พอตกค่ำบ้านของภามก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนถึงหน้าประตู
ติ๊งหน่อง ๆๆ
เสียงกริ่งที่ดังขึ้นรัว ๆ ทำให้เ้าของบ้านถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตู
การกระทำอันไร้มารยาทแบบนี้ แม้จะไม่เห็นหน้าก็รู้ว่าคือใคร
ติ๊งหน่อง ๆๆ
“เบา ๆ ไอ้คีน เดี๋ยวข้างบ้านมันก็ออกมาด่าพ่อมึงหรอก” สิงห์เอ่ยห้ามเพื่อนเสียงเข้ม เพราะกลัวว่าข้างบ้านของภามจะเปิดประตูออกมาเอาเื่ เนื่องจากคีตากดกริ่งเสียงดังลั่นและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
“ไม่ต้องรอข้างบ้านมาด่าหรอก กูด่าเอง” เสียงของภามดังขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่เดินออกมา
“ภามเพื่อนร้าก!!” เมื่อเห็นภามคีตาจึงหยุดกดแล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนสนิท
“กูบอกว่าไม่ต้องมาไง” แต่ภามกลับทำหน้าเอือมระอาใส่และพูดขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า เพราะดูท่าแล้วเพื่อนของเขาคงไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ
“ได้ไง นี่เพื่อนมาหานะ ไม่เจอกันเป็เดือน มึงควรที่จะอ้าแขนต้อนรับด้วยความดีใจสิ” คีตาเอ่ยขึ้นอย่างดื้อดึง
“มาทำไม”
“เอ้า ก็กูคิดถึงมึงไง เปิดประตูเร็ว” คีตาพูดพลางเขย่ารั้วเร่งให้เพื่อนเปิดเร็ว ๆ
“มาแล้ววุ่นวายจริงนะมึงเนี่ย” เมื่อไล่ยังไงก็คงไม่ไป ภามจึงจำใจเปิดประตูให้เพื่อนทั้งสองเข้ามาในบ้าน
“ดูสิ พวกกูซื้อของกินและกับแกล้มมาเยอะแยะเลย” คีตายกของกินในมือขึ้นชูให้ภามดู ส่วนสิงห์เองในมือก็มีถุงเครื่องดื่มยี่ห้อประจำที่พวกเขาซื้อมาดื่มตลอด
เมื่อภามเห็นอย่างนั้นก็กำลังจะพูดขัด
“ห้ามปฏิเสธ พรุ่งนี้มึงหยุด พวกกูรู้” แต่คีตากลับดักคออย่างรู้ทัน
“เออ เข้ามา ถอดรองเท้าก่อน” ภามหมดข้อแก้ตัว
ดูท่าแล้วเขาคงต้องดื่มกับพวกมันจริง ๆ
“เป็ไงวะย้ายมาอยู่บ้าน” สิงห์มองไปรอบ ๆ บ้านของภาม เห็นว่าภายนอกก็ดูร่มรื่นดีจึงเอ่ยถาม เพราะเขาเองก็เริ่มอยากจะย้ายไปอยู่บ้านแล้วเหมือนกัน ตอนนี้เขายังพักอยู่ที่คอนโด แต่ด้วยวัยนี้จึงอยากหาที่อยู่เป็หลักเป็แหล่งมากกว่า
“ก็สะดวกสบายดี” ภามจึงพูดขึ้นแต่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เนื่องจากเขาเองก็เพิ่งจะย้ายมาอยู่เช่นกัน คงบอกไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดีกว่าแบบเดิม
“กูก็ว่าจะหาไว้สักหลังเหมือนกัน” สิงห์พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เอาไว้เลี้ยงเด็กน่ะเหรอ” คีตาได้โอกาสจึงหยอกล้อเพื่อน
“กูไม่ใช่มึง” แต่สิ่งที่ได้รับกลับไปคือสายตานิ่งเรียบและคำพูดที่ว่ากระทบเขา
“เออ กูมันศูนย์รวมคนไม่ดี อะไรก็กูเนี่ยแหละ” คีตาทำหน้างอนและตัดพ้อเบา ๆ เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรไป เพื่อนก็โยนมาให้เขาหมด
นี่พวกมันเป็เขาเป็คนยังไงกัน แค่พูดเล่นเองนะ
“รู้ตัวดีนี่” แต่สิงห์ไม่คิดจะสนใจ เขาเอ่ยขึ้นแล้วถือวิสาสะเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว
“ไอ้สิงห์” คีตาถลึงตามองอย่างไม่พอใจกับคำตอบ
“พอ ทะเลาะกันอยู่ได้พวกมึงเนี่ย” ภามเอ่ยห้ามปรามทั้งสองคน ไม่สิ เป็คีตาคนเดียวมากกว่า
“หยุดก็ได้ ไปไอ้สิงห์ ไปช่วยกูเลย” คีตายอมถอย แล้วเดินไปลากสิงห์ให้ไปช่วยเขาจัดเตรียมงานปาร์ตี้สำหรับชายหนุ่ม
“ทำไมต้องกู ก็ให้ไอ้ภามไปทำสิ” สิงห์รีบปฏิเสธทันทีก่อนโบ้ยไปให้ภาม
“ไม่ได้ มันเป็เ้าบ้าน ให้มันนั่งเฉย ๆ ไป” แต่คีตาไม่ยอมจึงลากสิงห์ให้ไปช่วยในครัวจนได้
“ตรรกะอะไรของมึงเนี่ย” สิงห์อดบ่นขึ้นมาไม่ได้จริง ๆ
ปกติเขาไปที่ไหนก็มีแต่แขกนั่งเฉย ๆ เพิ่งเคยเจอนี่แหละที่ให้เ้าบ้านนั่งรอเฉย ๆ แบบที่คีตาพูด
“เป็ไงบ้างวะ่นี้” ในระหว่างที่นั่งดื่มกันอยู่นั้น สิงห์ก็ถามไถ่ขึ้นเพราะ่นี้ต่างฝ่ายต่างไม่มีเวลา โดยเฉพาะภามที่หายหน้าหายตาไปนาน
“กูยุ่งเื่ฝ่ายผลิต ไม่ค่อยมีเวลา” ภามตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ยิ่งนึกถึงเื่งานก็ยิ่งหดหู่
“ถ้ากูไม่รู้จักมึงมานานนะ กูคงคิดว่ามึงแอบมีเมียเลยหายหน้าไปจากพวกกู” คีตาพูดขึ้นพร้อมกับมองจิกไปที่ภาม
คำพูดของเขาทำให้ภามที่กำลังจะกระดกเหล้าถึงกับชะงักไป
จู่ ๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเด็กสาวข้างบ้านก็ผุดขึ้นมาในหัวเสียอย่างนั้น ภามจึงพยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป
“ไอ้ภาม มึงไม่ปฏิเสธหรอกเหรอ” สิงห์ถามขึ้น ท่าทางพวกนั้นทำให้เพื่อนทั้งสองสงสัยเป็อย่างมาก เพราะปกติแล้วภามจะรีบปฏิเสธ
“หรือว่าย่ามึงหาเมียให้มึงได้แล้ว!” คีตาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแตกตื่น เมื่อเขาคาดเดาว่าภามอาจจะถูกคุณย่าบังคับแต่งงานได้สำเร็จ
“เพ้อเจ้อน่าคีน” ภามเอ่ยปรามและมองเพื่อนอย่างเอือมระอา
“อ้าว ก็มึงไม่ปฏิเสธนี่นา” คีตายังคงพูดและมองภามอย่างจับผิด
ติ๊งหน่อง
เสียงกริ่งที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสามเงียบปากฉับพร้อมกับหันไปมองที่หน้าบ้านทันที