Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 39 ริช&เรคอน

      มังกรดารา...ปราสาทแห่งโชคชะตา ไม่มีใครไม่รู้จักมันหรอกแม้แต่ตัวเชสเองเพราะมันคือ1ใน2ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นำโดยมังกรแห่งดวงดาราอายุกว่า5000ปี ถ้าถามว่ายิ่งใหญ่ขนาดไหนคงต้องตอบว่าอิทธิพลของศาสนา ‘มังกรดารา’ ส่งผลในหลายด้านกับโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งวันสำคัญหลักการดำรงชีวิต กระทั่งกระแสความคิดของผู้คนศาสนามีอิทธิพลต่อคนพอๆกับหรือมากกว่าอาณาจักรทั้งอาณาจักรเลยก็ว่าได้ และสาเหตุนั่นเพราะมังกรดาราคือผู้เผยแพร่คำทำนายของพระเจ้า...ว่ากันไว้เช่นนั้น“รู้ใช่ไหมว่าทุกๆ50ปีจะมีวัน1วันที่จะเฉลิมฉลองสำคัญของมังกรดารา ผู้ที่ครอบครองบัตรใบนี้คือผู้เดียวที่มีสิทธิ์เข้าพบมังกรดาราตัวต่อตัวและมังกรดาราจะทำนายโชคชะตาให้ รู้รึเปล่าตลอดเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา ท่านไม่เคยทำนายพลาด ทุกคนที่ท่านทำนายให้ล้วนกลายเป็นบุคคลสำคัญมีชื่อจารึกบนหน้าประวัติศาสตร์ทุกคน ปฐมกษัตริย์แห่งอารากอนเองก็เป็น1ในนั้น”เชสกลืนน้ำลายเสียงดังมือสั่นขณะจับบัตรเชิญแน่นเกรงกลัวว่าใครจะมาขโมยไป“อ เอ่อ ฉันควรทำยังไงกับมัน...มีใครสนใจถือแทนไหม”การปฏิบัติเหมือนว่ามันเป็นเผือกร้อน ทุกคนล้วนส่ายหน้าไม่หยุด“ไม่มีประโยชน์บัตรใบนี้เป็นของเธอและจะเป็นตลอดไป บัตรใบนี้จะตกออยู่นมือผู้ที่มังกรดาราต้องการ ทุกอย่างถูกทำนายไว้แล้ว...ได้ยินแล้วนี่ที่ผู้จัดการโรงแรมบอก มันถูกส่งตรงมาให้ผู้ชนะ...ให้เธอแค่คนเดียวเชส เซอเซส ต่อให้มีผู้แข็งแกร่งแย่งชิงมันไปสุดท้ายมันจะกลับมาอยู่ในมือเจ้าของมันอยู่ดี มังกรดาราทำนายไว้แล้ว"เชสจมลงสู่ห้วงความคิด ไม่มีใครอยากไปกวนเขา ยูจีนเริ่มสนทนาคาดคะเนถึงความวุ่นวายจากนี้ไป ด้วยใบหน้าเครียด“แบบนี้ชื่อของเขาคงกระจายไปทั่วในอีกไม่นาน”“เป็นไปได้แต่คงไม่เร็วขนาดนั้นหรอก เพราะตอนประกาศผู้ชนะเขาไม่ได้ประกาศเป็นชื่อ สำหรับคนที่ไม่รู้คงใช้เวลากว่าชื่อของเขาจะกระจายไป แต่สำหรับคนที่รู้จักหน้าฉันคงแค่ว่าเชสเป็นคนของฉัน...โชคดีในโชคร้ายและในโชคดีอีกที”มิเนอร์วาวิเคราะห์ ไม่ช้าก็เร็วทุกคนคนได้รู้จักชื่อของเชส ถ้าเชสอยู่ข้างพี่ชายของเธอในศึกชิงบัลลังก์จะถือว่ามีแต้มต่ออย่างมาก เทียบได้กับมีมังกรดาราหนุนหลังแต่ถ้าเกิดมีคำทำนายแปลกๆเช่นเขาจะขึ้นเป็นมหาราชขึ้นมา มิเนอร์วาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเมื่อถึงเวลานั้น หญิงสาวจะกล้าหันดาบใส่เขาได้หรอ มันคือดาบ2คมอย่างไม่ต้องสงสัย           ก๊อก ก๊อกทุกคนพลันสะดุ้งตื่นตัวขึ้นทันที เสียงเคาะประตูปริศนาดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลู่ยข้อสันนิษฐานแรกคือศัตรูที่หมายปองบัตรเชิญนั่น“เครียดกันเกินไปรึเปล่า ถ้าเป็นจริงดั่งว่าต่อให้มันถูกขโมยสุดท้ายมันก็จะกลับมาอยู่ในมือฉันอยู่ดีจริงไหมล่ะ ฉะนั้นไม่เห็นมีอะไรต้องกังวลนี่นะ”“อย่าประมาทสิ รู้ด้วยว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว”มิเนอร์วาแย้งทันควันทว่า“ไม่มีจิตสังหาร ไม่ใช่ผู้มีพรสวรรค์ เปิดเถอะพี่สาวคนนี้ตรวจสอบให้แล้ว”มาทิลด้าเอ่ยนิ่งๆ หญิงสาวไม่ได้กระโตกกระตากหรือมีท่าทีพร้อมรบยังคงนั่งบนโซฟาเหมือนดั่งตอนแรก มีน่าลังเลใจอยู่สักพักจนเชสทนไม่ไหลถอนหายใจพร้อมเดินไปเปิดประตูต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ“หืม”เขามองขวาทีซ้ายทีซ้ำไปมา สองคิ้วขมวดเป็นปม คนด้านในห้องเฝ้ารอไม่ไหวจึงทักถาม“ใครมา”“ไม่เห็นมีใครเลย โดนแกล้งมั้ง”ไม่ทันจะปิดประตูห้องเสียงแหลมใสเหมือนของเด็กอายุราว10ปีพลันขึ้นตรงหน้า ไม่สิด้านล่างเขา“อยู่นี่ค่ะ”ลงหางเสียงอย่างกระแทกกระทั้น เด็กสาวตัวเล็กอายุน่าจะสัก9ขวบแก้มขาวหน้าหยิกเรือนผมสีชาเย็นประบ่าในชุดคลุมสีขาวนัยน์ตาสีมรกตจ้องอย่างท้าทายใส่เชส ข้างกายคือเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทั้งสีผมและสีตาเหมือนกันอย่างกับแกะ ต่างแค่คนที่สองไม่กล้สสบตามิหนำซ้ำยังพยายามหลบสายตาอีกด้วย ถ้าไม่มีเด็กผู้หญิงจับไว้เจ้าตัวคงวิ่งหายไปแล้ว“เอ่อ มาผิดห้องรึเปล่า รึว่าหลงทาง...เอางี้นะเดี๋ยวลงไปข้างล่าง...”ไม่ทันจะพูดจบเด็กผู้หญิงพลันพูดแทรกขึ้นมา“ริสกับเรคอนไม่ได้มาผิดห้องค่ะ เรามาหาคุณค่ะ คุณลูกค้า”“ริlกับเรคอน...พวกเธอคือริสกับเรคอนจากบริษัทริส&เรคอนที่ทำดาบเล่มนั้นขึ้นมาหรอ”“ค่ะ”เสียงตอบฉะฉานไม่สมวัยก้องโถงทางเดิน เชสมือสั่นสมองโล่งไปหลายวินาที ภายของสองพี่น้องริสกับเรคอนที่เคยจินตนาการไว้ว่าเป็นผู้ชายตัวใหญ่ผิวเข้มตีอาวุธทั้งวันทั้งคืนมลายหายไปจนสิ้น ใครจะคิดว่าบริษัทค้าอาวุธขนาดยักษ์จะดำเนินการด้วยเด็ก2คนนี้‘ไม่สิ กว่าบริษัทจะโตก็อีกหลายปี ถึงตอนนี้เจ้าเปี๊ยกนี่คงโตกันแล้ว’เขาถูกรูปลักษณ์ภายนอกหลอกอย่างน่าอายจนลืมไปว่าตนย้อนอดีตมาหลายสิบปีอยู่”“ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอเข้าไปคุยข้างในได้ไหมครับ”“อ...เอ่อ เชิญ”           “ริส ดาเวนพอร์ท ค่ะ”“ร ร เรคอน ดาเวนพอร์ท ครับ”“เรามาจากบริษัทริส&เรคอน ที่ตีดาบเล่มนี้ขึ้นมาค่ะ”ทั้งสองแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ทั้งสองดูเหมือนจะเป็นฝาแฝดกันแถมยังใช้นามสกุลเดียวกันด้วย เชสแอบทึ่งในตัวเด็กสาวหัวสีชาเย็นตรงหน้าเพราะทั้งคำพูดคำจาและกิริยามารยาทดูเป็นผู้ใหฯผิดกับรูปร่างต่างกับเรคอนซึ่งประหม่าตลอดเวลาตอนนี้เหลือแค่เชส มิเนอร์วาและมาทิลด้าเดินไปเดินมาในห้องส่วนคนอื่นแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้ว เจ้าของห้องผายมือให้สองพี่น้องนั่งลง ริสก้มหัวขอบคุณขณะที่เรคอนก้มหัวประล่กๆน่ารัก“ว่าแต่เธอมีธุระอะไรกับฉันหรอ”เชสถามเด็กหญิงหน้านิ่งแต่คำตอบที่ได้กลับมานั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวัง“ที่มีธุระไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็นน้องชายต่างหาก เอ้า...ถามสิ”ไม่ว่าเปล่าพลันเอาศอกกระทุ้งคนขี้อายข้างๆ“อ คือ เอ่อ ผม...เอ่อ ทำไมถึงซื้อดาบเล่มนี้...หรอครับ”กว่าจะถามได้กินเวลาสักพักหนึ่ง ดาบซึ่งเป็นหัวข้อการสนทนาวางอยู่กลางโต๊ะหินอ่อนกึ่งกลางระหว่างพวกเขาสองฝั่ง‘ในอนาคตพวกนายจะดังแล้วฉันจะได้ขายเกร็งกำไรไงเล่า...ตอบงี้คงไม่ได้แฮะ ไงดีนะ’“ดาบนี่น่ะหรอ แค่คิดว่าทำออกมาได้ดีนะ ถึงจะเป็นดาบธรรมดาก็เถอะ”เขาหยิบมันขึ้นมาดึงโชว์ใบดาบที่ทำอย่างปราณีต“แต่ไม่เห็นต้องให้ราคาตั้งหมื่นเลยนะคะ ของแบบนี้ตามร้านข้างนอกราคาแค่พันสองพัน”คราวนี้เป็นพี่สาวที่ต่อบทสนทนา คำพูดของเธอทำให้น้องชายแอบกำมือแน่นศีรษะก้มต่ำไม่กล้าสบตา“พันสองพัน? หาไม่ได้หรอก...ดาบที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของช่างตีดาบน่ะ ต่อให้สร้างด้วยเหล็กเนื้อหยาบมันก็มีค่าไม่ต่ำกว่าดาบเวทมนตร์พวกนั้น”คำพูดและน้ำเสียงดังกึกก้องกระแทกเข้าไปในใจของเรคอน เด็กชายเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้างมองเจ้าของคำพูดนั่นซึ่งกำลังมองดาบนั้นด้วยท่วงท่าเปร่งประกายโดยหารู้ไม่ว่า‘ขอบคุณที่ให้ยืมคำพูดครับคุณลีโอเนส...จะบ้ารึไงมาถามจอมเวทเรื่องดาบ’“ขอบคุณ...ขอบพระคุณมากครับที่ซื้อผลงานชิ้นแรกของผม บุญคุณนี้ผมจะไม่ลืมไปช่วยชีวิต”เรคอนคุกเข่าขอบคุณน้ำตาคลอเบ้า คำขอบคุณจากใจจริงเล่นเอาเชสอยากจะถอยหรูดไปติดกำแพงถ้าไม่ติดว่าเขานั่งบนโซฟา“นี่เป็นผลงานชิ้นแรกของน้องชายค่ะ พวกเราเปิดร้านขายอาวุธน้องชายรับหน้าที่ตีดาบส่วนฉันจะดูแลในส่วนอื่นๆทั้งหมด”ริสอธิบายช้าๆกลัวคู่สนทนาจะไม่เข้าใจ คราวนี้เป็นมิเนอร์วาที่แปลกใจ“ทำกันสองคนหรอ แล้วผู้ปกครองล่ะ”“คุณพ่อเป็นช่างทำอาวุธค่ะแต่เสียไปนานแล้ว ส่วนคุณแม่เพิ่งเสียไปเมื่อกลางปีค่ะ”รู้ตัวว่าถามคำถามเสียมารยาทมีน่ารีบเอ่ยขอโทษในทันที แต่เด็กสาวตัวเล็กไม่แสดงความรู้สึกหวั่นไหวให้เห็นราวกับเป็นนักธุรกิจมือฉมังค์“ขอบคุณค่ะแต่ไม่เป็นไร พวกเราไม่ได้เดือดร้อนอะไร...เอ้าลุกขึ้นมานั่งดีๆได้แล้ว”ทั้งสองยังเด็กความยาวของขาตอนนั่งบนโซฟาห้อยไปมาไม่ติดพื้นด้วยซ้ำ ริสพยุงน้องชายฝาแฝดซึ่งปาดน้ำตาด้วยแขนเสื้อขึ้นมานั่งดีๆ คล้ายมาทิลด้าจะเอ็นดูพวกเขาจึงตัดสินใจถาม“พวกเธออาศัยอยู่ในเมืองนี้หรอ”ริสส่ายหน้าปฏิเสธทันที“เรามาจากหมู่บ้านห่างจากที่ไปประมาณ2วันค่ะ อยู่ในอาณาเขตดยุคฮอว์คเหมือนกันแต่ค่อนข้างจะเกือบถึงเขตของวิสเคานต์มาโรล”“โธ่ น่าสงสาร เดินทางมาตั้งไกลเพื่อขายดาบเล่มเดียว”พวกเขาลอบตกใจ 2วันไม่นับว่าไกลมากถ้าคำนึงถึงผู้ใหญ่ธรรมดาเดินทางแต่นี้คือเด็กอายุ9ขวบ2คน ไม่ถูกจับไปขายก็บุญแค่ไหนแล้ว ถึงการค้ามนุษย์ในวาเลนเซียจะโดนยกเลิกไปนานแล้วก็ตาม“พวกเราไม่มีธุระแล้วค่ะแค่อยากมาขอบคุณเรื่องดาบ ไม่รบกวนแล้วค่ะขอตัว”คู่พี่น้องก้มหัวขอบคุณเตรียมตัวจะออกไปจังหวะเดียวกับเชสคิดอะไรบางอย่างได้...แผนการอันชั่วร้าย“นี่ตะกี้บอกว่าเปิดร้านทำอาวุธใช่ไหม”“ค่ะ”“มีเงินทุนหรอ”ริสหรี่ตามองไม่ตอบทันทีพลางคิดวิเคราะห์คำถามสักพัก“มีเงินเก็บของพ่อกับแม่ค่ะ รวมกับเงินที่ได้จากการประมูลก็พอมีซื้อเหล็กมาตีต่อได้ค่ะ”เด็กหญิงตอบไปตามความจริงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปิดบัง ไม่กลัวที่จะโดนฮุบกิจการเพราะตอนนี้พวกเธอไม่มีอะไรให้เอาไปอยู่แล้ว“ทำทีขายทีไม่คิดว่ามันเสียเวลาหรอ เรคอนมีความสามารถและพรสวรรค์ในการตีดาบมาก ฉันจะให้เงินแลกกับหุ้น30% ฉันจะจัดหาโรงตีเหล็กกับอุปกรณ์ชั้นหนึ่งให้...ทำได้เนอะมีน่า”เชสยืนขึ้นพูดรัวๆจนสองพี่น้องไม่ทันตั้งตัวก่อนที่ตอนจบจะหันไปฉีกยิ้มชูนิ้มโป้งให้พาร์ทเนอร์สาวสวย คืนเดียวกันนั้นเอง เบ็ตตี้ย่างกลายเข้าสู่พื้นที่อาศัยของชนชั้นสูงเนื้อหนังภายนอกค่อยๆละลายทีละน้อยจนหมดกลับสู่รูปลักษณ์ที่แท้จริง เอลิซาเบ็ธ กรีช ผ่านทหารรักษาการณ์2คนอย่างง่ายดาย พวกเขาแม้จะยืนอยู่ทว่าดวงตากลับล่องลอยประตูตัวคฤหาสน์เปิดกระแทก ไร้ซึ่งสาวใช้หรือพ่อบ้านเพราะพวกเขาล้วนเข้าสู่ห้องนิทราหมดแล้ว“การแฝงตัวอันยาวนานและแสนน่าเบื่อจบลงเสียที ข้าคงอาลัยอาวรณ์กับที่นี่มาก...แต่ไหนๆก็จะไปทั้งที ขอใช้ที่นี่เป็นหนูทดลองของมันหน่อยแล้วกัน”มือเรียวและเล็บแหลมยาวล้วงลงไประหว่างคู่หน้าอก เกี่ยวบางสิ่งติดออกมา ขวดน้ำหอมสีใสขนาดเล็ก ใสจนแทบมองทะลุได้100% เธอดึงปากขวดก่อนจะโยนมันขึ้นเหนือหัวให้น้ำหอมกระจายก่อนหัวหลังเดินออกไปเหลือไว้เพียงสถานที่ที่กำลังจะกลายเป็นจุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่......................................................................................สาบานได้ว่านี่ไม่ใช่shark tank **ใครนึกไม่ออกมันคือหันแบบพี่โต

    คล้ายกับเรื่องMagic X Knight REVERSE ที่คุณอ่าน