เช้าวันถัดมาไป่เจ๋อยังคงตื่นมาฝึกปราณแต่เช้า ก่อนจะเดินไปโรงเรียนตอนที่เขาเข้ามาในห้องเรียนก็มีสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจอย่างหนึ่ง
“ไง ไป่เจ๋อ วันนี้กลางวันนายว่างไหมไปเตะบอลกัน” นักเรียนชายที่มีผมและดวงตาสีแดงเข้ามาชวนเขาเตะบอล ถ้าเขาจำไม่ผิดนักเรียนชายคนนี้จะชื่อมู่ซื่อเฉิง
ในความทรงจำของไป่เจ๋อเ้าของร่างมู่ซื่อเฉิงนั้นเป็หัวหน้ากลุ่มนักเรียนชายที่ชอบเล่นกีฬา่พักกลางวันและพวกเขาไม่ได้มีบุญคุณความแค้นกับเ้าของร่างเหมือนกับพวกอี้หาน
ไป่เจ๋อรีบค้นความทรงจำของเ้าของทันทีและไม่นานเขาก็พบกติกากับวิธีการเล่น แต่น่าเสียดายเพราะความรู้ด้านฟุตบอลของเ้าของร่างที่มีต่อฟุตบอลมันเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น
‘กลุ่มของหมอนี่ก็ใหญ่พอ ๆกับกลุ่มของต้าถง ถ้าเราเข้ากลุ่มกับพวกนี้ก็พอจะลดการกระทบกระทั่งกับกลุ่มของต้าถงได้’ ไป่เจ๋อคิดได้ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงทันที
“ได้สิ” ไป่เจ๋อยิ้ม
“เอ๋ ไป่เจ๋อจะไปเตะบอลเหรอ อยากเห็นจัง”นักเรียนหญิงในห้องคนหนึ่งกล่าวขึ้นจากนั้นนักเรียนหญิงในห้องก็เริ่มคุยเื่ที่จะไปดูไป่เจ๋อเตะบอลตอนกลางวันกัน
ยิ่งเป็กลุ่มที่เคยเกือบทำมิดีมิร้ายไป่เจ๋อคราวก่อนหลายคนรู้สึกว่ามีของเหลวอุ่น ๆ กำลังไหลออกมาจากจมูกของพวกเธอ
แล้วยังครั้งล่าสุดก็ตอนที่ไป่เจ๋อประมือกับอาจารย์จางเพื่อนร่วมชั้นทุกคนได้ยินว่าอาจารย์จางยังเจ็บท้องบริเวณที่ถูกไป่เจ๋อต่อยอยู่ทำให้ในคาบของอาจารย์จางตอนนี้ การสาธิตกีฬาต่าง ๆเลยให้นักเรียนที่เล่นกีฬาชนิดนั้นมาสาธิตให้ดูแทนโดยอาจารย์คอยอธิบายหลักทฤษฎีและกฎกติกาเท่านั้น
ผ่านไปสักครู่นักเรียนหญิงที่เป็หัวหน้าห้องก็เปิดประตูเข้ามาเธอมายืนอยู่หน้าชั้นเรียนจากนั้นก็เริ่มปรบมือเพื่อให้ทุกคนหยุดฟังเธอ
“พวกเราเมื่อกี้ฉันเห็นพวกอาจารย์ฝ่ายธุรการกำลังติดประกาศผลสอบกลางภาคแทนที่จะไปดูพวกผู้ชายเล่นกีฬา ฉันว่าพวกเธอควรให้ความสำคัญกับผลการสอบดีกว่านะ”หัวหน้าห้องกล่าว
“อ๋า พูดขึ้นมาทำไมเนี่ยฉันแทบทำไม่ได้เลย” นักเรียนชายคนหนึ่งเอามือทั้ง 2 กุมหัว
“แม่ให้ถ่ายรูปผลสอบไปให้ดูด้วย ตายแน่นี่มันวันขึ้นหลักปะาชัด ๆ” นักเรียนชายอีกคนเริ่มคร่ำครวญขึ้นมาเช่นกัน
“พวกนายจะโอดครวจไปทำไมกันขนาดไป่เจ๋อออกจากห้องสอบก่อนคนอื่นแทบทุกวิชา ยังไม่เห็นหมอนี่จะเครียดอะไรเลย”นักเรียนชายอีกชี้ไปที่ไป่เจ๋อ
“นั่นสิ ไป่เจ๋อพ่อแม่นายไม่ว่าเื่คะแนนสอบกับเกรดบ้างเหรอ” หัวหน้าห้องถามที่จริง่นี้เธอไม่ค่อยห่วงไป่เจ๋อเท่าไหร่ เพราะในคาบเรียน ไม่ว่าอาจารย์จะถามอะไรไป่เจ๋อก็จะตอบได้อย่างถูกต้องและอธิบายให้เพื่อนในห้องเข้าใจไปด้วย
“ครั้งนี้ฉันเตรียมตัวมาดีน่ะอีกอย่างพ่อกับแม่ไม่ว่าหรอก เพราะต้องทำงาน เวลาพักผ่อนก็แทบจะไม่มีอยู่แล้วปกติกลับมาก็หลับเป็ตาย ่นี้เลยหางานที่เบาลง ทำให้มีแรงเหลือพอจะทบทวนบทเรียนน่ะ”ไป่เจ๋ออธิบาย (แถสีข้างถลอก)
“ยังเหลือเวลาอยู่ ไปดูกันไหม”นักเรียนหญิงคนหนึ่งเสนอขึ้น ทุกคนจึงตัดสินใจที่จะไปกัน
“เดี๋ยวก่อน ฉันไปให้ไหมขอเพื่อนผู้ชายอีกคนที่มีสมาร์ทโฟนไปด้วย” ไป่เจ๋อกล่าว
“อย่างงี้นี่เอง แค่ให้คนหนึ่งไปตามถ่ายมาทั้งหมดแล้วส่งเข้ากลุ่มไลน์ของห้องจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเบียดเสียด แย่งกันดูผลคะแนนกับนักเรียนคนอื่นสินะ”หัวหน้าห้องเข้าใจสิ่งที่ไป่เจ๋อ้าจะทำทันทีเธอรู้สึกว่าทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงคิดไม่ได้กันนะ
“เยี่ยมเลย ฉันไปกับไป่เจ๋อเอง”มู่ซื่อเฉิงเอาแขนพาดคอไป่เจ๋อแล้ว ส่วนมืออีกข้างถือสมาร์ทโฟนเตรียมไว้เรียบร้อย
‘เ้านี่ตีซี้มากเกินไปหรือไม่’ไป่เจ๋อคิด และแอบชำเลืองมองมู่ซื่อเฉิง
“ฝากด้วยนะ” เพื่อน ๆในห้องพูดขึ้นพร้อมกัน
ขณะที่กำลังเดินลงมาชั้น 1 เพื่อดูบอร์ดประกาศผลสอบมู่ซื่อเฉิงได้ถามคำถามที่ทำให้ไป่เจ๋อต้องชะงักฝีเท้า
“ไป่เจ๋อ วันก่อนฉันเห็นนายกับสาว ๆ 10คนในห้องทำเื่อย่างว่ากันที่หลังตึก นายนี่เจ๋งโคตรเลย”มู่ซื่อเฉิงกำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่เขาเห็นคราวก่อนนั่นคือตอนที่ไป่เจ๋อกำลังพยายามใส่เสื้อกับกางเกงที่ถูกนักเรียนหญิงถอดออกโดยรอบข้างมีนักเรียนหญิงนอนกองอยู่รอบตัว
“อ้อวันนั้นพวกเธอมาถามฉันเื่ที่ได้จับมือกับซีโม่ที่ห้างน่ะ แล้วมีคนถ่ายภาพได้แต่ไป ๆ มา ๆ ก็หยิบมือฉันไปดม แล้วเริ่มลาม ฉันก็เลยดิ้น เสื้อก็เลยหลุดแต่เพราะดิ้นแรงไป พวกเธอก็เลยเสียหลักหัวกระแทกพื้นสลบไปน่ะ”ไป่เจ๋อตอบไปก็เหงื่อตกไป ใครจะกล้าบอกว่าเป็พวกสาว ๆต่างหากที่กำลังจะกระทำมิดีมิร้ายเขา มันเสียฟอร์ม
“งั้นเหรอ น่าเสียดายฉันอยากให้นายสอนวิธีตกหญิงให้มากเลย จะให้ฉันเรียกนายว่าอาจารย์ก็ได้”มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“นายชื่ออะไร ฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลย”ไป่เจ๋อถาม เพื่อเลี้ยงประเด็นที่มู่ซื่อเฉิงพูดเมื่อครู่
“อ๊ะ จริงด้วย ฉันชื่อ มู่ซื่อเฉิงยินดีที่ได้รู้จัก” มู่ซื่อเฉิงกล่าวแนะนำตัว
“งั้นฉันเรียกนายว่า ซื่อเฉิง ก็แล้วกัน”ไป่เจ๋อกล่าว
“โอ๊ะดีเลย เราจะได้สนิทกันมากขึ้น”มู่ซื่อเฉิงไม่พูดเปล่า เขากอดคอไป่เจ๋อราวกับว่าไป่เจ๋อเป็เพื่อนซี้เขา
“หือ” มู่ซื่อเฉิง เริ่มทำจมูกฟุดฟิด
“ซื่อเฉิง มีอะไรฉันไม่ได้เหยียบอึหมามานะ” ไป่เจ๋อพูดขึ้น
“เปล่า” ซื่อเฉิงเริ่มดมเอาหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ไป่เจ๋อ ทำให้ไป่เจ๋อชะงักและนึกถึงสิ่งที่นักเรียนหญิงทำกับเขาเมื่อคราวก่อน
“ไป่เจ๋อ นายใช้น้ำหอม...เอ่อสบู่ยี่ห้อไหนน่ะ ทำไมมันหอมจังวะ” มู่ซื่อเฉิงเอ่ยถาม ตอนแรกเขาว่าจะถามถึงน้ำหอมแต่นึกขึ้นได้ว่าบ้านของไป่เจ๋อนั้นยากจน พวกของฟุ่มเฟือยอย่างน้ำหอมนั้นไม่น่าจะมี
“ก็สบู่ธรรมดาแต่กลิ่นตัวฉันเป็แบบนี้เอง” ไป่เจ๋อตอบ ก่อนที่มู่ซื่อเฉิ่งจะได้ถามอะไรพวกเขาก็เดินมาถึงบอร์ดประกาศคะแนนสอบกลางภาคกันแล้วซึ่งตอนนี้มีนักเรียนจำนวนมากกำลังมุงดูผลสอบกันอยู่
“กล้องสมาร์ทโฟนนายซูมแล้วยังถ่ายได้ชัดรึเปล่า”ไป่เจ๋อถามขึ้น
“ได้ดิ นี่รุ่นล่าสุดเลยนะเห็นงี้บ้านฉันรวยนะเฟ้ย ที่มาเรียนโรงเรียนนี้เพราะมันอยู่ไกลบ้านคนละจังหวัดจะได้หาเื่ขอออกมาอยู่คนเดียวน่ะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าวขณะเดียวกันก็พยายามจะชูสมาร์ทโฟนแล้วถ่ายกระดาษประกาศผลสอบแต่ก็ยังไม่ได้ภาพที่น่าพอใจ
“มานี่” ไป่เจ๋อย่อตัวลงพร้อมกับหันมามองมู่ซื่อเฉิง
“อะไรอะ” มู่ซื่อเฉิงยังงง
“ขี่คอฉัน มุมสูงไม่มีคนบังนายจะได้เห็นว่ากล้องมันโฟกัสในตำแหน่งที่้ารึเปล่า” ไป่เจ๋อบอก
“เยี่ยมเลย รบกวนแล้วสหาย”มู่ซื่อเฉิงะโขึ้นขี่คอไป่เจ๋อฉันทีเขาเริ่มซูมจับภาพบอร์ดประกาศผลของชั้นปีตัวเองจากนั้นเริ่มถ่ายและเช็คความชัดกับความถูกต้องอีกที
“เรียบร้อยแล้ว”มู่ซื่อเฉิงก้มหน้าลงบอกไป่เจ๋อ ไป่เจ๋อจึงย่อตัวให้มู่ซื่อเฉิงลง
“กลับห้องกันอย่างน้อยก็มีเวลาดูทั้งวันล่ะนะ” ไป่เจ๋อกล่าว พร้อมกับเดินนำมู่ซื่อเฉิงทันที
“อ๋า รอด้วยดิ” มู่ซื่อเฉิงกล่าวบรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้ง
“ไป่เจ๋อ นายแข็งแรงมากชะมัดนายแบกฉันได้สบาย ๆ เลยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงถามเพื่อทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับไป่เจ๋อ
“ตัวนายเบาจะตาย กล้ามเนื้อแค่นั้นไม่หนักหรอก ปูนกับทรายที่ฉันแบกตอนทำงานรับจ้างยังหนักกว่าเลย” ไป่เจ๋อตอบ
“ไป่เจ๋อ นายมองแว๊บเดียวก็บอกว่าเห็นกล้ามฉันทั้งหมดแล้วเหรอ”มู่ซื่อเฉิงทำท่าเอามือกอดตัวเองเหมือนผู้หญิงเวลา้าปิดเมื่อรู้ว่ากำลังถูกลวนลามทางสายตา
“ใช่ เพราะกะน้ำหนักนายไว้คร่าว ๆหากหุ่นนายเป็ไขมันเดินได้ล่ะก็ ฉันจะให้นายเป็ฐาน” ไป่เจ๋อกล่าว
“นายพูดจาโหดร้ายชะมัด” มู่ซื่อเฉิงกล่าวจากนั้นทั้ง 2 ก็หัวเราะกันยกใหญ่
ห้องเรียน
เมื่อมาถึงห้องมู่ซื่อเฉิงส่งรูปเข้าไปในไลน์กลุ่มของห้อง แน่นอนว่าทุกคนรีบเข้าไปเปิดดูทันทีจากนั้นแต่ละคนก็แสดงสีหน้าที่แตกต่างกันออกมา
“โอ้ ตายแน่ แม่ต้องฆ่าฉันแน่”
“ทำไงดี พ่อจะดุฉันไหมทั้งที่ไปเรียนพิเศษ คะแนนกลับแย่กว่ากลางภาคเทอม 1 อีก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สุดยอดเลยฉันได้ทริปเปิ้ล 0โว้ย นายแพ้ฉัน เพราะนายได้ 0 แค่ 2 วิชา ดังนั้นนายต้องเลี้ยงปลอบใจฉันนะเพื่อน”
“เฮ้ย แบบนี้มันโกงนี่ นายตั้งใจใช่ไหม”
หลังจากนั้นก็มีเสียงของเด็กสาวหลายคนดังขึ้นสายตาพวกเธอกำลังมองไปยังหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเองซึ่งบนหน้าจอเป็ผลคะแนนสอบกลางภาคของไป่เจ๋อนั่นเอง
“ว้าว ไป่เจ๋อ สุดยอดเลยคะแนนของไป่เจ๋อเป็อันดับหนึ่งของระดับชั้นเลย”
“อันดับ 1 ทุกวิชาจากที่เคยอยู่รั้งท้ายตลอด ไม่น่าเชื่อ”
“นายคงพยายามมากเลยสินะ เยี่ยมมากความพยายามไม่เคยทรยศเรา”
แน่นอนว่าพวกนักเรียนชายในห้องที่ได้ยินรีบเปิดไล่หาคะแนนของไป่เจ๋อ และทำให้พวกเขาได้เห็นเลข 100ของแต่ละวิชาที่ไป่เจ๋อทำได้
“เฮ้ย ไป่เจ๋อตบฉันที นี่ฉันฝันไปรึเปล่า”มู่ซื่อเฉิงกล่าวขณะเดินเข้ามาหาไป่เจ๋อขอมาแบบนี้มีหรือที่ไป่เจ๋อจะไม่จัดให้ตามคำขอ
ป๊าบ โป้ก หัวของมู่ซื่อเฉิงที่ถูกตบคว่ำลงไปกระแทกกับโต๊ะ ส่วนมู่ซื่อเฉิงรีบเงยหน้าขึ้นก่อนจะเอามือถูกหน้าผากที่ไปกระแทกโต๊ะเมื่อครู่
“ตื่นรึยัง”ไป่เจ๋อที่เริ่มสนิทกับมู่ซื่อเฉิงแล้ว เขาเลยหยอกนิด ๆ หน่อย ๆไม่ใช่แค่เพิ่มความสนิทสนมกับมู่ซื่อเฉิง แต่เป็การเพิ่มความเป็กันเองกับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นด้วย
“ไป่เจ๋อ ถ้าจะทำตามคำขอฉันคราวหน้ารบกวนนายลดแรงลงเหลือสักครึ่งหนึ่งจะได้ไหม มันเจ็บนะเนี่ย” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“ไม่ดีเหรอถ้าไม่เจ็บรู้ได้ยังไงว่าไม่ได้ฝันฉันทำได้เต็มทุกรายวิชาคราวนี้เพราะตั้งใจเต็มที่ล่ะนะ”ไป่เจ๋อพูดกวนประสาทมู่ซื่อเฉิง
“ง่า ไป่เจ๋อนายกลายเป็คนขี้แกล้งแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่อ่า หัวหน้าห้องช่วยด้วยสิไป่เจ๋อรังแกฉัน” ซื่อเฉิงผละจากไป่เจ๋อ ไปเกาะขาหัวหน้าห้องทำหน้าเหมือนลูกหมาจะร้องไห้ แล้วชี้ไปที่ไป่เจ๋อ
“ปล่อยฉันนะ เ้าหมานิสัยไม่ดีถูกเ้าของตีก็ถูกแล้ว” หัวหน้าห้องตอบกลับมาอย่างเ็าพร้อมกับสลัดขาตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของมู่ซื่อเฉิงไป่เจ๋อมองภาพนั้นแล้วอดนึกเสียใจไม่ได้ บรรยากาศแบบนี้ไป่เจ๋อคนก่อนไม่เคยได้เห็นหรือได้รับเลยอาจจะเพราะว่ากลุ่มของต้าถงกับอี้หานรังแก แม้ตอนนี้กลุ่มของอี้หานจะลาออกไปบำบัดและกลุ่มของต้าถงก็ถูกพักการเรียน จนเหลือต้าถงตัวคนเดียวอีกทั้งต้าถงยังโดดเรียนแทบทุกวิชาอีกด้วย ทำให้เพื่อนในห้องแสดงความเป็มิตรต่อไป่เจ๋อมากขึ้น
แต่ขณะที่กำลังนึกอะไรเพลิน ๆมู่ซื่อเฉิงก็ถูกสลัดจนกระเด็นมาอยู่ใกล้ ๆ กับเท้าของไป่เจ๋อ
“ไป่เจ๋อ นายดูหัวหน้าห้องเราดิ เ็าสุดๆ” คราวนี้สลับกันซื่อเฉิงหันไปชี้หัวหน้าห้องแทนไป่เจ๋อจึงให้คำจำกัดความกับมู่ซื่อเฉิงว่าเขาเป็ ตัวสร้างความบันเทิงประจำห้อง
“นายไปเกาะขาเขาแบบนั้นดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่หาว่านายเป็โรคจิตไปลวนลามเขาน่ะ” ไป่เจ๋อกล่าวตอนนี้มู่ซื่อเฉิงฉุกคิดขึ้นได้
‘เฮ้ย จริงด้วยนี่ฉันเฉียดคุกเลยนะเมื่อกี้’ มู่ซื่อเฉิงคิด
“ขอบคุณที่เตือน ฉันเล่นมากไปหน่อย”มู่ซื่อเฉิงหยุดเล่น และลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย
ไม่นานคาบโฮมรูมก็เริ่มขึ้นอาจารย์ประจำชั้นเดินเข้ามา เธอกล่าวชมไป่เจ๋อเื่คะแนนสอบกลางภาคและขอให้เขารักษามาตรฐานแบบนี้เอาไว้ ในการสอบปลายภาคด้วย
่พักกลางวัน
นักเรียนหญิงในห้องไป่เจ๋อต่างก็รีบไปซื้อข้าวและขนมขบเคี้ยวที่โรงอาหารก่อนจะมาจับจองที่นั่งข้างสนามฟุตบอลของโรงเรียนอย่างรวดเร็ว โดยเลือกตรงที่มีร่มเงาของต้นไม้ปกคลุมทำให้ไม่ร้อนเลย แถมยังมีลมพัดอ่อน ๆ
ส่วนไป่เจ๋อตอนนี้กำลังยืดเหยียดและวอร์มร่างกายอยู่ขณะที่พวกมู่ซื่อเฉิงนั้นไปเปลี่ยนเสื้อมาใส่เป็เสื้อยืดกางเกงขาสั้นเพราะไม่อยากให้เสื้อนักเรียนของพวกตนเลอะดิน แต่แน่ละไป่เจ๋อไม่ได้เตรียมเสื้อมา เขาไม่ห่วงเื่เสื้อเลอะอยู่แล้วเพียงใช้ปราณทำความสะอาด เสื้อก็สะอาดเหมือนซื้อใหม่
มู่ซื่อเฉิงให้ใช้วิธีจับสลากเพื่อแบ่งทีมโดย 1 ทีมจะประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ในทีมหนึ่งจะมีั้แ่พวกปี 1 ถึง ปี 3ซึ่งผลที่ออกมานั้นไป่เจ๋อได้อยู่คนละทีมกับมู่ซื่อเฉิง
“ไป่เจ๋อถึงนายจะเคลื่อนที่ไม่ถนัดเพราะชุด แต่ฉันก็ไม่ออมมือให้หรอกนะเพื่อน”มู่ซื่อเฉิงชี้ท้าทายไปทางไป่เจ๋อ ซึ่งไป่เจ๋อนั้นถูกกำหนดให้อยู่เป็กองกลาง
หลังสัญญาณเริ่มเกมจากนักเรียนชายที่ทำหน้าที่ผู้ตัดสินมู่ซื่อเฉิงที่เป็กองหน้าได้แย่งบอลมาจากนักเรียนชายที่อยู่ทีมเดียวกับไป่เจ๋อก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าหาไป่เจ๋อ เพื่อหวังจะดวลตัวต่อตัวแต่ไป่เจ๋อนั้นกลับยืนเหยียดหลังตรง เอามือไขว้หลัง ลักษณะของเขาเหมือนกับตอนที่ประมือกับอาจารย์จางทำให้มู่ซื่อเฉิงสังเกตเท้าของไป่เจ๋อ แต่ผิดคาดเขาถูกสมาชิกในทีมของไป่เจ๋อเข้าแย่งบอลไปได้อย่างง่ายดาย
“ดึงความสนใจได้สวยมากไป่เจ๋อ”นักเรียนชายทีมเดียวกับไป่เจ๋อะโบอกชมไป่เจ๋อ
ใช่แล้วไป่เจ๋อนั้นวางแผนที่จะดึงความสนใจของมู่ซื่อเฉิงไว้และให้เพื่อนร่วมทีมเข้ามาแย่งลูกบอลไป เพราะเขารู้มาจากเพื่อนร่วมทีมว่ามู่ซื่อเฉิงนั้นเล่นฟุตบอลเก่งมาก เขาจึงต้องใช้กลยุทธ์นิดหน่อย
“หนอย” มู่ซื่อเฉิงรีบถอยกลับทันที
ส่วนนักเรียนชายที่แย่งบอลมาได้ตอนนี้เขากำลังโดนทีมของมู่ซื่อเฉิงประกบถึงสองคนโดยที่มู่ซื่อเฉิงกำลังจะตามไปเพื่อแย่งบอลกลับมา แต่จู่ ๆก็มีเงาพุ่งไปตัดบอลจากสมาชิกทีมไป่เจ๋อที่โดนประกบ
“ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง”ไป่เจ๋อกล่าว เขาวิ่งฉีกออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วของเขาที่ออมกำลังไว้ระดับหนึ่งก็พอที่จะสลัดคนที่จะเข้ามาสกัดหรือแย่งบอลจากเขาได้แล้ว
“ไม่ให้ผ่านไปได้หรอก” นักเรียนชั้นปี 2วิ่งเข้ามาพยายามจะแย่งบอลจากไป่เจ๋อ
‘ย่างก้าวระบำบุปผา’ไป่เจ๋อถือโอกาสใช้เคล็ดวิชา เพื่อให้ร่างกายปัจจุบันคุ้นชินกับมันให้มากขึ้นจากนั้นจังหวะการก้าวเท้าของเขาก็เปลี่ยน ตอนแรกไปทางซ้ายช้าจากนั้นไปทางขวาอย่างรวดเร็ว แล้วไปทางซ้ายอย่างเร็วทั้งหมดเกิดขึ้นในไม่กี่วินาที ร่างกายของนักเรียนชายปี 2ที่จะเข้ามาแย่งบอลเกิดเสียสมดุลเพราะตามการเคลื่อนไหวของไป่เจ๋อไม่ทัน
ทางมู่ซื่อเฉิงตอนนี้กำลังเข้ามาจากด้านหลังและด้านหน้าไป่เจ๋อยังมีนักเรียนชายอีกคนยืนขวางด้านหน้าไป่เจ๋อจึงกระทีบให้บอลกระเด้งลอยไปข้างหน้าและใช้เคล็ดวิชาสำหรับเคลื่อนที่อีกวิชาหนึ่งออกไป
‘ย่างเหยียบเมฆา’ไป่เจ๋อะโขึ้นไปในอากาศ ขณะที่อยู่กลางอากาศ ขาข้างที่ยกขึ้นของเขาก็เหยียดตรงทำให้ราวกับตัวของเขากำลังเหยียบอากาศ
ไป่เจ๋อตัดสินใจยิงลูกบอลที่ตอนนี้ลอยอยู่สูงไปที่กรอบสามเหลี่ยมของประตูทางซ้ายด้วยระยะที่ไป่เจ๋ออยู่ เพื่อนร่วมห้องของไป่เจ๋อที่เป็ผู้รักษาประตูทีมมู่ซื่อเฉิงเดาทางบอลว่ามาทางขวาแน่นอนจึงพุ่งตัวไปทางขวา แต่ทันทีที่เขาเคลื่อนที่ไปทางขวาลูกบอลกลับตีวงโค้งกลางอากาศไปยังทิศทางตรงข้ามและเข้ากรอบสามเหลี่ยมฝั่งซ้ายของเขาแทน
“ลูกบ้าอะไรวะเนี่ยมันต้องหมุนแรงขนาดไหนถึงโค้งได้ขนาดนั้นกัน” เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นกล่าว
พวกทีมของซื่อเฉิงต่างตะลึงกับลูกยิงพิศดารเมื่อครู่นี่ทำให้พวกเขาเปลี่ยนความคิดเื่ที่ไป่เจ๋อมีทักษะการเล่นกีฬาธรรมดาทั่วไปเพราะไป่เจ๋อะโได้สูงราวกับกำลังลอยอยู่บนอากาศ บวกกับการเคลื่อนไหวทำให้ไป่เจ๋อเหมือนกำลังเดินอยู่บนอากาศได้ระยะหนึ่งหนึ่งการเคลื่อนไหวที่พิเศษขนาดนี่แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านร่างกายที่ยอดเยี่ยมกว่าคนทั่วไป
ส่วนพวกนักเรียนหญิงตอนนี้กำลังกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่พวกเธอไม่คิดว่าไป่เจ๋อจะเก่งขนาดสู้กับพวกมู่ซื่อเฉิงที่พวกเธอมักเห็นเตะฟุตบอลกันประจำ
“เพิ่งประตูเดียวเท่านั้นเกมยังไม่จบอย่างเพิ่งท้อ เรายังพอเอาคืนได้” มู่ซื่อเฉิงกล่าวให้กำลังใจทีมของเขา
ส่วนไป่เจ๋อนั้นหันไปกระซิบบางอย่างกับเพื่อนร่วมทีมก่อนจะหันมายิ้มอย่างชั่วร้าย เขารู้ว่ามู่ซื่อเฉิงมีทักษะด้านฟุตบอลที่ดีทีมของไป่เจ๋อตอนนี้มีพวกปี 1 กับปี 2 ที่มีความสามารถระดับล่างถึงปานกลางการจับสลากวันนี้ทีมของมู่ซื่อเฉิงได้แต่พวกฝีมือระดับสูงไปหมด
ดังนั้นจะทำอย่างไร คุณเคยได้ยินคำนี้ไหมไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ต้วยกลก็ต้องเอามันด้วยพลังจิติญญา
ลูกเมื่อกี้ไป่เจ๋อใช้พลังจิติญญาเสริมการหมุนของลูกทำให้ลูกเปลี่ยนทิศทางและพุ่งไปอีกฝั่งที่ไม่มีผู้รักษาประตูนี่เป็ความสามารถเฉพาะตัว ไม่นับว่าโกง เพราะจากความทรงจำของเ้าของร่างไม่มีกฎข้อไหนห้ามไม่ให้ใช้พลังจิติญญาในการเล่นนี่ หรือว่ามีนะ หึหึ