หญิงชราและลูกสะใภ้พยักหน้ายืนยัน "ใช่แล้ว...นางบอกว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวง และนางยังเดินเท้าไปน่ะสิ ช่างน่าสงสารพวกข้าชักชวนให้นางพักอยู่กับพวกเราก่อน แต่นางก็ไม่ยินยอมนางบอกว่าหากการเดินทางล่าช้าจะลำบาก เพราะฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามาแล้ว"หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเห็นใจ
"เดินเท้าไป...เมืองหลวงช่างไกลนัก!" หลี่ต้าเฉียงอุทานด้วยความตกใจและเป็นห่วงอย่างสุดซึ้งหัวใจของเขา
กระวนกระวายจนแทบจะทนไม่ไหว ภรรยาที่ความจำเสื่อมและลูกชายตัวน้อยๆเดินทางเท้าไปยังเมืองหลวงอันแสน
ไกลเพียงลำพัง ช่างเป็นเรื่องที่น่ากังวลยิ่งนัก
"ขอบคุณท่านยายและท่านมากนะขอรับสำหรับข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้" หลี่ต้าเฉียงกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจโค้งศีรษะให้ทั้งสองเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ
จากนั้นเขาก็หันไปสั่งองค์รักษ์"มอบเงินจำนวนนี้ให้แก่พวกท่านเพื่อเป็นการขอบคุณที่เมตตาให้ที่พักพิงแก่ภรรยาและบุตรชายของข้า"องค์รักษ์รีบปฏิบัติตามคำสั่งโดยดี
เมื่อกล่าวลาหญิงชราและลูกสะใภ้แล้วหลี่ต้าเฉียงก็รีบควบม้านำหน้าองค์รักษ์มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ภรรยาของเขาเดินทางไป จุดหมายปลายทางคือเมืองหลวง
"หากนางเดินเท้า...ด้วยระยะทางเช่นนั้น ไม่นานเราคงจะได้พบกัน"เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความหวังในใจ
หลี่ต้าเฉียงขี่ม้ามุ่งหน้าเส้นทางเข้าเมืองหลวงทันทีทันใดความพยายามที่จะไม่หยุดม้าโดยไม่จำเป็นทำให้เขาและม้า
เกิดความอ่อนแรงจนเมื่อมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งเขากับองค์รักษ์จึงได้ชะรอม้าลง พวกเขาขี่ม้าวิ่งเหยาะเข้าไปหมู่บ้านแห่งนี้ชาวบ้านต่างพากันมองดูคนแปลกหน้าที่ขี่ม้าผ่านมาหลี่ต้าเฉียงหยุดเอ่ยถามชาวบ้านที่ทำนาอยู่
"ท่านผู้เฒ่าข้าขอสอบถามอะไรเล็กน้อยได้หรือไม่?" หลี่ต้าเฉียงถาม
ชายชราเงยหน้าขึ้นดวงตาหยีเล็กจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความสงสัย "มีอะไรให้ช่วยหรือนายท่าน?" เขากล่าวตอบ เสียงแหบพร่าตามวัย
"ข้ากำลังตามหาหญิงสาวนางหนึ่งที่เดินทางพร้อมบุตรชายตัวเล็กๆนางมาพักค้างคืนที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนหรือไม่?" หลี่ต้าเฉียงอธิบาย
ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "อ้อ... แม่หนูคนนั้นเอง นางกับเด็กน้อยน่ารักๆใช่หรือไม่? นางมาพักอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเมื่อสามวันก่อน"
"จริงหรือขอรับ!"หลี่ต้าเฉียงอุทานด้วยความยินดี หัวใจที่หนักอึ้งมาหลายวันพลันเบาโหวงเขารู้สึกเหมือนมีแสงสว่างปลายอุโมงค์
"ใช่แล้วนายท่าน"ชายชรากล่าวต่อ "นางบอกว่ากำลังจะเดินทางเข้าเมืองหลวงและล่าหมีดำตัวใหญ่มาเพื่อเป็นค่าเดินทางด้วยนะ"
หลี่ต้าเฉียงตาโตด้วยความประหลาดใจหมีดำ? เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าภรรยาของเขาจะมีความสามารถถึงเพียงนี้
"แล้ว...ตอนนี้พวกนางไปทางไหนแล้วขอรับ?" หลี่ต้าเฉียงรีบถามต่อด้วยความกระตือรือร้น
"นางออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ของเมื่อวานนี้แล้วล่ะนายท่าน"ชายชราบอกพลางชี้ไปยังเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
"เดินไปตามทางนี้ไม่ผิดแน่"
"ขอบคุณท่านผู้เฒ่ามากขอรับ!"หลี่ต้าเฉียงกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ เขาไม่ได้หยุดพักนานนักเมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการ เขาก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อทันทีเขารู้สึกได้ว่าระยะทางระหว่างเขากับฮวาเสี่ยวซีใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
การเดินทางของหลี่ต้าเฉียงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบยิ่งลึกเข้าสู่เส้นทางที่ตัดผ่านป่าทึบเพื่อย่นระยะทางสู่เมืองหลวงเขากับเหล่าองค์รักษ์ก็ยิ่งต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากธรรมชาติในยามพลบค่ำที่แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า เงาไม้บิดเบี้ยวดูน่ากลัวเสียงกรีดร้องของสัตว์กลางป่าลึกทำให้บรรยากาศยิ่งวังเวง
จู่ๆเสียงคำรามกึกก้องก็ดังสนั่นทำให้ม้าของหลี่ต้าเฉียงและองค์รักษ์ต่างตื่นตกใจจนผงกหัวและส่งเสียงร้องครางสองตาของหลี่ต้าเฉียงกวาดมองไปรอบตัวทันที ภายใต้แสงสลัวของยามพลบค่ำร่างทมิฬของหมาป่าฝูงใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พวกมันมีดวงตาเรืองรองคล้ายถ่านไฟในความมืดสะท้อนความหิวโหยและความดุร้ายออกมาอย่างชัดเจน
"เตรียมพร้อม!"หลี่ต้าเฉียงสั่งเสียงดัง องค์รักษ์ต่างชักดาบเตรียมพร้อมรับมือขณะที่หมาป่าฝูงนั้นเริ่มล้อมวงเข้ามา พวกมันเคลื่อนไหวอย่างว่องไวและเงียบเชียบสัญชาตญาณนักล่าบอกให้พวกมันรู้ว่านี่คือเหยื่อที่อ่อนล้าจากการเดินทางหลี่ต้าเฉียงไม่ได้หวาดกลัวเขากลับรู้สึกโกรธแค้นแทนฮวาเสี่ยวซีและลูกที่อาจจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเช่นนี้มาก่อน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดหลี่ต้าเฉียงใช้ทักษะการต่อสู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเขาฟาดฟันดาบเข้าใส่หมาป่าที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ลังเลองค์รักษ์เองก็ร่วมมือกันรับมือกับฝูงหมาป่าอย่างกล้าหาญเสียงดาบกระทบกรงเล็บและเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังระงมไปทั่วบริเวณแม้จะเสียเปรียบด้านจำนวน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไปตามหา
ครอบครัวหลี่ต้าเฉียงและองค์รักษ์ก็สามารถขับไล่ฝูงหมาป่าไปได้ในที่สุดทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการต่อสู้และความเหนื่อยล้าที่กัดกินร่างกายแต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นคือความมุ่งมั่นที่จะปกป้องภรรยาและลูกให้ปลอดภัย
หลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือของฝูงหมาป่าหลี่ต้าเฉียงกับองค์รักษ์ก็เดินทางต่อท่ามกลางความมืดมิดพวกเขาต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่สัตว์ป่าแต่ภัยร้ายจากมนุษย์ด้วยกันเองก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันเส้นทางที่มุ่งสู่เมืองหลวงเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นแหล่งซ่อนตัวของกลุ่มโจรปล้นสะดม
และแล้วความกังวลก็กลายเป็นความจริงเมื่อยามเช้าตรู่ที่แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าขณะที่พวกเขาเดินทางมาถึงช่องเขาแคบๆกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ที่ซ่อนตัวอยู่
"ส่งทรัพย์สินทั้งหมดมา!หากไม่ต้องการให้เสียเลือดเนื้อ!" หัวหน้าโจรตะโกนเสียงดังใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราและรอยแผลเป็น บ่งบอกถึงความโหดเหี้ยม
หลี่ต้าเฉียงยังคงสงบเขาหรี่ตาพิจารณาคู่ต่อสู้ องค์รักษ์ต่างชักอาวุธเตรียมพร้อมแม้จะรู้ดีว่าจำนวนของฝ่ายตรงข้ามมีมากกว่ามาก
"พวกเจ้าคงเลือกเหยื่อผิดคนแล้ว"หลี่ต้าเฉียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นทำให้หัวหน้าโจรถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วเสียงดาบกระทบกันดังสนั่นก้องหุบเขา หลี่ต้าเฉียงรวดเร็วและแม่นยำเขาหลบหลีกการโจมตีและตอบโต้ด้วยเพลงดาบที่คมกริบองค์รักษ์เองก็ร่วมกันต่อสู้ด้วยความองอาจ พวกเขาถูกฝึกฝนมาเพื่อปกป้องเจ้านายแม้จะถูกรุม แต่พวกเขาก็ไม่ยอมถอย
หลี่ต้าเฉียงรู้ดีว่าหากต่อสู้ยืดเยื้ออาจเสียเปรียบเขาจึงมุ่งเป้าไปที่หัวหน้าโจร ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเขาแทงดาบเข้าใส่หัวหน้าโจรอย่างแม่นยำ ทำให้มันล้มลงกองกับพื้น เมื่อไร้หัวหน้าโจรที่เหลือก็เริ่มเสียขวัญและพากันหลบหนีไป ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดและความเงียบงันหลี่ต้าเฉียงกับองค์รักษ์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาปลอดภัยและพร้อมที่จะเดินทางต่ออุปสรรคเหล่านี้ยิ่งทำให้เขามุ่งมั่นที่จะตามหาฮวาเสี่ยวซีให้เร็วที่สุดเพราะ
หากเขายังต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ ภรรยาและลูกของเขาที่เดินทางเพียงลำพังจะเผชิญกับอะไรบ้าง
หลังจากการเดินทางที่ยาวนานและเต็มไปด้วยอุปสรรคหลี่ต้าเฉียงและองค์รักษ์ก็มาถึงตัวเมืองขนาดใหญ่แห่งหนึ่งแต่เป็นเมืองสำคัญที่อยู่บนเส้นทางหลักของการเดินทาง ผู้คนพลุกพล่านเสียงจอแจของตลาดดังระงมบรรยากาศที่คึกคักทำให้เขารู้สึกได้ถึงความหวังที่จะได้เบาะแสของภรรยา
ทันทีที่เข้าสู่ประตูเมืองเสียงกระซิบกระซาบของผู้คนรอบข้างก็ดึงความสนใจของเขาหลี่ต้าเฉียงได้ยินเรื่องราวแปลกๆ ที่ทำให้หัวใจเขาเต้นระรัว
"ได้ยินมาว่ามีหญิงสาวนางหนึ่งเพิ่งเข้ามาในเมืองพร้อมกับเด็กชาย...นางเพิ่งจะฆ่าหมาป่าฝูงใหญ่เพื่อช่วยลูกชายตัวน้อยที่ถูกหมาป่าคาบวิ่งเข้าป่าไปด้วยนะ!"ชายคนหนึ่งกล่าวกับเพื่อน
"จริงหรือ?ฝูงหมาป่าเชียวหรือ! แล้วนางทำอะไรกับมัน?" อีกคนถามด้วยความสงสัย
"เขาว่านางต่อสู้กับพวหมาป่าจำนวนตั้งสี่สิบห้าสิบตัว!แล้วยังวิ่งตามหมาป่าตัวหนึ่งเข้าไปป่าไปเพื่อช่วยลูกน้อยของนางด้วยนะ "
เสียงกระซิบนี้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจหลี่ต้าเฉียง... ฆ่าหมาป่าเพื่อช่วยลูกชาย... ข้อมูลเหล่านี้ช่างตรงกับสิ่งที่เขาได้ยินมาจากชาวบ้านระหว่างทางและตรงกับความสามารถของฮวาเสี่ยวซีที่ถึงแม้จะความจำเสื่อมแต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความแข็งแกร่งของนางก็ยังคงอยู่
"แถมทางการยังมอบรางวัลให้ด้วยนะเพราะหมาป่าฝูงนั้นสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมานานการที่นางกำจัดพวกมันได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว" อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้นมา
หลี่ต้าเฉียงรีบลงจากม้าเขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้เรื่องราวที่ได้ยินมาทำให้เขามั่นใจเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าหญิงสาวที่ผู้คนพูดถึงนั้นคือฮวาเสี่ยวซี ภรรยาของเขา นั่นเอง
เขาเดินตรงเข้าไปหาพ่อค้าแผงลอยคนหนึ่งที่กำลังตั้งร้านอยู่
"พี่ชาย!เรื่องที่ท่านพูดถึงหญิงสาวผู้ฆ่าหมาป่านั้น... เป็นเรื่องจริงหรือขอรับ? แล้วนางอยู่ที่ใดในตอนนี้?" หลี่ต้าเฉียงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนพ่อค้าตกใจ
พ่อค้ามองหลี่ต้าเฉียงอย่างงุนงงก่อนจะตอบด้วยความเกรงใจเมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของเขา "จริงสิขอรับท่าน!เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงกันทั้งเมืองเลย นางเป็นที่ชื่นชมมากเพราะช่วยชีวิตเด็กน้อยไว้ได้ ส่วนตอนนี้...ข้าไม่แน่ใจว่านางไปอยู่ที่ไหนแล้วขอรับ เพราะหลังจากรับรางวัลจากทางการแล้วนางก็หายไปเลย"
แม้จะยังไม่พบตัวแต่การได้ยินข่าวคราวของฮวาเสี่ยวซีทำให้หลี่ต้าเฉียงรู้สึกโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเขารู้ว่าภรรยาของเขายังปลอดภัยและที่สำคัญกว่านั้นคือเขาได้มาถึงจุดหมายปลายทางที่ฮวาเสี่ยวซีตั้งใจจะมาแล้วตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือออกตามหาเบาะแสเพิ่มเติมภายในเมืองอันกว้างใหญ่นี้