การกระทำของคริมสันเฟรมสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในเวลานี้ การฝึกฝนกระบวนยุทธหมัดมังกรขั้นแรกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อีกทั้งยังสามารถใช้มันโจมตีไปยังเป้าหมายที่ตนเองต้องการได้ มันสมบูรณ์แบบและไม่มีอะไรให้ขาดตกบ่งพร่องเลยแม้แต่นิดเดียว
ทว่าเมื่อเอามาเทียบกับตัวของเซียงหลิน
มังกรวิญญาณตัวนึงที่ใช้เวลาฝึกฝนอยู่หลายปี และมังกรวิญญาณสี่ตัวที่ใช้เวลาฝึกฝนในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง1ชั่วโมง ไม่ว่าจะพูดยังไง พวกเขาเวลานี้ก็ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความเลยซักนิด มันแตกต่างกันอย่างมากมายมหาศาลเลยทีเดียว
"นี่คือกระบวนยุทธหมัดมังกร ทักษะวิญญาณที่ท่านพ่อภาคภูมิใจให้พวกเราสืบทอด"
"ผมเชื่อได้เลยว่าในอีกไม่กี่เดือนหลังจากนี้ผมจะสร้างมังกรวิญญาณตัวที่สองขึ้นมาได้"
"ทักษะวิญญาณสุดร้ายกาจของท่านพ่อ"
"ผมคริมสันเฟรมจะเป็นผู้สืบทอดต่อเอง ไม่ใช่ลูกศิษย์ของท่าน ไม่ใช่ไอ้เจ้ามิเกลหรือตัวตนอย่างพี่สาวแต่มันเป็นผมตังหากละ"
คำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจได้ทำให้หลายคนต้องส่ายหัวออกมา เห่าฟ้าที่รับฟังอยู่ก็แทบจะอดกลั้นอารมณ์ของตนเองไม่ไหว
(อุ๊บบบ! ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!)
กระทั่งในที่สุดมันก็ได้เงยหน้าขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง น้ำเสียงหัวเราะของเขาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณเลยก็ว่าได้
"ท่านสุนัขสวรรค์เห่าฟ้า?"
"ทำไมท่านต้องหัวเราะในตัวของข้าด้วย นี่คือกระบวนยุทธหมัดมังกรระดับแรกที่สมบูรณ์เลยนะ?"
คริมสันเฟรมเอ่ยถามขึ้นด้วยความฉงนใจ นัยน์ตาจ้องมองไปยังการตอบสนองของพวกเขา
(เจ้านี่มันตลกจริงๆเลยเจ้าหนูเฟรม นี่ตัวของเจ้าไม่สังเกตเห็นอะไรหน่อยเลย?)
(เจ้าหันมองไปยังกำแพงที่พังทลายโน่น)
เห่าฟ้าพยายามจะระงับอารมณ์ของตน รีบหันไปบอกเขาว่าให้จ้องมองดูไปยังทิศทางดังกล่าว
"หมายความว่ายังไงท่านเห่าฟ้า?"
ตัวของเฟรมเองก็ยังนึกสงสัย
ชายหนุ่มผมแดงได้หันมองไปตามคำพูดของเขา กระทั่งได้เห็นถึงกำแพงที่พังทลายลง มันกลายมาเป็นรูโหว่ช่องว่างขนาดใหญ่หลายสิบเมตร
เต็มไปด้วยเศษซากของกำแพงอิฐที่ต้องพังทลายลงเพราะถูกบางสิ่งเข้าทำลาย ถ้าให้เทียบกันแล้วขนาดของมันดูใหญ่กว่าที่เขาใช้มังกรวิญญาณก่อนหน้านี้อย่างเทียบกันไม่ติด
"นะ..นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฝีมือท่านพ่อ?!!"
"หรือเป็นฝีมือของท่านเอ่อหลางเสินกัน!!"
เฟรมเอ่ยถามออกมาด้วยความตกใจ
ฝีมือระดับนี้ต้องเป็นท่านพ่อหรือไม่ก็ใครสักคน ไม่เว้นว่าอาจเป็นพ่อบ้านเจียก็เป็นได้ อย่าลืมนะว่าการทำลายกำแพงที่แข็งแกร่งถึงระดับนี้แล้วทำให้มันกลายเป็นช่องว่างกว่าหลายสิบเมตร บอกได้เลยว่านี่เป็นการโจมตีที่รุนแรงเป็นอย่างมาก
ความหนาของกำแพงเกือบหนึ่งเมตรยังต้องพังทลายลง สามารถจ้องมองออกไปยังอาณาเขตของนอกลานฝึกฝนได้เลยด้วยซ้ำ
(เด็กน้อยจริงๆ.. ไม่ใช่ฝีมือพวกข้าหรอก)
(แต่เป็นลูกศิษย์คนใหม่ของพ่อเจ้าตังหาก)
เอ่อหลางตอบกลับออกมาด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ ในใจเองก็กำลังขบขันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"อะไรนะ?!! ฝีมือของเซียงหลิน"
เมื่อรู้ว่าเป็นฝีมือของลูกศิษย์คนใหม่
สีหน้ารวมถึงแววตาของชายหนุ่มผมแดงก็ไม่อยากจะเชื่อนัก ต่อให้จะเป็นเทพอาชูร่าก็ตาม
การทำลายกำแพงให้มีความกว้างถึงระดับนี้ แน่นอนอยู่แล้วว่ามันย่อมเป็นไปไม่ได้ ถึงยังไงเทพอาชูร่าเองก็เพิ่งถูกปลุกขึ้น ถ้าในอนาคตก็ว่าไปอย่าง
ชายวัยกลางคนได้ที่เห็นเรื่องทั้งหมดก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา จากนั้นเขาก็ได้อธิบายถึงความเป็นจริงอันโหดร้ายกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้น
"นี่คือผลลัพธ์ที่ได้เกิดขึ้นของกระบวนยุทธหมัดมังกรรูปแบบขั้นที่4"
"ตัวของเซียงหลินได้บรรลุทักษะวิญญาณดังกล่าวในเวลาไม่นาน สร้างมังกรวิญญาณพร้อมกับสามารถปลดปล่อยพวกมันออกไปได้!!"
"ถ้าให้เทียบกันกับของลูกแล้ว.. มังกรวิญญาณของเจ้าก็เหมือนกับงูดินเล็กๆตัวนึง"
คำพูดของผู้เป็นพ่อได้ทำให้จิตใจของคริมสันเฟรมต้องสั่นไหว นัยน์ตาของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"มะ..ไม่ มันต้องเป็นไปไม่ได้!!!"
"ท่านพ่อก็บอกเองไม่ใช่หรอว่าทักษะวิญญาณนี้มันยากลำบากเพียงใด ทั้งข้ารวมถึงพี่น้องคนอื่นๆเองก็พยายามจะฝึกฝนมัน แล้วทำไมถึง..."
ดูเหมือนตัวจองคริมสันเฟรมจะไม่เชื่อถึงความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น เขาถึงกับตะโกนออกมาและชี้หน้าไปยังเซียงหลินที่ยืนอยู่ไม่ไกล
มุมปากเม้มแน่นด้วยความไม่ยินยอม
ในใจเองก็เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา โกรธแค้นกับสิ่งที่กำลังได้เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้
"................."
เซียงหลินที่เห็นว่าเขายังไม่ยอมรับก็ก้าวเดินออกมา จ้องมองไปยังชายหนุ่มพร้อมกับพูดขึ้น
"พี่ชายเฟรม..."
"คนอื่นๆอาจจะไม่สามารถทำได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวของผมจะไม่สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ถึงยังไงความแตกต่างของพวกเรามันก็เหมือนอยู่กันคนละโลกละนะ"
ทันใดนั้นทั่วทั้งร่างของเซียงหลินก็ส่องประกายออกมาอย่างเจิดจรัส พลังวิญญาณได้เริ่มก่อตัวขึ้น
มังกรวิญญาณทั้งสี่ตัวที่มีความเข้มข้นรวมถึงลักษณะที่สง่างามได้ปรากฏออกมาอย่างฉับพลัน มันส่งเสียงขู่คำรามพร้อมกับหมุนวนไปมาอยู่รอบๆตัวของชายหนุ่ม ล่องลอยอหังการและไม่มีใครเทียบเคียงได้
"กะ..กระบวนยุทธหมัดมังกรขั้นที่4"
"ไม่จริงใช่ไหม มันเป็นไปไม่ได้แน่ๆ!!"
การปรากฏตัวขึ้นของมังกรวิญญาณทั้งสี่รูปแบบยิ่งทำให้จิตใจของคริมสันเฟรมต้องพังทลายลง
ความภาคภูมิใจที่มันมีอยู่ในตอนแรกจากหายวับไปทั้งหมด ก่อนหน้านี้มันยังเชื่อมั่นเลยว่าจะทำให้ท่านพ่อของตนเองภาคภูมิใจ การที่สามารถปลดปล่อยมังกรวิญญาณออกไปจากร่างกายของตนเองได้
นี่คือเส้นทางที่จะทำให้ตัวของมันได้รับความโปรดปรานจากท่านพ่อที่ยิ่งใหญ่ กลายมาเป็นต้องถูกเอาใจอย่างถึงที่สุด ทว่าตอนนี้ตัวของเซียงหลินกลับสามารถทำได้มากยิ่งกว่า แถมยังใช้เวลาที่น้อยยิ่งกว่าพวกมันเป็นอย่างมาก
"ฟังพ่อนะลูกรักเฟรม!!"
ขณะนั้นเสียงของเอชก็ได้ดังขึ้นพร้อมกับที่ชายวัยกลางคนได้เข้ามาจับไหล่ลูกชายของตน จ้องมองไปยังเขาด้วยแววตาที่สั่นไหว
"ตอนนี้เจ้าไม่ต้องมาสนใจทักษะวิญญาณอย่างกระบวนยุทธหมัดมังกรอีกต่อไปแล้ว"
"เจ้าเอาเวลาที่ใช้ฝึกฝนมันไปกับทักษะวิญญาณรูปแบบอื่นๆดีกว่า ไม่ต้องมาเสียเวลาไปกับทักษะของข้าอยู่หลายปี"
"ส่วนกระบวนยุทธหมัดมังกรก็ให้น้องชายของเจ้าอย่างเซียงหลินเป็นผู้ฝึกฝนและสืบทอดต่อไป"
"เจ้าเองก็น่าจะได้เห็นถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นแล้ว ทักษะนี้เหมือนเกิดมาเพื่อเขาเลยก็ว่าได้"
การถูกตอกย้ำโดยผู้เป็นพ่อของตน มันก็ยิ่งทำให้คริมสันเฟรมต้องกัดฟันอย่างอดกลั้น
"ขะ..เข้าใจแล้วครับท่านพ่อ"
ชายหนุ่มตอบกลับและพยักหน้ารับด้วยความไม่ยินยอม ถึงในใจจะโกรธเคืองกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากที่สุดก็ตาม แต่ในเมื่อท่านพ่อได้บอกแบบนั้นแล้ว
ตัวของมันที่เป็นลูกชายคนโปรดจะไปทำอะไรได้อีกต่อไปกันละ ไม่สามารถจัดการอะไรกับเซียงหลินในตอนนี้ได้
"งั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ"
หลังจากนั้นคริมสันเฟรมก็ได้เดินออกไปจากลานฝึกฝนแห่งนี้ เขาไม่ได้หันหน้าไปมองใครเลยซักคน
แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดรวมถึงความไม่ยินยอมพร้อมใจ คนอื่นๆที่เห็นก็ได้แต่ส่ายหัวออกมา โดยเฉพาะกับตัวของชายวัยกลางคนที่ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจอยู่ยกใหญ่
"เฮ้อ ถึงมันจะโหดร้ายต่อลูกชายของข้าไปมากก็ตามเถอะ แต่เฟรมก็ทำเพื่อตัวของข้าทั้งสิ้น อยากจะทำให้ข้าชื่นชมในตัวของเขา"
"ข้าเองก็เข้าใจดีว่าเฟรมนั่นต้องการอะไร เขาอยากได้ความรักจากผู้เป็นพ่อ การทำให้พ่อเช่นข้านั่นภาคภูมิใจ มันเป็นสิ่งที่เขานั้นต้องการมาโดยตลอด!!"
...
เยนๆอีก2ตอนเน้อ