Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่สี่สิบห้า ดั่งแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ

    ตอนที่สี่สิบห้า ดั่งแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ

    แต่ละคนมองดูไปที่คัลราวกับมองดูคนที่หลงตนเอง

    พวกเขาคิดผิด

    “เอ่อป้องกันขุนนางและชนชั้นสูงผู้หญิงในการหลงรักเจ้างั้นหรือ?”

    คลอฟอร์ดกล่าวอย่างสงสัย

    ผมพยักหน้า

    “ใช่แล้ว ข้าเข้าใจว่ามันเป็นงานที่ยากลำบากแต่ขอให้เจ้าเข้าใจว่าเจ้าทำงานที่สามารถตัดสินชะตากรรมของอาณาจักรนี้ได้เลยทีเดียวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีใครมาหาข้าตอนกลางคืนหรือคนแปลกๆมาข้าอนุญาตให้เจ้าใช้ดาบฟันได้เลย ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นราชินี นักบวชหญิงดัชเชสหรือลูกสาวดยุกก็ตาม”

    ผมตบบ่าคลอฟอร์ดจนเขาทรุดลงเล็กน้อย

    “ข้าฝากอนาคตของอาณาจักรนี้ไว้กับเจ้าแล้ว”

    ผมกล่าวอย่างฝาก “สงคราม”ในอีกสมรภูมิหนึ่งไว้กับคลอฟอร์ด

    การผจญภัยมาหลายสิบปีทำให้ผมรู้ตนเองว่าเราไม่สามารถต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวได้

    การมีสมัครพรรคพวกมากกว่านั้นจะทำให้เราได้เปรียบมากกว่า

    ที่ผมกล่าวกับคลอฟอร์ดคือความจริงไม่ได้ล้อเล่นแต่ประการใด

    ท่ามกลางสายตางุนงงของคนรอบข้าง

    ว่าทำไมเจ้าบาบาเรี่ยนตัวโตคนนี้ถึงได้หลงตนเองอย่างนี้แถมพูดจาเรื่องอนาคตของราชอาณาจักรราวกับคิดว่าอาณาจักรนี้เป็นของตนเองไปแล้วอย่างนั้นล่ะ

    แต่นี่คือนิสัยที่บ่มเพะสร้างมาจากการเป็นนักผจญภัยตลอดหลายสิบปี

    ว่าจะมากจะน้อยการกระทำของตนเองต้องส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของสถานที่ที่เขาเดินทางไปผจญภัยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

    ชะตากรรมต้องการเช่นนั้น

    Destiny Demand It.

    “สามหาว เจ้าว่า ราชินีหรือดัชเชสของอาณาจักรเราจะหลงเสน่ห์ของเจ้าหรือ?”

    บรรดาอัศวินบางคนได้กล่าวเช่นนั้นแต่คลอฟอร์ดทำหน้าเคร่งเครียดและอิงกริดก็มองคัลอย่างลังเลแต่ว่าไม่พูดอะไรได้แต่ก้มหน้าลง

    ผมพยักหน้า

    “ถูกต้อง เจ้าดูหน้าตาของข้าสิหล่อเหลาเช่นนี้ พวกเจ้าไม่คิดว่าพวกนางจะบินเข้ามาหาข้าดั่งแมลงเม่าบินเข้าหากองไฟอย่างข้าบ้างหรือ?”

    ผมเอานิ้วโป้งชี้ไปที่หน้าตาของตนเองและสะบัดผมดำยาวสยายประบ่าด้วยร่างกายที่นุ่งน้อยห่มน้อยด้วยผ้าเตี่ยวผืนเดียว