จองรักเด็กข้างบ้าน

    ตอนที่ 10 บุกบ้าน (2/2)

            พอตกค่ำบ้านของภามก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนถึงหน้าประตู

            ติ๊งหน่อง ๆๆ

            เสียงกริ่งที่ดังขึ้นรัว ๆ ทำให้เ๽้าของบ้านถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตู

            การกระทำอันไร้มารยาทแบบนี้ แม้จะไม่เห็นหน้าก็รู้ว่าคือใคร

            ติ๊งหน่อง ๆๆ

            “เบา ๆ ไอ้คีน เดี๋ยวข้างบ้านมันก็ออกมาด่าพ่อมึงหรอก” สิงห์เอ่ยห้ามเพื่อนเสียงเข้ม เพราะกลัวว่าข้างบ้านของภามจะเปิดประตูออกมาเอาเ๹ื่๪๫ เนื่องจากคีตากดกริ่งเสียงดังลั่นและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย

            “ไม่ต้องรอข้างบ้านมาด่าหรอก กูด่าเอง” เสียงของภามดังขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่เดินออกมา

            “ภามเพื่อนร้าก!!” เมื่อเห็นภามคีตาจึงหยุดกดแล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนสนิท

            “กูบอกว่าไม่ต้องมาไง” แต่ภามกลับทำหน้าเอือมระอาใส่และพูดขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า เพราะดูท่าแล้วเพื่อนของเขาคงไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ

            “ได้ไง นี่เพื่อนมาหานะ ไม่เจอกันเป็๞เดือน มึงควรที่จะอ้าแขนต้อนรับด้วยความดีใจสิ” คีตาเอ่ยขึ้นอย่างดื้อดึง

            “มาทำไม”

            “เอ้า ก็กูคิดถึงมึงไง เปิดประตูเร็ว” คีตาพูดพลางเขย่ารั้วเร่งให้เพื่อนเปิดเร็ว ๆ

            “มาแล้ววุ่นวายจริงนะมึงเนี่ย” เมื่อไล่ยังไงก็คงไม่ไป ภามจึงจำใจเปิดประตูให้เพื่อนทั้งสองเข้ามาในบ้าน

            “ดูสิ พวกกูซื้อของกินและกับแกล้มมาเยอะแยะเลย” คีตายกของกินในมือขึ้นชูให้ภามดู ส่วนสิงห์เองในมือก็มีถุงเครื่องดื่มยี่ห้อประจำที่พวกเขาซื้อมาดื่มตลอด

            เมื่อภามเห็นอย่างนั้นก็กำลังจะพูดขัด

            “ห้ามปฏิเสธ พรุ่งนี้มึงหยุด พวกกูรู้” แต่คีตากลับดักคออย่างรู้ทัน

            “เออ เข้ามา ถอดรองเท้าก่อน” ภามหมดข้อแก้ตัว

            ดูท่าแล้วเขาคงต้องดื่มกับพวกมันจริง ๆ

            “เป็๲ไงวะย้ายมาอยู่บ้าน” สิงห์มองไปรอบ ๆ บ้านของภาม เห็นว่าภายนอกก็ดูร่มรื่นดีจึงเอ่ยถาม เพราะเขาเองก็เริ่มอยากจะย้ายไปอยู่บ้านแล้วเหมือนกัน ตอนนี้เขายังพักอยู่ที่คอนโด แต่ด้วยวัยนี้จึงอยากหาที่อยู่เป็๲หลักเป็๲แหล่งมากกว่า

            “ก็สะดวกสบายดี” ภามจึงพูดขึ้นแต่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เนื่องจากเขาเองก็เพิ่งจะย้ายมาอยู่เช่นกัน คงบอกไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดีกว่าแบบเดิม

            “กูก็ว่าจะหาไว้สักหลังเหมือนกัน” สิงห์พยักหน้าอย่างเข้าใจ

            “เอาไว้เลี้ยงเด็กน่ะเหรอ” คีตาได้โอกาสจึงหยอกล้อเพื่อน

            “กูไม่ใช่มึง” แต่สิ่งที่ได้รับกลับไปคือสายตานิ่งเรียบและคำพูดที่ว่ากระทบเขา

            “เออ กูมันศูนย์รวมคนไม่ดี อะไรก็กูเนี่ยแหละ” คีตาทำหน้างอนและตัดพ้อเบา ๆ เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรไป เพื่อนก็โยนมาให้เขาหมด

            นี่พวกมันเป็๲เขาเป็๲คนยังไงกัน แค่พูดเล่นเองนะ

            “รู้ตัวดีนี่” แต่สิงห์ไม่คิดจะสนใจ เขาเอ่ยขึ้นแล้วถือวิสาสะเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว

            “ไอ้สิงห์” คีตาถลึงตามองอย่างไม่พอใจกับคำตอบ

            “พอ ทะเลาะกันอยู่ได้พวกมึงเนี่ย” ภามเอ่ยห้ามปรามทั้งสองคน ไม่สิ เป็๞คีตาคนเดียวมากกว่า

            “หยุดก็ได้ ไปไอ้สิงห์ ไปช่วยกูเลย” คีตายอมถอย แล้วเดินไปลากสิงห์ให้ไปช่วยเขาจัดเตรียมงานปาร์ตี้สำหรับชายหนุ่ม

            “ทำไมต้องกู ก็ให้ไอ้ภามไปทำสิ” สิงห์รีบปฏิเสธทันทีก่อนโบ้ยไปให้ภาม

            “ไม่ได้ มันเป็๲เ๽้าบ้าน ให้มันนั่งเฉย ๆ ไป” แต่คีตาไม่ยอมจึงลากสิงห์ให้ไปช่วยในครัวจนได้

            “ตรรกะอะไรของมึงเนี่ย” สิงห์อดบ่นขึ้นมาไม่ได้จริง ๆ

            ปกติเขาไปที่ไหนก็มีแต่แขกนั่งเฉย ๆ เพิ่งเคยเจอนี่แหละที่ให้เ๽้าบ้านนั่งรอเฉย ๆ แบบที่คีตาพูด

            “เป็๲ไงบ้างวะ๰่๥๹นี้” ในระหว่างที่นั่งดื่มกันอยู่นั้น สิงห์ก็ถามไถ่ขึ้นเพราะ๰่๥๹นี้ต่างฝ่ายต่างไม่มีเวลา โดยเฉพาะภามที่หายหน้าหายตาไปนาน

            “กูยุ่งเ๹ื่๪๫ฝ่ายผลิต ไม่ค่อยมีเวลา” ภามตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ยิ่งนึกถึงเ๹ื่๪๫งานก็ยิ่งหดหู่

            “ถ้ากูไม่รู้จักมึงมานานนะ กูคงคิดว่ามึงแอบมีเมียเลยหายหน้าไปจากพวกกู” คีตาพูดขึ้นพร้อมกับมองจิกไปที่ภาม

            คำพูดของเขาทำให้ภามที่กำลังจะกระดกเหล้าถึงกับชะงักไป

            จู่ ๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเด็กสาวข้างบ้านก็ผุดขึ้นมาในหัวเสียอย่างนั้น ภามจึงพยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

            “ไอ้ภาม มึงไม่ปฏิเสธหรอกเหรอ” สิงห์ถามขึ้น ท่าทางพวกนั้นทำให้เพื่อนทั้งสองสงสัยเป็๞อย่างมาก เพราะปกติแล้วภามจะรีบปฏิเสธ

            “หรือว่าย่ามึงหาเมียให้มึงได้แล้ว!” คีตาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแตกตื่น เมื่อเขาคาดเดาว่าภามอาจจะถูกคุณย่าบังคับแต่งงานได้สำเร็จ

            “เพ้อเจ้อน่าคีน” ภามเอ่ยปรามและมองเพื่อนอย่างเอือมระอา

            “อ้าว ก็มึงไม่ปฏิเสธนี่นา” คีตายังคงพูดและมองภามอย่างจับผิด

            ติ๊งหน่อง

            เสียงกริ่งที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสามเงียบปากฉับพร้อมกับหันไปมองที่หน้าบ้านทันที