คริสอารมณ์เสียที่ทำอะไรพริกแกงไม่ได้ เขาเข้าสนามมาเตะฟุตบอลระบายอารมณ์ก่อนนั่งพักขอบสนาม บรรดาลูกน้องต้องคอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟผ้าเย็นอย่างเอาใจ
"เอาร่มมากางเร็วสิคริสเริ่มร้อนแล้ว"
ริสารีบสั่งลูกน้องคริส เขามองดูนักฟุตบอลลงสนามอีกครั้งยิ่งดูการซ้อมก็ยิ่งหงุดหงิด เขายอมรับการคุมทีมและการวางแผนของตะวันนั้นดีเยี่ยม ั้แ่ตะวันเข้าทีมมาพวกเขายังไม่เคยแพ้ใครมาก่อน
"กองหลังน้ำในหูไม่เท่ากันหรือไงวิ่งอย่างกับคนป่วย!" คริสะโด่ากองหลัง
"เอาไงดีวะ ฉันกับไอ้ปาร์คจะไม่ไหวแล้วนะฉันว่านัดนี้ถ้าเป็อย่างนี้แพ้แน่ แกไปขอโทษไอ้ตะวันเถอะไหนๆ ก็เพื่อนกันจะโกรธกันทำไมวะ" คริสปฎิเสธเสียงแข็งคนอย่างเขาหรือจะไปง้อคน ตะวันต่างหากละที่ต้องง้อเขาก่อนเื่นี้เขาไม่ผิด
"นี่แม่งถ้าแข่งของมหาลัยแล้วเขาให้ใช้คนนอกได้กูเรียกพวกไอ้เสือมาช่วยแล้ว ลำบากพวกกูชิบหาย" วายุบ่นเช็ดเหงื่อไปพลาง เขาอยากจะต่อว่าคริสมากกว่านี้แต่ดูสีหน้าไม่เอาใครแล้วเขาอาจจะมีสภาพเหมือนแว่นกันแดดที่หักคามือของคริสก็ได้
"น้องพริกเอาไปเสิร์ฟให้คุณผู้หญิงโซฟาแดงแล้วบอกของพี่ผู้ชายโต๊ะโน้นนะ เสร็จแล้วไปดูไฟหน้าร้านด้วย"
"จ้า... พี่สเตฟาน"
"ดีมากใช่ง่ายอย่างนี้พี่ชอบ"
พริกแกงรับคำเดินหน้าทำงานต่อ ตอนนี้เธออยู่ที่ร้านอาหารตอนกลางคืนเธอทำงานที่นี่มาเดือนกว่าแล้วรายได้ดีใช้ได้ เ้าของร้านก็ใจดีเป็กันเองมาก พี่ๆ และเด็กเสิร์ฟด้วยกันก็นิสัยดีไม่มีปัญหาอะไรกับการทำงาน พอคิดดูแล้วเธอเองก็มีลูกบ้าเยอะอยู่เหมือนกันจากที่ตอนแรกแค่กะจะหนีออกจากครอบครัวใหม่ของพ่อแค่สักเดือนแล้วจะกลับไปใช้ชีวิตลูกคุณหนูที่ต่างประเทศ แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้ก็จะสามเดือนแล้วที่เธอต้องใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำชีวิตแบบคนปกติธรรมดาทั่วไปใช้ชีวิตกัน ซึ่งมันไม่ได้เลวร้ายอะไรสำหรับเธอที่ชอบทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จะมีปัญหาอย่างเดียวคือค่าเทอมของเธอที่มันแพงมาก ตอนนี้เธอย้ายเ้าหนี้จากมหาลัยโฮลลี่มาเป็ตะวันแล้วเรียบร้อย คงจะทยอยจ่ายให้ที่หลังได้เพราะเธอต้องเตรียมหาค่าเทอมงวดใหม่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเสียก่อน เธอยังคิดไม่ออกว่าจะหาจากที่ไหนแค่เทอมนี้ก็แทบกระอักเืที่เดียว
"เอาไงดีมือกีตาร์มอไซค์ล้มแขนหักมาไม่ได้นี่ก็จะขึ้นโชว์แล้ว"
พี่จุ้บเ้าของร้านเรียกประชุมทีมด่วน ถ้าวันธรรมดาก็จะมีมาวินร้องเพลงกับโฟคซองเบาๆ แต่ถ้าวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์นั้นจะเป็วงดนตรีเต็มวง มาวินอาสาเล่นเองทุกคนร้องห้ามทันที
"ไอ้วินมึงร้องเพลงโชว์หน้าหล่อๆ อย่างเดียวพอเถอะฝีมือเล่นกีตาร์มึงห่วยมาก" ซันเพื่อนมาวินห้ามด้วยความหวังดีซึ่งทุกคนเห็นด้วย ซันมีหน้าที่เล่นเบสแต่กีตาร์เขาเองก็ไม่ถนัด
"ตายๆ ๆ! ทำไงดีไอ้แสนโทรหามือกีตาร์จากร้านอื่นซิเผื่อมีว่างวันนี้ลูกค้าเยอะด้วย"
"บอกให้เรียกสเตฟาน เจ้ก็" แสนกัปตันร้านโวยวาย เ้าของร้านบอกไล่ออกเขาเงียบปากทันที
"เออ... ฉันเล่นให้ก็ได้นะฉันเล่นกีตาร์เป็"
ทุกสายตาจ้องไปที่พริกแกงทำสีหน้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แสนส่งกีตาร์ให้เธอลองซึ่งเธอได้โชว์สเตปเล็กน้อยให้ทุกคนดูเล่นเอาอึ้งกันทุกคนไม่คิดว่าเธอจะเล่นเก่งขนาดนี้ เก่งกว่ามือกีตาร์ประจำร้านอีก
"เก่งมากเดี๋ยวเจ้ให้เงินเพิ่ม เรารอดแล้วเอางั้นเตรียมโชว์เลย เร็วๆ จะได้เวลาแล้ว!"
"แต่ฉันเล่นเพลงไทยไม่เป็นะไม่เคยฟังด้วย คือไม่ต้องทำหน้าแปลกขนาดนั้น คือฉันไปอยู่เมืองนอกั้แ่เด็กน่ะ"
"เอ้า... งั้นก็รวยนะสิแล้วจะมาทำงานเป็ขี้ข้าเขาทำไมกัน" แสนสงสัยถึงว่าเธอพูดกับลูกค้าต่างชาติได้น้ำไหลไฟดับ
"อยู่เมืองนอกได้ใช่ว่าจะรวยทุกคนป่ะพี่สเตฟาน คือพริกเนี่ยเบื่อเลยหนีมาพจนภัยนอกคฤหาสน์ร้อยล้านน่ะเข้าใจมั้ย" เธอพูดเื่จริงแต่ทุกคนคิดว่าเป็มุก เลิกสนใจแล้วหาโน๊ตเพลงมาให้เธอดูคราวๆ
"พวกผมเล่นเพลงไทยสลับสากลแล้วพี่พริกเล่นเพลงพวกยุค 80 เป็ป่ะลูกค้าชอบ"
"จะเล่นเพลงไรล่ะเก่าใหม่ได้หมดแหละถ้าเป็เพลงสากลนะ เบสกับกลองนำได้เลย"
"เจ๋ง งั้นนี่ฟังเพลงไทยซักรอบละกันจะได้ไม่ค่อมจังหวะ"
หลังจากคุยงานกันแล้วก็ได้เวลาโชว์ซึ่งทุกคนทำได้ดีเกินคาดทั้งที่ไม่เคยซ้อมด้วยกันมาก่อน จากการที่พริกแกงขึ้นไปเล่นดนตรีในวันนี้ทำให้เธอได้รับความสนใจเป็อย่างมากสร้างความปลื้มใจให้แก่เจ้จุ้บเ้าของร้านอย่างมาก
"เก่งมากลูกสาว เจ้ไม่คิดเลยว่าหนูจะเล่นเก่งขนาดนี้เอานี่เงินพิเศษสองพันบาท รู้มั้ยมีลูกค้าถามถึงหนูหลายคนด้วยเจ้เลยบอกว่าหนูเล่นประจำที่นี่"
"ฮะ! เดี๋ยวนะเจ้!"
"ไม่ต้องเดี๋ยวนี่ร้องเพลงเป็มั้ย? ถ้าร้องเป็เจ้จะให้ขึ้นไปร้องเดี๋ยวเพิ่มเงินให้อีกเอามั้ย" พริกแกงส่ายหน้าบอกไม่ถนัดเล่นได้อย่างเดียว
"งั้นตามนี้แหละ หนูก็เล่นแทนนักดนตรีเก่าไปเลยดีออกร้านเราจะได้มีจุดขายมีนักดนตรีหญิงเรียกแขกส่วนงานเสิร์ฟถ้ายังอยากทำต่อเหมือนมาวินก็ได้นะเจ้ไม่ว่า"
สุดท้ายพริกแกงก็ตกกระไดพลอยโจนเล่นกีตาร์แทนคนเก่า แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเธอได้เงินเพิ่มแค่เห็นตัวเลขในบัญชีเพิ่มขึ้นเธอก็ยิ้มออกแล้ว
พริกแกงอาศัยกลับคอนโดกับมาวินทุกวันเพราะอยู่ระแวกเดียวกัน ตื่นเช้าก็ไปเรียนด้วยกันทำงานที่เดียวกัน ทานข้าวด้วยกันเลิกงานก็กลับด้วยกันจนฮิวโก้คิดไปไกลเกินว่าสองคนแอบคบกันเป็แฟน ซึ่งเธอก็ปฎิเสธทันทีเพราะรู้สึกกับมาวินแค่น้องชาย เธอสงสารที่เขาต้องอยู่คนเดียวเธอจึงอยากเป็ครอบครัวให้แก่เขาส่วนมาวินเองก็รู้สึกกับพริกแกงเหมือนพี่สาวของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาเองอยู่คนเดียวั้แ่เก้าขวบต้องปากกัดตีนถีบทำงานทุกอย่างแม้กระทั้งเป็เด็กเดินโพยบอลโพยหวยก็ยังเคย ั้แ่มีพริกแกงเข้ามาในชีวิตทำให้ชีวิตที่มืดมนของเขาค่อยๆ เข้ามาในที่สว่างสนุกสนานมีสีสันขึ้นมา เขาสามารถคุยกับพริกแกงได้ทุกเื่ได้เหมือนคนหนึ่งในครอบครัวขนาดพี่ตุ้มที่รู้จักกับเขามาั้แ่มัธยมต้นเขายังไม่พูดอย่างสนิทใจเหมือนพริกแกง หรืออาจจะเป็ที่วัยที่ใกล้เคียงกัน
"พี่พริกโน้น... พี่ตะวันมาหารอหน้าร้าน"
ฮืม... มีไรอีกอย่าบอกนะว่ามาทวงหนี้พึ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเอง คราวนี้ฟาดด้วยถังน้ำแข็งจริงด้วยยิ่งจนๆ อยู่
"มีไรเหรอถ้าจะทวงเงินละก็เชิญป้ายหน้านะทรัพย์จาง" ตะวันหัวเราะ
"เปล่า... พอดีเราพึ่งออกกำลังกายเสร็จผ่านมาพอดีแค่อยากเห็นหน้า"
"ออกกำลังกายตอนเที่ยงคืนนี่นะ แน่มาก... นายไม่เปลี่ยนเลยนะ"
เธอดูออกแหละว่าเขามายุ่งกับเธออีกทำไม เพราะหลายวันมานี้ขยันมาให้เห็นหน้าเหลือเกินแต่ไม่อยากจะพูดอะไรมาก
ตะวันเอื้อมมือไปจับมือของพริกแกงเบาๆ ยืนยิ้มอายๆ จะพูดก็ไม่พูด
"มีไรตะวัน... เร็วๆ เราต้องทำงาน"
"คือ... เรา... สองคน... เออ... เรากลับมาคบกันได้มั้ย? คือแพทคราวนี้ตะวันสัญญาจะไม่เกเรเ้าชู้ให้แพทเสียใจอีกนะ" ตะวันขอพริกแกงเป็แฟน เธอนิ่งไปเลยตะวันยังจับมือพริกแกงอย่างมีความหวัง พริกแกงถอนหายใจเบาๆ
"เราคงกลับไปเป็แฟนตะวันไม่ได้หรอก... อย่าพึ่งพูดฟังก่อน คือเราขอบใจตะวันนะที่มีความรู้สึกดีๆ ให้เราแต่ตอนนี้เรายังไม่อยากจะคบใคร"
"ทำไมหรือว่าแพทมีใครแล้ว... มาวิน? หรือฮิวโก้หรือว่าไอ้เพี้ยน! นี่มันล้างสมองแพทใช่มั้ย!!"
"ไม่ ใช่ ไม่มีใครทั้งนั้น! ทุกคนยังเป็คนสำคัญของเราและอีกอย่างนายเป็คนที่ดีมากคนหนึ่งเราไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราต้องเสียไป ถ้าเกิดคบกันแล้วเราเกิดเลิกกันอีกล่ะคราวนี้ความเป็เพื่อนเราอาจจะไม่มีอีกเลยนะ" พริกแกงอธิบาย ตะวันพยายามคิดตามในสิ่งที่พริกแกงพูด
ใช่... ถ้าเกิดวันหนึ่งเราไปกันไม่ได้ล่ะจะทำยังไง...
ตะวันพยักหน้าเข้าใจ
"ได้แพท... เราคงมาช้าไปจริงๆ เราจะพยายามทำใจละกันงั้นเธอทำงานต่อนะพรุ่งนี้เจอกัน"
ตะวันเอ่ยลาเดินถอยหลังออกไปช้าๆ พริกแกงยืนนิ่งไม่กระดิกตัวบรรยากาศโดยรอบทั้งที่มีคนเดินสวนไปมาแต่เหมือนจะมีแค่เขาสองคน ตะวันเดินกลับมาดึงพริกแกงมากอดก่อนจะประทับจูบที่ริมฝีปากพริกแกงหนึ่งทีแล้วเดินจากไปไม่หันกลับมามองอีกเลย เขารู้สึกเสียดายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็คนพิเศษของเธอแต่ไม่รักษาไว้จนเธอขอเลิก ทั้งหมดเป็เพราะความเ้าชู้ไม่เอาไหนของเขาเองจะโทษใครได้
ไอ้ควายเอ้ย... เจ็บบ้างก็ดี
ฮิวโก้ที่แวะมาทานข้าวยืนดูอยู่ข้างมาวินที่พี่จุ้บให้มาตาม เขารู้สึกว่าพริกแกงคิดดีแล้วที่ปฎิเสธเพราะเขาคิดว่าการเป็เพื่อนกันความสัมพันธ์มันยืดยาวกว่า เขาไม่อยากเห็นเพื่อนๆ ต้องมาทะเลาะกันอีก พริกแกงหันหลังกลับเข้าร้านก็ใที่เห็นทั้งสองคนยืนเกาะประตูดูเธอ
"แหม่ๆ ๆ สวยเชียวนะมีหนุ่มมาบอกรักถึงหน้าร้าน" มาวินแซว
"แน่นอนก็ฉันสวยนี่ยะ ช่วยไม่ได้" พริกแกงผลักทั้งสองหลีกทางก่อนจะขยิบทำตาปิ๊งๆ เลียนแบบฮิวโก้ใส่
"โฮ้ย... ไม่สวยจริงทำไม่ได้นะแก"
ฮิวโก้หัวเราะก่อนเดินตามตอนนี้แขกเริ่มจะบางตาบ้างแล้ว มาวินกับพริกแกงกลับไปเล่นดนตรีต่อปลอยให้ฮิวโก้นั่งทานมื้อค่ำโดยมีเ้าของร้านคอยบริการตลอด เขาเปิดเปิดไอจีเจอสเตตัสของตะวันเขียนว่าอกหักอีกครั้งจากคนเดิมๆ
"หึ! อกหักดีกว่ารักไม่เป็นะตะวัน"
คอนโดคริส
ริสากับวายุช่วยกันพยุงคริสเข้าห้อง เขาไปผับั้แ่หกโมงเย็นไปถึงก็ซดเหล้าอย่างกับน้ำเปล่าจนตอนนี้เมาปลิ้นไม่เหลือคราบคุณชายจอมระเบียบ วายุทิ้งคริสให้ริสาดูแล คริสนั่งลงที่โซฟาริสาหาผ้ามาเช็ดหน้าให้อย่างเอาใจ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอมาเหยียบที่ห้องนี้ดูหรูหรามีสไตล์จนเธอแอบถ่ายรูปอย่างวางท่า ปกติเขาจะไม่ให้ใครเข้ามาง่ายๆ ค่อนข้างหวงความเป็ส่วนตัวถ้าไม่สนิทกันจริงๆ ขนาดแม่บ้านยังต้องมาทำงาน่ที่เขาไม่อยู่
"คริสอยู่นิ่งๆ ริสาเช็ดตัวให้"
คริสที่กำลังเมาไม่ได้สติดึงริสาเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม เขาเอื้อมมือไปลูบไล้ทีีต้นขาค่อยๆ ขยับขึ้นมาข้างบนล้วงเขากระโปงที่สั้นเต่อ ริสาผลักเขาลงนอนราบโซฟาอย่างพอใจก่อนถอดเสื้อตัวเองออกเหลือแต่เสื้อใน เธอพยายามแกะกระดุมเสื้อชายหนุ่มอย่างกระหาย ทันใดนั้นไฟห้องก็ถูกเปิดขึ้นให้สว่างกว่าเดิมด้วยฝีมือของแอลพี่สาวของคริสนั้นเองที่แวะมาดูน้องชายตามคำสั่งคุณหญิงแม่
"พี่แอล!!"
ริสารีบเอาเสื้อมาปิดน่าอกอย่างอายๆ คริสยังไม่ได้สติดึงเธอไปจูบแต่แอลรีบดึงทั้งคู่ออกจากกัน เธอยังไม่อยากจะดูหนังสดตอนนี้
"เธอรีบไปซะคริสฉันดูแลเอง" เธอสั่งริสากลับไป ริสาเก็บข้าวของอย่างเร็วทั้งอายทั้งโมโหอุตส่าห์มีเวลาว่างมาเจอกันทั้งทียังมีคนมาขัดอีก หลังๆ มานี้เธอและคริสนั้นไม่ค่อยมีอะไรกันจนเธอตั้งไปหานายแบบรุ่นน้องแก้ขัด
"บ้าเอ้ย! มีมารมาจนได้!"
"คริส คริส!"
ผลัวะ!!
แอลตบหน้าน้องชายทีหนึ่ง คริสยังคงนอนต่อเธอจึงเลิกสนใจเดินเข้าห้องไปอาบน้ำหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน
ไลน์... เธอเปิดดูไลน์ พีชนั่นเองที่ส่งข้อความมาหาถามว่าเธอถึงห้องหรือยัง
(ถึงแล้วไม่ต้องห่วง กู๊ดไนท์) เธอตอบกลับก่อนจะยิ้มให้กับสติกเกอร์ส่งจูบของแฟนหนุ่ม
คืนนี้ฉันคงจะนอนหลับฝันดีเหมือนเดิม
"แหวะ!!!"
"ไอ้คริส!!!" คริสอ้วกแตกเลอะผ้าห่มที่แอลห่มให้ เธอถึงกับไปไม่เป็
"เชี้ย... แม่งเหม็นโคตรไอ้น้องชั่ว! แหวะ!" เธอเห็นแล้วอยากจะอ้วกตามจึงเดินหนีปล่อยคริสดูแลตัวเองไปตามเวรกรรม
ฮิวโก้และมาวินนอนที่คอนโดของพริกแกงเพราะี้เีกลับห้อง ฮิวโก้กับพริกแกงนอนด้วยกันที่เตียงส่วนมาวินนอนที่โซฟา พวกเขานัดกันไปใส่บาตรตอนเช้าเพราะเป็วันเกิดของมาวินที่อายุจะครบสิบแปดปีบริบูรณ์ ฮิวโก้กับพริกแกงยืนหลับตาพิงต้นไม้กันคนละฝั่ง มาวินพยายามปลุกไม่ให้หลับเพราะใกล้จะได้เวลาแล้ว
"หลวงพ่อต้องเดินกี่กิโลถึงนะได้กินข้าวเหมื่อยตายเลย ยิ่งมีแต่คนแก่แล้วรองเท้าก็ไม่ใส่อีกไม่ร้อนเท้าเหรอ?" พริกแกงถามอย่างไม่เข้าใจ
"เขาเรียกฉันข้าว เดี๋ยวเดินไปแถวโค้งหน้าก็มีรถมารับกลับวัดแล้ว" พริกแกงแซวมาวินว่ารู้ดีเหมือนเคยอยู่วัดมาก่อน
"ก็ใช่นะสิเมื่อก่อนผมจะไปช่วยงานที่วัดแลกข้าวบ่อยๆ อาศัยหลวงตาส่งเสียเรียนั้แ่แม่ตาย พ่อก็ไม่รู้ไปตายห่าที่ไหนแล้ว นี่จะบอกให้แกงเทโพป้าแจ่มอร่อยเวอร์"
มาวินก็เล่าถึงอดีตสมัยที่เขาเป็เด็กวัดให้พริกแกงกับฮิวโก้ฟังอย่างสนุกสนาน คิดไม่ถึงว่าท่าทางกวนๆ ดูนักเลงกลับเป็คนที่ขยันเอาการเอางานเป็คนตรงไปตรงมาและค่อนข้างที่จะมีเหตุผลดูโตเป็ผู้ใหญ่เกินวัย ขนาดฮิวโก้ยังแอบนับถือในตัวมาวิน
"อะ หลวงพ่อมาแล้ว" พริกแกงโบกมือให้หลวงพ่อหยุดอย่างกับโบกรถจนโดนมาวินตีมือเข้าให้
"โบกไม่ได้... เดี๋ยวท่านหยุดเอง ถอดรองเท้าก่อนใส่บาตรด้วย"
"ฮือ... ถอดรองเท้าใส่บาตร?" ฮิวโก้ถอดรองเท้าออกมองหน้ากันกับพริกแกงไม่เข้าใจ
"พวกพี่ไปอยู่นอกโลกเหรอ? ถอดไว้ข้างๆ เพื่อไม่ให้ยืนเสมอพระ เอาอาหารใส่บาตรที่ละอย่างเสร็จแล้วก็นั่งลงรอหลวงตาให้พร" มาวินอธิบายและทำให้ดูเป็ตัวอย่างซึ่งทั้งสองทำตามอย่างว่าง่าย
"ว่างๆ พาเพื่อนไปวัดหาหลวงตาบ้างก็ดีนะโยมวิน" หลวงตาเหลือบมองพริกแกงกับฮิวโก้ที่ยืนยิ้มแฉ่งให้ก่อนจะส่ายหน้า
"ครับหลวงตา"
"ไข่พะโล้เอ็งเอาไปกินซะจะได้มีแรงไปเรียน" หลวงตาใจดีแบ่งอาหารเช้าให้ทั้งสามคน ดูพริกแกงจะดีใจจนออกนอกหน้า
"ดีเนอะ... มีของฟรีให้ด้วยฉันย้ายไปเป็เด็กวัดดีมะ"
"พูดเล่นไปเรื่อยผู้หญิงอยู่วัดไม่ได้นอกจากแม่ชี นี่เคยเข้าวัดกันมั้ยถามจริง"
ทั้งสองส่ายหน้าเคยเข้าแต่โบสถ์คริสต์และนับครั้งได้ มาวินมองสองเพื่อนรักที่ยิ่งรู้จักยิ่งมีแต่เื่ให้แปลกใจได้ทุกวัน