ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79 ทำสัญญา

            อวิ๋นเหนียงพอได้ยินว่าตระกูลอวิ๋นจะถือหุ้นแบบตายตัว ทั้งยังรับปีละเพียงสามหมื่นตำลึงเงิน นางจะมีเหตุผลใดที่จะไม่ตอบตกลงได้เล่า? สบู่ผลึกแก้วหากให้ร้านฝูหรงเซวียนดำเนินการ ในหนึ่งปีสามารถทำกำไรสูงถึงสามถึงสี่แสนตำลึงเงินได้อย่างแน่นอน

            “เช่นนั้นพวกเรามาทำสัญญากันเถิด คุณชายใหญ่จะไปที่ศาลาว่าการกับข้า หรือ...” 

            ฟางซื่อเอ่ยยิ้มๆ “พวกเราก็เขียนสัญญากันเองที่นี่เลยก็ได้ ไม่ต้องไปถึงศาลาว่าการอำเภอหรอก น้องหญิงคงไม่คิดโกงพวกเราหรอกกระมัง?”

            การไม่ไปทำสัญญาที่ศาลาว่าการ หมายความว่าเป็นเพียงสัญญาส่วนตัว แม้ว่าจะมีผลบังคับใช้เช่นกัน แต่ไม่มีฉบับที่เป็นบันทึกของทางการ หากสัญญาถูกทำลาย ก็อาจส่งผลให้เนื้อหาในสัญญาเป็นโมฆะ ดังนั้นสิ่งสำคัญเช่น โฉนดที่ดิน หรือสัญญาซื้อขายบ้าน จึงต้องไปทำที่ศาลาว่าการ

            อวิ๋นเหนียงไม่คาดคิดว่าฟางซื่อจะปล่อยวางและทำตัวสบายๆ เช่นนี้ แต่เพียงครู่เดียว นางก็เข้าใจและคลายความสงสัย ใช่สินะ พวกเขายังมีสูตรเครื่องประทินผิวอยู่ หากต้องการเครื่องประทินผิว ก็ไม่มีทางกล้าโกงเงินส่วนแบ่งจากสบู่ผลึกแก้วของพวกเขา

            นั่นหมายความว่าครอบครัวนี้ใจกว้างและง่ายต่อการเจรจาการค้า แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาโง่ ตรงกันข้าม ครอบครัวนี้กลับฉลาดยิ่งกว่าพ่อค้าที่อวิ๋นเหนียงเคยพบเจอมาหลายคนเสียอีก

            โลกนี้มักจะมีคำกล่าวว่า ‘พ่อค้าไม่มีทางไม่คดโกง’ แต่มีพ่อค้าสักกี่คนที่สามารถยืนหยัดได้อย่างยาวนาน? การที่จะตั้งมั่นในแวดวงการค้าได้ยาวนานนั้น ต้องอาศัยคำว่า ‘ซื่อสัตย์’

            “ฮ่าๆ พี่สาวช่างใจกว้างยิ่งนัก น้องหญิงยินดีเป็นอย่างยิ่ง! พวกเรามาเขียนสัญญากันเถิด”

            ทั้งสองฝ่ายทำสัญญากันเรียบร้อย พร้อมชำระเงินสามหมื่นตำลึงสำหรับปีแรก อวิ๋นเหนียงจึงได้รับสูตรสบู่ผลึกแก้วและรีบขอตัวกลับไปทันที

            เฮ้อ จะโทษว่านางเห็นแก่เงินมากไปก็ไม่ได้หรอกนะ ใครใช้ให้ท่านโหวของพวกนางใช้เงินเก่งเกินไปเล่า! เดิมทีกิจการเกี่ยวกับเครื่องประทินโฉมนั้นมีการแข่งขันสูงและรายได้ไม่มาก คิดจะหาเงินจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

            ใครจะไปคิดว่าสวรรค์จะส่งครอบครัวอวิ๋นมาให้ร้านฝูหรงเซวียนของพวกนาง! เดิมทีนางแค่ตามท่านโหวมาอยู่ที่อำเภอจิ่วจิ้นเป็นการชั่วคราวเท่านั้น กลับได้พบคนของตระกูลอวิ๋น ทั้งยังได้เครื่องประทินผิวคุณภาพดีและสบู่ผลึกแก้วมาอย่างไม่คาดฝัน

            ท่านโหวก็ได้สั่งไว้ว่า หลังจากนี้นางต้องประจำการที่เมืองจิ่วจิ้นครึ่งปี และอีกครึ่งปีให้ไปตรวจตราตามที่ต่างๆ ทว่าสิ่งที่นางไม่เข้าใจก็คือ ท่านโหวของพวกนางเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ ควรจะอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อสานสัมพันธ์กับเหล่าขุนนางและคนมีอำนาจมากกว่า

            แต่เหตุใดท่านโหวถึงต้องมาเมืองจิ่วจิ้นด้วย? หากต้องการพาท่านโหวผู้เฒ่าออกมาเปลี่ยนบรรยากาศ เช่นนั้นพักผ่อนที่จวนแถบชนบทนอกเมืองหลวงก็น่าจะเพียงพอแล้วแท้ๆ

            หลังจากส่งอวิ๋นเหนียงกลับไปแล้ว อวิ๋นเจียวรู้สึกเบื่อหน่ายจึงบอกกับฟางซื่อว่า “ท่านแม่ ข้าอยากไปเดินเล่นที่ทุ่งนาเจ้าค่ะ”

            ฟางซื่อรู้สึกว่าให้เด็กสาวอยู่แต่ในบ้านคงน่าเบื่อเกินไป จึงให้ชุนเหมยไปเป็นเพื่อนนาง

            อวิ๋นเจียวกลับห้องไปเปลี่ยนเป็นชุดขี่ม้าสีแดงเพลิง ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวง พวกนางมักจะออกขี่ม้าเพื่อชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ แม้จะเรียกว่าขี่ม้า แต่จริงๆ แล้วพวกนางเลือกม้าตัวเล็กที่สวยงามและเชื่อฟังว่าง่าย จากนั้นก็ให้คนเลี้ยงม้าจูงม้าเดินวนรอบสนามเท่านั้น

            ก่อนที่อวิ๋นเจียวจะทะลุมิติ เจ้าของร่างเดิมก็เคยเล่นแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่คนที่จูงม้าให้ไม่ใช่คนเลี้ยงม้า กลับเป็นพี่ชายทั้งสองของนางเอง จุดประสงค์หลักของเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ออกขี่ม้าเพื่อชมดอกไม้นั้น ส่วนใหญ่ก็เพื่อใส่ชุดขี่ม้าที่สวยงาม แล้วเดินวนต่อหน้าบรรดาชายหนุ่มผู้มีความสามารถ เพื่อให้ได้รับคำชื่นชมจากพวกเขาเท่านั้นเอง

            ชุดขี่ม้าของอวิ๋นเจียวชุดนี้ เป็นชุดที่เจ้าของร่างเดิมเคยสั่งทำไว้ ตอนที่นางสวมชุดขี่ม้าเสร็จ ก็เปลี่ยนมาใส่รองเท้าหนังลูกกวางคู่น้อย เพราะว่าจะไปเดินในทุ่งนา การใส่กระโปรงคงไม่สะดวกนัก

            ชุนเหมยช่วยอวิ๋นเจียวผูกแถบผ้าไหมสีแดงสองเส้นบนมวยผมสองข้าง ปลายแถบผ้าแต่ละเส้นประดับด้วยกระดิ่งเงินสองอัน

            “ฮูหยินเจ้าคะ สีแดงสดเช่นนี้ ต้องผิวขาวๆ อย่างคุณหนูของเราถึงจะเอาอยู่!”

            หลังจากอวิ๋นเจียวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว นางก็เดินไปที่ห้องโถงเพื่อทักทายฟางซื่อ ชุนเหมยจึงเอ่ยชมต่อหน้าฟางซื่อทันที ฟางซื่อมองดูบุตรสาวที่งดงามสดใสยิ่งกว่าดอกเหมยกุยด้วยรอยยิ้มที่ไม่สามารถหุบลงได้

            “อืม สีแดงสดนี้ยิ่งทำให้ผิวของเจียวเอ๋อร์ขาวยิ่งขึ้น ราวกับหิมะเลยทีเดียว”

            อวิ๋นเจียวเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว ไม่รู้หรือว่าข้าเหมือนใคร ท่านแม่ ข้าไปข้างนอกแล้วนะเจ้าคะ!”

            หลังจากลาฟางซื่อแล้ว อวิ๋นเจียวก็ออกไปพร้อมกับชุนเหมย

            ฟางซื่อมองตามแผ่นหลังของอวิ๋นเจียว คำพูดของอวิ๋นเจียวดังก้องอยู่ในความคิดของนาง พร้อมกับภาพเงาของร่างในชุดสีแดงสดที่ลอยเข้ามาในหัว ร่างนั้นงดงามราวกับเป็นเทพธิดาที่เดินลงมาจากสวรรค์...

            เจียวเอ๋อร์ก็... งดงามเช่นเดียวกัน... น้ำตาพลันเอ่อท้นในดวงตาของฟางซื่อ อวิ๋นเจียวไม่รู้เลยว่าคำพูดของนางได้ทำให้ฟางซื่อเกิดความรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมา

            “เจ้ารอง ต้นกล้าพวกนี้ทำไมถึงสูงบ้างเตี้ยบ้าง? ต้นข้าวสาลีก็เป็นแบบนี้!” บนทุ่งนา อวิ๋นโส่วกวงเอ่ยด้วยความกังวล น้องรองออกจากบ้านตั้งแต่ยังเด็ก จึงไม่รู้เรื่องการทำนา

            มีเพียงการซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีเท่านั้น ต้นกล้ากับต้นข้าวสาลีถึงได้เจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอเช่นนี้ ต้นกล้าแบบนี้ ผลผลิตในอนาคตคงไม่ดีแน่

            อวิ๋นโส่วจงได้ยินความกังวลของพี่ชาย ในใจก็รู้สึกแปลกใจ ตามหลักการแล้วไม่ควรเป็นเช่นนี้เลย เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เขาซื้อมาจากร้านขายเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดในเมืองหลวง ร้านนั้นมีชื่อเสียงดีมาโดยตลอด

            “พี่ใหญ่ ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี อีกไม่นานอากาศก็จะอุ่นขึ้นแล้ว หากจะเพาะปลูกใหม่ก็คงจะไม่ทันการ”

            อวิ๋นโส่วกวงก็มองต้นกล้ามากมายด้วยความกังวล ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ต้นกล้าพวกเราสามารถไปซื้อจากบ้านอื่นได้ แต่ต้นข้าวสาลี... เฮ้อ!”

            “ท่านพ่อ ท่านลุงใหญ่ ไม่ต้องกังวลเรื่องต้นกล้าข้าวกับต้นกล้าข้าวสาลีของเราหรอกเจ้าค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนต้นกล้าข้าวใหม่ด้วยนะเจ้าคะ”

            อวิ๋นเจียวรู้สึกโล่งใจ โชคดีที่นางมาที่นี่ มิเช่นนั้นหากปล่อยให้ท่านพ่อกับท่านลุงใหญ่เปลี่ยนต้นกล้าข้าว ถอนต้นข้าวสาลีทิ้งแล้วปลูกพืชชนิดอื่น... เช่นนั้นจะให้นางไปร้องไห้ที่ไหนกัน?

            “เจียวเอ๋อร์มาแล้ว!”

            “เจียวเอ๋อร์ ไยเจ้าถึงมาที่นี่ ระวังมือหน่อยนะ”

            เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นโส่วจงและอวิ๋นโส่วกวงก็หันไปมอง ก็เห็นร่างสีแดงเพลิงเดินมาจากคันนาไกลๆ ในขณะเดียวกันก็มีชาวนาวัยกลางคนสองคนมองมาที่อวิ๋นเจียวเช่นกัน พวกเขาคือคนงานที่ตระกูลอวิ๋นจ้างมา

            คนงานทั้งสองคนเคยพบกับอวิ๋นเจียวแล้ว ต่างก็บอกว่าบุตรสาวของอวิ๋นโส่วจงน่ารักน่าเอ็นดู แต่พอมาเห็นวันนี้ นางยิ่งเหมือนกับนางฟ้าตัวน้อยที่เดินออกมาจากภาพวาด

            ชุดสีแดงเพลิง ผิวขาวราวกับหิมะ กระดิ่งสองคู่ที่ติดอยู่บนศีรษะ ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งตามจังหวะการเดิน ทำให้นางดูน่ารักและมีความสดใสยิ่งขึ้น

            อวิ๋นเจียวหัวเราะ “ท่านพ่อ! ข้าเดินโดยไม่ต้องใช้มือเสียหน่อย!”

            จากนั้นก็กวาดตามองต้นกล้าและต้นข้าวสาลีที่อยู่ติดกัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านซื้อเมล็ดพันธุ์พวกนี้มาจากร้านชางหลง ร้านชางหลงเป็นร้านขายเมล็ดพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ด้วยชื่อเสียงของพวกเขา คงไม่มีทางขายเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีให้ท่านหรอกเจ้าค่ะ”

            “ที่ต้นกล้าเจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอเช่นนี้ ข้าคิดว่าอาจเป็นเพราะลูกจ้างของพวกเขาทำพลาด เอาเมล็ดพันธุ์มาปะปนกัน ข้าเคยได้ยินท่านลุงใหญ่พูดว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิหรือข้าว ล้วนมีหลายสายพันธุ์ ข้าวสาลีก็ช่างเถิด แต่พวกเราสามารถแยกต้นกล้าข้าวปลูกตามขนาดและความแข็งแรงได้ไหมเจ้าคะ? หากทิ้งไปก็คงน่าเสียดาย”

            แม้ว่าอวิ๋นเจียวจะอายุเพียงหกขวบ แต่อวิ๋นโส่วจงรักและเอ็นดูนาง ยิ่งไปกว่านั้นก็คือความไว้ใจ ทันทีที่นางเอ่ยปาก เขาก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล

            “ดี ทำตามที่เจียวเอ๋อร์พูดก็แล้วกัน ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิพวกเราไม่ต้องไปสนใจ แค่แยกต้นกล้าข้าวออกจากกันก็พอ เสียเวลามากหน่อยเท่านั้นเอง”

            ในสายตาของอวิ๋นโส่วกวง อวิ๋นเจียวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าการทำเช่นนี้ค่อนข้างเสี่ยง แต่น้องชายของเขาเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจลองดู

            “นายท่าน ไม่ได้นะขอรับ!” แต่คนงานทั้งสองคนที่กำลังทำงานอยู่กลับตกใจ อวิ๋นโส่วจงใจกว้างกว่านายท่านคนอื่นๆ มาก พวกเขาทำงานที่ตระกูลอวิ๋น ไม่เพียงแต่ได้ค่าแรงสูงกว่าที่อื่น อาหารการกินก็ดีกว่าที่อื่นๆ มาก

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320