[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    70 กลืนกินเครื่องใน

    ก็อกก็อกก็อก


    ประตูทางเข้าบ้านถูกเคาะเบาๆในช่วงเย็น เดิมทีตงฟางต้องการเดินทางกลับสถาบันเพื่อทำบางอย่างในที่แห่งนั้นก่อน เขาต้องการสร้างหลักค้ำประกันว่าตัวของเขาจะไม่ตาย สามารถอยู่ในสถาบันได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล้วค่อยออกไปล่า ถึงอย่างนั้นความสงสัยเขาเกี่ยวกับทักษะมารยังคงตามหลอกเขาไม่เลิกตงฟางจึงคิดจะกลับมาถามคนที่ฝึกมัน แม้จะไม่ใช่ทักษะมารที่เขาต้องการเขากลับอยากสอบถามถึงวิธีได้มันมา


    แอด~!


    ประตูค่อยๆแง้มเปิดจนเห็นหญิงสาวผมดำมองจ้องตงฟางด้วยคิ้วที่ย่นเข้าหากัน


    “แกมาทำอะไร”


    “พี่หนิงลี่ จำน้องตงฟางคนนี้ได้หรือเปล่า”


    “จำได้สิ จำได้ไม่ลืมเลย สำหรับแกฉันไม่เคยลืมสิ่งที่ทำในวันนั้น ดีเหมือนกันที่วันนี้กลับมาให้ฉันแก้มือ”


    “งั้นผมขอเข้าไปนะ”


    ตงฟางก้าวเข้าไปในบ้านท่ามกลางสีหน้างุนงงของหนิงลี่ เธอสัมผัสได้ว่าตงฟางเลื่อนระดับเป็นก่อตั้งวิญญาณขั้น 6 แล้ว มันก็ยังไม่พอจะต้านทานเธอได้


    “แกมาทำอะไร”


    “มาเยี่ยมพี่หนิงลี่เฉยๆ อีกอย่างผมอยากรู้ข้อมูลอะไรนิดหน่อย พี่หนิงลี่ช่วยตอบผมได้ไหม”


    “ฝันไปเถอะ”


    กรงเล็บสีดำจับไปยังหลังคอเพื่อข่มขู่ ตงฟางกลับยิ้มเขาไม่ได้กลัวกรงเล็บของพี่สาวหนิงลี่เลยสักนิด แม้เธอจะเป็นถึงขั้นผสานวิญญาณ ด้วยพลังจิตเลเวล 4 ของเขาเทียบเท่าระดับผสานวิญญาณขั้น 9 เขาจึงรู้สึกเฉยกับการข่มขู่


    “นั่งคุยกันดีกว่าพี่หนิงลี่ ตอนนี้ผมเหนือกว่าพี่แล้วนะ ถ้าไม่เชื่อพี่ก็มองเปลวไฟนี่ดู แล้วคิดเองว่าต้านทานความร้อนของมันได้ไหม”


    เพลิงสีแดงลอยเหนือมือของตงฟาง หนิงลี่ที่มองจ้องเปลวไฟในมือของตงฟางเธอก็เริ่มเก็บกรงเล็บเพราะมันร้อนมากๆ จนเธอคิดว่าหากโดนเข้าไปอาจบาดเจ็บสาหัสได้


    “แกอยากจะถามอะไร”


    “ก่อนอื่น ผมขอมอบนี่ให้พี่ก่อนแล้วกัน ครั้งหน้าที่เราเจอกันอาจจะต้องร่วมมือกันก็ได้”


    ตงฟางนำเม็ดยาผูหลิง ยาสำหรับเพิ่มการบ่มเพาะพลังวิญญาณระดับ 4 จำนวนของมันที่มีอยู่ 10 เม็ดคุณภาพ 10 ส่วนทำให้หนิงลี่ย่นคิ้วกับการมอบสิ่งของ


    “ผมก็แค่อยากผูกมิตร” การมอบยาของตงฟาง เขาทำเพราะต้องการให้อีกฝ่ายลดความระวังลง การพูดคุยเรื่องทักษะมารจะง่ายยิ่งขึ้น


    “งั้นขอถามเลยแล้วกัน พี่หนิงลี่หาทักษะมารมาจากไหนเหรอ ผมอยากได้มันเช่นเดียวกัน”


    “บอกไม่ได้” แม้จะมีเม็ดยาระดับ 4 ถึง 10 เม็ดหนิงลี่กลับหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน ตงฟางจึงรีบวิ่งตามไปปิดทางไม่ให้เธอไปไหน


    “พี่หนิงลี่ ช่วยผมเถอะนะ ผมอยากรู้วิธีการได้มันมาจริงๆ ขอร้องล่ะ” ท่าทางออดอ้อนพร้อมกับปั้นหน้าให้ดูน่าสงสาร หนิงลี่จึงมองตงฟางด้วยความรู้สึกโมโห เธอจำใบหน้านี้ได้ดีในวันที่ตงฟางหนีไป เขาได้ใช้ใบหน้านี้กับเธอ


    “พี่หนิงลี่ ผมให้พี่ทั้งหมดเลย เอานี่” กล่องยาทั้ง 10 เม็ดยัดเข้าไปในมือของหนิงลี่ แล้วยังมีสมุนไพรระดับ 4 ที่เขาได้จากการฆ่าระดับผสานวิญญาณคนแรกในป่าสัตว์อสูร


    “พี่หนิงลี่ บอกผมเถอะ ที่สถาบันของผมต้องให้ผมเป็นศิษย์สายตรงถึงจะอ่านมันได้ ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก พี่สาวบอกหน่อยนะว่าได้มันมายังไง”


    “มีผู้ชายคนหนึ่ง” หนิงลี่ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แล้วเริ่มพูดสิ่งที่เธอรู้


    “เขาบุกเข้ามาในบ้านด้วยสภาพบาดเจ็บ ฉันจึงช่วยเขาไว้ แต่เขากลับจะดูดกลืนเครื่องในฉันเพื่อฟื้นตัว ฉันจึงใช้มีดฟันหัวเขาจนตาย แล้วฉันก็ได้หนังสือทักษะมาร”


    “ไม่ได้โกหกผมใช่ไหม แล้วพี่สาวพอจะสอนผมได้ไหม”


    “ไม่”


    “นะนะ พี่หนิงลี่ ตอนนี้ผมฝึกทักษะอะไรไม่ได้เลย อยากจะพึ่งทักษะมาร แต่จะไม่ใช้มันหรอกนะ แค่อยากรู้ว่าทักษะมารจะเหมาะกับร่างกายของผมไหม”


    หนิงลี่มองสำรวจตงฟาง ด้วยรูปร่างกล้ามเนื้อและอาวุธที่ไม่ได้สะพายบนหลัง ทำให้เธอเกิดความสงสัย


    “เรื่องจริงสินะที่บอกฝึกทักษะอะไรไม่ได้ กระบี่ ดาบ มือเปล่า หากฝึกทักษะสักอย่างกล้ามเนื้อจะไม่เป็นแบบนี้”


    “ใช่ ผมฝึกอะไรไม่ได้เลยจริงๆ บอกผมสักนิดได้ไหม สักขั้นก็ยังดี ถ้าวันไหนได้ของดีๆจะมาแบ่งพี่หนิงลี่เลย”


    หนิงลี่ยืนคิด เธออยากรู้ผลเสียว่าหากสอนให้ตงฟางจะเกิดอะไรขึ้น มันจะส่งผลมาถึงเธอหรือไม่ เธอกลัวตงฟางนำทักษะมารไปใช้แล้วชี้เป้าใส่ร้ายเธอ


    “เอานี่พี่หนิงลี่ ยาฟู่จื่อระดับ 5 ผมมีเท่านี้จริงๆ นะนะ สอนผมสักขั้น ผมแค่อยากรู้ ถ้าร่างกายผมเหมาะสมจริงๆผมจะเลิกฝึกแล้วรอทักษะมารที่ไม่ต้องกลืนกินเครื่องใน”


    ตงฟางทำหน้าขอร้อง ทันใดนั้นเขาก็ถูกพี่สาวหนิงลี่ดึงเข้าไปในบ้าน


    “ฟังนะ ทักษะมารของฉันมันไม่ใช่ว่าจะฝึกก็ฝึกได้ ขั้นตอนแรกต้องฆ่าคนก่อน แล้วก็ใช้คนๆนั้นสังเวยด้วยยันต์รูปแบบพิเศษเพื่อเปิดการใช้งานขั้นแรกของทักษะ มันไม่สามารถนั่งสมาธิหรือใช้พลังวิญญาณส่งไปตามจุดต่างๆได้ จำเป็นต้องสังเวย ต่อจากนั้นถึงจะเรียนทักษะได้”


    อรึก~! ตงฟางกลืนน้ำลายเมื่อรู้ว่าทักษะของพี่หนิงลี่ต้องสังเวยคนเป็นอันดับแรก โดยชายคนแรกของพี่หนิงลี่ใช้สังเวยคงหนีไม่พ้นชายที่บาดเจ็บพยายามจะใช้ทักษะนี้กับเธอ


    “จริงเหรอครับ แล้วทักษะมารอื่นๆล่ะ ต้องสังเวยเหมือนกันไหม”


    “ไม่  ครั้งหนึ่งฉันได้เจอผู้ใช้ทักษะมารเช่นกันเลยได้สู้กันนิดหน่อย ฉันจึงถามเขาเรื่องการเรียนทักษะมาร เขาตอบว่าทักษะของเขาไม่ต้องฆ่าคน แต่เป็นการใช้เลือดตัวเองจำนวนมากสังเวยให้กับค่ายกลที่อยู่บนหนังสือฝึกทักษะมาร”


    “อ๋อ อย่างนี้ผมก็พอมีโอกาส เอาล่ะ ผมไม่มีอะไรสงสัยแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะพี่หนิงลี่ ผมจะเก็บความลับนี้ไว้เพราะพี่ก็เหมือนพี่สาวผมคนหนึ่ง”


    ตงฟางรีบก้าวเท้าวิ่งจากไปด้วยความรวดเร็ว ปล่อยให้หนิงลี่มองจ้องกล่องยาภายในมือ ถึงอย่างนั้นเธอยังคงระแวงกับการปรากฎตัวของตงฟาง จึงเดินเข้าไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวย้ายไปยังบ้านอีกหลัง หากไม่มีทหารเดินทางมาตรวจสอบเธอจะกลับมา


    —----------------------------------


    “นี่มันอะไรกัน อยากจะเล่นกับฉันมากเลยเหรอ”


    ตงฟางมองไปยังแปลงที่เขาพรวนดินไว้ พวกมันถูกทำลายย่อยยับด้วยฝีมือของใครบางคน ไม่เพียงเท่านั้นบ้านของเขาที่สร้างไว้ยังถูกทุบทำลายเหลือเพียงแค่ซาก


    “ช่างเถอะ ไม่โดนสักทีไม่ดีขึ้นเลยสินะ  ”


    ตงฟางส่งพลังจิตเข้าไปคลุมทั่วทั้งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นไม้แผ่นใหญ่หรือจะเป็นเศษเล็กเศษน้อยที่หล่นเต็มพื้นพวกมันล้วนแล้วสัมผัสกับพลังจิตของเขา ทันทีที่ทุกอย่างถูกคลุมตงฟางก็เริ่มกระบวนการซ่อมแซมแผ่นไม้ ด้วยการนำส่วนที่แตกหักเข้าไปต่อกับส่วนเดิมด้วยพลังจิต จนบ้านของเขากลับมาอยู่ในสภาพเดิม


     “คืนนี้ดึกแล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยไปก็แล้วกัน”


    ตงฟางนำหนังสือเล่นแร่แปรธาตุออกมาเปิดอ่าน เขาอยากรู้ว่าหนังสือที่พี่ซิงเยียนมอบให้เขาจะสามารถทำให้ตัวของเขาสร้างอาวุธได้มากน้อยแค่ไหน หนังสือเล่มแรกที่ตงฟางเปิดอ่านไปเป็นหนังสือจำแนกแร่ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบอกความทนทาน บอกความแข็ง บอกคุณสมบัติ เขาพยายามอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจำได้ จนมั่นใจว่าตัวของเขาเองมีความรู้พื้นฐานพอจะอ่านวิธีหลอมอาวุธตงฟางก็เริ่มเปิดหนังสืออีกเล่มดูทันที


    “หืม ไม่เหมือนที่คิดไว้”


    เดิมทีโลกของผู้ใช้พลังจิตที่เขาจากมาจะใช้แร่จากอุกกาบาตมาผสมผสานเทคโนโลยีที่สามารถปรับแต่งได้แม้กระทั่งโมเลกุลจนทำให้เกิดวัสดุที่แข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก แล้วการสร้างอาวุธสักอย่างต้องใช้งานเครื่องจักรในการบีบอัดขึ้นรูป  พลังของมนุษย์แม้จะเป็นผู้ใช้พลังจิตเลเวล 10 ก็ไม่สามารถบีบอัดวัตถุให้เกิดความแข็งแรงถึงที่สุดได้


    โลกแห่งนี้ที่ผู้คนใช้พลังวิญญาณกลับต่างออกไป วิธีหลอมอาวุธกลับไม่ได้ใช้เครื่องจักร ทุกกระบวนการเกิดขึ้นด้วยน้ำมือผู้ใช้พลังวิญญาณ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็มีเครื่องทุ่นแรงและเพิ่มโอกาสหลอมสร้างอาวุธระดับสูงขึ้นมา นั่นคือพลังของยันต์บนเตาตีเหล็ก ด้วยการใช้ยันต์ร่วมด้วยในหลายขั้นตอนของการสร้างอาวุธมันจึงถูกเรียกว่าการเล่นแร่แปรธาตุ 


    นอกจากจะต้องทำให้แร่แข็งแรงทนทานด้วยสองมือแล้ว ยังต้องมีความเข้าใจในเรื่องธาตุที่เสริมใส่ลงไปในอาวุธเหล่านั้นอีกด้วย โดยธาตุที่ตงฟางเข้าใจคือการใส่อัญมณีธาตุลงไปในอาวุธ ทำให้อาวุธมีธาตุเป็นของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น อัญมณีธาตุไฟ หากติดตั้งลงไปบนอาวุธผ่านวิธีการเล่นแร่แปรธาตุระดับสูง ผู้ใช้งานสามารถส่งพลังวิญญาณไปยังอาวุธเพื่อปลดปล่อยเปลวไฟออกมาได้


    โดยอัญมณีที่ตงฟางทำความเข้าใจมีหลากหลายระดับไม่ต่างจากระดับของผู้ใช้จิตวิญญาณ มีตั้งแต่ระดับ 1 จนถึงระดับ 10 ที่หาได้ค่อนข้างยาก แล้วธาตุของอัญมณีก็มีหลากหลายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า และอื่นๆอีกมากมาย


    “ตีเหล็กโดยใช้พละกำลังจะทำให้เกิดอาวุธชุดเกราะธรรมดา หากอยากให้โมเลกุลของแร่บีบอัดกันได้มากยิ่งขึ้น ต้องใช้ผ่านพลังของยันต์เล่นแร่แปรธาตุ”


    ตงฟางมองลงไปยังตัวอักษรมากมายที่มาจากพลังของยันต์ โดยตัวอักษรที่เขากำลังมองจากภาพวาดในหนังสือนั้น มันเป็นค่ายกลเล็กๆสำหรับประทับลงไปยังทั่งตีเหล็ก เขาไม่จำเป็นต้องสร้างมันขึ้นมาเองเพราะทั่งตีเหล็กมีขาย


    หากเขาอยากสร้างอาวุธไร้ธาตุมีเพียงระดับ ตงฟางแค่ใช้ทั่งที่ผู้เริ่มต้นเล่นแร่แปรธาตุใช้งาน หากเขามีฝีมือและมั่นใจในตัวเองจนอยากจะใส่อัญมณีลงไปในอาวุธ เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้งานทั่งที่มีผลในการหนุนเสริมและช่วยเหลือการหลอมอัญมณีธาตุนั้นๆ หากอยากหลอมอัญมณีธาตุไฟ เขาจะต้องใช้ทั่งที่มียันต์ช่วยหนุนเสริมธาตุไฟ ไม่สามารถใช้ทั่งที่มียันต์หนุนเสริมการหลอมอัญมณีธาตุน้ำได้


    “อืม ถ้าว่างก็จะไปลอง”


    หนังสือเล่นแร่แปรธาตุที่สอนการหลอมอาวุธชุดเกราะไปจนถึงระดับ 4 ถูกเก็บก่อนที่ตงฟางจะเข้านอน วันนี้เขาเหนื่อยมามากแล้ว จำเป็นต้องพักเพื่อฟื้นฟูพลังไปใช้ในวันพรุ่งนี้


    —--------------------------


    “อยู่กันที่นี่สินะ”


    ใบหน้าของชายทั้ง 4 รีบหันมองไปยังต้นเสียงที่พวกเขาได้ยินด้วยใบหน้าดีใจ ตอนนี้คนที่หายไปกลับมาหาพวกเขาแล้ว


    “ตงฟาง!”


    “ลูกพี่~!”


    “มานี่เร็ว เราจะต้องตกลงอะไรกันเล็กน้อย”


    ตงฟางเดินออกมาจากเขตของศิษย์สายในมาหาพนักงานร้านน้อยหน่าของเขา ปรากฎว่าลู่จิว ฉาน จ้าน เป่า กลับไม่ได้อยู่ในห้องพัก ในเส้นทางการค้าร้านของเขาก็ไม่ได้เปิด เขาจึงตามมายังหอแห่งการฝึกฝนเพราะคิดว่ามันเป็นสถานที่เดียวที่พวกเขาทั้ง 4 จะมาใช้งาน ตงฟางไม่จำเป็นต้องถามสาเหตุที่ทุกคนมาอยู่ที่นี่ เขานั้นรู้ดีว่ายาที่เขาหลอมไว้คงขายหมดไปแล้ว ทุกคนจึงไม่มียาขาย


    “ตงฟาง แกหายไปไหนมาวะ”


    “เงียบก่อนลู่จิว ฉันน่าจะหายไปอีก เอาล่ะ ฉันมีบางอย่างอยากจะบอก”


    ตงฟางส่งกระแสจิตเข้าไปในหัวของคนทั้ง 4 จนทุกคนแสดงท่าทางตกใจออกมากับเสียงที่พวกเขาได้ยิน โดยการส่งพลังจิตตงฟางได้พูดถึงหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ว่าเป็นคนที่จะหลอมยาให้พวกเขาต่อจากนี้ไป 


    พวกเขาทั้ง 4 เพียงแค่ต้องไปรับยามาขาย แต่การรับคงไม่ได้เดินเข้าเมืองเนื่องจากคนของพี่ซิงเยียนจะเดินมารอที่ทางเข้าสถาบัน หากให้เดินเข้าไปรับในเมืองจะทำให้เกิดการปล้นได้


    “แล้วนี่ลูกพี่จะไปไหนอย่างนั้นเหรอ ไม่อยู่สถาบันก่อนเหรอ ในตลาดเราได้ข่าวเรื่องหออาวุธเฟยเทียนที่กำลังจะเปิดให้ศิษย์สายในเข้าไปด้วยนะ”






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน