ชายหนุ่มเดินเข้าไปในอย่างช้าๆ จมูกของเขาสูดดมได้กลิ่นที่เหม็นเน่าชวนอาเจียนเขาเร่งวาดมือโบกไปมาอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเดินมาถึงโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่มีลานกว้างและมีร่องรอยการต่อสู้อยู่ทั่ว มิว่าจะเป็นที่ผนัง เพดาน พื้น
เขากวาดตามองทั่ว
“ เจ้านายระวัง “ อัลตรอนเอ่ย
“ เปรี้ยงง “ ฝ่ามือกรงเล็บฟาดออกหมายกุดหัวของชายหนุ่มจากด้านหลัง
“ แว่บ “ ร่างของเขาพลันหายวับ
“ อา “ ผู้คนที่ชมภาพอยู่พลันร้องลั่น
“ หายไปได้เช่นใด “
“ ปราบเอ็งฝึกวิชาอะไร “
“ เปรี้ยงง หมัดของเขาเหวี่ยงออกสุดแรง
“ พลั่ก “ หมัดของชายหนุ่มกระแทกเข้าชายโครงของอมนุษย์
“ อั้ก “ มันกระอักโลหิตออกแลเซถลาไปตามแรงชก
ชายหนุ่มมิรอช้ากระโจนเข้าหาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดออกสุดแรง
“ พลั่ก “
“ ตุบ “
“ พล็อก “
ชายหนุ่มประเคนหมัดเท้าเข่าศอกใส่อมนุษย์อย่างมิมียั้ง ทำเอามันซวนเซตั้งรับไม่ทัน
“ กร้อบ “
“ พรวดด “
“ แค่กๆ “
“ ตึง “
ร่างของมันล้มคว่ำลงยังพื้น
ชายหนุ่มมิปล่อยโอกาสเขาใช้ส้นตีนพิทักษ์โลกกระทืบหัวของอมนุษย์
“ ตูมม “ หัวของมันระเบิดออกตายสนิท
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกจมูกแล้วเดินสำรวจทั่วลานกว้างแต่ก็ไม่พบพานสิ่งใด เขาจึงไปยังช่องทางเดิน
ชายหนุ่มเดินเข้าไปพร้อมกับกวาดตามองทั่ว
“ เจ้านายพบสิ่งมีชีวิตที่มีพลังหยินรุนแรง “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
เขาก้าวเท้าเร่งเร็วขึ้น
เมื่อมาถึงชายหนุ่มมองยังอสูรตนหนึ่งที่มีร่างครึ่งบนเป็นมนุษย์ครึ่งล่างเป็นอสูร มันมีกะโหลกแบบมนุษย์แต่มีสองเขา ดวงตากลมโตสีชาด จมูกยาวงุ้มเหมือนปีศาจ ใบหูเรียวแลแหลม ปากกว้างมีเขี้ยวงอกออกสี่เล่มยาวเฟื้อย คางแหลม สองแขนมนุษย์ของมันยาวกว่าปกติ
มันมองจ้องชายหนุ่มด้วยสองตาสีชาดของมัน
“ โฮกกก มันร้องคำรามลั่นแล้วทะยานร่างเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ด้วยความเร็วของมันทำเอาชายหนุ่มตั้งหลักไม่ทันจึงทำได้เพียงเหยียดร่างถอย แล้วเหวี่ยงหมัดออกสุดแรง
“ เปรี้ยงง “ หมัดของชายหนุ่มพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว
“ อือ “ กึ่งอสูรต้นนั้นร้องครางเมื่อถูกพลังที่หนักหน่วงสยบ
“ ตูมม “ หัวของมันระเบิดออกตกตายในทันใด
“ ปราบ ทำไมคุณไม่ฆ่ามันให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ “ หัวหน้านักวิจัยเอ่ย
“ หัวหน้า หากอยากได้สภาพศพดีสมบูรณ์ก็เข้ามาจัดการเอา “ ชายหนุ่มตอบกลับ
“ ฮื่อห์ “ หัวหน้าคณะวิจัยพลันร้องคำรามในลำคอลั่น
ชายหนุ่มสำรวจทั่วห้องแลส่ายหน้า
เขาออกจากห้องแล้วเดินไปตามช่องทางเดิน
ชายหนุ่มมาถึงโถงกลางที่กว้างประมาณสามสิบเมตร รายรอบผนังปรากฏประตูหินมากมายหลายบาน ตรงกลางของโถงมีเพียงหลุมลึกแต่มิพบพานสิ่งใด
“ บ่อน้ำปราณไม่มีแล้ว ถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว “ ปราบเอ่ย
“ เป็นไปได้เช่นใด มันหนักยิ่งนัก “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มไปยังห้องแล้วเปิดประตูหิน เขาชะโงกหน้าเข้าไปในห้องแล้วกวาดตามองทั่ว
“ เป็นห้องฝึกฝน “ ปราบเอ่ย
เขาเร่งสำรวจทุกห้องจนครบแล้วออกจากส่วนนี้อย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มมาถึงยังโถงกลางที่มีวิหารที่แกะสลักจากหินตั้งเรียงรายอยู่ทั่ว
“ ที่นี่มีลักษณะเหมือนวิหารที่เขาไกรลาศประเทศอินเดียเลย มันเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและยอดเยี่ยมที่สำคัญเป็นการแกะสลักหิน “ ชายหนุ่มเอ่ย
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในวิหารหลังใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง แล้วเข้าสำรวจภายใน
เขากวาดตามองทั่วพบว่ามันเป็นโถงโล่งมีเพียงบัลลังก์หินตั้งอยู่ส่วนในสุดชิดผนัง ไม่มีการตกแต่งใดๆ
ชายหนุ่มออกจากวิหารหลังใหญ่แล้วไปยังวิหารข้างเคียงอย่างรวดเร็ว
“ มีกลิ่นของโอสถ สมุนไพร และกลิ่นของการเผาไหม้ “ ปราบเอ่ย
เขากวาดตามองที่ชั้นวางที่วางเปล่า แล้วใช้นิ้วลูบไปที่ชั้นวางฝุ่นหนาพลันปรากฏร่องรอยของนิ้วที่ลากผ่าน
“ ไม่รู้ว่านานขนาดไหนฝุ่นจึงหนาได้ขนาดนี้ “ ปราบเอ่ย
ชายหนุ่มไปที่ด้านหลังของวิหาร เขาพบกับเตาหลอมโอสถตั้งอยู่หลายเตา แต่ละเตานั้นปรากฏร่องรอยบิ่นแตกเสียหายหมดสิ้น
“ เตาหลอมโอสถเหล่านี้ใช้ไม่ได้แล้ว “ ปราบเอ่ย
เขาให้เสียดายที่มันไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ชายหนุ่มจึงเดินออก
ชายหนุ่มมาที่วิหารหลังถัดไป เมื่อเขามาอยู่ภายใน เศษอาวุธมากมายที่เสื่อมภาพแตกหักผุพังไปตามกาลเวลาร่วงหล่นกลาดเกลื่อนที่พื้น “ น่าเสียดาย น่าเสียดาย “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มมาที่วิหารอีกหลัง เขาได้แต่ส่ายหน้า เพราะตำรา คัมภีร์ต่างๆนั้นกลายเป็นฝุ่นผงหมดสิ้นแล้ว
“ ฮื่อ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
“ เจ้านายบริเวณไม่มีสิ่งใดให้สำรวจแล้ว “ อัลตรอนเอ่ย
“ ปลอดภัยหรือไม่ “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ ปลอดภัย “ อัลตรอนเอ่ย
“ เคลียร์ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ไป “ เหล่านักวิจัยที่เก็บของรออยู่แล้วเร่งทะยานร่างไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว
“ อัลตรอนตรวจสอบช่องทางที่อมนุษย์แลกึ่งมนุษย์ใช้เข้าออก “ ปราบเอ่ย
“ เจ้านาย พวกมันลงมาจากช่องลมเหนือวิหาร “ อัลตรอนเอ่ย
ปราบแหงนหน้ามองยังเพดานแล้วพยักหน้าช้าๆ
“ กึ่งมนุษย์ตนนั้นมีความเป็นมาเช่นใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ เจ้านายกึ่งมนุษย์นั้นเกิดจากการสมสู่ของอสูรแลมนุษย์เพศหญิง แต่ไม่ใช่ว่าจะเกิดกึ่งมนุษย์ได้ในทุกครั้ง มนุษย์เพศหญิงจะต้องเป็นมีสายโลหิตที่เกี่ยวพันกับอสูรจึงจะสามารถให้กำเนิดกึ่งมนุษย์ได้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ เช่นนั้นก็เบาใจ “ เขาเอ่ย
เมื่อเหล่านักวิจัยเข้ามาเขาได้ทะยานร่างไปยังช่องลมแล้วออกจากช่องลม
ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วพบว่าเวลานี้เขาอยู่ที่ยอดเขาแห่งหนึ่งที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราวสามร้อยเมตร
สองตาของเขากวาดมองทั่ว สัมผัสของเขาถูกส่งออกไปเต็มพิกัด
“ ในระยะสิบกิโลฯไม่มีอสูรสักตัว คงเพราะมีหน่วยลาดตระเวน “ เขาพึมพำ
“ กลับ “ ชายหนุ่มทะยานร่างลงไปยังวิหารแล้วเข้าพูดคุยกับกองกำลังผสมเพื่อให้พวกเขาสร้างหลักป้องกันที่ช่องลม
“ ไอ้หนู ไม่เห็นมีพลังเต๋า “ เจ้าสำนักยิ่งล้งเล้งใหญ่
“ ผู้ใดจะรู้ “ ปราบเอ่ย
“ หากไม่มีพลังเต๋าที่นี่ก็เป็นเพียงแห่งโบราณคดี “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ เจ้าสำนักโปรดวางใจ มันต้องมีเพียงแต่ยังหาไม่เจอ “ ปราบเอ่ย
“ อัลตรอน ศึกษาห้วงมิติไปถึงไหนแล้ว “ ปราบเอ่ยถาม
“ วู๊มม “ พลันเกิดระลอกพลิ้วไหวออกจากร่างของเขา
“ สำเร็จแล้วรึ “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ สำเร็จแล้ว “ อัลตรอนเอ่ย
“ ลองค้นหาห้วงมิติลับดู “ ปราบเอ่ย
“ วิ้ง “ แสงสีฟ้าพลันสาดส่องออกทั่วโถง
“ วู๊มม วู๊มม วู๊มม “ พลันม่านพลังที่กางกั้นไหวกระเพื่อมหลายแห่ง
“ เจ็ดห้วงมิติ “ ปราบพึมพำ
เขาวาดมือเรียกกระบี่ออกมาแล้วเดินเข้าหาห้วงมิติแรก
ชายหนุ่มวาดเหวี่ยงกระบี่ออกสุดแรง “ เปรี้ยงง “ พลังเสียงสะท้อนก้องดังไปกลับทำเอาผู้คนถึงกับยกมือปิดหูอย่างรวดเร็ว
“ ตูมม “ ม่านพลังระเบิดออก
“ ครืนน “ พลังสังหารที่อัดแน่นอยู่ภายในพลันพวยพุ่งออกมาอย่างแรง
ชายหนุ่มโจนทะยานเข้าขวางทางจิตสังหารอย่างเร็วไว
“ อือ “ ชายหนุ่มกัดกรามแน่นเมื่อถูกจิตสังหารบดขยี้ทั่วกายา
“ ฟู่ว “ เขาเป่าปากออกอย่างแรงแล้วมองเข้าไปในห้วงมิติ
“ แม่เจ้า “ ปราบร้องลั่น
“ มีอะไรอยู่ข้างใน “ เจ้าสำนักยิ่งร้องถาม
“ มีอาวุธระดับสูงที่ยังสมบูรณ์อยู่ราวสองร้อยเล่ม “ ชายหนุ่มเอ่ย
เหล่านักล่ารุ่นเก๋าพลันหูผึ่งเร่งทะยานร่างเข้าไปในห้วงมิติอย่างรวดเร็ว
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรง