ และฝังลงดิน เพื่อทำเป็น้ำสมุนไพรหมัก เอาไว้ทานเพื่อเป็ยาเสริมกำลังในปีหน้า
อิงฟ้าลงมานั่งข้างๆ คราม หลังจากที่เธอเข้าไปป้อนยาป้อนอาหารให้กับเหล่าผู้เฒ่าในเรือนเสร็จ
เธอยื่นเนื้อหมูป่าย่างให้กับเขา เมื่อมือว่างทั้งสองข้างแล้วเธอก็เอานิ้วมือเหน็บปรอยผมให้ทัดข้างๆ หู เรือนผมมันขลับยามต้องแสงไฟจากกองไม้ตรงหน้า วูบไหวทอประกายขับให้เรือนผมของเธอดูมีแสน่ห์ ครามมองไปที่ใบหน้างดงามคู่นั้นอย่างมีความสุข พลันหลุดระบายลมหายใจออกมา จนอิงฟ้าเอะใจเอ่ยถาม
ครามฉุกคิดได้ตอบกลับว่าไม่มีอะไร พลางชวนให้ดูเด็กๆ เล่นหน้ากองไฟกันเถอะ พลางคิดในใจว่า …พรุ่งนี้ค่อยบอก